04 สิงหาคม 2561 10:04

สมอ. ลงพื้นที่ห้างเซียร์รังสิต แจงข้อปฏิบัติผู้จำหน่าย ขายสินค้าต้องได้มาตรฐาน มอก. หลังเรียกผู้ให้บริการเช่าพื้นที่ 9 ห้างดังเข้าหารือ

image

เลขาธิการ สมอ. สั่งเข้มงวดเจ้าหน้าที่ตรวจติดตามการจำหน่ายสินค้าในห้างสรรพสินค้าชื่อดังของไทย ต้องได้มาตรฐาน มอก. หลังจากที่ได้เรียกเจ้าของสถานประกอบการที่ให้บริการเช่าพื้นที่จำหน่ายสินค้า เข้าฟังการชี้แจงเพื่อรับทราบข้อปฏิบัติการจำหน่ายผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมที่มีพระราชกฤษฎีกากำหนดให้ต้องเป็นไปตามมาตรฐานหรือมาตรฐานบังคับ เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม ที่ผ่านมา

นายอภิจิณ โชติกเสถียร เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) เปิดเผยว่า ตามที่สมอ. ตราพระราชกฤษฎีกากำหนดให้ผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมหลายชนิดต้องเป็นไปตามมาตรฐาน โดยปัจจุบันมีจำนวน 109 รายการ เพื่อคุ้มครองผู้บริโภคให้ได้รับความปลอดภัย และป้องกันความเสียหายอันอาจจะเกิดต่อชีวิตและทรัพย์สิน และเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่งบทบัญญัติของกฎหมายกำหนดให้ผู้ผลิต ผู้นำเข้า และผู้จำหน่าย ต้องผลิต นำเข้า และจำหน่ายเฉพาะผลิตภัณฑ์ที่เป็นไปตามมาตรฐาน และต้องได้รับอนุญาตจาก สมอ. เท่านั้น แต่จากการตรวจติดตามอย่างเข้มงวด พบว่ายังมีผู้ประกอบการกระทำผิดตามพระราชบัญญัติมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมอยู่ ข้อมูลตั้งแต่เดือนตุลาคมปีที่แล้ว ถึงเดือนกรกฎาคม 2561 สมอ. ได้ตรวจยึดอายัดผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพไม่เป็นไปตามมาตรฐาน รวมมูลค่ากว่า 2,066 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นผลิตภัณฑ์เหล็กมูลค่ากว่า 2,014 ล้านบาท ผลิตภัณฑ์ไฟฟ้ามูลค่ากว่า 44 ล้านบาท รองลงมาเป็นผลิตภัณฑ์อาหาร โภคภัณฑ์ ปิโตรเคมีและโพลิเมอร์ และยางตามลำดับ 

การลงพื้นที่ชี้แจงข้อพึงปฏิบัติในการเป็นสถานที่จำหน่ายแก่ผู้เช่าพื้นที่จำหน่ายสินค้ากว่า 100 ราย ในห้างเซียร์รังสิตในวันนี้ เป็นการดำเนินการต่อเนื่องภายหลังจากที่ สมอ. ได้เชิญสถานประกอบการที่ให้บริการเช่าพื้นที่จำหน่ายสินค้ารวม 9 ราย ได้แก่ 1) บริษัท เอ็ม บี เค จำกัด มหาชน : ห้างมาบุญครอง 2) บริษัท แอสเสท เวิรด์ รีเทล จำกัด : ห้างพันธุ์ทิพย์ 3) บริษัท เซียร์พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) : ห้างเซียร์รังสิต 4) บริษัท บวรพงศ์ จำกัด : ห้างเมกาบูรพา 5) บริษัท เจเจ มอลส์ จำกัด : เจ.เจ. มอลส์ 6) บริษัท สยามสินธร จำกัด : ดิโอลด์สยามพลาซ่า 7) บริษัท อมรศูนย์รวมอะไหล่และอิเล็คทรอนิคส์ จำกัด : อมร กรุ๊ป 8) บริษัท พานาโซนิค ซิว เซลล์ (ประเทศไทย) จำกัด และ 9) ศูนย์การค้าเซ็นเตอร์วัน เข้าฟังการชี้แจงเพื่อรับทราบข้อปฏิบัติการจำหน่ายผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมที่มีพระราชกฤษฎีกากำหนดให้ต้องเป็นไปตามมาตรฐานหรือมาตรฐานบังคับ เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2561 ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นภารกิจที่สำคัญด้านการตรวจสอบและกำกับติดตามการจำหน่ายสินค้าให้เป็นไปตามมาตรฐานของ สมอ. และเป็นมาตรการหนึ่งของกระทรวงอุตสาหกรรมในการปกป้องคุ้มครองผู้บริโภคให้ได้รับความปลอดภัยจากการใช้ผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม และปกป้องผู้ประกอบการที่ดีที่ดำเนินการถูกต้องตามกฎหมายให้สามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้ รวมทั้งสร้างความเข้าใจในการจำหน่ายสินค้าที่ต้องเป็นไปตามมาตรฐานแก่ผู้จำหน่ายในท้องตลาด 

เลขาธิการ สมอ. กล่าวเพิ่มเติมว่า นอกจาก สมอ. จะลงพื้นที่ชี้แจงข้อพึงปฏิบัติในการเป็นสถานที่จำหน่ายแก่ผู้เช่าพื้นที่จำหน่ายสินค้าแล้ว ยังได้จัดทำคู่มือการพิจารณาผลิตภัณฑ์ที่เป็นมาตรฐานบังคับทั้ง 109 ผลิตภัณฑ์ เพื่อมอบให้ผู้ประกอบการร้านจำหน่ายได้นำไว้ใช้เป็นข้อมูลอ้างอิงในการพิจารณาผลิตภัณฑ์ที่ได้มาตรฐานอีกด้วยโดยสามารถสืบค้นข้อมูลได้ที่ www.tisi.go.th หรือสแกน QR Code 

และหลังจากนี้ สมอ. จะลงพื้นที่ตรวจติดตามผู้ทำ ผู้นำเข้า และผู้จำหน่ายอย่างเข้มงวด โดยจะดำเนินการทางกฎหมายทันทีสำหรับผู้กระทำผิดตามพระราชบัญญัติมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม โดยบทลงโทษในกรณีทำหรือนำเข้าผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมโดยไม่ได้รับใบอนุญาต มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 1,000,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ร้านค้าที่จำหน่ายผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมที่ไม่เป็นไปตามมาตรฐาน มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับตั้งแต่ 5,000-50,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และแสดงเครื่องหมาย มอก. โดยไม่ได้รับอนุญาต มีโทษจำคุก 3 เดือน ปรับตั้งแต่ 100,000-1,000,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ จึงขอให้ประชาชนตรวจสอบข้อมูลผลิตภัณฑ์ก่อนซื้อ และอย่าได้หลงเชื่อซื้อผลิตภัณฑ์ที่ไม่เป็นไปตามมาตรฐาน เมื่อใช้แล้วอาจเกิดอันตรายจากการใช้ผลิตภัณฑ์นั้นได้ 

 

2 สิงหาคม 2561

ที่มา: สำนักบริหารกลาง...

อ่าน 12217 ครั้ง ปรับปรุงล่าสุดเมื่อ 14 กุมภาพันธ์ 2560 10:14
ล๊อคอินเข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น