23 พฤษภาคม 2559 12:01

อุตสาหกรรมสีเขียว

“Green Industry อุตสาหกรรมสีเขียว

 

ดร.เดชา จาตุธนานันท์ ผู้อำนวยการสำนักนโยบาย และยุทธศาสตร์ สำนักปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า ... ด้วยกระแสของโลกปัจจุบัน ออกมาในเทรนของการรักษ์สิ่งแวดล้อม ถ้าเราไม่คิดถึงสิ่งแวดล้อม เราจะอยู่ได้ยาก เพราะตอนนี้โลกร้อนขึ้นทุกปี บางปีน้ำท่วม บางปีแห้งแล้ง เดี๋ยวหนาว เดี๋ยวร้อน มันเกิดจากการเปลี่ยนแปลงในเรื่องของภูมิอากาศ (Climate Change) ทั้งสิ้น  ดังนั้น จึงเป็นหน้าที่ของทุกคนที่จะต้องดูแลสิ่งแวดล้อมกัน และกระทรวงอุตสาหกรรมเอง ก็พยายามที่จะนำร่องหลายๆ โครงการด้วยกัน รวมถึง โครงการอุตสาหกรรมสีเขียว (Green Industry)

ที่มาของโครงการ อุตสาหกรรมสีเขียวนะครับ ชื่อเต็ม คือ โครงการส่งเสริมและพัฒนาสถานประกอบการสู่อุตสาหกรรมสีเขียว  สืบเนื่องจากที่ประเทศไทยมีสัตยาบรรณที่ไปร่วมกับนานาประเทศ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของปฏิญญาโจฮันเนสเบิร์ก ปฏิญญามนิลา ต่อเนื่องกันมาจนประมาณปี 25532-2553 เป็นช่วงที่ทาง UNIDO (องค์การพัฒนาอุตสาหกรรมแห่งสหประชาชาติ) ก็ได้มีการประดิษฐ์ คำที่เรียกว่า Green Industry ขึ้นมา

Green Industry ในภาพของ UNIDO  เป็นภาพที่ออกในเชิงของการกำหนดนโยบาย ของแต่ละประเทศ เพื่อให้แต่ละประเทศนั้นๆ มุ่งไปสู่ประเทศที่เรียกว่าสังคมคาร์บอนต่ำ (Low Carbon Society)

ในส่วนของกระทรวงอุตสาหกรรม ได้รับเอาหลักการ Green Industry  ของ UNIDO มา เพื่อสร้างให้เกิดเป็นรูปธรรม จึงมีการจัดตั้งทีมงานวิชาการขึ้นมา เพื่อผลักดัน Green Industry ไปสู่การปฏิบัติ จึงเกิดโครงการอุตสาหกรรมสีเขียวขึ้น มีการกำหนดนิยามและแนวทางการปฏิบัติ เพื่อให้สถานประกอบการสามารถดำเนินการเป็นขั้นเป็นตอนไปสู่สิ่งที่อยากจะให้เกิดเป็นภาพจริงในอนาคต

นิยามของ อุตสาหกรรมสีเขียวของประเทศไทย ตั้งอยู่บน 2 เสาหลัก หรือ 2 องค์ประกอบ คือ
1. เป็นเรื่องของการปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง เราหยิบยืมเรื่องของกระบวนการพัฒนา การบริหารจัดการเรื่องคุณภาพ (
Continuous Improvement) หรือภาษาญี่ปุ่นเรียกว่า Kaizen  คือแนวทางที่คนที่ทำดีอยู่แล้วก็ต้องพัฒนาให้ดีขึ้นไปเรื่อยๆ เช่น สามารถลดพลังงานได้แล้วในปีนี้ ในปีต่อไปก็ต้องลดลงได้อีก กระบวนการพัฒนาต้องไม่อยู่กับที่ เช่น เราทำเรื่องกระบวนการ 3Rs แล้ว เราก็ต้องขยายความ3Rs ไปสู่ Supply Chain ด้วย
2. ความรับผิดชอบต่อสังคม มาจากคำว่า
Corporate Social Responsibility มุ่งเน้นการสร้างความสมดุลในสามมิติ คือ มิติเรื่องของเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม คือ ทำอย่างไรให้สถานประกอบการมีกำไรอยู่ได้ มีกำไรที่จะพัฒนาองค์กรให้เติบโตไปแข่งกับคนอื่นได้ และการเติบโตขององค์กรจะต้องไม่ไปทำลายสิ่งแวดล้อม จะต้องไม่ไปสร้างปัญหาให้กับพนักงาน ไม่สร้างปัญหาให้กับสังคม ไม่สร้างปัญหาให้กับคน พูดง่ายๆ คือ การทำงานต้องมีความโปร่งใสยุติธรรม ไม่เก็บเกี่ยวผลประโยชน์บนความทุกข์ยากของประชาชนโดยรอบหน่วยงาน หรือคนที่เกี่ยวข้อง

องค์ประกอบ 2 ข้อตรงนี้เอง มุ่งไปสู่ความยั่งยืน

นอกจากนี้ สิ่งที่องค์กรทำดีภายในแล้ว จะต้องสะท้อนออกมาภายนอกด้วย นั่นหมายความว่า อุตสาหกรรมสีเขียว ไม่ใช่แค่จากบริษัท A จบที่บริษัท A แต่เราต้องดึงเอา Supply Chain เข้ามาร่วมด้วย เพราะฉะนั้น คำนิยามของอุตสาหกรรมสีเขียวนั้น จะต้องเป็นสถานประกอบการ ที่มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง มีความรับผิดชอบต่อสังคม มุ่งสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยดึงเอาโซ่อุปทานของตัวเองเข้ามาร่วมในการพัฒนาด้วย เพื่อให้เติบโตหรือก้าวไปข้างหน้าพร้อมๆ กัน

นิยามดังกล่าวบ่งบอกว่าเราต้องมีการพัฒนาสถานประกอบการเป็นระดับ เราจึงออกแบบออกมาเป็น 5 ระดับด้วยกัน
1.
Green Commitment  (ความมุ่งมั่นสีเขียว) คือ ในระดับที่องค์กรมีความมุ่งมั่นจะพัฒนาสถานประกอบการให้เป็นสถานประกอบการอุตสาหกรรมสีเขียว ก็ให้องค์กรเขียนออกมาเป็นลายลักษณ์อักษร และมีการประกาศให้คนในองค์กรได้รับทราบพร้อมๆ กัน รวมทั้งมีแผนหรือแนวทางในการปรับตัวขององค์กรที่จะมุ่งสู่เป้าหมายด้วย
2.
Green Activity  (ปฏิบัติการสีเขียว) คือ การแปลงแผนในขั้นตอนที่ 1 ไปสู่การปฏิบัติ ทำให้เป็นรูปธรรม มีตัวชี้วัด สามารถวัดผลได้ เช่น เขาเขียนแผนว่าปีนี้จะทำเรื่องของกระบวนการ 3Rs และจะเน้นในเรื่องของ R ตัวแรก คือ Reduce ลดการใช้น้ำ พลังงาน กระดาษ และเมื่อทำได้ คือ ผ่านระดับที่ 2
3. Green System (ระบบสีเขียว) เป็นระดับที่มีความเข้มข้นมากขึ้น โดยมีความมุ่งหมายคือ ทำทุกอย่างให้เป็นระบบ จะมี ISO 14001 มาเป็นเครื่องมือในการประเมินสถานประกอบการ เมื่อสถานประกอบการผ่านเกณฑ์การประเมินตาม ISO 14001 ก็คือ การบรรลุขั้นตอนที่ 3
4.
Green Culture (วัฒนธรรมสีเขียว) คือ การพัฒนาต่อเนื่องขึ้นไปอีก โดยมีเป้าหมายเพื่อให้ทุกคนในองค์กรมีทัศนคติไปในทิศทางเดียวกัน ผู้บริหาร ผู้ปฏิบัติงานทุกคนในองค์กร ต้องรู้นโยบาย และปฏิบัติไปในทิศทางเดียวกัน มีทัศนคติเหมือนกัน โดยมี ISO 26000 มาเป็นเครื่องมือนำทางเพื่อให้สถานประกอบการบรรลุในขั้นตอนที่ 4
5.
Green Network (เครือข่ายสีเขียว) เป็นระดับเข้มข้นสูงสุด คือ เมื่อองค์กรมีความเป็นอุตสาหกรรมสีเขียว ก็ต้องดำเนินการส่งต่ออุตสาหกรรมสีเขียวไปยัง Supplier ของตัวเองด้วย อย่างน้อยให้ Supplier ขึ้นมาเป็นอุตสาหกรรมสีเขียวในระดับที่ 2 ขึ้นไป ดังนั้นจะกลายเป็นเขียวไปทั้งเครือข่าย

ทางโครงการอยากให้เกิดมีสถานประกอบการที่อยู่ในระดับที่ 5 มากๆ เพราะจะได้ทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยง ให้กับ SMEs เพราะภาครัฐฝ่ายเดียวไม่สามารถทำได้ ต้องขอความร่วมมือให้พันธมิตรที่เป็นภาคเอกชนช่วยกันพัฒนาสถานประกอบการเล็กๆ ด้วย

ผู้ประกอบการที่บรรลุระดับของอุตสาหรรมสีเขียวระดับ 5  อย่างเช่นกรณี บริษัท เซฟสกิน เมดดิคอล ฯ บริษัทนี้พัฒนาอย่างเห็นได้ชัด เพราะสมัยก่อนเขามีปัญหา ชาวบ้านร้องเรียนในเรื่องของน้ำเสีย จะจริงไม่จริงบริษัทก็ออกมารับผิดชอบ และเชิญชวนชุมชนมาร่วมแก้ปัญหาด้วยกัน ผ่านโครงการที่เรียกว่า ธรรมาภิบาลสิ่งแวดล้อม  จนในที่สุดสามารถก้าวผ่าน และก้าวสู่การเป็นอุตสาหรรมสีเขียว ระดับที่ 5 ในปี 2558 นี้ 

และในช่วงปีที่ผ่านมา กระทรวงอุตสาหกรรม มีแผนที่จะขยายเครือข่ายอุตสาหกรรมสีเขียว ให้พัฒนาไปสู่เมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศต่อไป เพื่อความอยู่รอดและยั่งยืน... ดร.เดชา จาตุธนานันท์ กล่าว

**************************************************************************************

ขอเชิญชวนผู้ประกอบการที่มีความมุ่งมั่นสู่การเป็นอุตสาหกรรมสีเขียว และประกอบกิจการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ร่วมยกระดับการรับรองอุตสาหกรรมไปด้วยกัน ได้ตามประกาศนี้

 

 

download ใบสมัครที่ : www.facebook.com/consult.greenindustry
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ ศูนย์ขีดความสามารถในการแข่งขัน สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์

ติดต่อ นางสาวธัญญ์ฐิตา โทร: 089-1236658 อีเมลล์: tanthita.s@gmail.com
นางสาวจุฑามาศ โทร: 085-9191445 อีเมลล์: juthamas.sitt@gmail.com

 

ที่มาของข้อมูล สัมภาษณ์โดยตรง เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2558
และเผยแพร่ที่ Oknation Blog วันที่ 21 ตุลาคม 2558 โดยผ่านการพิจารณาจาก PR กระทรวงอุตสาหกรรมhttp://www.oknation.net/blog/industryprmoi/2015/10/21/entry-1

อ่าน 13262 ครั้ง
ล๊อคอินเข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น