09 มิถุนายน 2560 11:53

“อุตตม” โรดโชว์กล่อมญี่ปุ่นลงทุนอีอีซี พร้อมจับมือนายกเมืองโกเบ ร่วมพัฒนาคลัสเตอร์อุตสาหกรรมเครื่องมือแพทย์

image

เมืองโกเบ ประเทศญี่ปุ่น 8 มิถุนายน 2560 : นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เผยภายหลังการประชุมหารือกับ นายคิโซ่ ฮิซาโมโต้ (Mr. Kizo HISAMOTO) นายกเทศมนตรีแห่งเมืองโกเบ ว่า ฝ่ายไทยได้นำเสนอแผนการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) ให้คณะผู้บริหารเมืองโกเบทราบ พร้อมทั้งชักจูงให้เชิญชวนนักลงทุนและผู้ประกอบการ SMEs จากเมืองโกเบและเขตคันไซให้ย้ายฐานหรือขยายการลงทุนมายังอีอีซี โดยให้ความมั่นใจว่ารัฐบาลของนายกรัฐมนตรีประยุทธ์ จันทร์โอชา มีความตั้งใจที่จะขับเคลื่อนอีอีซีอย่างจริงจัง มีการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานที่พร้อมรับการเติบโตของภาคอุตสาหกรรม การเสนอสิทธิพิเศษที่ดึงดูดการลงทุนจากบีโอไอ การสร้างเมืองให้เป็นเมืองเชิงนิเวศ (Eco-cities) ที่น่าอยู่ พร้อมทั้งปรับปรุงกฎระเบียบเพื่ออำนวยความสะดวกต่อการลงทุนและการดำเนินธุรกิจด้วย

สำหรับเมืองโกเบ ตั้งอยู่ในเขตคันไซ นับเป็น 1 ใน 12 พื้นที่ที่รัฐบาลญี่ปุ่นประกาศให้เป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษที่มีคลัสเตอร์อุตสาหกรรมทางการแพทย์ หรือ KBIC (Korea Biomedical Innovation Cluster) เป็นอุตสาหกรรมเป้าหมายสำคัญ โดย KBIC เป็นหนึ่งในเขตพิเศษยุทธศาสตร์คันไซ และถือเป็นคลัสเตอร์ทางการแพทย์ที่ใหญ่ที่สุดของประเทศญี่ปุ่น ประกอบด้วยหน่วยงานวิจัยที่มีชื่อเสียงหลายแห่ง กลุ่มโรงพยาบาลเฉพาะทางและกิจการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องด้านการแพทย์  จะเห็นได้จากการขยายตัวอย่างก้าวกระโดดต่อเนื่อง  ของอุตสาหกรรมดังกล่าว โดยในปี ค.ศ. 2001 มีธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับเครื่องมือแพทย์อยู่เพียง 18 หน่วยงาน  ต่อมา เมื่อมีการกำหนดให้อุตสาหกรรมเครื่องมือแพทย์เป็นอุตสาหกรรมเป้าหมาย พร้อมกับการส่งเสริมผ่านนโยบายเขตเศรษฐกิจพิเศษของเขตคันไซ ทำให้จำนวนธุรกิจทางการแพทย์ของเมืองโกเบในปัจจุบันขยายตัวเพิ่มจำนวนขึ้นอย่างทวีคูณเป็น 336 หน่วยงานในหลากหลายแขนง เช่น เวชภัณฑ์ อุปกรณ์และเครื่องมือทางการแพทย์ อุปกรณ์ช่วยเหลือคนพิการและผู้สูงอายุ เป็นต้น 

ภายหลังจากการหารือดังกล่าว ดร.อุตตมฯ และนายกเทศมนตรีแห่งเมืองโกเบ ยังได้ร่วมเป็นสักขีพยานการลงนามในหนังสือแสดงเจตจำนงระหว่าง ดร.คณิศ แสงสุพรรณ เลขาธิการสำนักงานอีอีซี และ นาย มาซาโอะ อิมานิชิ (Mr.Masao Imanishi) CEO คลัสเตอร์เครื่องมือแพทย์แห่งเมืองโกเบด้วย โดยทั้งสองฝ่ายจะแลกเปลี่ยนข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษ รวมทั้งผลักดันให้เกิดการหารือร่วมกันระหว่างกลุ่มธุรกิจในอุตสาหกรรมเครื่องมือแพทย์ของไทยและญี่ปุ่นด้วย ซึ่งผลสำเร็จจากการพัฒนาอุตสาหกรรมของเมืองโกเบที่มีการดำเนินการแบบครบวงจรตั้งแต่การวิจัยค้นคว้า การผลิต การจำหน่าย การนำไปใช้ และการส่งออกนับเป็นต้นแบบที่สำคัญในการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษอีอีซีของไทยด้วย

นอกจากการเข้าเจรจาหารือเรื่องอีอีซีกับนายกเทศมนตรีเมืองโกเบแล้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม พร้อมด้วย นายพสุ โลหารชุน อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม และผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงอุตสาหกรรมยังได้เข้าเจรจากับบริษัทชั้นนำต่างๆ ของโกเบเพื่อชักจูงให้ขยายการลงทุนมายังอีอีซี  อาทิ Medicaroid ซึ่งเป็นบริษัทที่มีเทคโนโลยีด้านหุ่นยนต์ทางการแพทย์ที่โดดเด่น เช่น เตียงผ่าตัดอัตโนมัติ หรือแขนกลสำหรับช่วยในการผ่าตัด และ Kobelco ซึ่งเป็นหน่วยงานวิจัยเรื่องโลหะและวัสดุอุตสาหกรรมที่สำคัญของโกเบ มีการวิจัย การผลิตและการทดสอบวัสดุที่สำคัญสำหรับภาคอุตสาหกรรม รวมถึงวัสดุในอุตสาหกรรมอากาศยานด้วย

ทั้งนี้ การเดินทางเยือนประเทศญี่ปุ่นของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมร่วมกับคณะของรองนายกรัฐมนตรี นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ในระหว่างวันที่ 5 – 8  มิถุนายน 2560 นี้ ถือว่าประสบความสำเร็จตามเป้าหมายที่วางไว้ โดยนายอุตตมฯ ได้ปฏิบัติภารกิจที่สำคัญหลายประการ เช่น การเข้าเยี่ยมคาราวะนายกรัฐมนตรีของประเทศญี่ปุ่น  การประชุมหารือร่วมกับรัฐมนตรีกระทรวงเศรษฐกิจการค้าและอุตสาหกรรม (Mr. Hiroshigeo Seko) การเข้าร่วมหารือกับสมาพันธ์ธุรกิจญี่ปุ่น (Keidanren) การเข้าร่วมประชุมระดับสูง (High Level Joint Committee) กับนายโยชิฮิเดะ สึกะ เลขาธิการคณะรัฐมนตรีและรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจของญี่ปุ่น และที่สำคัญยังได้ผลักดันให้มีการลงนามในบันทึกความร่วมมือและบันทึกแสดงเจตจำนงรวมทั้งสิ้น 5 ฉบับ โดยเป็นการลงนามกับหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐและภาคเอกชน อาทิ กระทรวงเศรษฐกิจการค้าและอุตสาหกรรมของญี่ปุ่น (METI) จังหวัดฟุกุชิม่า องค์การส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศของญี่ปุ่น หรือ เจโทร (JETRO) และคลัสเตอร์อุตสาหกรรมทางการแพทย์ หรือ KBIC เป็นต้น 

ท้ายสุดนี้ เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองการสถาปนาความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับญี่ปุ่นครบรอบ 130 ปี และเป็นการยกระดับความร่วมมือกับญี่ปุ่นในการขับเคลื่อนภาคอุตสาหกรรมของไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานของโลก (Global Value Chain) นายอุตตมฯ ยังได้เชิญชวนให้กระทรวงเศรษฐกิจการค้าและอุตสาหกรรม (METI) ของญี่ปุ่น ร่วมกับสมาพันธ์ธุรกิจญี่ปุ่น (Kaidanren) และ องค์การส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศของญี่ปุ่น (JETRO) นำนักธุรกิจญี่ปุ่นที่มีศักยภาพอย่างน้อย 200 รายเดินทางมายังประเทศไทยเพื่อพบปะกับนักธุรกิจของไทย พร้อมทั้งเดินทางลงศึกษาดูงานพื้นที่อีอีซีเพื่อให้ทราบถึงความคืบหน้าในการผลักดันเมกะโปรเจกต์ดังกล่าว โดยพร้อมจะอำนวยความสะดวกและดูแลผู้ประกอบการญี่ปุ่นในช่วงเดือนกันยายนนี้ต่อไปด้วย

 

ที่มา: สำนักบริหารกลาง...

อ่าน 7495 ครั้ง ปรับปรุงล่าสุดเมื่อ 14 กุมภาพันธ์ 2560 10:14
ล๊อคอินเข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น