26 เมษายน 2562 13:23

กสอ. ลงพื้นที่เช็คลิสต์ต้นแบบสถานประกอบการ นำเทคโนโลยีและนวัตกรรมระบบอัจฉริยะเพิ่มศักยภาพการผลิต

image

จ.ขอนแก่น 25 เมษายน 2562 - นายภาสกร ชัยรัตน์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม พร้อมด้วย นายวรวิทย์ จิรัฐิติเจริญ ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 5 และคณะผู้บริหาร เจ้าหน้าที่ กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.) ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมผลการดำเนินงานของสถานประกอบการที่ได้รับการส่งเสริม พัฒนา และสนับสนุน จากศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 5 จ.ขอนแก่น กสอ. ณ บริษัท  ช้างทอง อินเตอร์เทรด จำกัด โดยมี นายชัยศักดิ์ วรวิริยประเสิรฐ ผู้จัดการบริษัทฯ ให้การต้อนรับ พร้อมนำเสนอข้อมูลการผลิตและนำเยี่ยมชมสถานประกอบการ

 

บริษัทดังกล่าว เป็นผู้ผลิตและจำหน่ายเครื่องจักรทางการเกษตร โดยมีเครื่องหยอดเมล็ดข้าว เป็นสินค้าหลัก และเป็นที่นิยมของเกษตรกรผู้ปลูกข้าวในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภายใต้ตราสินค้าช้างทองอินเตอร์เทรด และรับจ้างผลิตให้กับบริษัท ยันม่าร์ประเทศไทย จํากัด รวมถึงมีการส่งออกไปยังประเทศอินโดนิเซีย และมีแผนขยายธุรกิจไปยังประเทศ CLMV ในอนาคต ซึ่งตลอดระยะเวลา 3 ปีที่ผ่านมา บริษัทฯ มียอดขายเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องโดยมียอดขายเฉลี่ย 50 ล้านบาทต่อปี และคาดว่าจะมียอดขายเพิ่มขึ้น 500 ล้านบาทภายในปี 2565 ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้เข้าร่วมโครงการเพิ่มประสิทธิภาพและผลิตภาพด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมระบบอัจฉริยะเฝ้าติดตาม และตรวจสอบดูแลการทํางานของเครื่องจักร (Machine Monitoring System) 1 ในโครงการ ภายใต้ กิจกรรม “3–Stage Rocket Approach” ซึ่งเปรียบเสมือนเครื่องมือช่วยขับเคลื่อนให้ SMEs ของไทยสามารถเข้าถึงการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัล หุ่นยนต์ และระบบอัตโนมัติได้อย่างรวดเร็ว กับทาง กสอ. เพื่อใช้ตรวจสอบและแจ้งเตือนสถานะการทํางานของเครื่องเชื่อมไฟฟ้า MIG/MAG แบบฟลักซ์คอร์ที่ใช้ในกระบวนการผลิตเพื่อให้ทราบถึงเวลาการทํางานปกติ ความสูญเปล่าต่าง ๆ โดยหลังจากการตรวจติดตามทําให้ทราบว่าค่าการวัดประสิทธิผลโดยรวมของเครื่องจักร (Overall Equipment Effectiveness : OEE) ที่ 1 มีค่าตํ่าสุดที่ 9.24 % มี เวลาหยุดเครื่องสูงถึง 356 นาที สาเหตุมาจากความล่าช้าในการเตรียมชิ้นงานเนื่องจากอุปกรณ์จับยึด (Fixture) ยังไม่ดีเท่าที่ควร จึงได้นําระบบเทคโนโลยีการเชื่อมด้วยหุ่นยนต์ (robot Welding) มาใช้ในกระบวนการผลิตนี้ เนื่องจากเป็นระบบที่มีการจับยึดและการเชื่อมอัตโนมัติที่รวดเร็วและแม่นยํา ทําให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพตามมาตรฐานที่กําหนด และสามารถเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต สามารถลดแรงงานในสถานะงานเชื่อมลงได้ 2 คน จาก 3 คน คิดเป็นร้อยละ 66 ลดต้นทุนแรงงานลงได้กว่าร้อยละ 49 สามารถเพิ่มความเร็วในการผลิตจาก 6 เป็น 24 ชิ้นต่อวัน หรือ คิดเป็นร้อยละ 43 โดยมีมูลค่าเพิ่มขึ้นกว่า 770,000 บาทต่อเดือน หรือ 9,240,000 บาท/ปี ### PR.DIP (กลุ่มประชาสัมพันธ์ สำนักงานเลขานุการกรม กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม) รายงาน

 

ที่มา: สำนักบริหารกลาง...

อ่าน 712 ครั้ง
ล๊อคอินเข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น