13 กุมภาพันธ์ 2561 13:44

3 ประสานพลังประชารัฐ ลงนาม MOU ยกระดับเอสเอ็มอีเกษตรไทย ตั้งเป้าปีนี้ 600 กลุ่ม ช่วยได้กว่า 50,000 ราย

image

                  กรุงเทพฯ 13 กุมภาพันธ์ 2561 - กระทรวงอุตสาหกรรม โดย กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.)   จับมือ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (สอท.) และสภาเกษตรกรแห่งชาติ ลงนามบันทึกข้อตกลง   ความร่วมมือโครงการ “ปั้นนักธุรกิจอุตสาหกรรมเกษตรแปรรูปไทย (SMEs เกษตร) ตามแนวประชารัฐ”หวังยกระดับการแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร สร้างมูลค่าเพิ่ม ลดต้นทุนการผลิต เพิ่มขีดความสามารถ   ในการแข่งขัน เตรียมความพร้อมเป็น SMEs เกษตรอย่างมีคุณภาพมุ่งสู่ตลาดสากล

                  นายพสุ  โลหารชุน ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า กระทรวงอุตสาหกรรม ได้รับมอบหมายจากรัฐบาลให้ร่วมมือกับทุกภาคส่วนเพื่อยกระดับเศรษฐกิจชุมชนฐานราก (Local Economy) “สร้างงาน   สร้างโอกาส สร้างรายได้ เศรษฐกิจฐานราก” พร้อมทั้งกำหนดมาตรการพิเศษเพื่อขับเคลื่อน SME สู่ยุค 4.0 จำนวน 9 มาตรการ ซึ่งโครงการปั้นนักธุรกิจอุตสาหกรรมเกษตรแปรรูปไทย (SMEs เกษตร) ตามแนวประชารัฐ เป็นหนึ่งในมาตรการดังกล่าว มีกลุ่มเป้าหมาย 600 กลุ่มทั่วประเทศ จำนวน 55,000 คน ระยะเวลาตั้งแต่  เดือนเมษายน– เดือนกันยายน 2561 โดยคาดว่าจะสามารถสร้างผู้ประกอบการเกษตรแปรรูป และ SMEs เกษตรเพิ่มขึ้นได้ไม่น้อยกว่าร้อยละ 30 ส่งผลให้เศรษฐกิจชุมชนมีรายได้เพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่าร้อยละ 40

“การลงนามความร่วมมือโครงการ“ปั้นนักธุรกิจอุตสาหกรรมเกษตรแปรรูปไทย (SMEs เกษตร)   ตามแนวประชารัฐ” ระหว่าง กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.) กระทรวงอุตสาหกรรม สภาอุตสาหกรรม  แห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) โดยกลุ่มอุตสาหกรรมเครื่องจักรกลการเกษตร และสภาเกษตรกรแห่งชาติในครั้งนี้ เพื่อเสริมสร้างและพัฒนาศักยภาพการผลิตให้กับเครือข่าย และเป็นพลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจในพื้นที่ เพิ่มผลิตภาพให้สอดคล้องกับคำสั่งซื้อและความต้องการของกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย ด้วยการบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน เพื่อยกระดับการแปรรูปผลผลิตสินค้าเกษตรและสร้างมูลค่าเพิ่ม  โดยการปรับเปลี่ยนจากการขายผลผลิตในรูปวัตถุดิบที่ได้ราคาต่ำเป็นการทำเกษตรอุตสาหกรรมที่มีการเชื่อมโยง ตั้งแต่การผลิต การแปรรูป จนถึงการตลาดอย่างครบวงจร รวมทั้งพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขัน  เพื่อให้มีความพร้อมเป็นผู้ประกอบการอุตสาหกรรมเกษตรแปรรูป (SMEs เกษตร) ที่มีความรู้ในการดำเนินธุรกิจอย่างมีคุณภาพ” ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าว

ด้านนายเจน นำชัยศิริ ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า ปัจจุบัน  ภาคเกษตรเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงและปรับตัวมากขึ้น สามารถพัฒนาผลผลิตและสร้างมูลค่าเพิ่มในการแปรรูปผลผลิตได้ โดยการต่อยอดกับภาคอุตสาหกรรมในด้านการบริหารจัดการ เพื่อให้เกิดความยั่งยืนและยกระดับรวมทั้งเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน โดยเฉพาะผู้ประกอบการอุตสาหกรรมเกษตรแปรรูป ไปสู่ SMEs 4.0 และมีความพร้อมที่จะเป็นผู้ประกอบการอุตสาหกรรมเกษตรแปรรูป หรือ SMEs เกษตรได้ จึงได้เกิด                        เป็นความร่วมมือดังกล่าว 

               “สำหรับในส่วนของ ส.อ.ท. โดยกลุ่มอุตสาหกรรมเครื่องจักรกลการเกษตร นั้น หลัก ๆ เลย คือ  1.การสนับสนุนในด้านการอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับการใช้เครื่องจักรอย่างถูกวิธี และนำเสนอเครื่องจักร  พร้อมหลักเกณฑ์และเงื่อนไข ตามความเหมาะสมของแต่ละกลุ่มวิสาหกิจที่เข้าร่วมโครงการ 2.ประสาน  การดำเนินโครงการเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ และ 3.คือให้ความร่วมมือกับ กสอ. และสภาเกษตรกรแห่งชาติ  ในการบริหาร ติดตาม และประเมินผลการดำเนินงานของโครงการอย่างต่อเนื่อง” นายเจน กล่าว

ขณะที่นายประพัฒน์ ปัญญาชาติรักษ์ ประธานสภาเกษตรกรแห่งชาติ  กล่าวว่า สภาเกษตรกรแห่งชาติ เป็นตัวแทนของเกษตรกรที่มีบทบาทหน้าที่ในการพัฒนาและเสริมสร้างความเข้มแข็งแก่เกษตรกรและองค์กรเกษตรกร รวมทั้งประสานกับภาครัฐและเอกชนเพื่อพัฒนาองค์ความรู้ทางด้านการเกษตร การแปรรูปผลผลิตทางเกษตรกรรม ตามความต้องการที่แท้จริงของภาคเกษตรกรรม โดยมุ่งเป้าไปที่การมีคุณภาพชีวิตที่ดีของเกษตรกรอย่างยั่งยืน องค์กรเกษตรกรเข้มแข็ง โครงสร้างพื้นฐานและการจัดการทั่วถึง เกษตรกรสามารถพึ่งพาตนเองได้ ซึ่งแนวทางเหล่านี้ คณะรัฐมนตรีได้เห็นชอบเมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม 2560 เป็นแผนแม่บท   เพื่อพัฒนาเกษตรกรรม พ.ศ.2560-2564  และที่เห็นผลเป็นรูปธรรมขณะนี้ คือ นโยบายเกษตรอุตสาหกรรม  ด้วยการปรับเปลี่ยนจากขายผลผลิตที่ได้ทันทีเป็นการแปรรูปผลผลิตที่เป็นผลิตภัณฑ์เพื่อเพิ่มมูลค่าผลผลิต  ซึ่งในปี 2561 สภาเกษตรกรแห่งชาติได้บูรณาการความร่วมมือกับกระทรวงอุตสาหกรรมจัดทำโครงการ  ปั้นนักธุรกิจอุตสาหกรรมแปรรูปไทย (SMEs) ตามแนวทางประชารัฐ โดยบทบาทของสภาเกษตรกรแห่งชาติ  คือ การเตรียมความพร้อมขององค์กรเกษตรกรโดยการสำรวจความต้องการขององค์กรเกษตรกร เพื่อเข้ารับการพัฒนาศักยภาพในด้านการแปรรูปผลผลิตทางการเกษตรเพิ่มมูลค่า รวมทั้งพัฒนาการบริหารจัดการ  ตั้งแต่การผลิตการแปรรูป และการตลาด 

               ด้านนายกอบชัย สังสิทธิสวัสดิ์ อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กล่าวว่า การดำเนินโครงการฯ  กสอ.จะมีหน้าที่ในการชี้แจงทำความเข้าใจรายละเอียดและประโยชน์ของการเข้าร่วมโครงการให้กับวิสาหกิจกลุ่มเป้าหมาย พร้อมทั้งติดตามการดำเนินงานให้บรรลุตามวัตถุประสงค์และเป้าหมายของโครงการ  โดยมีกิจกรรมทั้งสิ้น 3 กิจกรรมด้วยกัน คือ 1.การอบรมบ่มเพาะการเป็นผู้ประกอบการ (Farmer to Entrepreneur) เช่น การบริหารจัดการ บัญชี การตลาด การพัฒนาผลิตภัณฑ์ การพัฒนาบรรจุภัณฑ์   มาตรฐานการเชื่อมโยงเครือข่าย 2.การแปรรูปและพัฒนาผลิตภัณฑ์จากวัตถุดิบการเกษตรให้มีมูลค่าสูงขึ้น (Value Added) และ 3.สนับสนุนโดยจัดตั้งหน่วยผลิตอุตสาหกรรมเกษตรแปรรูปต้นแบบในพื้นที่ เช่น  กลุ่มสหกรณ์การเกษตรบ้านลาด จำกัด จ.เพชรบุรี (แปรรูปกล้วยหอมทอง) และสหกรณ์กองทุนสวนยาง  จ.บึงกาฬ (แปรรูปหมอนยางพารา) ซึ่งการดำเนินงานจะบูรณาการความร่วมมือกับหลายภาคส่วน  ตามแนวทางประชารัฐ ประกอบด้วย 1.สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.)  2.สมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย 3.กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ 4.กระทรวงพาณิชย์ 5.กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 6.สมาคมเครื่องจักรกลไทย 7.บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) 8.บริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) และ9.บริษัท ห้องปฏิบัติการกลาง (ประเทศไทย) (Central Lab Thai) โดยคาดหวังให้เกิดการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาอย่างเป็นระบบ ตามแนวนโยบายการพัฒนาประเทศ 4.0 และเป็นส่วนหนึ่ง  ในการผลักดันเศรษฐกิจของประเทศไทยให้เติบโตอย่างมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน

 

ที่มา: สำนักบริหารกลาง...

อ่าน 11830 ครั้ง ปรับปรุงล่าสุดเมื่อ 14 กุมภาพันธ์ 2560 10:14
ล๊อคอินเข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น