กรอกคำค้นหา: เริ่มค้นหา
หน้าแรก
แนะนำกระทรวง
นโยบายและแผน
รายงานต่าง ๆ
ข่าว
คำสั่ง/ประกาศ
โครงการสำคัญ
ศูนย์ข้อมูลข่าวสารของกระทรวงอุตสาหกรรม
ติดต่อกระทรวง
หน้าแรก > ข่าวประชาสัมพันธ์ > กนอ.จับมือเอกชนจัดตั้งนิคมฯลำพูนรองรับการลงทุนภาคเหนือ เจาะอุตฯเป้าหมาย “อิเล็กฯ เกษตร อาหาร ก่อสร้าง”  

ข่าวประชาสัมพันธ์

กนอ.จับมือเอกชนจัดตั้งนิคมฯลำพูนรองรับการลงทุนภาคเหนือ เจาะอุตฯเป้าหมาย “อิเล็กฯ เกษตร อาหาร ก่อสร้าง”

กนอ.จับมือเอกชนจัดตั้งนิคมฯลำพูนรองรับการลงทุนภาคเหนือ

เจาะอุตฯเป้าหมาย “อิเล็กฯ เกษตร อาหาร ก่อสร้าง”

 

กนอ.จับมือเอกชนเอกชนตั้งนิคมฯลำพูน รองรับการลงทุนภาคเหนือ  พร้อมเผยผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 53 มียอดขาย/เช่า 829 ไร่ ปรับตัวดีขึ้นจากปีที่ผ่านมา

นางมณฑา ประณุทนรพาล ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(กนอ.) เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการ กนอ.วันนี้(27 ม.ค.53)ว่า ที่ประชุมมีมติเห็นชอบให้จัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมลำพูน จังหวัดลำพูน ซึ่งเป็นนิคมอุตสาหกรรมร่วมดำเนินงานกับบริษัท น้ำ ดิน ฟ้า จำกัด ตั้งอยู่บนพื้นที่ 718 ไร่ มูลค่าการลงทุนประมาณ 1,337 ล้านบาท โดยจะใช้เวลาในการพัฒนาระบบสาธารณูปโภคและสิ่งอำนวยความสะดวกประมาณ 1 1.5 ปี   และมีอุตสาหกรรมเป้าหมายคือ อิเล็กทรอนิกส์ การเกษตร อาหาร ก่อสร้าง ชิ้นส่วนและอุปกรณ์ เครื่องหนัง อัญมณีและเครื่องประดับ เป็นต้น ซึ่งทางบริษัท น้ำ ดิน ฟ้า จำกัด เตรียมจัดทำรายงานการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ตามหลักเกณฑ์การจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมต่อไป

สำหรับความคืบหน้าของโครงการจัดตั้งและประกอบกิจการโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนร่วม เชื้อเพลิง ก๊าซธรรมชาติในนิคมอุตสาหกรรมลาดกระบัง ซึ่งบริษัท พีพีพีทีที จำกัด เป็นผู้ดำเนินการ ขณะนี้อยู่ระหว่างการเตรียมส่งมอบพื้นที่  คาดว่าจะสามารถลงนามเช่าพื้นที่ได้ภายในเดือนกุมภาพันธ์ 2553 เริ่มก่อสร้างได้กลางปี 2553 และจะเริ่มประกอบกิจการได้ในเดือนมกราคม 2555 โดยโรงไฟฟ้ามีกำลังการผลิต 110 เมกะวัตก์ มูลค่าการลงทุน 4,800 ล้านบาท 

            ทั้งนี้  คณะกรรมการฯ ได้มีการรายงานสรุปภาวะการลงทุนในนิคมอุตสาหกรรมไตรมาสที่ 1 ประจำปีงบประมาณ 2553(เดือนต.ค.-ธ.ค.52) มียอดขาย/เช่าพื้นที่จำนวน 829 ไร่ แบ่งเป็นนิคมอุตสาหกรรมของ กนอ.จำนวน 100 ไร่ และนิคมอุตสาหกรรมร่วมดำเนินงานจำนวน 729 ไร่ เงินลงทุนประมาณ 91,521 ล้านบาท เกิดการจ้างงานประมาณ 4,800 คน เปรียบเทียบกับไตรมาสที่ 1 ของปีงบประมาณ 2552(เดือนต.ค.-ธ.ค.51) มียอดขาย/เช่าพื้นที่จำนวน 472 ไร่

            สำหรับภาพรวมของการลงทุนในไตรมาสที่ 1 นับได้ว่ามีทิศทางที่สดใส ทั้งจากตัวเลขผลประกอบการในไตรมาสที่ 1 ที่มียอดขาย/เช่าพื้นที่ 829 ไร่ อีกทั้งยังมีนักลงทุนต่างชาติให้ความสนใจเข้ามาดูพื้นที่นิคมฯอย่างต่อเนื่อง การเตรียมจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมลำพูนเพื่อรองรับการลงทุนในภาคเหนือที่มีแนวโน้มขยายตัวเพิ่มขึ้น รวมทั้งความคืบหน้าในการแก้ไขปัญหามาบตาพุดที่มีแนวทางที่ชัดเจนมากขึ้น นางมณฑากล่าว

            นางมณฑา กล่าวว่า  คณะกรรมการ กนอ.ยังได้พิจารณาแนวทางในการอนุมัติ อนุญาตการประกอบกิจการในนิคมอุตสาหกรรม เพื่อให้สอดคล้องกับประกาศของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ ระเบียบปฏิบัติและแนวทางในการจัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมสำหรับโครงการหรือกิจการที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อชุมชนอย่างรุนแรงทั้งทางด้านคุณภาพสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติและสุขภาพ และระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการประสานงานการให้ความเห็นขององค์การอิสระในโครงการหรือกิจการที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อชุมชนอย่างรุนแรง พ.ศ.2553   ที่ขณะนี้ได้มีการประกาศใช้แล้ว

โดยแนวทางดำเนินการในความรับผิดชอบของ กนอ.ที่เกี่ยวข้องกับประกาศและระเบียบดังกล่าว ได้แก่    1.การอนุญาตให้ประกอบกิจการอุตสาหกรรม จะนำความเห็นเบื้องต้นของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องมาประกอบการพิจารณาอนุญาต เช่น สถานที่ตั้งโรงงาน/นิคมฯให้สอดคล้องกับผังเมือง  โดยอยู่ในพื้นที่สีม่วงตามกฎหมายของกรมโยธาธิการและผังเมือง กระทรวงมหาดไทย     ส่วนประเภทของอุตสาหกรรมที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบอย่างรุนแรงต่อชุมชน ให้ดำเนินการตามระเบียบของมาตรา 67 วรรคสอง เริ่มตั้งแต่ การดำเนินการรายงานผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม (EIA ) รายงานผลกระทบด้านสุขภาพต่อชุมชน (HIA) โดยมีกระทรวงทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมเป็นผู้รับผิดชอบ   หลังจากนั้นจะเข้าสู่กระบวนการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนและองค์กรอิสระ   ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบให้ความเห็นประกอบการอนุมัติ อนุญาต      เพื่อนำไปสู่การอนุญาตให้เป็นไปตาม พ.ร.บ.โรงงานของกระทรวงอุตสาหกรรม และพ.ร.บ.กนอ.

            2.แนวทางการดำเนินงานของ กนอ.ในฐานะหน่วยงานอนุญาตในส่วนที่เกี่ยวข้องกับประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯดังนี้    สำหรับโครงการหรือกิจการที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อชุมชนอย่างรุนแรงให้บริษัทเจ้าของโครงการหรือกิจการต้องดำเนินการตามมาตรา 67 วรรคสอง  ในด้านกระบวนการรับฟังความคิดเห็นนั้นให้จัดงบประมาณเพื่อดำเนินการ มีการกำหนดค่าธรรมเนียมในการอนุญาตแก่กิจการสำหรับกิจการที่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อชุมชนอย่างรุนแรงหรือกรณีถูกร้องเรียน และการปรับแก้ข้อบังคับของคณะกรรมการ กนอ.ว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการประกอบกิจการในนิคมฯให้สอดคล้องกับมาตรา 67 วรรคสอง

            ทั้งนี้  กนอ.จะนำไปประสานกับกระทรวงอุตสาหกรรม เพื่อให้เกิดความสอดคล้องในแนวทางปฏิบัติร่วมกันต่อไป

 
 


 
 

กระทรวงอุตสาหกรรม
ถ.พระรามที่ 6 เขตราชเทวี
กรุงเทพฯ 10400
โทรศัพท์: 0-2202-3000
โทรสาร: 0-2202-3048
E-mail: pr@industry.go.th

© 2007 Ministry of Industry Thailand. All rights reserved. Disclaimer | อินทราเน็ต สปอ. | Site Map| E-Mail| OCSC