02 กุมภาพันธ์ 2560 15:41

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ประชุมเตรียมพร้อมคณะกรรมการบริหารการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก

image

วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2560 นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า รัฐบาลได้เห็นความสำคัญของการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก โดยมุ่งหวังให้เป็นการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมในพื้นที่ครอบคลุมจังหวัดฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง ซึ่งเป็นตัวอย่างการพัฒนาเชิงพื้นที่ตามแนวทางไทยแลนด์ 4.0 ได้มีคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ 2/2560 โดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน) และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นประธานคณะกรรมการบริหารฯ

การประชุมคณะกรรมการบริหารการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออกอย่างไม่เป็นทางการ ณ ห้องประชุมนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด จังหวัดระยอง ซึ่งที่ประชุมได้รับทราบความก้าวหน้าแผนปฏิบัติการระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก ความคืบหน้า 5 โครงการลงทุนหลัก ได้แก่ สนามบินอู่ตะเภา รถไฟความเร็วสูงและรถไฟรางคู่ ท่าเรือแหลมฉบัง การลงทุนในอุตสาหกรรม S-Curve (รถยนต์ไฟฟ้าและ Bio -economy) และการพัฒนาเมืองใหม่ ดังนี้

1. แผนการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภากำลังดำเนินงานในระยะแรก โดยจะปิดอาคารผู้โดยสารที่สอง (ขนาด 3 ล้านคนต่อปี) ในกลางปีนี้ และจะเริ่มการลงทุนศูนย์ซ่อมอากาศยานกับบริษัทการบินไทยและพันธมิตรภายในกลางปีนี้เช่นกัน ขนาดนี้มีแผนพัฒนาสนามบินในระยะต่อไป โดยให้รองรับผู้โดยสารจำนวน 15,000,000 คน ได้ภายในห้าปี และวางแผนให้สามารถรองรับผู้โดยสารได้สูงสุดถึง 60,000,000 คนในอนาคต ทั้งนี้ เพื่อลดความแออัดของสนามบินดอนเมืองและสุวรรณภูมิรวมทั้งการลงทุนธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการบิน เช่น ศูนย์ซ่อมอากาศยานเพิ่มเติม คาร์โก้อุตสาหกรรมชิ้นส่วนอากาศยาน ศูนย์ฝึกอบรมบุคลากรการบินและอื่นๆ

2. การลงทุนรถไฟความเร็วสูงสายตะวันออก ได้วางแผนให้รถไฟความเร็วสูงสายตะวันออกสามารถเชื่อมต่อได้ทั้งสามสนามบิน ดอนเมือง สุวรรณภูมิ และอู่ตะเภา และจะเปิดให้เอกชนร่วมทุนได้ในปลายปีนี้

3. ท่าเรือแหลมฉบังระยะที่สามและท่าเรือมาตาพุดระยะที่สาม การดำเนินงานเป็นไปตามแผน แต่ขอให้เร่งรัดกระบวนการทำ PPP ในพื้นที่อีอีซีให้สามารถทำได้อย่างรวดเร็ว

4. อุตสาหกรรม New S-Curve ได้รับรายงานว่า นอกเหนือจากมูลราคาการขอส่งเสริมการลงทุนในอีอีซีที่เพิ่มขึ้นอย่างมากแล้ว ได้รับทราบถึงแผนการลงทุน Bio-economy ของกลุ่มประชารัฐD5 ขอให้เร่งรัดการลงทุนรถยนต์ไฟฟ้า โดยให้มีการจัดทีมเพื่อนำบริษัทชั้นนำต่างๆ มาลงทุนในประเทศไทย ทั้งการประกอบรถยนต์การผลิตชิ้นส่วนและแบตเตอรี่

5. ที่ประชุมเห็นชอบกับการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยที่จะจัดตั้ง one stop service ที่ท่าเรือแหลมฉบังเป็นที่แรก และขอให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จโดยเร็ว 

 

ที่มา: สำนักบริหารกลาง...

อ่าน 4842 ครั้ง ปรับปรุงล่าสุดเมื่อ 14 กุมภาพันธ์ 2560 10:20
ล๊อคอินเข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น