08 มิถุนายน 2560 10:32

“อุตตม” ดึง METI ญี่ปุ่นร่วมขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การปรับโครงสร้างอุตฯไทยก้าวสู่ Thailand 4.0 พร้อมดัน EECขึ้นแท่นฮับศูนย์กลางการลงทุน CLMV

image

กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น/ (7มิ.ย.60) นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยภายหลังการประชุมหารือกับ Mr.Hiroshige Seko รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเศรษฐกิจ การค้า และอุตสาหกรรมของญี่ปุ่น(MET)ว่า ญี่ปุ่นแสดงความสนใจในนโยบายThailand 4.0 รวมถึงการปรับโครงสร้างอุตสาหกรรม และการยกระดับพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ขึ้นเป็นกลไกใหม่ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ (New Engine of Growth) 

โดยในระหว่างการประชุมหารือ Mr.Hiroshige Seko แจ้งว่าญี่ปุ่นยินดีที่จะให้การสนับสนุน ผู้ประกอบการธุรกิจอุตสาหกรรมทุกระดับ รวมถึง SMEs ของไทยให้สามารถปรับปรุงกระบวนการผลิต และเปลี่ยนผ่านก้าวเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานในระดับภูมิภาคและระดับโลก (Global Value Chain) ได้ โดย ภาคอุตสาหกรรมของญี่ปุ่นมีองค์ความรู้ที่เป็นคู่มือในเรื่องการปรับตัวในมิติต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งใน อุตสาหกรรมเป้าหมายสําคัญที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง เช่น อุตสาหกรรมเคมีชีวภาพ อุตสาหกรรมอุปกรณ์และ เครื่องมือแพทย์ อุตสาหกรรมชิ้นส่วนอากาศยาน และอุตสาหกรรมอาหาร นอกจากนี้ METI พร้อม ผลักดันให้บริษัทญี่ปุ่นรายใหญ่ เช่น บริษัท ฮิตาชิและบริษัทที่เป็น SMEs เข้ามาลงทุนหรือขยาย การลงทุนใน EECร่วมกับประเทศไทย

สําหรับการลงนามในหนังสือแสดงเจตจํานง (Memorandum of Intent) ระหว่างกระทรวง อุตสาหกรรมของไทย กับ กระทรวงเศรษฐกิจ การค้า และอุตสาหกรรมของญี่ปุ่น โดยนายสมคิด จาตุศรี พิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ให้เกียรติเป็นสักขีพยาน ถือเป็นครั้งแรกที่ทั้งสองฝ่ายได้มีพันธสัญญาจับมือกันอย่างเป็นทางการ โดยมีความร่วมมือใน 2 ประเด็นหลัก คือ  

1) ความร่วมมือในการพัฒนา 10 อุตสาหกรรมเป้าหมาย (S-curve) ซึ่ง METI ญี่ปุ่นพร้อมจะให้ การสนับสนุนกิจกรรมการปรับโครงสร้างอุตสาหกรรมเป้าหมายของไทยโดยเฉพาะ 10 อุตสาหกรรม S-curve ผ่านการถ่ายทอดเทคโนโลยีที่จะขับเคลื่อนไทยไปสู่ Industry 4.0 ซึ่งญี่ปุ่นเรียกแนวคิดนี้ว่า Connected Industries ที่นําเอาเทคโนโลยีดิจิทัลมาประยุกต์ผสมผสานกับเทคโนโลยีอุตสาหกรรมให้เป็น รูปแบบของการทํางานอย่างชาญฉลาด (smart) เพื่อให้เกิดการตัดสินใจในการทํางานได้อย่างรวดเร็ว ถูกต้อง แม่นยําและทันเวลาทั้งในรูปแบบการจัดการด้วยมนุษย์และการจัดการด้วยระบบหุ่นยนต์อัตโนมัติ ตลอดจนห่วงโซ่คุณค่า นอกจากนี้ METI ยังคาดหวังว่าเมื่อมีการปรับโครงสร้างอุตสาหกรรมแล้ว ไทยจะเป็นข้อต่อที่สําคัญในห่วงโซ่การผลิตที่เชื่อมโยงสู่ CLMVT หรืออนุภูมิภาคลุ่มแม่นํ้าโขง (Greater Mekong Subregion – GMS) ขยายไปสู่อาเซียน และห่วงโซ่การผลิตของโลกต่อไปด้วย

2) ความร่วมมือด้านแผนงาน EEC โดยทั้งสองฝ่ายจะผลักดันให้เกิดการหารือร่วมกันระหว่างกลุ่ม ธุรกิจญี่ปุ่นและหน่วยงานภาครัฐของประเทศไทย เพื่อสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับนโยบายและการดําเนิน โครงการการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับEECโดยการเผยแพร่ข้อมูลที่เกี่ยวข้องให้กับนักลงทุนญี่ปุ่นที่มีศักยภาพ ในขณะที่METI ญี่ปุ่นจะช่วยสนับสนุนการเผยแพร่ข้อมูลให้กับนักลงทุนญี่ปุ่นด้วย โดยสํานักงานเพื่อการ พัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก หรือ EEC Office ที่มีนายคณิศ แสงสุพรรณ เป็นเลขาธิการ จะเป็นหน่วยประสานอํานวยความสะดวกให้กับนักลงทุนญี่ปุ่นที่จะลงทุนในพื้นที่ EEC เพื่อให้นักลงทุนญี่ปุ่นมั่นใจว่าจะได้รับการดูแลเป็นอย่างดี นอกจากนี้ METI ญี่ปุ่นยังเชิญให้คณะฝ่ายไทยไปเยี่ยมชม Kobe Biomedical Innovation Cluster ณ เมืองโกเบ แคว้นคันไซ เพื่อศึกษาแนวทางนโยบายเขตเศรษฐกิจพิเศษ ซึ่งจะนํามาประยุกต์ใช้กับการขับเคลื่อน EEC ของไทยด้วย

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ยังให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโครงการเร่งด่วนภายใต้ EEC ที่จะเริ่มดําเนินการในปี2560 ซึ่งญี่ปุ่นมีความสนในเป็นพิเศษในการสนับสนุนและร่วมลงทุนว่ามีจํานวน 5 โครงการ คือ      1) การก่อสร้าง สนามบินอู่ตะเภาให้เป็นสนามบินเชิงพาณิชย์แห่งที่3 2) การก่อสร้างรถไฟความเร็วสูง (ช่วงกรุงเทพฯ-พัทยา-ระยอง) 3) การพัฒนาท่าเรือ 3 ท่าเรือ (แหลมฉบัง-สัตหีบ-มาบตาพุด) 4) โครงการดึงดูด อุตสาหกรรมเป้าหมาย 10 S-curve และ5)การพัฒนาเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ (Eco-Cities) รวมทั้งได้มีการหารือถึงแนวทางความร่วมมือในด้านการวิจัยพัฒนาและการพัฒนาบุคลากรเพื่อรองรับ อุตสาหกรรมยุคใหม่ที่มีการนําเทคโนโลยีขั้นสูงมาใช้ด้วย ทั้งนี้ การประชุมหารือและการลงนามบันทึกแสดงเจตจํานงดังกล่าว จะช่วยเชื่อมโยงเศรษฐกิจของไทยกับญี่ปุ่นโดยเฉพาะกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมายในอนาคต ให้สามารถจับมือกันเพื่อก้าวเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลกในยุคดิจิทัลได้อย่างยั่งยืนต่อไป.

 

ที่มา: สำนักบริหารกลาง...

อ่าน 7368 ครั้ง ปรับปรุงล่าสุดเมื่อ 14 กุมภาพันธ์ 2560 10:14
ล๊อคอินเข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น