มาตรการและแนวทางของกระทรวงอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับ ไวรัสโควิด-19

วันพุธ,เมษายน 15, 2563 12:12
มาตรการด้านการเงิน- มาตรการ “พัก-ขยาย-เติม” ช่วยเหลือลูกค้า ธพว. ที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19- ให้สินเชื่อ ภายใต้โครงการสินเชื่อเพื่อยกระดับเศรษฐกิจชุมชนอัตราดอกเบี้ย เริ่มต้น 3% ต่อปี (ธพว.)- พักชำระหนี้เงินต้นลูกหนี้สินเชื่อของกองทุนพัฒนาเอสเอ็มอีตามแนวประชารัฐ สูงสุดไม่เกิน 12 เดือน (กสอ.)- พัก-ขยายการชำระหนี้ของลูกหนี้เงินทุนหมุนเวียนเพื่อการส่งเสริมอาชีพอุตสาหกรรมในครอบครัวและหัตถกรรมไทย (กสอ.)

มาตรการและแนวทางของกระทรวงอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับ ไวรัสโควิด-19

วันพุธ,เมษายน 15, 2563 12:11
ด้านมาตรการป้องกัน - สลับสับเปลี่ยนหมุนเวียนปฏิบัติงานภายในบ้านพักตนเอง (Work from Home)- ขอความร่วมมือโรงงานอุตสาหกรรมปฏิบัติตามมาตรการป้องกันและการเฝ้าระวังการระบาดของโรคโควิด 19 พร้อมให้รายงานข้อมูลการเดินทางของบุคลากรในสถานประกอบการ- จัดจุดบริการตรวจวัดอุณหภูมิและเจลล้างมือสำหรับเจ้าหน้าที่และประชาชนผู้มารับบริการ

มาตรการและแนวทางของกระทรวงอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับ ไวรัสโควิด-19

วันพุธ,เมษายน 15, 2563 12:09
ด้านเวชภัณฑ์ป้องกัน - จัดหาและแจกหน้ากากผ้า (หน้ากากทางเลือก) ให้กับประชาชน จำนวน 10 ล้านชิ้นในกรุงเทพฯ ปริมณฑล และพื้นที่กลุ่มเสี่ยงโดยจัดส่งทาง ปณ. ตามทะเบียนบ้าน- กำกับ ดูแล เจลแอลกอออล์และผลิตภัณฑ์ที่มีแอลกอฮอล์เป็นส่วนประกอบให้เพียงพอกับความต้องการของประชาชน เบื้องต้นได้แจกไปกว่า 5,000 ลิตร- กำกับ ดูแล โรงงานผลิตหน้ากากอนามัย (Hygienic Mask) และวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตให้เพียงพอต่อความต้องการ รวมทั้งสำรวจจากแหล่งอื่น เพื่อเพิ่มกำลังการผลิต (จากปัจจุบัน 13 โรงงาน กำลังการผลิตรวม 2.2 ล้านชิ้นต่อวัน)- ออกประกาศกำหนดคุณลักษณะผ้าที่ใช้ในการผลิตหน้ากากทางเลือกสำหรับประชาชน- สุ่มตรวจผลิตภัณฑ์หน้ากากอนามัยประเภทผ้าหรือประเภทอื่นที่ไม่ใช่เพื่อการแพทย์ ที่ผลิตหรือนำเข้ามาจำหน่ายในประเทศ เพื่อความปลอดภัยของประชาชน

พิจารณาก่อนใช้หน้ากากแต่ละชนิด

วันพฤหัสบดี,มีนาคม 26, 2563 10:01
พิจารณาก่อนใช้หน้ากากแต่ละชนิด - ถ้าจะใช้หน้ากากนี้กันโคโรน่าไวรัส เปล่าประโยชน์   หน้ากากกันแก๊ส (Gas Mask) - ถ้าใช้อันนี้ รับรองว่าป้องกันได้ทุกอย่าง กันแก๊สพิษยังได้ - แต่ใส่แล้วดูเวอร์เกินความจำเป็นไป    

7 วิธีเว้นระยะห่างทางสังคม SOCIAL DISTANCING ต้านภัย COVID-19

วันอังคาร,มีนาคม 24, 2563 9:11
7 วิธีเว้นระยะห่างทางสังคม SOCIAL DISTANCING ต้านภัย COVID-19   1. ควรอยู่ห่างๆ อย่างห่วงๆ ลดการรับและแพร่กระจายเชื้อโรค 2. หลีกเลี่ยงการเข้าไปในที่แออัด ห้องประชุม/ชุมนุมขนาดใหญ่ 3. หลีกเลี่ยงกิจกรรมที่มีคนเยอะมากกว่า 50 คนขึ้นไปมารวมกัน 4. หลีกเลี่ยงเวลาชั่วโมงเร่งด่วน รถสาธารณะ ร้านสะดวกซื้อ 5. ระวังการใช้สิ่งของสาธารณะ ราวบันได ลูกบิด ปุ่มกดลิฟท์ 6. งดการทักทายแบบใกล้ชิด กอด/จับมือ/จูบ 7. ควรอยู่ในบ้านให้มากที่สุด โอกาสติดโรคน้อยลง   ที่มา : กรมควบคุมโรค   #กระทรวงอุตสาหกรรม #7วิธีเว้นระยะห่างทางสังคมต้านภัยCOVID19

เริ่มแล้ว !!! 23 มีนาคม นี้ กระทรวงอุตสาหกรรมขอเป็นส่วนหนึ่ง ในการลด/ป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อไวรัส #โควิด-19 ปฏิบัติงานที่บ้าน – เหลื่อมเวลาในการทำงาน (Work from Home)

วันอังคาร,มีนาคม 24, 2563 9:10
กระทรวงอุตสาหกรรมขอเป็นส่วนหนึ่ง ในการลด/ป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อไวรัส #โควิด-19 ปฏิบัติงานที่บ้าน – เหลื่อมเวลาในการทำงาน (Work from Home)  -ย้ำภารกิจการขับเคลื่อนงานของกระทรวงฯ เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและต่อเนื่อง - เราจะก้าวข้ามผ่านวิกฤตินี้ไปด้วยกัน 

มาตรการป้องกันเชื้อไวรัส #โควิด-19 ของกระทรวงอุตสาหกรรม

วันจันทร์,มีนาคม 23, 2563 12:01
1. ขอความร่วมมือ 8 หมื่น โรงงานทั่วประเทศ ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันและเฝ้าระวังการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิค-19 2. ประชุมร่วมกับผู้ประกอบการรายใหญ่สินค้าอุปโภค บริโภค พร้อมรับมือสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิค–19 3. ออกข้อแนะนำ คุณลักษณะผ้าที่ใช้ในการผลิตหน้ากากอนามัย เพื่อลดความเสี่ยงในการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิค–19 4. ผลิต/แจก หน้ากากผ้าซักได้ 10 ล้านชิ้น เพื่อช่วยลดความเสี่ยงในการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิค–19   #กระทรวงอุตสาหกรรม #มาตรการป้องกันเชื้อไวรัสโควิด19ของกระทรวงอุตสาหกรรม  


ก.อุต ดันการแก้ไขปัญหามลพิษ PM 2.5 แบบบูรณาการเป็นวาระแห่งชาติ

วันศุกร์,มีนาคม 20, 2563 10:58
กระทรวงอุตสาหกรรมขับเคลื่อนวาระแห่งชาติ “การแก้ปัญหามลพิษด้านฝุ่นละออง” เน้นทำงานร่วมกันอย่างเป็นระบบ ชู 3 มาตรการสำคัญ แก้ไขปัญหาเร่งด่วน พร้อมสร้างประสิทธิภาพการบริหารจัดการระยะสั้น–ระยะยาว เดินหน้าสร้างการมีส่วนร่วมในกลุ่มโรงงานอุตสาหกรรม กลุ่มยานยนต์  และกลุ่มเกษตรอุตสาหกรรม ภายใต้สังกัดกระทรวงอุตสาหกรรม เพื่อศักยภาพในการแก้ปัญหามลพิษ และฝุ่นละอองอย่างบูรณาการ    นายกอบชัย สังสิทธิสวัสดิ์ ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า กระทรวงอุตสาหกรรมดำเนินการอย่างจริงจังในการแก้ปัญหามลพิษฝุ่น PM 2.5 ซึ่งส่งผลกระทบต่อประชาชนและสิ่งแวดล้อม และได้เดินหน้าขับเคลื่อนวาระแห่งชาติดังกล่าว ผ่านคณะกรรมการ ผู้เชี่ยวชาญ และเจ้าหน้าที่จากทุกหน่วยงานในสังกัด จาก 3 กลุ่มหลัก ได้แก่ กลุ่มโรงงานอุตสาหกรรม กลุ่มยานยนต์ และกลุ่มเกษตรอุตสาหกรรม    ซึ่งกระทรวงอุตสาหกรรมออก 3 มาตรการสำคัญ เพื่อแก้ปัญหา ประกอบด้วย มาตรการที่ 1 ดำเนินการเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการเชิงพื้นที่ ตรวจสอบและบังคับใช้กฎหมายกับโรงงาน ขอความร่วมมือโรงงานในการลดกำลังการผลิตและควบคุมอย่างเข้มงวด การระบายมลพิษอากาศ โดยเฉพาะจังหวัดปริมณฑลที่มีโรงงานจำนวนมาก และพื้นที่ตำบลหน้าพระลาน จังหวัดสระบุรี ที่มีการประกอบกิจการเหมืองแร่เป็นจำนวนมากซึ่งมีความเสี่ยงที่จะปล่อยฝุ่นละออง   มาตรการที่ 2 การป้องกันและลดการเกิดมลพิษที่ต้นทาง โดยวางแผนการแก้ไขปัญหาในระยะสั้น ปี 2562 – 2564 และระยะยาว ปี 2565-2567 โดยผลักดันมาตรการสำคัญทั้งใน  กลุ่มยานยนต์ ซึ่งกำหนดให้ดำเนินการหาแนวทางควบคุมและลดมลพิษจากยานพาหนะ อาทิ มาตรการจูงใจเพื่อสนับสนุนส่งเสริมการใช้รถยนต์ไฟฟ้า การจัดการรถยนต์ตลอดช่วงอายุการใช้งาน ตลอดจนบังคับใช้มาตรฐานการระบายมลพิษทางอากาศจากรถยนต์ใหม่ ยูโร 5 ภายในปี 2564 และ ยูโร 6 ภายในปี 2565 นอกจากนี้ในส่วนของการจัดทำมาตรฐานการระบายมลพิษทางอากาศจากรถบรรทุก ขณะนี้อยู่ระหว่างการจัดทำ คาดว่าจะเสนอคณะกรรมการมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (กมอ.) ให้ความเห็นชอบร่างมาตรฐานยูโร 4 ยูโร 5 และยูโร 6 ได้ภายในเดือนพฤษภาคม 2563 นอกจากนี้กลุ่มรถเก่า มอบหมายให้ สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) หารือกับกรมการขนส่งทางบก จัดทำมาตรฐานระดับการปล่อยมลพิษค่า PM 2.5 เพื่อการกำกับดูแลของหน่วยงานรัฐ และวิธีการตรวจทดสอบรถยนต์ ส่วนรถใหม่มอบหมายให้สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) หารือกับค่ายรถยนต์ ในการใช้น้ำมันมาตรฐานยูโร 4-6  กลุ่มเกษตรอุตสาหกรรม กระทรวง ฯ จะเข้มงวดกับการควบคุมและลดมลพิษจากการเผาในที่โล่ง อาทิ กำหนดมาตรการทางกฎหมายโดยการออกระเบียบกำหนดให้โรงงานน้ำตาลรับอ้อยไฟไหม้เข้าหีบได้ไม่เกินร้อยละ 50 ในฤดูการผลิตปี 2563 ร้อยละ 20 ในปี 2564 และร้อยละ 5 ในปี 2565 ตามลำดับ โดยในฤดูกาลผลิตปี 2562/2563 ได้ดำเนินการหักค่าอ้อยไฟไหม้ในส่วนของชาวไร่อ้อย 30 บาทต่อตัน และในส่วนของโรงงานที่รับซื้ออ้อยไฟไหม้เกินร้อยละ 50 หัก 12 บาทต่อตัน ทั้งยังกำหนดพื้นที่ปลอดการเผาอ้อย และจัดหาแหล่งเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรชาวไร่อ้อยซึ่งเป็นการสนับสนุนการตัดอ้อยสด ลดปัญหาอ้อยไฟไหม้ได้ในระยะยาว  กลุ่มโรงงานอุตสาหกรรม ได้กำหนดมาตรฐานการระบายมลพิษทางการอากาศ โดยคำนึงถึงศักยภาพการรองรับของพื้นที่ พร้อมติดตั้งระบบตรวจสอบการระบายมลพิษทางอากาศแบบอัตโนมัติต่อเนื่องที่โรงงานอุตสาหกรรม และให้มีการรายงานผลผ่านระบบออนไลน์ ไปยังกระทรวงอุตสาหกรรมอย่างต่อเนื่อง รวมถึงให้มีการปรับปรุงมาตรฐานการระบายมลพิษทางอากาศให้เทียบเท่ามาตรฐานสากล และส่งเสริมการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ     มาตรการที่ 3 การเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการมลพิษ แผนการแก้ไขปัญหาในระยะสั้น ปี 2562 – 2564 และระยะยาว ปี 2565-2567 จะเน้นหนักในด้านการส่งเสริมการวิจัย และพัฒนาองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีที่สามารถนำมาใช้ควบคุม ลดมลพิษทางอากาศ ตลอดจนการส่งเสริมสร้างความตระหนักจากทุกภาคส่วน เพื่อให้เกิดการปรับพฤติกรรม และมีส่วนร่วมในการแก้ปัญหามลพิษทางอากาศร่วมกันอย่างจริงจัง มุ่งให้เกิดผลเป็นรูปธรรม เพื่อการแก้ปัญหาที่มีศักยภาพอย่างยั่งยืนต่อไป  


Page 1 of 33