การประกอบกิจการโรงงาน

วันพฤหัสบดี,มิถุนายน 06, 2562 11:39
5. การประกอบกิจการโรงงาน ในรอบ 4 ปี (พ.ศ. 2558 - 2561) การอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน/ขยายโรงงาน (รง.4) - โรงงานขอรับอนุญาต/ขยายโรงงาน จำนวน 21,088 ราย มูลค่าการลงทุน 1,976,986.99 ล้านบาท เกิดการจ้างงาน 828,711 คน - ตรวจกำกับดูแลโรงงาน แผนการตรวจกำกับเป็นไปตามเป้าหมายตามลำดับ และมีโรงงานที่ไม่ปฏิบัติตามกฎหมายลดลงเรื่อยๆ ตั้งแต่ปี 2558 - 2561   โดยปี 62  - การอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน/ขยายโรงงาน (รง.4) โรงงานขอรับอนุญาต/ขยายโรงงาน จำนวน 1,287 ราย มูลค่าการลงทุน 145,651.40 ล้านบาท เกิดการจ้างงาน 59,314 คน - ตรวจกำกับโรงงานเกี่ยวกับขยะอิเล็กทรอนิกส์ตรวจได้จำนวน 2,441 โรง (เป้าหมาย 2,265 โรง) - ตรวจกำกับดูแลโรงงาน ตรวจกำกับ 12,285 โรง (เป้าหมาย 24,635)  - นอกจากนี้กระทรวงอุตสาหกรรมก็ได้ดำเนินการตรวจกำกับโรงงานตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลในประเด็นที่เกี่ยวข้อง - ตรวจกำกับดูแลขยะอิเล็กทรอนิกส์ (E-waste) - ตรวจกำกับโรงงานเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด - ตรวจกำกับโรงงานเพื่อป้องกันและแกไชปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM 2.5) - การตรวจกำกับโรงงานเพื่อการเฝ้าระวังน้ำทิ้งโรงงานในช่วงฤดูแล้ง  

การประกอบกิจการเหมืองแร่

วันพฤหัสบดี,มิถุนายน 06, 2562 11:37
4. การประกอบกิจการเหมืองแร่ ในรอบ 4 ปี (พ.ศ. 2558 - 2561) 1. การพิจารณาออกใบอนุญาตเกี่ยวกับกิจการเหมืองแร่ ออกใบอนุญาตประทานบัตร ต่ออายุประทานบัตร อาชญาบัตรพิเศษ อาชญาบัตรผูกขาดสำรวจแร่ รวมถึงโอน-ประทานบัตร รวมทั้งสิ้น 502 แปลง มูลค่าการลงทุนรวม 700,848 ล้านบาท   โดยได้พิจารณาออกใบอนุญาตเกี่ยวกับกิจการเหมืองแร่ ออกใบอนุญาตประทานบัตร ต่ออายุประทานบัตร อาชญาบัตรพิเศษ อาชญาบัตรผูกขาดสำรวจแร่ รวมถึงโอน-ประทานบัตร รวมทั้งสิ้น 59 แปลง มูลค่าแหล่งแร่การลงทุนรวม 128,938 ล้านบาท ค่าภาคหลวง 1,862,117,090.36 บาท  

การส่งเสริมและพัฒนาผู้ประกอบการเข้าสู่ Industry 4.0

วันพฤหัสบดี,มิถุนายน 06, 2562 11:36
3. การส่งเสริมและพัฒนาผู้ประกอบการเข้าสู่ Industry 4.0  ในรอบ 4 ปี (พ.ศ. 2558 - 2561) กระทรวงอุตสาหกรรมได้ดำเนินงานเพื่อขับเคลื่อนการส่งเสริมและพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ในทุกระดับสู่ Smart SMEs ด้วยนวัตกรรมและดิจิตอล ผ่านกลไกการขับเคลื่อน 3 ด้าน ได้แก่... • การส่งเสริมและพัฒนา SMEs ด้านการเงิน เพื่อให้ผู้ประกอบการเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้อย่างทั่วถึง... ดูเพิ่มเติม  

S-Curve อุตสาหกรรมเป้าหมาย

วันพฤหัสบดี,มิถุนายน 06, 2562 11:16
2. S-Curve อุตสาหกรรมเป้าหมาย  ในรอบ 4 ปี (พ.ศ. 2558 - 2562) ได้เร่งออกมาตรการด่วน เพื่อกระตุ้นให้เกิดอุตสาหกรรมเป้าหมายในสาขาต่างๆ • BIO Economy : การเกษตรและเทคโนโลยีชีวภาพ เป็นมาตรการเร่งรัดการลงทุนภายในประเทศ ในเขตพื้นที่นำร่อง 3 เขต ดังนี้... - เขตระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor: EEC) - เขตพื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง (จังหวัดนครสวรรค์และจังหวัดกำแพงเพชร)  - เขตพื้นที่ภาคอีสานตอนกลาง (จังหวัดขอนแก่น) • มาตรการ xEV หรือรถยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า ซึ่งมีผู้ประกอบการได้รับการส่งเสริมการลงทุน 7 ราย มีกำลังการผลิตรวมประมาณ 269,700 คันต่อปี โดยมีเม็ดเงินลงทุนรวม 29,459 ล้านบาท และมีการตั้งศูนย์ทดสอบยานยนต์และยางล้อแห่งชาติ (ATTRIC) ที่ จ.ฉะเชิงเทรา  

มาตรการช่วยเหลือเกษตรกรชาวไร่อ้อยและมาตรการอ้อยไฟไหม้

วันพฤหัสบดี,มิถุนายน 06, 2562 11:07
1. มาตรการช่วยเหลือเกษตรกรชาวไร่อ้อยและมาตรการอ้อยไฟไหม้  ในรอบ 4 ปี (พ.ศ. 2558-2561) กระทรวงอุตสาหกรรม โดยสำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย ที่กำกับดูแลอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทราย โดยมุ่งเน้นให้เกิดความเป็นธรรมในการแบ่งปันรายได้ระหว่างชาวไร่อ้อยและโรงงานน้ำตาลทราย รวมไปถึงการพัฒนาคุณภาพชีวิตความอยู่ดีกินดีของชาวไร่อ้อย  โดยในฤดูกาลผลิตปี 2556/2557 - 2558/2559 ครม. ได้อนุมัติเงินเพิ่มค่าอ้อยที่ 160 บาท/ตันอ้อย ให้กับเกษตรกรชาวไร่อ้อย ซึ่งการให้ความช่วยเหลือดังกล่าว เป็นหลักประกันและสร้างความมั่นใจในด้านราคาอ้อยให้แก่ชาวไร่อ้อยกว่า 200,000 ครอบครัว ทำให้ชาวไร่อ้อยมีขวัญและกำลังใจในการประกอบอาชีพปลูกอ้อย และมีเงินทุนในการบำรุงรักษาอ้อยเพื่อเพิ่มผลผลิต โรงงานน้ำตาลทรายสามารถประกอบกิจการต่อไปได้ ส่งผลให้อุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทรายของไทยมีเสถียรภาพและมีการเจริญเติบโตอย่างยั่งยืนสร้างเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจของประเทศอีกหลายแสนล้านบาทอีกด้วย โดยปี พ.ศ. 2562 มีการดำเนินงานการเงินช่วยเหลือเกษตรกรชาวไร่อ้อยเพื่อซื้อปัจจัยการผลิต การช่วยเหลือเกษตรกรชาวไร่อ้อยและโรงงานน้ำตาลทรายโดยผ่านกลไกของกองทุนอ้อยและน้ำตาลทราย  โดยหนึ่งในประเด็นที่น่าสนใจก็คือ “การจัดการปัญหาอ้อยไฟไหม้” โดยใช้มาตรการทางกฎหมายในการลดปริมาณอ้อยไฟไหม้ ซึ่งสาเหตุของการเผาอ้อยคือ การขาดแคลนแรงงาน อุปกรณ์/เครื่องจักรไม่เพียงพอ โดยกระทรวงอุตสาหกรรมก็จะนำเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อให้ความเห็นชอบมาตรการที่ให้โรงงานหักราคาอ้อยไฟไหม้และจำกัดปริมาณการรับอ้อยไฟไหม้เข้าหีบ นอกจากนั้นก็มีมาตรการสนับสนุนภาครัฐในการลดปริมาณอ้อยไฟไหม้ ได้แก่ การจัดหารถตัดอ้อยใหม่และแหล่งเงินทุน การสนับสนุนผู้ประกอบการผลิตรถตัดอ้อยไทย และสนับสนุนผู้ประกอบการให้บริการรถตัดอ้อย และมาตรการด้านการบริหารจัดการในการลดปริมาณอ้อยไฟไหม้ โดยสนับสนุนผู้ประกอบการให้บริการรถตัดอ้อย ซึ่งต้องใช้มาตรการทางการเงินในการสนับสนุน โดยจัดทำโมเดลต้นแบบที่ไม่มีการเผาอ้อย ร้อยละ 100 จำนวน 5 จังหวัด ได้แก่ กาญจนบุรี ราชบุรี ชัยภูมิ เลย และอุตรดิตถ์

รายงานผลการดำเนินงานที่สำคัญของกระทรวงอุตสาหกรรม ระหว่างปีงบประมาณ พ.ศ. 2558 – 2562

วันพฤหัสบดี,มิถุนายน 06, 2562 10:55
รายงานผลการดำเนินงานที่สำคัญของกระทรวงอุตสาหกรรม ระหว่างปีงบประมาณ พ.ศ. 2558 – 2562   โดยผลการดำเนินงานที่สำคัญของกระทรวงอุตสาหกรรม ระหว่างปีงบประมาณ พ.ศ. 2558 - 2562 มีดังนี้...  ✍ มาตรการช่วยเหลือเกษตรกรชาวไร่อ้อยและโรงงานน้ำตาล ✍ S-Curve อุตสาหกรรมเป้าหมาย  ✍ การส่งเสริมและพัฒนา SMEs วิสาหกิจชุมชน และด้านการมาตรฐาน ✍ การประกอบกิจการเหมืองแร่ ✍ การอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน/ขยายโรงงาน และตรวจกำกับโรงงาน

ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (MPI) ประจำเดือนมีนาคม 2562

วันอังคาร,เมษายน 30, 2562 14:31
  สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) เผย ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (MPI) เดือนมีนาคม 2562 ยังคงแข็งแกร่งแม้ได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวและอากาศที่ร้อนจัดที่ส่งผลให้สินค้าเกษตรมีผลผลิตลดลง  โดยที่ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมเดือนมีนาคมหดตัวลงร้อยละ 2.54 เมื่อเทียบจากช่วงเดียวกันของปีก่อน  แนะจับตา มองตลาดส่งออกกลุ่ม CLMV ที่ขยายตัวต่อเนื่อง 27 เดือน   นายอิทธิชัย ยศศรี รองผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.)  เปิดเผยว่า  ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (MPI) เดือนมีนาคม 2562 ยังคงแข็งแกร่งแม้ได้รับผลกระทบจากอากาศที่ร้อนจัดที่ส่งผลให้สินค้าเกษตรซึ่งเป็นวัตถุดิบในอุตสาหกรรมแปรรูปอาหารมีจำนวนลดลง  รวมถึงการปรับลดคาดการณ์เศรษฐกิจโลกของ IMF เนื่องจากเศรษฐกิจโลกชะลอตัว  โดยที่ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมเดือนมีนาคมหดตัวลง  ร้อยละ 2.54 เมื่อเทียบจากช่วงเดียวกันของปีก่อน ทำให้ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมในไตรมาสที่ 1 ปี 2562  หดตัวลดลงร้อยละ 1.13 เมื่อเทียบจากช่วงเดียวกันของปีก่อน  ทั้งนี้  ควรจับตามองตลาดในกลุ่มประเทศ CLMV จากที่มีการปรับลดภาษีตามข้อตกลง AFTA เป็นร้อยละ 0 ในกลุ่ม CLMV ตั้งแต่เดือนมกราคม ปี 2561 เนื่องจากการส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมไทย (ไม่รวมทองคำ) ไปยังประเทศกลุ่ม CLMV มีการขยายตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 5.1 เมื่อเทียบจากช่วงเดียวกันของปีก่อน   ขยายตัวติดต่อกันเป็นเดือนที่ 27  โดยอุตสาหกรรมสำคัญที่ส่งผลบวกต่อ MPI เดือนมีนาคม 2562 ได้แก่ รถยนต์และเครื่องยนต์  น้ำมันปิโตรเลียม  ยา  ผลิตภัณฑ์นม  และน้ำมันปาล์ม อุตสาหกรรมหลักที่ส่งผลให้ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (MPI) เดือนมีนาคมมีการขยายตัว ได้แก่ รถยนต์และเครื่องยนต์  ขยายตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 2.47 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน จากรถปิคอัพ  รถยนต์นั่งขนาดเล็ก  และรถยนต์นั่งขนาดกลาง  โดยเป็นไปตามความต้องการของตลาดภายในประเทศหลังสิ้นสุดมาตรการรถยนต์คันแรก  ผู้ผลิตได้เปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่และทำกิจกรรมส่งเสริมการขาย (บางกอกมอเตอร์โชว์)  โดยยอดจำหน่ายรถยนต์ในประเทศขยายตัวเป็นบวกติดต่อกันเป็นเดือนที่ 27 แล้ว  รวมถึงการส่งออกที่ขยายตัวในตลาดเอเชีย  ตะวันออกกลาง  และยุโรป  ส่งผลให้ปริมาณการผลิตรถยนต์สูงที่สุดในรอบ 68 เดือน    ​น้ำมันปิโตรเลียม  ขยายตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 2.01  จากช่วงเดียวกันของปีก่อน  จากผลิตภัณฑ์น้ำมันเบนซิน 95 เป็นหลัก  ซึ่งเป็นไปตามความต้องการใช้ภายในประเทศที่เพิ่มขึ้น   ยา  ขยายตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 13.28  จากช่วงเดียวกันของปีก่อน  จากผลิตภัณฑ์ยาเม็ด  ยาฉีด  ยาผง  และยาครีม  เนื่องจากผู้ผลิตบางรายได้เร่งการผลิตเต็มที่หลังจากการติดตั้งเครื่องจักรใหม่ตั้งแต่ต้นปี   ผลิตภัณฑ์นม  ขยายตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 6.85  จากช่วงเดียวกันของปีก่อน  เนื่องจากในปีนี้มีปริมาณน้ำนมดิบมากขึ้น  ผู้ผลิตจึงต้องผลิตสินค้าเพิ่มขึ้นเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม  รวมถึงการเปิดช่องทางใหม่ ๆ ในการจำหน่ายสินค้า  และขยายไปยังตลาดต่างประเทศเพิ่มขึ้น  อาทิ  ประเทศพม่า  มาเลเซีย  และกัมพูชา น้ำมันปาล์ม  ขยายตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 4.63  จากช่วงเดียวกันของปีก่อน  จากผลิตภัณฑ์น้ำมันปาล์มดิบและปาล์มบริสุทธิ์  โดยมีสาเหตุจากอากาศที่ร้อนจัดจึงส่งผลให้ผลปาล์มสุกเร็วขึ้น  อีกทั้งเกษตรกรหลายพื้นที่ได้เปลี่ยนมาปลูกน้ำมันปาล์มเพิ่มขึ้น   สรุปภาวะอุตสาหกรรมสาขาสำคัญไตรมาสที่ 1 ปี 2562 ​อุตสาหกรรมรถยนต์  ในไตรมาสที่ 1 ปี 2562 การผลิตรถยนต์ 561,487 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 4.04 โดยเป็นการจำหน่ายในประเทศ  263,549 คัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 11.16 และเป็นการส่งออก 299,841 คัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 1.56 อุตสาหกรรมอาหาร  การผลิตและการส่งออกในภาพรวมอุตสาหกรรมอาหาร ไตรมาสที่ 1 ปี 2562 ยังคงทรงตัวเมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 0.3 และ 0.1 ตามลำดับ แม้จะมีปัจจัยลบอย่างเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว ประกอบกับสินค้าเกษตรที่ Over Supply ในปีก่อนอย่างสับปะรดกระป๋อง โดยการผลิตสับปะรดกระป๋องในปีก่อนฐานค่อนข้างสูงและระดับราคาปรับตัวลดลงมาก รวมทั้งการเร่งระบายสต็อกไก่สดแช่เย็นแช่แข็งที่ผลิตไว้ในช่วงปลายปี และฐานในปีก่อนค่อนข้างสูง แต่ยังคงมีปัจจัยบวกสำคัญจากการเร่งกำลังการผลิตน้ำตาลให้ทันช่วงปิดหีบอ้อย อีกทั้งความต้องการนำเข้าที่เพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อย ในสินค้าแป้งมันสำปะหลัง ทูน่ากระป๋อง ซาร์ดีนกระป๋อง และไก่แปรรูปในประเทศคู่ค้าสำคัญ เช่น ญี่ปุ่น สหราชอาณาจักร และกลุ่มประเทศอาเซียน ​อุตสาหกรรมปิโตรเคมี  ในไตรมาสที่ 1 ปี 2562  การผลิตปรับตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 0.59 จากการผลิตเพื่อการส่งออกที่มีปริมาณเพิ่มขึ้น  ในขณะที่ราคาปิโตรเคมีเฉลี่ยอยู่ที่ 1,185 เหรียญสหรัฐ/ตัน  

ผลประกอบและขยายกิจการโรงงานไตรมาสแรกปี 2562 (มกราคม-มีนาคม) พุ่งสูงกว่า 80% เชื่อผลจากความเชื่อมั่น-เศรษฐกิจขยายตัวดีขึ้น 

วันอังคาร,เมษายน 23, 2562 9:03
การประกอบกิจการและขยายกิจการในช่วงไตรมาสแรก (มกราคม-มีนาคม) ของปี 62 เทียบกับปี 61 มีมูลค่าการลงทุนเพิ่มขึ้นประมาณ ร้อยละ 80 จากปีที่แล้วมูลค่าการลงทุนอยู่ที่ 69,900.43 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเป็น 125,340.80 ล้านบาทในปีนี้ ซึ่งเป็นผลมาจากผู้ประกอบการมีความมั่นใจในนโยบายของรัฐบาลด้านการส่งเสริมการลงทุน และความชัดเจน โปร่งใสในขั้นตอนและกระบวนการให้บริการและการอนุมัติอนุญาตของกระทรวงอุตสาหกรรม อีกทั้งสิทธิประโยชน์ต่างๆ ที่ภาครัฐมอบให้เป็นตัวดึงดูดในด้านการลงทุน  โดยอุตสาหกรรมที่ประกอบกิจการใหม่และขยายกิจการที่มีมูลค่ามากที่สุดตั้งแต่เดือน มกราคม-มีนาคม 2562 ใน 5 กลุ่มอุตสาหกรรมหลัก ประกอบด้วย 1. อุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์จากปิโตรเลียม มีมูลค่าการลงทุน 37,040.52 ล้านบาท 2. อุตสาหกรรมการผลิตอื่น ๆ (เช่น เครื่องมือทางการแพทย์ อัญมณี เครื่องดนตรี ผลิตหรือจำหน่ายพลังงานไฟฟ้า เป็นต้น) มีมูลค่าการลงทุน 24,341.51 ล้านบาท 3. อุตสาหกรรมอาหาร มีมูลค่าการลงทุน 18,169.61 ล้านบาท 4. อุตสาหกรรมผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์ มีมูลค่าการลงทุน 15,912.54 ล้านบาท 5. อุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์พลาสติก มีมูลค่าการลงทุน 4,430.20 ล้านบาท  การขยายตัวของการลงทุนส่วนหนึ่งมาจากการลงทุนเครื่องจักรและเทคโนโลยีใหม่ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันกับคู่แข่ง สร้างมูลค่าเพิ่มผลิตภัณฑ์ ขณะที่ภาครัฐได้ขับเคลื่อนนโยบายต่างๆ ที่จะช่วยกระตุ้นให้เกิดการลงทุน รวมทั้งอาจเป็นผลมาจากการให้บริการยื่นคำขอรับบริการต่างๆที่เปลี่ยนรูปแบบมาใช้ระบบอิเล็กทรอนิกส์มากขึ้น มีการสร้างความรับรู้ในด้านกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการประกอบกิจการโรงงานที่อาจส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม  คาดว่าเกิดจากการที่กระทรวงฯ ได้สร้างความชัดเจน โปร่งใสในขั้นตอนและกระบวนการให้บริการและ การอนุมัติอนุญาต โดยการลดระยะเวลาในการขอใบอนุญาตต่างๆ มีการจัดทำคู่มือการให้บริการประชาชนในทุกกระบวนงานอนุญาตตาม พ.ร.บ.อำนวยความสะดวกฯ การทำงานแบบสานพลังใกล้ชิดระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน รวมถึงการให้บริการในหลายกระบวนงานที่ตรวจสอบได้ อาจเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้นักลงทุนเกิดความมั่นใจตัดสินใจที่จะลงทุน และเป็นผลจากความเชื่อมั่นในนโยบายของรัฐบาลในด้านการส่งเสริมการลงทุน

จากผลสำรวจนิด้าโพลชี้กระทรวงอุตสาหกรรมออกใบอนุญาต ร.ง.4 สุดโปร่งใส ผู้ประกอบการพอใจทะลุ 85%

วันพฤหัสบดี,เมษายน 11, 2562 11:23
  ผลการสำรวจความพึงพอใจของผู้ประกอบการต่อการขอใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน (ร.ง.4) และการให้บริการของกระทรวงอุตสาหกรรม สำรวจโดยศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ ในปี 2561 ที่ผ่านมา โดยมีกลุ่มประชากรเป้าหมายเป็นผู้ประกอบกิจการโรงงานจำพวกที่ 2 และ 3 ที่ได้รับใบอนุญาตฯ ตาม พ.ร.บ.โรงงาน พ.ศ.2535 จำนวน 1,986 ราย ทั่วประเทศ พบว่า ภาพรวมมีความพึงพอใจอยู่ในระดับมากที่สุด คิดเป็นร้อยละ 85 ใน 5 ด้าน คือ    1. ขั้นตอนและกระบวนการให้บริการ (ร้อยละ 84 สามารถตรวจสอบได้ทุกขั้นตอน มีความโปร่งใส)    2. เอกสารและหลักฐานประกอบ (ร้อยละ 83 มีการกำหนดรายชื่อแบบฟอร์มเอกสารหลักฐานไว้อย่างชัดเจน)    3. ช่องทางและสิ่งอำนวยความสะดวก (ร้อยละ 81 หน่วยงานมีการให้บริการแบบเบ็ดเสร็จที่ สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัด และศูนย์สารพันทันใจในกรมโรงงานฯ)   4. อัตราค่าธรรมเนียม (ร้อยละ 87 กำหนดชัดเจนมีความเหมาะสม)    5. การให้บริการของเจ้าหน้าที่ (ร้อยละ 88 ซึ่งปฏิบัติหน้าที่ด้วยความสุภาพ เป็นมิตร กระตือรือร้นเต็มใจให้บริการ)    กระทรวงอุตสาหกรรมขอนำผลที่ได้ไปเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานขององค์กรเพื่อตอบสนองต่อความต้องการของผู้รับบริการ โดยเฉพาะภารกิจด้านการอนุมัติอนุญาตฯ และการให้บริการผู้ประกอบการให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ซึ่งนิด้าโพลได้จัดส่งรายงานสรุปผลการศึกษามายังกระทรวงอุตสาหกรรม เพื่อพัฒนาการบริการขององค์กรที่น่าสนใจ เช่น การให้บริการยื่นคำขอรับบริการต่าง ๆ ผ่านทางระบบอิเล็กทรอนิกส์ การพัฒนาบุคลากรผู้ให้บริการโดยเฉพาะทักษะดิจิทัลในการปฏิบัติงาน การประชาสัมพันธ์ควรปรับรูปแบบช่องทางให้หลากหลาย และสร้างการรับรู้และความเข้าใจที่ถูกต้องต่อผู้ประกอบการ เรื่องขั้นตอนในการขอใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการประกอบกิจการโรงงานในแต่ละประเภท รวมถึงความปลอดภัย และผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม    ทั้งนี้ กระทรวงอุตสาหกรรมได้สั่งการให้หน่วยงานในสังกัด นำข้อมูลผลการวิจัยดังกล่าวถึงไปใช้ประโยชน์เพื่อการปรับกระบวนการให้บริการ และนำข้อสังเกต/ข้อเสนอแนะ ไปใช้ปรับปรุงงานในส่วนที่เกี่ยวข้อง

วิสัยทัศน์ พันธกิจ และยุทธศาสตร์ กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม

วันอังคาร,มีนาคม 19, 2562 16:45
วิสัยทัศน์ “ เป็นองค์กรนำอุตสาหกรรมไทยสู่อุตสาหกรรม 4.0 ”    พันธกิจ 1. ส่งเสริม สนับสนุน และพัฒนาอุตสาหกรรม วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม วิสาหกิจชุมชน ผู้ประกอบการ และผู้ให้บริการธุรกิจอุตสาหกรรมให้มีขีดความสามารถที่สูงขึ้น 2. เสริมสร้างความเข้มแข็งของหน่วยงานให้บริการธุรกิจอุตสาหกรรมให้มีประสิทธิภาพ 3. พัฒนาองค์การและศักยภาพบุคลากรสู่องค์การที่มีสมรรถนะสูง 4. สร้างเครือข่ายความร่วมมือการส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมทุกระดับ         ยุทธศาสตร์  ยุทธศาสตร์ที่ 1 เพิ่มขีดความสามารถอุตสาหกรรมเป้าหมายตลอดโซ่อุปทาน  ยุทธศาสตร์ที่ 2 พัฒนาปัจจัยสนับสนุนที่เอื้อต่อการประกอบการ และสร้างเครือข่ายหน่วยงานและผู้ให้บริการธุรกิจอุตสาหกรรม ยุทธศาสตร์ที่ 3 พัฒนาสมรรถนะองค์การให้รองรับต่อการเปลี่ยนแปลง

Page 1 of 32