23 พฤษภาคม 2559 11:54

เกษตรแปรรูป

กระทรวงอุตสาหกรรมเสริมแกร่งเศรษฐกิจฐานราก ด้วย อุตสาหกรรมแปรรูปการเกษตร

         กระทรวงอุตสาหกรรม มุ่งมั่นขับเคลื่อนนโยบายอุตสาหกรรมแปรรูปการเกษตรไปสู่การปฏิบัติ โดยกำหนดแนวทางการส่งเสริมให้เกิดการลงทุนในอุตสาหกรรมเกษตร บนพื้นฐานความสมดุลเชิงพื้นที่ในการผลิตสินค้าเกษตรทั้งประเภทอาหาร ไม่ใช่อาหาร และพลังงาน รวมถึงผลักดันให้อุตสาหกรรมมีความมั่นคง และเกิดความยั่งยืน โดยส่งเสริมการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ ยกระดับมาตรฐานผลิตภัณฑ์ให้ได้มาตรฐานสากล รวมทั้งส่งเสริมภาพลักษณ์สินค้าไทย ที่มุ่งเน้นเอกลักษณ์ไทยเชิงสร้างสรรค์ ควบคู่ไปกับการพัฒนาช่องทางการตลาดในระดับต่างๆ โดยได้มอบนโยบายให้อุตสาหกรรมจังหวัดทุกจังหวัด สำรวจศักยภาพของวัตถุดิบในท้องถิ่น เพื่อส่งเสริมและพัฒนาอุตสาหกรรมเกษตรแปรรูป โดยใช้ความรู้ ความคิดสร้างสรรค์ ตลอดจนภูมิปัญญาท้องถิ่น และให้คัดสรรสินค้าเพื่อพัฒนาเป็น Product Champion ของแต่ละจังหวัด อันเป็นปัจจัยสำคัญทางเศรษฐกิจของประเทศที่อุตสาหกรรมแปรรูปการเกษตรของไทย จะสามารถแข่งขันได้ หากต้องเผชิญกับประเทศที่มีเทคโนโลยีสูงกว่าหรือมีต้นทุนวัตถุดิบและแรงงานที่ต่ำกว่า บนเวทีประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (ASEAN Economic Community: AEC)

 

นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี หัวหน้าทีมเศรษฐกิจของรัฐบาล ประกาศภารกิจเร่งด่วนในการพลิกฟื้นเศรษฐกิจไทยโฟกัสที่การช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย เอสเอ็มอีและโอทอป รวมถึงกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก ให้หมุนเวียนผ่านกองทุนและโครงการต่าง ๆ และมุ่งสู่การสร้างความเข้มแข็งให้กับเศรษฐกิจประเทศจากเศรษฐกิจฐานรากมากขึ้น

            นางอรรชกา สีบุญเรือง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า เราต้องพัฒนาเศรษฐกิจภายในประเทศเพื่อเป็นการสร้างความเข้มแข็งจากภายใน ทั้งภาคอุตสาหกรรม การลงทุน การค้า และบริการ จะต้องส่งเสริมกันเพื่อกระจายความเจริญสู่จังหวัดต่าง ๆ ให้มีการพึ่งพาตนเอง เพราะการพึ่งตนเอง คือ การพัฒนาเศรษฐกิจในภูมิภาค ทำ ให้ขนาดเศรษฐกิจภายในโตขึ้น และเป็นการสร้างภูมิคุ้มกันไม่ให้วิกฤติจากภายนอกมากระทบ

 

 

ทั้งนี้ กระทรวงอุตสาหกรรม มองว่า อุตสาหกรรมแปรรูปการเกษตรและอาหาร เป็นสาขาที่มีศักยภาพสูง เพราะนอกจากจะเชื่อมโยงกิจกรรมทางเศรษฐกิจ ทั้งใน ภาคเกษตร ภาคอุตสาหกรรม และภาคบริการแล้ว ยังเกี่ยวข้องกับผู้คนจำนวนมาก เมื่อมองทั้งห่วงโซ่อุปทาน ที่สำคัญคือใช้วัตถุดิบผลิตผลทางการเกษตรในพื้นที่ เช่น ข้าว ยางพารา ข้าวโพด มันสำปะหลัง ปาล์มน้ำมัน นม ผัก-ผลไม้ต่าง ๆ ทำ ให้เศรษฐกิจท้องถิ่นมีการหมุนเวียนจากการรับซื้อผลผลิต การผลิตเป็นผลิตภัณฑ์ การลงทุน การจ้างงาน การขนส่ง บริการ ทำ ให้เกิดกิจกรรมทางเศรษฐกิจขึ้น ซึ่งโครงการหนึ่งที่ได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี พ.ศ. 2550 คือ โครงการพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมแปรรูปเกษตรในภูมิภาค หรือ OPOAI : (One Province One Agro-Industrial Product) 

ผู้ประกอบการกลุ่มนี้มีการแข่งขันกันสูง ส่วนใหญ่จะเป็นเอสเอ็มอีขนาดเล็ก เป็นกิจการของคนไทย ที่กระจายอยู่ในจังหวัดต่าง ๆ ซึ่งเป็นต้นน้ำมีวัตถุดิบคอยป้อนโรงงาน หากมีการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) สินค้าจากประเทศเพื่อนบ้านจะเข้ามามากขึ้น จึงมีความจำเป็นอย่างเร่งด่วนที่ต้องเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ด้วยการเพิ่มความรู้ด้านการบริหารจัดการ การสร้างนวัตกรรม ลดความสูญเสียจากการผลิต มีการใช้เทคโนโลยีที่สูงขึ้น เพื่อช่วยพัฒนาสินค้าให้แตกต่างจากรูปแบบเดิม ๆ มีการออกแบบบรรจุภัณฑ์ที่ดี สามารถสร้างแบรนด์ให้เป็นที่รู้จักเพื่อหนีห่างออกจากคู่แข่งไม่ใช่แข่งขันกันที่ราคา ซึ่งต้นทุนเราสูงกว่าอยู่แล้ว โดยกระทรวงอุตสาหกรรม มองว่า อุตสาหกรรมแปรรูปเกษตรมีความสำคัญอย่างมาก สามารถแก้ไขปัญหาราคา สินค้าเกษตรตกต่ำได้อย่างดีในยามผลผลิตออกมามาก นอกจากขายให้กับผู้บริโภคทั่วไปแล้ว ยังขายให้กับโรงงานอีกทางหนึ่งด้วยนางอรรชกา กล่าว

นายอาทิตย์ วุฒิคะโร ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยถึงโครงการ OPOAI  ว่า ปัจจุบันอยู่ระหว่างการ ติดตามผลการดำเนินโครงการ ในปี 2558 ซึ่งได้พัฒนายกระดับ 158 สถานประกอบการอุตสาหกรรมแปรรูปเกษตร ใน 76 จังหวัด ทั่วประเทศ โดยโครงการฯ มีให้ เลือก 6 แผนงาน แล้วที่ปรึกษาจะเข้าไปให้คำปรึกษาเชิงลึกถึงในสถานประกอบการเป็นระยะ ๆ โดยในช่วงสี่ปีที่ผ่านมา พบว่า กลุ่มอุตสาหกรรมเกษตรแปรรูปเลือกแผนที่ 1 คือ เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ร้อยละ 33 รองลงมา เลือกแผนลดต้นทุนพลังงาน ร้อยละ 19 อันดับ 3 แผนปรับปรุงคุณภาพและพัฒนางาน ร้อยละ 15 อันดับ 4 แผนกลยุทธ์ขับเคลื่อนตลาด ร้อยละ 14 อันดับ 5 แผนยกระดับมาตรฐานผลิตภัณฑ์/ระบบมาตรฐานสากล ร้อยละ 10 และแผนการบริหารจัดการโลจิสติกส์ ร้อยละ 9 ตามลำดับ            

  

จากผลการดำเนินงานที่ผ่านมาจนถึงปี 2557 โครงการฯ ได้ช่วยเหลือ สถานประกอบการอุตสาหกรรมแปรรูปการเกษตรทุกประเภท จำนวน 1,041 ราย สามารถเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจรวมกว่า 3,600 ล้านบาท โดยวัดจากการลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตรวมถึงยอดขายที่เพิ่มขึ้น

            สิ่งที่น่าภาคภูมิใจ คือ ทุกปีจะมีสหกรณ์ที่มีสมาชิกนับพันรายสมัครเข้าร่วมโครงการ OPOAI ซึ่งต่างก็ประสบความสำ เร็จสามารถได้รับผลกำ ไรที่มากขึ้น นั่นหมายถึง การสร้างความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจชุมชน ทำ ให้คนในต่างจังหวัดมีงานทำ ไม่ต้องย้ายออกไปทำ งานในเมือง ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าอุตสาหกรรมแปรรูปการเกษตร ยึดโยงกับประชาชนมากที่สุด เพราะคนไทยประกอบอาชีพเกี่ยวข้องกับภาคการเกษตรเป็นส่วนใหญ่นั่นเองนายอาทิตย์ กล่าว

 

นอกจากนี้ กระทรวงฯ ยังคาดหวังที่จะสร้างโปรดักซ์แชมป์เปี้ยนให้เกิดขึ้น เช่น ไอศกรีมโบราณ ขนมหวาน โรงสีข้าวอินทรีย์ เป็นต้น เพื่อส่งเสริมสู่ตลาดกว้างและต่อยอดส่งออกไปในประเทศเพื่อนบ้านสู่ตลาดโลกต่อไป รวมถึงการได้องค์ความรู้ที่เป็นแนวปฏิบัติที่ดีสำหรับธุรกิจประเภทเดียวกันและจากการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างกันเมื่อปิดโครงการ หากสถานประกอบการรายใดที่เข้าร่วมโครงการแล้วทำได้ดี ก็จะมีการมอบรางวัลเชิดชูเกียรติผู้ประกอบการดีเด่นด้านต่าง ๆ ทั้ง 6 แผนงาน

            สนใจเข้าร่วมโครงการ OPOAI ติดต่อ สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัด ทุกจังหวัด หรือ สำนักงานปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ถนนพระรามที่ 6 เขตราชเทวี กรุงเทพฯ 10400 โทร. 0 2202 3173 

 

แหล่งข้อมูล : ข่าวสด กรอบบ่าย, First Section / เศรษฐกิจ, 28 ก.ย. 2558 กระทรวงอุตสาหกรรม,In Web Blog. Retrieved November 19, 2015

from http://www.opoai.in.th/news_detail.php?id=26 

 

 

อ่าน 21928 ครั้ง
ล๊อคอินเข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น