รวมข่าวประชาสัมพันธ์อุตสาหกรรม

ข่าวประชาสัมพันธ์กระทรวงอุตสาหกรรม

รองปลัดฯ วรวรรณ เป็นประธานการประชุมเพื่อติดตามการดำเนินงานของสำนักงานปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม

24 ก.พ 2564

วันนี้ (24 กุมภาพันธ์ 2564 ) เวลา 10.00 น. นางวรวรรณ ชิตอรุณ รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นประธานการประชุมเพื่อติดตามการดำเนินงาน เร่งรัดการใช้จ่ายงบประมาณของสำนักงานปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม โดยมี ผู้อำนวยการกองต่าง ๆ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องของสำนักงานปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุมชุณหะวัณ สำนักงานปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม

อ่านต่อ...


รัฐมนตรีฯ สุริยะ ให้ เอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็มแห่งสาธารณรัฐฟินแลนด์ประจำประเทศไทย พร้อมคณะ เข้าพบ

23 ก.พ 2564

วันนี้ (23 กุมภาพันธ์ 2564) นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ให้ นายยูริ ยาร์วียาโฮ เอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็มแห่งสาธารณรัฐฟินแลนด์ประจำประเทศไทย พร้อมคณะ เข้าเยี่ยมคารวะและแนะนำตัวในโอกาสเข้ารับตำแหน่งหน้าที่ พร้อมหารือในประเด็นต่าง ๆ อาทิ ความร่วมมือด้านเศรษฐกิจอุตสาหกรรมไทย - ฟินแลนด์, บันทึกความเข้าใจเพื่อความร่วมมือด้าน Circular Economy และความร่วมมือในด้านต่าง ๆ ได้แก่ Smart Cities และ Startup Cooperation โดยมี นายกฤชนนท์ อัยยปัญญา เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม นางสาวสุชาดา แทนทรัพย์ โฆษกกระทรวงอุตสาหกรรม นายณัฐพล รังสิตพล อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม และคณะผู้บริหาร เข้าร่วม ณ ห้องรับรอง 1 สำนักงานปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม

อ่านต่อ...


การประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน เศรษฐกิจสีเขียวของกระทรวงอุตสาหกรรม

23 ก.พ 2564

วันนี้ (23 กุมภาพันธ์ 2564) นายกอบชัย สังสิทธิสวัสดิ์ ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน เศรษฐกิจสีเขียว (Bio-Circular-Green Economy : BCG Model) ของกระทรวงอุตสาหกรรม ครั้งที่ 1/2564 เพื่อร่วมกันกำหนดแนวทางและบูรณาการการจัดทำแผนงาน โครงการ พร้อมขับเคลื่อนการดำเนินงานตามนโยบายการพัฒนา BCG Model ของกระทรวงอุตสาหกรรม เพื่อตอบสนองนโยบายของรัฐบาล โดยมีนางวรวรรณ ชิตอรุณ รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม นายเอกภัทร วังสุวรรณ เลขาธิการคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย และคณะกรรมการขับเคลื่อน BCG Model ร่วมประชุม ณ ห้องประชุม อก. 1 อาคารสำนักงานปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม

อ่านต่อ...


รัฐมนตรีฯ สุริยะ ให้ เอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็มแห่งสาธารณรัฐฟินแลนด์ประจำประเทศไทย พร้อมคณะ เข้าพบ

23 ก.พ 2564

วันนี้ (23 กุมภาพันธ์ 2564) นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ให้ นายยูริ ยาร์วียาโฮ เอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็มแห่งสาธารณรัฐฟินแลนด์ประจำประเทศไทย พร้อมคณะ เข้าเยี่ยมคารวะและแนะนำตัวในโอกาสเข้ารับตำแหน่งหน้าที่ พร้อมหารือในประเด็นต่าง ๆ อาทิ ความร่วมมือด้านเศรษฐกิจอุตสาหกรรมไทย - ฟินแลนด์, บันทึกความเข้าใจเพื่อความร่วมมือด้าน Circular Economy และความร่วมมือในด้านต่าง ๆ ได้แก่ Smart Cities และ Startup Cooperation โดยมี นายกฤชนนท์ อัยยปัญญา เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม นางสาวสุชาดา แทนทรัพย์ โฆษกกระทรวงอุตสาหกรรม นายณัฐพล รังสิตพล อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม และคณะผู้บริหาร เข้าร่วม ณ ห้องรับรอง 1 สำนักงานปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม

อ่านต่อ...


“สุริยะ” สั่ง สมอ. เร่งควบคุมสินค้ากระดาษและภาชนะกระดาษที่ใช้สัมผัสอาหาร

23 ก.พ 2564

“สุริยะ” เผยได้สั่งการ สมอ. เร่งรัดดำเนินการควบคุมกระดาษและภาชนะกระดาษที่ใช้สัมผัสอาหาร หลังบอร์ด สมอ. เห็นชอบให้เป็นสินค้าควบคุมต้องได้มาตรฐาน คาดว่าหลังรับฟังความคิดเห็นของผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายแล้ว จะบังคับใช้ภายในเดือนสิงหาคม 2564 นี้ เตือนประชาชนใช้ด้วยความระมัดระวัง เพราะอาจมีสารปนเปื้อนที่ก่อให้เกิดอันตรายระหว่างการใช้งาน พร้อมแจ้งผู้ประกอบการให้เตรียมปรับตัว   นายสุริยะ  จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยภายหลังการประชุมบอร์ด สมอ. เมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2564 ที่ผ่านมาว่า บอร์ด สมอ. (คณะกรรมการมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม)  มีมติเห็นชอบให้ “กระดาษสัมผัสอาหาร” เป็นสินค้าควบคุม เพื่อให้กระดาษที่ใช้สัมผัสอาหารมีความปลอดภัยต่อผู้ใช้ และลดความเสี่ยงจากสารเคมีอันตรายซึ่งเป็นสารก่อมะเร็งที่อาจปนเปื้อนออกมาสู่อาหารและเข้าสู่ร่างกายได้ บอร์ด สมอ. จึงให้ประกาศเป็นสินค้าควบคุม จึงกำชับให้ สมอ. เร่งรัดดำเนินการเพื่อความปลอดภัยของประชาชน และสร้างความเชื่อมั่นในอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์กระดาษของไทยให้เป็นที่ยอมรับและแข่งขันได้กับต่างประเทศ นอกจากนี้ ยังได้เห็นชอบมาตรฐานอื่นๆ อีกรวม 16 มาตรฐาน อาทิ สีเคลือบกึ่งเงาแอลคีด สีเคลือบด้านแอลคีด แถบพีวีซีกันซึมระหว่างรอยต่อคอนกรีต  ชุดประกอบสวิตช์เกียร์และเกียร์ควบคุมไฟฟ้าแรงดันต่ำ และไฮโดรเจนเพอร์ออกไซด์สำหรับอุตสาหกรรม อีกด้วย    นายวันชัย  พนมชัย เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) กล่าวเพิ่มเติมว่า “กระดาษสัมผัสอาหาร มอก. 2948-2562 ประกาศใช้มาตั้งแต่ พ.ศ.2562 แต่ไม่มีผู้ประกอบการมายื่นขออนุญาตแม้แต่รายเดียว ทั้งที่ในประเทศไทยมีผู้ประกอบการอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์กระดาษเกือบ 600 ราย โดยในปี 2562 มีปริมาณการผลิตบรรจุภัณฑ์กระดาษมากกว่า 2 ล้านตัน และมีความต้องการใช้ในประเทศสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพราะมีความสะดวกในการใช้งาน ในขณะเดียวกันยังมีผู้ผลิตทำสินค้าด้อยคุณภาพออกมาจำหน่ายในท้องตลาดเป็นจำนวนมาก สร้างความไม่ปลอดภัยให้กับประชาชน เนื่องจากมีสารเคมีอันตราย หรือโลหะหนัก เช่น ตะกั่ว ปรอท แคดเมียม  และสารกลุ่มทาเลต ที่เคลือบอยู่บนกระดาษ ซึ่งเป็นสารก่อมะเร็งปนเปื้อนออกมาสู่อาหารและเข้าสู่ร่างกาย บอร์ด สมอ. จึงมีมติเห็นชอบให้กระดาษสัมผัสอาหารเป็นสินค้าควบคุม โดยข้อกำหนดในมาตรฐานจะครอบคลุมถึงกระดาษ  กระดาษแข็ง และภาชนะกระดาษที่ไม่ใส่สีในเนื้อกระดาษ มีวัตถุประสงค์สำหรับใช้ห่อหุ้ม บรรจุ รวบรวม หรือรองรับอาหาร เช่น จาน ชาม ถาด ถ้วย กล่อง ถุง ที่ทำจากกระดาษ หรือกระดาษแข็ง รวมถึงภาชนะที่ทำจากเยื่อกระดาษ สำหรับใช้กับอาหารทั่วไปและอาหารบรรจุขณะร้อน ทั้งแบบที่สัมผัสอาหารโดยตรงและไม่สัมผัสอาหารโดยตรง ที่มีโอกาสปนเปื้อนของสารเคมีไปสู่อาหารได้  โดยจะมีการควบคุมและทดสอบปริมาณสารเคมีอันตราย หรือโลหะหนักที่มีโอกาสปนเปื้อนกับอาหาร เช่น ตะกั่ว แคดเมียม ปรอท สารกลุ่มทาเลต ให้อยู่ในเกณฑ์ที่ปลอดภัยไม่เป็นอันตรายกับผู้ใช้ ทั้งนี้ ในกระบวนการผลิต และสถานที่ผลิตจะต้องถูกสุขลักษณะที่ดีสำหรับการผลิต และต้องได้รับการรับรองตามหลักเกณฑ์ของสากล เช่น GMP  HACCP หรือ BRC ด้วย โดยคาดว่ามาตรฐานดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้ภายในเดือนสิงหาคม 2564 นี้” เลขาธิการ สมอ. กล่าว

อ่านต่อ...


ปลัดกอบชัยฯ เป็นประธานการประชุมหารือเกี่ยวกับกระบวนการจัดการสิ่งแวดล้อม การจัดการของเสียภาคอุตสาหกรรม 

23 ก.พ 2564

  วันนี้  (22 กุมภาพันธ์ 2564)  เวลา 09.00 น.  นายกอบชัย สังสิทธิสวัสดิ์ ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม  เป็นประธานการประชุมหารือเกี่ยวกับกระบวนการจัดการสิ่งแวดล้อม การจัดการของเสียอุตสาหกรรม ในพื้นที่เสี่ยงต่างๆ ทั่วประเทศ  พร้อมร่วมกันหามาตรการป้องกันและแก้ไขอย่างครบวงจร โดยมี  นางวรวรรณ ชิตอรุณ นายภานุวัฒน์  ตริยางกูรศรี  รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ผู้ตรวจราชการกระทรวงอุตสาหกรรม เลขาธิการคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย รองอธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม อุตสาหกรรมจังหวัดและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุม อก.1 ชั้น 2 อาคารสำนักงานปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม #กระทรวงอุตสาหกรรม #การจัดการสิ่งแวดล้อม #prmoi

อ่านต่อ...


สอน. จับมือ ซีแพค รับซื้อใบและยอดอ้อย ลดปัญหาอ้อยไฟไหม้และ PM 2.5 พร้อมสร้างรายได้ให้เกษตรกรชาวไร่อ้อยในพื้นที่เป้าหมายกว่า 17,000 ราย

22 ก.พ 2564

วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2564 สำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย กระทรวงอุตสาหกรรม จับมือ บริษัท ผลิตภัณฑ์และวัตถุก่อสร้าง จำกัด (CPAC) ในธุรกิจซีเมนต์และผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง เอสซีจี (SCG) ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) โครงการการใช้ประโยชน์ใบและยอดอ้อยเป็นเชื้อเพลิงทดแทน เพื่อลดปัญหาอ้อยไฟไหม้และฝุ่นละอองขนาดเล็กกว่า 2.5 ไมครอน (PM2.5) ณ ห้องประชุมชั้น 1 สำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย ภายใต้โครงการดังกล่าวจะดำเนินการรับซื้อใบและยอดอ้อยจากเกษตรกรชาวไร่อ้อยในพื้นที่เป้าหมายกว่า 17,000 ราย สร้างรายได้ในระบบอุตสาหกรรมการอ้อยและน้ำตาลทรายกว่า 150 ล้านบาท คาดว่าจะสามารถรวบรวมเศษวัสดุเหลือใช้ จากไร่อ้อยได้ประมาณ 210,000 ตัน และลดพื้นที่การเผาอ้อยได้กว่า 1,713,208 ไร่ โดยจะนำเศษวัสดุเหลือใช้จากไร่อ้อยไปเป็นพลังงานทดแทนในโรงงานปูนซีเมนต์และอุตสาหกรรมอื่นๆ สอดคล้องกับแนวคิดการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy)  นายกอบชัย สังสิทธิสวัสดิ์ ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยภายหลังพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือว่า กระทรวงอุตสาหกรรม ในฐานะเป็นหน่วยงานหลักที่กำกับดูแลระบบอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทราย มีนโยบายส่งเสริมศักยภาพการผลิตอ้อยและน้ำตาลทรายของประเทศไทย และมีความมุ่งมั่นในการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมอันเนื่องมาจากมลพิษจากการเผาอ้อยมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งมั่นใจว่าความร่วมมือในครั้งนี้ จะเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการแก้ไขปัญหาฝุ่นละออง หรือ PM 2.5 และควันที่เกิดจากการเผาอ้อย อีกทั้งยังเป็นการยกระดับคุณภาพชีวิตและเพิ่มรายได้ให้แก่เกษตรกรชาวไร่อ้อย โดย ซีแพค ในธุรกิจซีเมนต์และผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง SCG จะเข้ามารับซื้อเศษวัสดุที่ไม่ใช้แล้วจากการทำไร่อ้อย เช่น ยอดและใบอ้อย เพื่อนำไปเป็นเชื้อเพลิงทดแทนในการผลิตปูนซีเมนต์และอุตสาหกรรมอื่น ๆ เป็นการพัฒนาอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทรายของไทย และอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ไทย ให้มีความมั่นคงทางด้านพลังงาน ควบคู่ไปกับการรักษาสิ่งแวดล้อม นายเอกภัทร วังสุวรรณ เลขาธิการคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย กล่าวเพิ่มเติมว่า บันทึกข้อตกลงความร่วมมือในครั้งนี้ จะร่วมกันดำเนินงานเป็นระยะเวลา 3 ปี โดยสำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย จะส่งเสริมและสนับสนุนการตัดอ้อยสด เพื่อให้มีใบและยอดอ้อยเป็นวัตถุดิบในการผลิตพลังงานทดแทน รวมถึงการประสานเกษตรกรชาวไร่อ้อยหรือผู้ประกอบการที่รวบรวมใบอ้อยในพื้นที่เป้าหมาย 4 แหล่ง ได้แก่ อำเภอท่าหลวง อำเภอแก่งคอย จังหวัดสระบุรี อำเภอเสนา จังหวัดอยุธยา และอำเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี รวมกว่า 17,000 ราย ในการจัดเตรียมพื้นที่กองเก็บก้อนม้วนเพื่อให้สามารถส่งโรงงานแปรรูป คาดว่าจะสามารถลดพื้นที่การเผาอ้อยได้กว่า 1,713,208 ไร่ โดย ซีแพค ในธุรกิจซีเมนต์และผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง SCG จะดำเนินการรับซื้อใบอ้อยจากพื้นที่เป้าหมาย  ในราคา 200 - 1,500 บาทต่อตันอ้อย ตามปริมาณและคุณภาพที่เหมาะสม ณ จุดรับซื้อที่กำหนด สร้างรายได้ในระบบอุตสาหกรรมการอ้อยและน้ำตาลทรายกว่า 150 ล้านบาท พร้อมทั้งตั้งโรงงานแปรรูปใบอ้อยเป็นเชื้อเพลิงทดแทน และดำเนินการขนส่งใบอ้อยที่แปรรูปเป็นเชื้อเพลิงทดแทนแล้วและนำไปใช้งาน  นายปัญญา โสภาศรีพันธ์ ผู้อำนวยการธุรกิจสัมพันธ์และพัฒนาอย่างยั่งยืน กล่าวปิดท้ายว่า บริษัท ผลิตภัณฑ์และวัตถุก่อสร้าง จำกัด (CPAC) ในธุรกิจซีเมนต์และผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง เอสซีจี (SCG) และสำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาล เชื่อมั่นว่าความร่วมมือครั้งนี้ภายใต้แบรนด์ Smart Green Solution by CPAC จะช่วยเชื่อมต่อระบบห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ในการนำวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรจากอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทรายมาใช้ประโยชน์ให้มากที่สุด สร้างรายได้ให้เกษตรกรชาวไร่อ้อย อีกทั้งยังช่วยแก้ปัญหาฝุ่นละออง PM 2.5 และภาวะโลกร้อนจากการเผาอ้อย ซึ่งการดำเนินงานภายใต้กรอบความร่วมมือครั้งนี้ เริ่มตั้งแต่วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2564 ถึงวันที่ 31 มีนาคม 2566 และมีแผนจะขยายจุดรับซื้อหน้าโรงงานคอนกรีตผสมเสร็จซีแพคที่กระจายอยู่ทั่วประเทศเพื่ออำนวยความสะดวกแก่เกษตรกรรายเล็กและชุมชนในพื้นที่ใกล้เคียงโรงงาน สำหรับพี่น้องเกษตรกรที่สนใจ เข้าร่วมโครงการหรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ คุณศุมิตรา ศรีพิเศษ หมายเลขโทรศัพท์ 093 542 4594

อ่านต่อ...


กระทรวงอุตสาหกรรมจัดพิธีรับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ประจำปี พ.ศ. 2563

19 ก.พ 2564

วันนี้ (19 กุมภาพันธ์ 2564) ตามที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือกและเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติยศยิ่งมงกุฎไทย และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ส่วนราชการจัดพิธีรับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์หน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว    กระทรวงอุตสาหกรรม จึงได้จัดให้มีพิธีพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ประจำปี พ.ศ. 2563 โดยมีข้าราชการที่ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นสายสะพาย จำนวนทั้งสิ้น 300 ราย โดยแบ่งเป็น ชั้นมหาปรมาภรณ์ช้างเผือก 3 ราย ได้แก่ นายกอบชัย สังสิทธิสวัสดิ์  ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม นายพสุ โลหารชุน อดีตปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม นายณัฐพล ณัฏฐสมบูรณ์ อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา ชั้นมหาวชิรมงกุฎ 19 ราย ชั้นประถมาภรณ์ช้างเผือก 120 ราย และชั้นประถมาภรณ์มงกุฎไทย 158 ราย นับเป็นความปลื้มปิติและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้    ทั้งนี้ นายกอบชัย สังสิทธิสวัสดิ์ ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นประธานมอบเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นสายสะพาย หน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อเป็นการถวายพระเกียรติและเป็นเกียรติประวัติแก่ผู้ที่ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นสายสะพานทุกท่าน ณ ห้องประชุม 509  กรมโรงงานอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม

อ่านต่อ...


กรอ. ตั้งเป้าปี 2564 ดึง 65 โรงงานร่วมโครงการ CSR-DIW มุ่งสร้างจิตสำนึกรับผิดชอบต่อสังคม

19 ก.พ 2564

“สุริยะ” สั่งการกรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) กระทรวงอุตสาหกรรม เร่งผลักดันโครงการส่งเสริมโรงงานอุตสาหกรรมให้มีความรับผิดชอบต่อสังคมและชุมชนอย่างยั่งยืน (CSR-DIW) ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ส่งเสริมความปลอดภัย และมีความรับผิดชอบต่อสังคม ทำให้ภาคอุตสาหกรรมสามารถอยู่ร่วมกับชุมชนและสังคมได้อย่างยั่งยืน นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ขณะนี้กรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) อยู่ระหว่างเปิดรับสมัครผู้ประกอบการเข้าร่วมโครงการส่งเสริมโรงงานอุตสาหกรรมให้มีความรับผิดชอบต่อสังคมและชุมชนอย่างยั่งยืนตามมาตรฐานความรับผิดชอบต่อสังคมของผู้ประกอบการ(Corporate Social Responsibility, Department of Industrial Work : CSR-DIW) โดยมีเป้าหมายเพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ส่งเสริมความปลอดภัย และมีความรับผิดชอบต่อสังคม ทำให้ภาคอุตสาหกรรมสามารถอยู่ร่วมกับชุมชนและสังคมได้อย่างยั่งยืน “สั่งการกรมโรงงานฯ เร่งผลักดันโครงการส่งเสริมโรงงานอุตสาหกรรมให้มีความรับผิดชอบต่อสังคมและชุมชน เพื่อส่งเสริมให้ภาคอุตสาหกรรมอยู่ร่วมกับสังคมอย่างยั่งยืน โดยโครงการนี้ดำเนินการต่อเนื่องมาจนถึงปีนี้เป็นปีที่ 13 และจะดำเนินต่อไป ขณะเดียวกันก็สอดคล้องกับนโยบายเศรษฐกิจหมุนเวียนที่รัฐบาลกำลังทำอยู่เช่นกัน”นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ กล่าว นายประกอบ วิวิธจินดา อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) กล่าวว่า กรอ.เร่งดำเนินโครงการฯ ดังกล่าวตามข้อสั่งการของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ด้วยการเปิดรับสมัครโรงงานฯในพื้นที่เมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ 20 จังหวัด 23 พื้นที่ รวมทั้งโรงงานอุตสาหกรรมนอกพื้นที่ที่มีศักยภาพ โดยตั้งเป้าว่าปี 2564 จะต้องมีโรงงานเข้าร่วมโครงการไม่น้อยกว่า 65 โรงงาน เพื่อนำมาตรฐานความรับผิดชอบต่อสังคมของผู้ประกอบการ (CSR-DIW) ไปประยุกต์ใช้ในการดำเนินงานด้านความรับผิดชอบต่อสังคม เพื่อการอยู่ร่วมกันระหว่างภาคอุตสาหกรรมและชุมชนได้อย่างยั่งยืน “โรงงานที่เข้าร่วมโครงการ CSR-DIW จะมีส่วนช่วยรับผิดชอบต่อสังคมทั้งในกระบวนการดำเนินงานของธุรกิจ (CSR in process) และความรับผิดชอบต่อสังคมกับชุมชนโดยรอบ (CSR after process) ขณะเดียวกันในขั้นตอนการดำเนินการตามมาตรฐาน CSR-DIW นั้น โรงงานต้องจัดทำแผนงานหรือกิจกรรมที่อาศัยศักยภาพของโรงงานทั้งทางด้านองค์ความรู้ บุคลากร ทรัพยากร และแบ่งปันผลประโยชน์คืนให้แก่ชุมชน โดยแผนงานหรือกิจกรรมดังกล่าวต้องผ่านการกระบวนการพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างโรงงานและชุมชน” นายประกอบ วิวิธจินดา กล่าว ทั้งนี้ กรอ.ให้ความสำคัญกับกิจกรรมที่สนับสนุนการดำเนินงานตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) เช่น การนำวัตถุดิบหรือวัสดุเหลือใช้จากกระบวนการผลิตนำไปสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์ของชุมชน โดยเป็นการสร้างสมดุลทั้งทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม เพื่อให้ผู้ประกอบกิจการโรงงานอุตสาหกรรมได้รับการยอมรับ เชื่อมั่น ไว้วางใจ จากชุมชนและสังคม สามารถดำเนินธุรกิจอุตสาหกรรมได้อย่างต่อเนื่องและสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs) ของสหประชาชาติ อย่างไรก็ตาม โครงการดังกล่าวดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2551 จนถึงปัจจุบันมีโรงงานเข้าร่วมโครงการแล้ว 1,066 โรงงาน และปีนี้อยู่ระหว่างเปิดรับสมัคร ซึ่งผู้ประกอบการที่สนใจสามารถสมัครเข้ามาได้จนถึงวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2564 และสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่กองพัฒนาอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ กรมโรงงานอุตสาหกรรม โทรศัพท์ 02-202-4025 หรือเข้าไปที่ http://ecocenter.diw.go.th/csr/ หรือ Facebook : Csr-Diw 8   แชร์ 15 ครั้ง   ถูกใจ       แสดงความคิดเห็น     แชร์    

อ่านต่อ...


ก.อุตสาหกรรมปั้นสตาร์ทอัพดึงภาคเอกชนร่วมลงทุนตั้งเป้าปีนี้กว่า 500 ลบ.

10 ก.พ 2564

กรุงเทพฯ 9 กุมภาพันธ์ 2564 – กระทรวงอุตสาหกรรม โดยกรมส่งเสริมอุตสาหรรม (กสอ.) เร่งเครื่องเศรษฐกิจเสริมศักยภาพผู้ประกอบการสตาร์ทอัพในด้านเทคโนโลยีเชิงลึก เพื่อให้มีทักษะในการประกอบการ การวิเคราะห์ความต้องการตลาด และการนำเสนออย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อเตรียมความพร้อมในการจับคู่ธุรกิจ กับกลุ่มนักลงทุน ภายใต้โครงการสตาร์ทอัพ คอนเน็คท์ เสริมโอกาสในการประกอบธุรกิจผ่านการร่วมลงทุน ผ่านการดำเนินงานหลัก 4 ขั้นตอน ประกอบด้วย การขยายเครือข่ายสตาร์ทอัพ การขยายเครือข่ายเงินทุน การขยายเครือข่ายตลาด และ การขยายเครือข่ายนานาชาติ โดยคาดว่าจะสามารถต่อยอดความสำเร็จขยายมูลค่าการร่วมลงทุนได้กว่า 500 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2563 ที่สามารถเชื่อมโยงเงินลงทุนได้กว่า 350 ล้านบาท   นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ระบุว่า กระทรวงอุตสาหกรรม เร่งขับเคลื่อนอุตสาหกรรมของประเทศ ตามแนวนโยบายนวัตกรรมขับเคลื่อนเศรษฐกิจของรัฐบาล ผ่านการสนับสนุนผู้ประกอบการคนรุ่นใหม่ ที่มีความคิดสร้างสรรค์ในการดำเนินธุรกิจ จึงได้สั่งการ กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.) ดำเนินโครงการเชื่อมโยงตลาดสําหรับวิสาหกิจเริ่มต้น หรือ STARTUP CONNECT ขึ้น เพื่อสร้างโอกาสในการเข้าถึงตลาดและรับการสนับสนุนจากนักลงทุน โดยเฉพาะอย่างยิ่งสตาร์ทอัพที่มีความเชี่ยวชาญเกี่ยวกับเทคโนโลยีเชิงลึก ซึ่งปีที่ผ่านมาในระยะนำร่อง ได้คัดเลือกผู้ประกอบการสตาร์ทอัพจำนวน 6 ราย นำเสนอโมเดลธุรกิจต่อนักลงทุนและบริษัทร่วมลงทุน โดยบริษัท อีซีจี-รีเซิร์ช จำกัด หนึ่งในนักลงทุนมีความสนใจและร่วมลงทุนกับสตาร์ทอัพกลุ่มนี้ รวมมูลค่ากว่า 350 ล้านบาท ซึ่งคาดว่ามูลค่าการร่วมลงทุนของนักลงทุนในปีนี้จะเพิ่มสูงขึ้นกว่า 500 ล้านบาท ผ่านการดำเนินงาน 4 ขั้นตอนหลัก ประกอบด้วย   • ขยายเครือข่ายสตาร์ทอัพ เพื่อเฟ้นหาผู้ประกอบการที่มีศักยภาพ ต่อยอดพัฒนาทักษะให้มีความพร้อมในการนำเสนอโมเดลธุรกิจกิจกับนักลงทุน   • ขยายเครือข่ายเงินทุน โดยการสร้างเครือข่ายบริษัทเอกชนที่สนใจลงทุนกับผู้ประกอบการสตาร์ทอัพที่ได้รับการส่งเสริมจาก กสอ. เพื่อสร้างความมั่นใจในการร่วมดำเนินธุรกิจ   • ขยายเครือข่ายตลาด ผ่านกระบวนการทดลองการทำการตลาดในประเทศ โดยมีทีมผู้เชี่ยวชาญให้คำแนะนำ เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถบรรลุความต้องการของผู้บริโภค ทั้งยังช่วยให้การดำเนินธุรกิจเป็นไปอย่างมั่นคง   • ขยายเครือข่ายนานาชาติ เป็นขั้นตอนสุดท้ายเมื่อผู้ประกอบการมีความพร้อมเพียงพอในการต่อยอดไปยังตลาดนานาชาติ ที่มีมูลค่าตลาดที่สูงขึ้น เพื่อรองรับความต้องการจากต่างประเทศ ทั้งยังเป็นการการันตีให้กับนักลงทุนถึงคุณภาพของผู้ประกอบการที่ได้รับการส่งเสริมจาก กสอ.   นายณัฐพล รังสิตพล อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า การขยายผลการดำเนินงาน โครงการ STARTUP CONNECT ในปี 2564 มีผู้ประกอบการผ่านการคัดเลือกอย่างเข้มข้นจำนวน 25 ราย จากผู้สมัครเข้าร่วมโครงการกว่า 500 ราย โดยผู้ประกอบการที่ผ่านการคัดเลือกจะได้รับการอบรมเชิงปฏิบัติการอย่างเข้มข้น อาทิ การศึกษาความต้องการของลูกค้า เพื่อการพัฒนาและออกแบบผลิตภัณฑ์และบริการ (Customer Development) การประเมินศักยภาพตลาดกลยุทธ์และการเข้าถึงกลุ่มลูกค้าและการขยายตลาด (Market Strategy) การประเมินศักยภาพเทคโนโลยีให้สอดคล้องกับแผนการตลาดและการเติบโตของธุรกิจ (Technology Roadmap) รวมทั้งการวิเคราะห์โมเดลธุรกิจ เพื่อการนำเสนออย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้ผู้ประกอบการมีความพร้อมเพียงพอที่จะสามารถเข้าร่วมกิจกรรมจับคู่ธุรกิจ (Business Matching) กับหน่วยงานเครือข่ายและ Big Brother ของกระทรวงอุตสาหกรรม อาทิ สมาพันธ์ SMEs สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย บริษัท เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) และบริษัท สามารถคอร์ปอเรชั่นจำกัด (มหาชน) อีกทั้งได้มีโอกาสนำเสนอแผนธุรกิจต่อนักลงทุน (Venture capital: VC) เพื่อให้สตาร์ทอัพเหล่านี้ได้มีโอกาสเติบโตทางธุรกิจต่อไป   อย่างไรก็ดี นอกจากโอกาสการเติบโตทางธุรกิจของผู้ประกอบการที่เข้าร่วมกิจกรรม ซึ่งเป็นเป้าหมายหลักแล้วของการดำเนินการในปีนี้แล้ว เชื่อว่าโครงการดังกล่าวจะสามารถสร้างมูลค่า การร่วมลงทุนของนักลงทุนเพิ่มสูงขึ้นกว่า 500 ล้านบาท ช่วยลดการนำเข้าเทคโนโลยีจากต่างประเทศและก่อให้เกิดการพัฒนาเป็นอุตสาหกรรมเทคโนโลยีเชิงลึกที่มีศักยภาพต่อไป นายณัฐพล กล่าวทิ้งท้าย   สำหรับผู้ที่สนใจรายละเอียด สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ กองส่งเสริมผู้ประกอบการและธุรกิจใหม่ กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม โทรศัพท์ 0 2202 4564 www.dip.go.th

อ่านต่อ...


Page 1 of 358