06 มิถุนายน 2560 15:15

“อุตสาหกรรม” ร่วมทัพ“สมคิด” โรดโชว์ EEC ญี่ปุ่น ดึง METI ช่วยปรับโครงสร้าง 10 อุตสาหกรรม S-Curve พร้อมจับมือเมืองโกเบและฟุกุชิมา ผลักดันอุตสาหกรรมเครื่องมือแพทย์ นำร่องเป็นอุตสาหกรรมแรก

image

ดร.อุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม และ ดร.พสุ โลหารชุน อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ร่วมเดินทางไปยังประเทศญี่ปุ่น พร้อมคณะของ ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ ระหว่างวันที่ 4 – 9 มิถุนายน 2560 เพื่อหาทางสร้างความร่วมมือทางเศรษฐกิจด้านต่างๆ โดยกระทรวงอุตสาหกรรมได้ผลักดันให้มีการลงนามบันทึกความเข้าใจและบันทึกแสดงเจตจำนง จำนวน 5 ฉบับ เพื่อแสดงความร่วมมือในการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) และการปรับโครงสร้างอุตสาหกรรมเป้าหมาย การพัฒนาอุตสาหกรรมเครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์ รวมทั้งการส่งเสริมความร่วมมือในการพัฒนา SMEs ของทั้งสองประเทศด้วย

จากการที่ญี่ปุ่นเป็นหนึ่งในผู้นำด้านการพัฒนาเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมของโลก ไม่ว่าจะเป็นอุตสาหกรรมยานยนต์ อุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ รวมไปถึงอุตสาหกรรมเครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์ โดยอุตสาหกรรมการผลิตในประเทศญี่ปุ่นในปัจจุบันได้ใช้เทคโนโลยีชั้นสูงในการผลิตเป็นหลักใช้แรงงานคนน้อย มีการใช้หุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติที่มีความแม่นยำสูง อีกทั้งรัฐบาลญี่ปุ่นมีนโยบายผลักดันให้ SMEs ขยายการลงทุนไปยังต่างประเทศ ซึ่งสอดรับกับนโยบายการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (อีอีซี) ที่ต้องการชักจูงการลงทุนมายังประเทศไทย ซึ่งไทยจะเสนอให้ญี่ปุ่นเป็นหุ้นส่วนหลักในการพัฒนาอีอีซี และส่งเสริมให้นักลงทุนญี่ปุ่นรับทราบถึงสิทธิประโยชน์ของอีอีซีด้วย

สำหรับรายละเอียดของการลงนามบันทึกความเข้าใจของกระทรวงอุตสาหกรรมในวันที่ 5 มิถุนายน  2560 ที่รองนายกรัฐมนตรี ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ให้เกียรติเป็นสักขีพยาน มี 2 ฉบับ คือ

1) บันทึกความเข้าใจ (MOU) ระหว่างกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กับ จังหวัดฟุกุชิม่า มีเนื้อหาสำคัญของบันทึกความเข้าใจคือ การพัฒนาและเชื่อมโยง SMEs ของไทยและญี่ปุ่น โดยมุ่งเน้นการยกระดับอุตสาหกรรมเครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์ ซึ่งเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมเป้าหมาย S-Curve ในอนาคตของไทย โดยการลงนามความร่วมมือกับจังหวัดฟุกุชิม่าในครั้งนี้ ถือเป็นนิมิตหมายที่ดีที่ก่อให้เกิดเวทีแห่งความร่วมมือในหลากหลายรูปแบบ ตั้งแต่การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ในด้านเทคโนโลยีเครื่องมือแพทย์ การส่งเสริมเชื่อมโยงธุรกิจ การพัฒนาสถานประกอบการและบุคลากรในภาคอุตสาหกรรม  รวมไปถึงการส่งเสริมให้เกิดการต่อยอดงานวิจัยและพัฒนา อันจะก่อให้เกิดนวัตกรรมที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ได้จริง

ทั้งนี้ จังหวัดฟุกุชิม่า เป็นหนึ่งในศูนย์กลางของอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์และซอฟต์แวร์และเป็นแหล่งเทคโนโลยีด้านเลนส์ (Lens) ที่สำคัญของญี่ปุ่น เป็นที่ตั้งของบริษัทผลิตเลนส์หลายบริษัทเช่น Sigma และ Olympus ด้วย โดยในปัจจุบันจังหวัดฟุกุชิม่าได้ให้ความสำคัญและก้าวขึ้นเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมอุปกรณ์และเครื่องมือแพทย์ มีการจัดตั้งศูนย์วิจัยและสมาคมส่งเสริมอุตสาหกรรมอุปกรณ์และเครื่องมือแพทย์แห่งฟุกุชิม่า (Fukushima Medical Device Industry Promotion Association - FMDIPA) ขึ้นเพื่อผลักดันการพัฒนาอุตสาหกรรมนี้อย่างจริงจัง

2) บันทึกความเข้าใจ (MOU) 3 ฝ่ายระหว่างสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  กลุ่มคลัสเตอร์อุตสาหกรรมเครื่องมือแพทย์ของสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และ สมาคมส่งเสริมอุตสาหกรรมอุปกรณ์และเครื่องมือแพทย์แห่งฟุกุชิม่า (FMDIPA) ซึ่งเป็นผลมาจากการเจรจาความร่วมมือระหว่างกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม และจังหวัดฟุกุชิมา ที่ก่อให้เกิดความร่วมมือที่เป็นรูปธรรมในการส่งเสริมอุตสาหกรรมเครื่องมือแพทย์ โดยหน่วยงานทั้ง 3 แห่ง จะร่วมมือกันต่อยอดงานวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์เครื่องมือแพทย์ของ SMEs ของไทย และ ฟุกุชิม่า ให้มีมาตรฐานเพื่อการขยายตลาดทั้งในไทย อาเซียนและญี่ปุ่น โดยใช้ห้องปฏิบัติการทดสอบเครื่องมือแพทย์ที่มีมาตรฐานสากล (เช่น มาตรฐาน ISO 17025 หรือ Good Laboratory Practices และ ISO 10993 หรือ Bio-compatibility) การชักจูงให้เกิดการพัฒนาการวิจัยและพัฒนาร่วมกันระหว่างไทยและญี่ปุ่นเพื่อพัฒนานวัตกรรมด้านเครื่องมือแพทย์ การพัฒนาบุคลากรสำหรับห้องปฏิบัติการให้มีคุณภาพ การทำกิจกรรมเชื่อมโยงธุรกิจ (Business Matching) โดยกลุ่มผู้ประกอบการกลุ่มคลัสเตอร์อุตสาหกรรมเครื่องมือแพทย์ของสภาอุตสาหกรรม   แห่งประเทศไทย รวมทั้งการชักจูงให้อุตสาหกรรมเครื่องมือแพทย์ของฟุกุชิม่ามาลงทุนในอีอีซีด้วย

ด้าน นายวินิจ ฤทธิ์ฉิ้ม ประธานกลุ่มคลัสเตอร์อุตสาหกรรมเครื่องมือแพทย์ของสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และเจ้าของบริษัทออโธพีเซีย เปิดเผยว่า เครื่องมือแพทย์และสุขภาพ นับเป็นกลุ่มอุตสาหกรรมหนึ่งที่มีความสำคัญและมีศักยภาพทางด้านเศรษฐกิจ ก่อให้เกิดรายได้และการจ้างงานเป็นจำนวนมาก โดยธุรกิจผลิตเครื่องมือแพทย์และสุขภาพมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยปีละ 10% ในปี 2558 มีมูลค่าอุตสาหกรรม 149,300 ล้านบาท แบ่งเป็นยอดนำเข้า 56,745 ล้านบาท หรือคิดเป็นสัดส่วน 38% ส่วนใหญ่นำเข้าจากประเทศสหรัฐฯ ขณะที่ยอดการส่งออกมีมูลค่า 92,603 ล้านบาท หรือสัดส่วน 62% เมื่อเทียบตัวเลขของการใช้ในประเทศ เมื่อความต้องการใช้ในประเทศมากจึงเป็นโอกาสของผู้ผลิตไทยจะขยายธุรกิจเพิ่ม ยอมรับว่าเครื่องมือที่ผู้ผลิตไทยทำได้ แต่ยังไม่ค่อยได้รับการยอมรับจากแพทย์คนไทย เช่น เครื่องมือแพทย์ชนิดพิเศษขนาดใหญ่อย่างที่นำเข้าจากสหรัฐ ผู้ผลิตไทยสามารถผลิตเองได้ แต่กลับยังไม่เป็นที่ยอมรับ ไม่มีตลาดรองรับ ดังนั้น หน่วยงานรัฐจึงมีความจำเป็นมากที่ต้องยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือ โดยการลงนามความร่วมมือกับฟุกุชิม่าในครั้งนี้ จะช่วยปิดจุดอ่อนในเรื่องมาตรฐานและเพิ่มความน่าเชื่อถือของอุตสาหกรรมเครื่องมือแพทย์ของไทยด้วย

ทั้งนี้ ก่อนการลงนาม MOU ทั้งสองฉบับดังกล่าว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ยังได้เป็นประธานในการประชุมหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด เพื่อรับทราบปัญหาและอุปสรรคที่ผู้ประกอบการ SMEs และอุตสาหกรรมเครื่องมือแพทย์ของทั้งสองประเทศประสบและจะนำข้อมูลที่ได้มาเป็นประโยชน์ในการส่งเสริมอุตสาหกรรมดังกล่าว พร้อมทั้งร่วมกันพัฒนากรอบความร่วมมือ และต่อยอดแนวทางที่ได้ดำเนินการไว้แล้วต่อไป

 

ที่มา: สำนักบริหารกลาง...

อ่าน 7354 ครั้ง ปรับปรุงล่าสุดเมื่อ 14 กุมภาพันธ์ 2560 10:14
ล๊อคอินเข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น