29 มีนาคม 2560 16:17

มาตรการสนับสนุนการผลิตรถยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าในประเทศไทย

image

การประชุมคณะรัฐมนตรีในวันนี้ (วันอังคารที่ ๒๘ มีนาคม ๒๕๖๐) ซึ่งมีพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ได้มีการพิจารณาเรื่อง มาตรการสนับสนุนการผลิตรถยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า (Motor Driven Vehicle) ในประเทศไทย โดยมติที่ประชุมได้เห็นชอบมาตรการสนับสนุนตามที่กระทรวงอุตสาหกรรมเสนอ และมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งรัดดำเนินการออกมาตรการเพื่อสนับสนุนการผลิตรถยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าในประเทศไทยให้เกิดผลเป็นรูปธรรม

กระทรวงอุตสาหกรรม ในฐานะหน่วยงานหลักซึ่งได้รับมอบหมายจากคณะรัฐมนตรี ได้มีการประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อติดตามความคืบหน้าการดำเนินงานตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๒ สิงหาคม ๒๕๕๙ และหารือร่วมกับกระทรวงการคลัง (กรมสรรพสามิต กรมศุลกากร และสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง) สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน กระทรวงพลังงาน ในส่วนของมาตรการสนับสนุนการผลิต ทั้งนี้ เพื่อให้แนวทางการสนับสนุนการผลิตรถยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าสอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย ซึ่งเน้นการเป็นฐานการผลิตและส่งออกยานยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์อย่างยั่งยืน

นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า “การสร้างฐานการผลิตรถยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าให้เกิดขึ้นในประเทศไทย หน่วยงานภาครัฐจะต้องมีการดำเนินงานอย่างบูรณาการครอบคลุมทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นมาตรการส่งเสริมการลงทุนเพื่อสร้างอุปทาน (Supply) มาตรการกระตุ้นตลาดภายในประเทศ (Demand) การเตรียมความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐาน การจัดทำมาตรฐานรถยนต์ไฟฟ้า การบริหารจัดการแบตเตอรี่ใช้แล้ว และมาตรการสนับสนุนอื่นๆ”

ในส่วนของมาตรการส่งเสริมการลงทุนเพื่อสร้างอุปทาน (Supply) นั้น เมื่อวันที่ ๒๔ มีนาคม ๒๕๖๐ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ได้มีการนำเสนอคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนพิจารณาเปิดให้การส่งเสริมการลงทุนกิจการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าและชิ้นส่วนของรถยนต์ โดยครอบคลุมประเภทกิจการ ได้แก่ การผลิตรถยนต์ไฟฟ้าไฮบริด การผลิตรถยนต์ไฟฟ้าไฮบริดปลั๊กอิน การผลิตรถยนต์ไฟฟ้าแบบแบตเตอรี่ การผลิตชิ้นส่วนสำคัญของรถยนต์ไฟฟ้า รวมทั้ง กิจการสถานีอัดประจุไฟฟ้า ทั้งนี้ บีโอไอจะกำหนดเงื่อนไขว่าต้องมีการเสนอโครงการเป็นแผนงานรวม (Package) ประกอบด้วย การประกอบรถยนต์ การผลิตชิ้นส่วนหรือใช้ชิ้นส่วนสำคัญ เช่น แบตเตอรี่ มอเตอร์ (Traction Motor) ระบบบริหารจัดการแบตเตอรี่ (BMS) และระบบควบคุมการขับขี่ (DCU) แผนการจัดการแบตเตอรี่ใช้แล้ว และแผนการพัฒนาผู้ผลิตวัตถุดิบหรือชิ้นส่วนในประเทศ

นอกจากนี้ กระทรวงการคลังโดยกรมสรรพสามิต ได้มีการเสนอให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาให้ความเห็นชอบ (เมื่อวันที่ ๒๘ มีนาคม ๒๕๖๐) ในการกำหนดให้มีการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตในอัตราพิเศษ โดยรถยนต์ไฟฟ้าไฮบริด และรถยนต์ไฟฟ้าไฮบริดปลั๊กอิน จะลดอัตราภาษีสรรพสามิตจากอัตราปกติลงกึ่งหนึ่ง และรถยนต์ไฟฟ้าแบบแบตเตอรี่ จะลดอัตราภาษีสรรพสามิตจากอัตราปกติเหลือร้อยละ ๒ ทั้งนี้ มีเงื่อนไขว่า จะต้องผ่านการอนุมัติโครงการจากบีโอไอ และมีการผลิตและใช้แบตเตอรี่ในประเทศ ในปีที่ ๕

สำหรับมาตรการกระตุ้นตลาดภายในประเทศ (Demand) นั้น เพื่อให้นักลงทุนเกิดความมั่นใจว่า ภาครัฐให้การสนับสนุนนโยบายรถยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าอย่างจริงจังและชัดเจน คณะรัฐมนตรีจึงเห็นชอบให้หน่วยงานราชการและรัฐวิสาหกิจสามารถจัดซื้อรถยนต์ไฟฟ้าแบบแบตเตอรี่มาใช้งานได้ รวมทั้ง ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาเพิ่มสัดส่วนการนำรถยนต์ไฟฟ้าไฮบริดปลั๊กอิน และรถยนต์ไฟฟ้าแบบแบตเตอรี่มาใช้เป็นรถยนต์บริการ ทั้งในส่วนของสนามบิน (รถยนต์ลีมูซีน) พื้นที่ปลอดมลพิษต่างๆ ภายใต้โครงการพัฒนาระเบียงเขตเศรษฐกิจภาคตะวันออก (Eastern Economics Corridor Development : EEC) และเขตอุทยานประวัติศาสตร์ขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยว เช่น อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย เป็นต้น

นายอุตตมฯ กล่าวทิ้งท้ายว่า “ในส่วนของกระทรวงอุตสาหกรรมนั้น จะมีบทบาทสำคัญในเรื่องของการจัดเตรียมโครงสร้างพื้นฐาน โดยการดำเนินโครงการศูนย์ทดสอบยานยนต์และยางล้อแห่งชาติ บนพื้นที่ ๑,๒๐๐ ไร่ ณ อำเภอสนามชัยเขต จังหวัดฉะเชิงเทรา ซึ่งจะเป็นองค์ประกอบพื้นฐานสำคัญในการต่อยอด

การพัฒนาอุตสาหกรรมไทยไปสู่อุตสาหกรรมที่สร้างมูลค่าด้วยนวัตกรรม ส่งเสริมให้ประเทศไทยเป็นประเทศเป้าหมายของการลงทุนในการผลิตยานยนต์แห่งอนาคต โดยศูนย์ทดสอบแห่งนี้จะเปิดดำเนินการในเฟสแรก ภายในเดือนมีนาคม ๒๕๖๑ นอกจากนี้ ในส่วนของการจัดทำมาตรฐานรถยนต์ไฟฟ้า สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม ได้ออกประกาศมาตรฐานเต้ารับและเต้าเสียบสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า (มอก. ๒๗๔๙) แล้ว และอยู่ระหว่างการจัดทำมาตรฐานที่จำเป็นอื่นๆ เช่น มาตรฐานระบบการประจุไฟฟ้าของรถยนต์ไฟฟ้า มาตรฐานความเข้ากันได้ทางแม่เหล็กไฟฟ้า และมาตรฐานแบตเตอรี่สำหรับยานยนต์ไฟฟ้า”

ทั้งนี้ มาตรการสนับสนุนการผลิตรถยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า หรือรถยนต์แห่งอนาคต (Next-Generation Automotive) จะช่วยให้อุตสาหกรรมยานยนต์ไทยก้าวเข้าสู่ยุคของการผลิตผลิตภัณฑ์ ที่มีนวัตกรรมและใช้เทคโนโลยีขั้นสูง ตามนโยบาย S Curve และ Thailand 4.0 ของรัฐบาล รวมทั้ง กระตุ้นให้เกิดการลงทุนผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ และการลงทุนในอุตสาหกรรมต่อเนื่อง เช่น พลาสติกและปิโตรเคมี อิเลคทรอนิกส์ ในโครงการพัฒนาระเบียงเขตเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) เพิ่มมากขึ้นอีกด้วย

 

Attachments

ที่มา: สำนักบริหารกลาง...

อ่าน 6048 ครั้ง ปรับปรุงล่าสุดเมื่อ 14 กุมภาพันธ์ 2560 10:14
ล๊อคอินเข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น