28 สิงหาคม 2560 22:26

กระทรวงอุตสาหกรรม ย้ำการพิจารณาอนุญาตคำขอตามกฎหมายว่าด้วยแร่ สามารถดำเนินการได้อย่างต่อเนื่อง ในช่วงเปลี่ยนผ่าน พ.ร.บ.แร่ วันที่ 29 สิงหาคม นี้

image

.กระทรวงอุตสาหกรรม ชี้แจงว่า ในช่วงเวลาเปลี่ยนผ่านที่พระราชบัญญัติแร่ พ.ศ. 2560 จะมีผลใช้บังคับ นั้น  บรรดาคำขอประทานบัตรและคำขอต่ออายุประทานบัตรที่ได้ยื่นไว้ก่อนหน้าย่อมไม่เสียไป เนื่องจาก พระราชบัญญัติแร่ พ.ศ. 2560 กำหนดรับรองสถานะให้เป็นคำขออย่างต่อเนื่องกันโดยไม่ขาดตอน ตามมาตรา 188 ซึ่งกำหนดให้คำขอทุกประเภทที่ได้ยื่นไว้ก่อนที่กฎหมายใช้บังคับ ให้ถือว่าเป็นคำขอตามกฎหมายนี้ และเจ้าหน้าที่สามารถพิจารณาอนุญาตคำขอที่ได้ยื่นไว้เดิมได้

.นายสมชาย หาญหิรัญ ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม  เปิดเผยว่า การจัดทำพระราชบัญญัติแร่ พ.ศ. 2560 นี้ ถือเป็นความพยายามของกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ (กพร.) ที่ต้องการปรับปรุงและพัฒนากฎหมายว่าด้วยแร่ให้สอดรับกับเทคโนโลยีด้านวิศวกรรมเหมืองแร่ที่พัฒนาจากเดิมมาก และสอดรับกับบริบทของสังคมและสิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไปในปัจจุบัน  กพร. เริ่มยกร่างพระราชบัญญัติแร่ฉบับใหม่นี้ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2548 ตามแผนพัฒนากฎหมายของกระทรวงอุตสาหกรรม และดำเนินการอย่างต่อเนื่องจนกระทั่งได้รับความเห็นชอบจากสภานิติบัญญัติแห่งชาติ เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2559 และประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2560  โดยกฎหมายแร่ใหม่กำหนดระยะเวลาเพื่อเตรียมความพร้อม 180 วัน และจะมีผลใช้บังคับในวันที่ 29 สิงหาคม 2560 นี้

.

พระราชบัญญัติแร่ พ.ศ. 2560 ฉบับนี้ ยังคงหลักการโดยรวมของกฎหมายแร่ฉบับเดิมไว้ และเพิ่มเติมหลักการสำคัญให้สอดคล้องและเหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน เพื่อพัฒนาอุตสาหกรรมเหมืองแร่ให้เป็นไปอย่างสมดุลทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม  รวมทั้งเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มภายในประเทศให้เกิดประโยชน์สูงสุด  ให้เกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน  กระจายประโยชน์อย่างเป็นธรรม  สร้างกลไกเพื่อคุ้มครองสุขอนามัยของประชาชน กำหนดมาตรการและเครื่องมือเยียวยาความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นจากการทำเหมือง สำรวจหรือขุดค้นแร่อันเป็นทรัพยากรธรรมชาติ  รวมทั้งส่งเสริมการมีส่วนร่วมของชุมชนในการบริหารจัดการทรัพยากรแร่ และสร้างสมดุลของสิทธิ หน้าที่และความรับผิดชอบของผู้ประกอบการ

.

ทั้งนี้ กฎหมายแร่ฉบับใหม่ กำหนดให้บริหารจัดการแร่อย่างเป็นระบบ กำหนดให้มีแผนแม่บทการบริหารจัดการแร่  กำหนดเขตแหล่งแร่เพื่อการทำเหมืองให้ชัดเจน โดยคำนึงถึงผลกระทบที่มีต่อเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อมและชุมชน เป็นสำคัญ

.

กระทรวงอุตสาหกรรมคาดว่า ร่างแผนแม่บทการบริหารจัดการแร่จะเสร็จสมบูรณ์ เพื่อให้คณะกรรมการ นโยบายบริหารจัดการแร่แห่งชาติ (คนร.) พิจารณา และเสนอคณะรัฐมนตรี ภายในเดือนธันวาคม ศกนี้

.

อนึ่ง ในช่วงเวลาเปลี่ยนผ่านสู่การใช้พระราชบัญญัติแร่ พ.ศ. 2560  กระทรวงอุตสาหกรรม ยังคงดำเนินการคำขอประทานบัตร  คำขอต่ออายุประทานบัตร  และตรวจสอบ ข้อมูล เอกสาร หลักฐานประกอบคำขอให้มีความถูกต้องสมบูรณ์ครบถ้วน ตามขั้นตอนการกลั่นกรองและปฏิบัติราชการ รวมทั้งกฎหมายที่เกี่ยวข้องเป็นปกติ  ซึ่งนับตั้งแต่พระราชบัญญัติแร่ พ.ศ. 2560 ประกาศในราชกิจจานุเบกษา กระทรวงอุตสาหกรรมได้พิจารณาอนุญาตโดยคำนึงถึงหลักการตามกฎหมายใหม่มาโดยตลอด รวมทั้งกำหนดเงื่อนไขการอนุญาตที่เหมาะสมเพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถปฏิบัติตามเงื่อนไข ที่จะกำหนดในพระราชบัญญัติแร่ พ.ศ. 2560 ได้โดยเท่าเทียมกัน   คำขอที่ได้ยื่นไว้แล้วและครบถ้วนถูกต้อง กระทรวงอุตสาหกรรมสามารถดำเนินการต่อได้ โดยไม่ต้องยื่นคำขอใหม่  

.

กระทรวงอุตสาหกรรมจะจัดตั้งคณะทำงานจากผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องหลายภาคส่วน อาทิ ผู้แทนกระทรวงอุตสาหกรรม  กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม  สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย  สภาการเหมืองแร่  และสมาคมอุตสาหกรรมย่อยหินไทย เป็นต้น เพื่อร่วมกันกำหนดแผนงานและจัดเตรียมข้อมูลในการสนับสนุนการดำเนินงานของคณะอนุกรรมการจัดทำยุทธศาสตร์ นโยบาย แผนแม่บทการบริหารจัดการแร่ กำกับ ติดตาม และประเมินผล ให้ดำเนินการให้สำเร็จลุล่วงโดยเร็ว

.

28 สิงหาคม 2560 

.

ที่มา : http://www.dpim.go.th/dpimnews/article?catid=102&articleid=7970

ที่มา: สำนักบริหารกลาง...

อ่าน 9114 ครั้ง ปรับปรุงล่าสุดเมื่อ 14 กุมภาพันธ์ 2560 10:14
ล๊อคอินเข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น