25 พฤษภาคม 2561 13:30

รัฐบาลวางมาตรการอุ้มเอสเอ็มอีลดผลกระทบราคาน้ำมันสูง

image

กำหนดศูนย์ SSRC ทั่ว ปท.รับแจ้งปัญหา ดันสินเชื่อดอกเบี้ย 1% ลดต้นทุนการเงิน

รัฐบาลโดยกระทรวงอุตสาหกรรม และหน่วยงานในสังกัด วางแผนช่วยเหลือลดผลกระทบเอสเอ็มอีจากราคาน้ำมันเพิ่ม กำหนดศูนย์ SSRC ทั่วประเทศเป็นจุดรับแจ้งปัญหาเพื่อเข้าแก้ไขอย่างรวดเร็ว พร้อมวางมาตรการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ 1% 3% 4% ช่วยเสริมสภาพคล่อง ลดต้นทุนทางการเงิน

นายสมชาย หาญหิรัญ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า จากราคาน้ำมันปรับขึ้น และมีแนวโน้มจะส่งผลกระทบต่อต้นทุนการประกอบธุรกิจของผู้ประกอบการเอสเอ็มอีเพิ่มสูง    ดังนั้น เพื่อจะลดผลกระทบดังกล่าว รัฐบาลโดยกระทรวงอุตสาหกรรมได้กำหนดให้ศูนย์สนับสนุนและช่วยเหลือเอสเอ็มอี (SME Support & Rescue Center : SSRC)  ซึ่งมีศูนย์บริการกระจายอยู่กว่า 270 แห่งทั่วประเทศ  รวบรวมหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวเนื่องกับการสนับสนุนเอสเอ็มอีไทยไว้ครบถ้วนในจุดเดียว ไม่ว่าจะเป็นอุตสาหกรรมจังหวัด สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) และธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (SME Development Bank หรือ ธพว.) เป็นต้น     โดยให้ทำหน้าที่เป็นจุดรับแจ้งปัญหา หรือขอรับความช่วยเหลือจากผลกระทบราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้น เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งเข้าไปให้ความช่วยเหลือ และแก้ปัญหาได้อย่างรวดเร็ว  ตรงความต้องการมากที่สุด  ซึ่งจะมีทั้งมาตรการช่วยเหลือด้านไม่ใช่การเงิน และการเงิน  ช่วยพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส  ยกระดับปรับโครงสร้างธุรกิจให้มีศักยภาพและภูมิคุ้มกันมากกว่าเดิม ช่วยให้ธุรกิจเติบโตอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืน

สำหรับมาตรการช่วยเหลือที่ไม่ใช่การเงินนั้น กระทรวงอุตสาหกรรม จัดเตรียมชุด 9 มาตรการยกระดับปรับเปลี่ยนเอสเอ็มอีให้มีความสามารถในการแข่งขันก้าวสู่ยุค 4.0 เช่น  พัฒนาธุรกิจโดยใช้นวัตกรรมเทคโนโลยี  ยกระดับการผลิตด้วยระบบออโตเมชั่น สร้างแพลตฟอร์มเชื่อมเครือข่ายสากล   เป็นต้น 

นายมงคล ลีลาธรรม กรรมการผู้จัดการ SME Development Bank กล่าวว่า ธนาคารได้รับมอบหมายจากรัฐบาล จัดมาตรการช่วยเหลือด้านการเงิน รูปแบบสินเชื่ออัตราดอกเบี้ยต่ำพิเศษ เพื่อให้เอสเอ็มอีใช้เป็นทุนหมุนเวียน เสริมสภาพคล่อง ลดผลกระทบในภาวะที่ต้นทุนธุรกิจเพิ่มขึ้น ได้แก่  สินเชื่อเถ้าแก่4.0 สำหรับผู้ประกอบการนิติบุคคลรายเล็ก คิดอัตราดอกเบี้ยพิเศษ 1% ต่อปี ตลอดอายุสัญญา 7 ปี  ไม่ต้องใช้หลักประกัน   เปิดโอกาสให้รายย่อยที่มีปัญหาทางการเงินสามารถกู้ได้ (แม้เคยปรับโครงสร้างหนี้ หรือผ่อนชำระไม่ต่อเนื่องมาก็ตาม)  วงเงินกู้ไม่เกิน 1 ล้านบาทต่อราย ให้ชำระแต่ดอกเบี้ยอย่างเดียวปลอดชำระคืนเงินต้นสูงสุด 3 ปี  โดยทุกการกู้ 1 แสนบาท  เมื่อเทียบกับการกู้ธนาคารพาณิชย์ทั่วไป จะประหยัดต้นทุนวันละ  22 บาท อีกทั้ง ไม่ต้องคืนเงินต้นวันละ      43.25 บาท  รวมแล้ว ทำให้มีเงินเหลือเพื่อไปใช้หมุนเวียนในธุรกิจ 65.25 บาทต่อวัน 

สำหรับบุคคลธรรมดา และนิติบุคคล ในกลุ่มผู้ประกอบการธุรกิจเกษตรแปรรูป ธุรกิจท่องเที่ยวชุมชนและเชื่อมโยงต่อเนื่อง รวมทั้งผู้ประกอบการใหม่ หรือธุรกิจผลิต หรือบริการต่างๆ ในชุมชน  มีบริการ สินเชื่อเศรษฐกิจติดดาว   คิดอัตราดอกเบี้ยเพียง 3%   คงที่ 3 ปีแรก ผ่อนนาน 7 ปี วงเงินกู้ไม่เกิน 5 ล้านบาทต่อราย ไม่มีหลักประกัน สามารถใช้ บสย.ค้ำประกันฟรี 4 ปีแรก โดยกู้ 1 ล้านบาท ผ่อนเพียง 460 บาทต่อวันเท่านั้น   

ขณะที่ เอสเอ็มอีที่ต้องการยกระดับปรับเปลี่ยนเครื่องจักร อุปกรณ์ โปรแกรมคอมพิวเตอร์ ระบบออโต้เมชั่น เพื่อลดต้นทุนการผลิตหรือบริการ สามารถใช้บริการ  สินเชื่อ "Transformation Loan เสริมแกร่ง" (Soft Loan เพื่อปรับเปลี่ยนเครื่องจักร ระยะที่ 2)   อัตราดอกเบี้ยถูกเพียง 4%ต่อปี ตลอดอายุโครงการ 7 ปี วงเงินกู้สูงสุด 15 ล้านบาทต่อราย  เพื่อใช้ลงทุนและหมุนเวียนในกิจการ   วงเงิน 10 ล้านบาทแรก สามารถใช้ บสย.  ค้ำประกันได้  โดยไม่เสียค่าจดจำนอง และไม่มีค่าซื้อประกันพ่วง    

นายสมชาย กล่าวในตอนท้ายว่า มาตรฐานดังกล่าวข้างต้น ทั้งด้านไม่ใช่การเงิน และการเงิน  เชื่อว่าจะช่วยลดผลกระทบในเบื้องต้นให้แก่เอสเอ็มอีได้  โดยกระทรวงอุตสาหกรรม และหน่วยงานพันธมิตรทั้งหมด จะเฝ้าติดตามสถานการณ์ราคาน้ำมันอย่างใกล้ชิด เพื่อพร้อมรับมือ สามารถช่วยเหลือเอสเอ็มอีได้อย่างทันท่วงที  

 

ที่มา: สำนักบริหารกลาง...

อ่าน 11916 ครั้ง ปรับปรุงล่าสุดเมื่อ 14 กุมภาพันธ์ 2560 10:14
ล๊อคอินเข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น