15 กุมภาพันธ์ 2560 14:34

นายกรัฐมนตรีเป็นประธานในงานสัมมนาและนิทรรศการ "Opportunity Thailand"

image

วันนี้ (15 กุมภาพันธ์ 2560) พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีเป็นประธานในงานสัมมนาและนิทรรศการ "Opportunity Thailand" และกล่าวปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ "โอกาสกับประเทศไทย 4.0" โดยมีนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีให้การต้อนรับ และนักลงทุน นักธุรกิจชั้นนำเข้าร่วมกว่า 3,000 ราย 

ทั้งนี้ นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ร่วมบรรยายในหัวข้อ "สิทธิประโยชน์ใหม่ สภาพแวดล้อมทางธุรกิจใหม่และประเทศไทย 4.0 " โดยมีนายพิเชษฐ ดุรงคเวโรจน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม นางหิรัญญา สุจินัย เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน ร่วมบรรยาย ณ ห้องรอยัลจูบิลี่ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพค เมืองทองธานี

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การปรับเปลี่ยนประเทศไทยให้ก้าวไปสู่ "ประเทศไทย 4.0" ซึ่งเป็นโมเดลเศรษฐกิจที่เน้นคุณค่าและเน้นการขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยนวัตกรรม รัฐบาลได้ดำเนินการปรับปรุงแก้ไขกฎระเบียบต่างๆ มาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สามารถส่งเสริมและสนับสนุนภาคเอกชนโดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องกฎหมายด้านการลงทุนที่สำคัญ 2 ฉบับ คือ การปรับปรุงแก้ไขพระราชบัญญัติส่งเสริมการลงทุน และพระราชบัญญัติการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศสำหรับอุตสาหกรรมเป้าหมาย ซึ่งมีผลบังคับใช้แล้ว ดังนั้น นับจากนี้ไปการลงทุนของภาคเอกชนจะมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งต่อการปรับเปลี่ยนประเทศสู่ "ประเทศไทย 4.0" ตลอดจนช่วยเสริมสร้างเศรษฐกิจไทยให้เข้มแข็งและเติบโตได้อย่างมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน

แนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศไทยนั้น รัฐบาลได้นำ "วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี นวัตกรรม และความคิดสร้างสรรค์" มาเป็นตัวขับเคลื่อนในการยกระดับภาคอุตสาหกรรมและบริการที่เรามีพื้นฐานดีอยู่แล้วให้ดียิ่งขึ้น และนำความอุดมสมบูรณ์ด้านทรัพยากรและความหลากหลายทางชีวภาพซึ่งเป็นจุดแข็งของไทยมาพัฒนาให้มีศักยภาพยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ รัฐบาลจะมุ่งพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศโดยมุ่งเน้นอุตสาหกรรมเป้าหมายและเทคโนโลยีแล้ว รัฐบาลยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาเชิงพื้นที่ เพื่อกระจายความเจริญไปยังพื้นที่ต่างๆ ในประเทศอย่างทั่วถึง ซึ่งดำเนินการแล้วได้แก่ การพัฒนาพื้นที่ชายแดนติดกับประเทศเพื่อนบ้านในรูปของ "เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ" ทั้ง 10 จังหวัด และการพัฒนาพื้นที่ตอนในโดยคำนึงถึงความเชื่อมโยงของห่วงโซ่มูลค่าในภาคอุตสาหกรรมและสถาบันการศึกษาในพื้นที่ในรูปแบบ "คลัสเตอร์" และที่สำคัญรัฐบาลได้กำหนดนโยบายการพัฒนาพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor : EEC) โดยมีนโยบายที่จะเร่งการพัฒนาความพร้อมในทุกด้าน เพื่อรองรับการลงทุนและการขยายตัวทางเศรษฐกิจในพื้นที่ ทั้งด้านสาธารณูปโภค ระบบคมนาคมขนส่ง และโลจิสติกส์ การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ และการอำนวยความสะดวกในรูปแบบ One Stop Service เพื่อสนับสนุนการประกอบธุรกิจให้มีความสะดวกรวดเร็วที่สุด และได้ตั้งเป้าหมายให้พื้นที่ EEC เป็นพื้นที่เศรษฐกิจที่ดีที่สุดและทันสมัยที่สุดในภูมิภาคอาเซียน

 

ที่มา: สำนักบริหารกลาง...

อ่าน 5311 ครั้ง ปรับปรุงล่าสุดเมื่อ 14 กุมภาพันธ์ 2560 10:14
ล๊อคอินเข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น