05 กรกฎาคม 2560 12:04

โฆษก ก.อุตฯ ย้ำรัฐบาลให้ความสำคัญกับพัฒนาทุกภาคส่วนไปพร้อมกัน โดยเฉพาะภาคการเกษตรที่จะไม่ทอดทิ้งไว้ข้างหลังอย่างแน่นอน!

image

นางสาวนิสากร จึงเจริญธรรม รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม และโฆษกกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ตามที่มีสื่อมวลชนบางฉบับได้วิจารณ์การทำงานของรัฐบาล โดยระบุว่า รัฐบาลมุ่งเน้นพัฒนาอุตสาหกรรมไปสู่ อุตสาหกรรม 4.0 โดยหลงลืมการพัฒนาภาคเกษตรกรรมนั้น  ขอเรียนชี้แจงว่า  การพัฒนาตามยุทธศาสตร์ Thailand 4.0 เป็นโมเดลเศรษฐกิจที่จะนำพาประเทศไทยให้หลุดพ้นจากกับดักประเทศรายได้ปานกลาง กับดักความเหลื่อมล้ำ และกับดักความไม่สมดุล พร้อม กับเปลี่ยนผ่านประเทศไทยไปสู่ประเทศที่มีความมั่นคง  มั่งคั่ง และยั่งยืน  โดยสิ่งที่คนไทยจะได้รับจาก Thailand 4.0 จะมีในส่วนที่เกี่ยวข้องกับภาคการเกษตร และภาคอุตสาหกรรม 

 

 

เกษตรกรในยุค 4.0 จะหลุดพ้นจากกับดักความยากจนและจะเป็นผู้ประกอบการทางการเกษตรสมัยใหม่(Smart Farmers) ที่มีการบริหารจัดการดีขึ้น ต้นทุนการผลิตต่ำ และเพิ่มมูลค่าสินค้าทางการเกษตรจากการแปรรูปได้ ขณะที่ภาคอุตสาหกรรมได้กำหนดแนวทางการพัฒนาให้ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีและความคิดสร้างสรรค์ ใน 10 อุตสาหกรรมเป้าหมาย คือ  การต่อยอด 5 อุตสาหกรรมเดิม (First S-Curves) ประกอบด้วย อุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่  อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ  อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวกลุ่มรายได้ดีและการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ การเกษตรและเทคโนโลยีชีวภาพ และอุตสาหกรรมอาหารแห่งอนาคต  และการสร้าง 5 อุตสาหกรรมใหม่ (New S-Curves ประกอบด้วย อุตสาหกรรมหุ่นยนต์ อุตสาหกรรมการบินและโลจิสติกส์  อุตสาหกรรมเชื้อเพลิงชีวภาพและเคมีชีวภาพ และอุตสาหกรรมดิจิทัล”  นางสาวนิสากร กล่าว

 

โฆษกกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวย้ำด้วยว่า การพัฒนาอุตสาหกรรมตามแนวทาง Thailand 4.0 ให้ความสำคัญกับภาคการเกษตร เห็นได้จากการกำหนดอุตสาหกรรมเป้าหมายที่เกี่ยวข้องกับภาคการเกษตร คือ การเกษตรและเทคโนโลยีชีวภาพ และอุตสาหกรรมเชื้อเพลิงชีวภาพและเคมีชีวภาพ เพื่อนำผลผลิตทางการเกษตรมาต่อยอดและพัฒนาในการสร้างมูลค่าเพิ่ม ซึ่งจะทำให้ผลผลิตทางการเกษตร เช่น อ้อย มันสำปะหลัง ปาล์ม ข้าว และข้าวโพด มีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น ทำให้เกษตรกรมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น และสร้างฐานเศรษฐกิจที่มั่นคงจากความหลากหลายทางชีวภาพ และการที่รัฐบาลให้การส่งเสริมการพัฒนาในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก(EEC) ถือเป็นการต่อยอดพัฒนาจาก Eastern Sea Board เดิม โดยในพื้นที่ EEC จะเป็นแหล่งริเริ่มโมเดลการสะสมทุนความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรมให้ลูกหลานคนไทย สามารถเข้าถึงอย่างเท่าเทียมกัน และจะเป็นต้นแบบสำหรับขยายไปสู่พื้นที่อื่นๆของประเทศไทย  นอกจากนี้ หากพิจารณาถึงงบประมาณด้านการเกษตรในปี 2560 และปี 2561 แล้วจะพบว่าในปี 2560 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้รับงบประมาณจำนวน 94,417 ล้านบาท ในปี 2561 ได้รับงบประมาณในเบื้องต้นจำนวน 102,559 ล้านบาท 

 

เห็นได้ว่าในปัจจุบันรัฐบาลได้ให้ความสำคัญกับภาคการเกษตรเป็นอย่างมาก และในอนาคตก็ยังยังให้ความสำคัญกับภาคการเกษตรด้วยเช่นกัน เพื่อเป็นสังคมที่เดินหน้าไปด้วยกัน ไม่ทอดทิ้งใครไว้ข้างหลังโฆษกกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวทิ้งท้าย

 

ที่มา: สำนักบริหารกลาง...

อ่าน 8363 ครั้ง ปรับปรุงล่าสุดเมื่อ 14 กุมภาพันธ์ 2560 10:14
ล๊อคอินเข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น