“ชาญชัย”ลั่นเดินหน้านิคมอุตสาหกรรมอาหารฮาลาลที่ปัตตานี เปิดศูนย์บริการเบ็ดเสร็จครบวงจร รัฐนำร่องลงทุนจัดโครงการสารพัดลงพื้นที่ มอบสิทธิประโยชน์พิเศษแก่เอกชนที่สนใจ เปิดแล้วศูนย์บริการเบ็ดเสร็จครบวงจรในนิคมอุตสาหกรรมอาหารฮาลาล จังหวัดปัตตานี ส่งสัญญาณดึงดูดนักลงทุนเอกชน เบื้องต้นมุ่งเน้นกลุ่มเอสเอ็มอีก่อนขยายสู่รายใหญ่ พร้อมจัดกิจกรรม อบรมผู้ประกอบการและชาวบ้านให้มีความพร้อมในการผลิตอย่างมีคุณภาพ และเป็นไปตามมาตรฐาน เป็นที่ยอมรับในตลาดระดับประเทศและตลาดโลก วันนี้ (26ม.ค.53) นายชาญชัย ชัยรุ่งเรือง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า กระทรวงอุตสาหกรรมยังคงผลักดันโครงการนิคมอุตสาหกรรมอาหารฮาลาล ณ อำเภอปะนาเระ จังหวัดปัตตานีต่อไป แม้พื้นที่จะเผชิญกับปัญหาสถานการณ์ไม่สงบ ทำให้การพัฒนาโครงการของภาคเอกชนไม่เป็นไปตามแผน แต่ความรุนแรงที่เกิดในพื้นที่มีแนวโน้มลดลงโดยลำดับ รัฐบาลและกระทรวงอุตสาหกรรมยังมั่นใจในศักยภาพของพื้นที่ และยืนยันใช้เป็นยุทธฐานการผลิตผลิตภัณฑ์อาหารฮาลาลเพื่อการส่งออก มุ่งสู่การเป็นครัวของโลก ทั้งนี้หากภาคเอกชนสามารถขยายการลงทุนเพิ่มขึ้น จะเป็นการเพิ่มสัดส่วนการส่งออกผลิตภัณฑ์อาหารฮาลาล ของไทย ที่ในปัจจุบันมีไม่ถึงร้อยละ 1 ของตลาดโลกให้เติบโตมากขึ้น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมกล่าวต่อไปว่า การพัฒนานิคมอุตสาหกรรมอาหารฮาลาลขณะนี้มีความคืบหน้าประมาณร้อยละ 25 โดยในปี 2553-2554 กระทรวงอุตสาหกรรมได้ขออนุมัติงบประมาณลงทุน ทดแทนการลงทุนจากภาคเอกชน เพื่อสร้างความมั่นใจแก่นักลงทุนว่ารัฐบาลพร้อมในการสนับสนุนภาคเอกชน โดยในเบื้องต้นการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(กนอ.) ได้เปิดศูนย์บริการเบ็ดเสร็จครบวงจร พื้นที่ 9 ไร่ ภายในนิคมอุตสาหกรรมอาหารฮาลาล เพื่อใช้เป็นสำนักงานสำหรับอนุมัติอนุญาต รับรองมาตรฐาน Halal-GMP/HACCP ส่งเสริมธุรกิจและการตลาด รวมทั้งบริการอเนกประสงค์ต่าง ๆ นอกจากนี้ ยังมีโครงการส่งเสริมและสนับสนุนอุตสาหกรรมอาหารขนาดกลางและขนาดย่อม โดยจัดตั้งศูนย์พัฒนาและกระจายผลิตภัณฑ์ฮาลาลอยู่ภายในบริเวณเดียวกัน เพื่อให้วิสาหกิจชุมชนและประชาชนโดยรอบได้ใช้ประโยชน์ในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมฮาลาลเพิ่มมากขึ้น เช่น การจัดฝึกอบรม การรับบริการคำปรึกษาแนะนำ เพื่อพัฒนาคุณภาพการผลิต การตลาด การพัฒนาบรรจุภัณฑ์ ทั้งนี้ เพื่อเพิ่ม ขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับผู้ประกอบการ และประชาชนมีทัศนคติที่ดี คุ้นเคยกับการผลิตแบบอุตสาหกรรม “โครงการนิคมอุตสาหกรรมอาหารฮาลาลได้เริ่มโครงการมาตั้งแต่ปลายปี 2546 โดยภาคเอกชนในขณะนั้นได้ตัดสินใจลงทุนพัฒนานิคมอุตสาหกรรมอาหารฮาลาลในพื้นที่อำเภอปะนาเระ จังหวัดปัตตานี โดยมีเป้าหมายที่จะเป็นฐานการผลิต การส่งออกผลิตภัณฑ์อาหารฮาลาลทั่วโลก อย่างไรก็ตาม เนื่องจากปัญหาความไม่สงบในพื้นที่ ทำให้ภาคเอกชนขาดความมั่นใจ ชะลอการลงทุนออกไป ถ้าภาครัฐรอความพร้อมของภาคเอกชน โครงการก็ไม่สามารถเดินหน้าได้ ดังนั้นการเปิดศูนย์บริการเบ็ดเสร็จครบวงจร เพื่อให้บริการอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 25 มกราคม 2553 ที่ผ่านมานอกจากจะเป็นการบริหารจัดการศูนย์ฯให้มีความคุ้มค่าและเกิดประโยชน์สูงสุดแล้ว ยังจะเป็นการส่งสัญญาณให้ภาคเอกชนทราบว่านิคมอุตสาหกรรมอาหารฮาลาล จังหวัดปัตตานี ยังเดินหน้าต่อ ส่วนเป้าหมายการหาเอกชนมาลงทุน ในเบื้องต้นรัฐจะลงทุนพัฒนาพื้นที่นำร่อง และเน้นเชิญชวนกลุ่มผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม เข้ามาลงทุนเป็นลำดับแรกก่อน เพื่อสร้างความมั่นใจและเปิดโอกาสให้กลุ่มอุตสาหกรรมรายใหญ่เข้ามาลงทุนในโอกาสต่อไป โดยได้เตรียมพื้นที่รองรับไว้ จำนวน 40 ไร่ ในเบื้องต้นจากพื้นที่ทั้งหมด 170 ไร่ นางมณฑา ประณุทนรพาล ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กล่าวว่า กนอ. ได้รับงบประมาณจำนวน 82.842 ล้านบาท จัดตั้งศูนย์บริการเบ็ดเสร็จครบวงจร (ศูนย์ OSS) ซึ่งเปิดทำการแล้ว ณ นิคมอุตสาหกรรมอาหารฮาลาล จังหวัดปัตตานี ประกอบด้วยอาคารหลัก 5 อาคาร และอาคารซ่อมบำรุง พื้นที่ใช้สอยรวม 5,000 ตารางเมตร เพื่อให้ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมอาหารฮาลาลได้รับบริการแบบเบ็ดเสร็จครบวงจรอย่างสะดวกและรวดเร็ว ณ จุดบริการเดียว และในช่วงระหว่างไม่มีการลงทุนประกอบกิจการในพื้นที่ ทางศูนย์ฯ จะจัดกิจกรรมอย่างต่อเนื่องสำหรับวิสาหกิจชุมชนขนาดกลางและขนาดย่อม โดยมีโครงการส่งเสริมและสนับสนุนอุตสาหกรรมอาหาร และโครงการส่งเสริมการผลิตผลิตภัณฑ์ฮาลาล รองรับเพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมประชาชนในพื้นที่ เข้าสู่กระบวนการผลิตอุตสาหกรรมอย่างเป็นระบบตามมาตรฐาน เป็นที่ยอมรับทั้งในระดับประเทศและระดับสากล สำหรับการพัฒนานิคมอุตสาหกรรมอาหารฮาลาล กนอ. ได้ร่วมดำเนินงานกับบริษัท ฟาตอนี อินดัสทรีส์ จำกัด โดยมีแผนพัฒนาพื้นที่โครงการระยะแรก 170 ไร่ พร้อมระบบสาธารณูปโภคครบวงจร การดำเนินการที่ผ่านมาได้มีความคืบหน้ามาโดยตลอด โดย กนอ.ได้ดำเนินการประกาศเขตนิคมอุตสาหกรรมฯ เมื่อปี 2547 และสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติ (สผ.) ได้เห็นชอบรายงานวิเคราะห์ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมโครงการฯแล้ว เมื่อปี 2548 แต่เนื่องจากเกิดเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ ทำให้ภาคเอกชนชะลอการพัฒนาโครงการ เนื่องจากขาดความมั่นใจในการลงทุนในพื้นที่ อย่างไรก็ตามขณะนี้ กนอ. อยู่ระหว่างการเตรียมพื้นที่นำร่องสำหรับผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม รัฐมนตรีกล่าวตอนท้ายว่า “กระทรวงอุตสาหกรรม ได้ให้สิทธิประโยชน์เพื่อส่งเสริมการลงทุนสำหรับนักลงทุนที่จะมาลงทุนในพื้นที่จังหวัดปัตตานี ยะลา และนราธิวาส ซึ่งจะได้รับสิทธิประโยชน์มากกว่าการลงทุนในพื้นที่อื่นๆ เช่น ได้กำหนดให้กิจการทุกประเภทที่ประกอบกิจการในเขตดังกล่าว เป็นกิจการที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุน และคณะรัฐมนตรียังได้เห็นชอบมาตรการสินเชื่อผ่อนปรน ผ่านสถาบันการเงินต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นธนาคารออมสินที่ปล่อยวงเงิน 25,000 ล้านบาทให้ผู้ประกอบการกู้ในอัตราผลตอบแทนร้อยละ 1.5 โครงการสินเชื่อของเอสเอ็มอีแบงค์ วงเงินขั้นต่ำรายละ 50,000 บาท โครงการธนาคารประชาชน กู้วงเงินสูงสุด 100,000 บาทดอกเบี้ยร้อยละ 0.5 เป็นต้น นอกจากนี้ที่ผ่านมาภาครัฐได้มีโครงการลงพื้นที่ดังกล่าวมากมายตามกรอบยุทธศาสตร์การพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ.2552-2555 และโครงการที่แฝงอยู่ในงานประจำ ในส่วนกระทรวงอุตสาหกรรมปีที่ผ่านมามีกว่า 16 โครงการ จำนวน 184 ล้านบาท ซึ่งหลายโครงการส่วนหนึ่งได้ช่วยผู้ประกอบการที่ลงทุนอยู่แล้วให้เข้มแข็งขึ้น เพราะมั่นใจว่าเมื่อเศรษฐกิจดี ประชาชนมีอาชีพ มีรายได้ มีงาน ปัญหาความไม่สงบก็จะลดลงไป ภาครัฐพร้อมในการสนับสนุนนักลงทุนในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ทุกด้านเป็นการพิเศษ โดยเฉพาะนิคมอุตสาหกรรมอาหารฮาลาล ที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกและสาธารณูปโภคพร้อม” ------------------------------------- |