30 ตุลาคม 2560 10:07

สกรศ.ขอชี้แจงประเด็นข่าวการออกคำสั่ง ม.44 ของ คสช. เรื่อง ข้อกำหนดการใช้ประโยชน์ในที่ดินในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC)

image

สกรศ.ขอรายงานชี้แจงประเด็นข่าว : เพจ “Somnuck Jongmeewasin” (ดร.สมนึก จงมีวศิน) / เพจ “พลเมืองต่อต้าน Single Gateway”/ เพจ “THE STANDARD ”/ประจำวันที่ 27 ตุลาคม 2560 ที่ตั้งข้อสังเกต โดยโพสต์ข้อความผ่านเพจส่วนตัว วิจารณ์การออกคำสั่ง ม.44 ของ คสช. เรื่อง ข้อกำหนดการใช้ประโยชน์ในที่ดินในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) โดยให้หน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องจัดทำแผนผังการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและระบบสาธารณูปโภคในพื้นที่ EEC โดยมิให้นำกฎหมายว่าด้วยการผังเมืองมาใช้บังคับ ดังนี้ 

1. คำสั่งดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ไม่เหมาะสมเพียงเพื่อต้องการผลักดันให้โครงการในพื้นที่ EEC ผ่านโดยเร็ว โดยไม่ได้คำนึงถึงการมีส่วนร่วมของประชาชนและกฎหมายที่มีบังคับใช้อยู่ คำสั่ง คสช.ฉบับนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อให้การจัดทำแผนผังการใช้ประโยชน์ที่ดิน และแผนผังการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและสาธารณูปโภค โดยคำนึงถึงการต่อเนื่องและเชื่อมโยงกัน ทั้ง 3 จังหวัด ซึ่งแผนผังดังกล่าวจะต้องผ่านความเห็นชอบของคณะกรรมการนโยบายก่อน อันจะทำให้เกิดการใช้ประโยชน์ในที่ดินในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก เป็นไปโดยสอดคล้องกับความต้องการของประชาชนในพื้นที่และเหมาะสมกับสภาพและศักยภาพที่แท้จริงของพื้นที่ เพื่อดำเนินการคู่ขนานไปกับการจัดทำ พ.ร.บ. การพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก 

ทั้งนี้กระบวนการจัดทำผังเมืองตามคำสั่ง คสช.นี้ ได้นำข้อมูลของผังเมืองรวมจังหวัดที่ประกาศใช้อยู่ในปัจจุบัน ซึ่งผ่านการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนแล้ว มาเป็นข้อมูลหลักในการจัดทำแผนภาพรวม อย่างไรก็ตามกระบวนการจัดทำผังเมืองตามคำสั่งนี้ มีสาระสำคัญของการดำเนินงานดังนี้ 1.1 ให้ กรศ. ดำเนินการเสนอต่อคณะกรรมการนโยบายเพื่อให้ความเห็นชอบ ในเรื่องดังต่อไปนี้ 1) นโยบายและแผนภาพรวมเพื่อการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก 2) แผนการใช้ประโยชน์ในที่ดินในภาพรวม 3) แผนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและระบบสาธารณูปโภค 4) แผนการดำเนินงาน ซึ่งในเรื่องนี้ สกรศ ได้เริ่มดำเนินการไปแล้วและมีความก้าวหน้าพอสมควร และจะเร่งนำเรื่องเสนอ กรศ โดยเร็ว ทั้งนี้ ในการดำเนินการจัดทำภาพรวมดังกล่าว สกรศ. ได้คำนึงถึงผู้ได้รับผลกระทบ การเยียวยา ตามหลักการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนตลอดเวลา 1.2 ในการจัดทำแผนผังการใช้ประโยชน์ที่ดิน และแผนผังการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและสาธารณูปโภคนั้น สกรศ.จะได้ทำงานร่วมกับกรมโยธาธิการ ซึ่งเป็นหน่วยงานหลักในการจัดทำแผนผังทั้ง 2 ให้แล้วเสร็จใน 6 เดือน หลังจากที่คณะกรรมการนโยบายได้ให้ความเห็นชอบ โดยจะได้คำนึงถึงความต่อเนื่องและเชื่อมโยงของโครงสร้างพื้นฐาน ระบบสาธารณูปโภคกับการพัฒนา EEC ใน 7 ระบบหลัก คือ 1) ระบบสาธารณูปโภค 2) ระบบคมนาคมและขนส่ง 3) ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร 4) ระบบนิเวศและสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสมแก่การประกอบกิจการเป้าหมายและการอยู่อาศัย 5) ระบบบริหารจัดการน้ำ6) ระบบการควบคุมและขจัดมลภาวะ 7) ระบบป้องกันอุบัติภัย ทั้งนี้ ในการจัดทำแผนผังทั้ง 2 จะได้นำข้อมูลของผังเมืองรวมจังหวัดที่ประกาศใช้อยู่ในปัจจุบันมาเป็นข้อมูลหลักในการจัดทำแผนภาพรวม 1.3 เมื่อจัดทำแผนผังทั้ง 2 เสร็จแล้ว สกรศ. จะได้ทำงานร่วมกับกรมโยธาธิการและผังเมืองในฐานะที่เป็นหน่วยงานหลัก ในการนำแผนผังดังกล่าวไปจัดทำผังเมืองขึ้นมาใหม่ ให้แล้วเสร็จภายใน 1 ปี ซึ่งจะต้องดำเนินการตามขั้นตอนการจัดทำผังเมืองที่ กรมโยธาธิการและผังเมืองกำหนด ทั้งนี้ ในระหว่างการจัดทำผังเมืองใหม่ จะได้ใช้แผนผังการใช้ประโยชน์ที่ดิน และแผนผังการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและสาธารณูปโภคซึ่งคำนึงถึงความต่อเนื่องและเชื่อมโยงของโครงสร้างพื้นฐาน ระบบสาธารณูปโภคกับการพัฒนา EEC ใน 7 ระบบหลักข้างต้น ที่ได้รับอนุมัติแล้วไปพลางก่อน 

2. เร่งออกคำสั่งเพราะต้อง ให้โครงการมาบตาพุดเฟส 3 ที่จะมีการถมทะเลและมีการจัดทำรายงาน EHIA ผ่านการพิจารณาของ คณะกรรมการผู้ชำนาญการพิจารณารายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม (คชก.) (โครงการนี้จะไม่สามารถผ่านการอนุมัติของ สผ. และ คชก. เพราะขัดกับกฎหมายผังเมืองของ จ.ระยอง) คำสั่งดังกล่าวไม่ได้เปิดช่องทางให้โครงการใดโครงการหนึ่งดำเนินการไม่ถูกต้องตามกฎหมายแต่อย่างใด

 

ที่มา: สำนักบริหารกลาง...

อ่าน 10435 ครั้ง ปรับปรุงล่าสุดเมื่อ 14 กุมภาพันธ์ 2560 10:14
ล๊อคอินเข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น