ข่าวประชาสัมพันธ์กระทรวงอุตสาหกรรม

รองปลัดจุลพงษ์ฯ มอบนโยบาย แนวทางการพัฒนาต่อยอดส่งเสริมผู้ประกอบการในพื้นที่ ศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 1 กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม

10 ส.ค 2563

เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2563 นายจุลพงษ์ ทวีศรี รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ลงพื้นที่ปฏิบัติราชการ เพื่อมอบนโยบายแนวทางการพัฒนางานบริการในการส่งเสริมและสนับสนุนผู้ประกอบการในพื้นที่ พร้อมเยี่ยมชมศูนย์ให้บริการต่าง ๆ โดยมีนางสาวนิรามัย ศิริศรีสุดากุล ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 1 และเจ้าหน้าที่ให้การต้อนรับ ณ ศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 1 กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม จังหวัดเชียงใหม่   สำหรับศูนย์ให้บริการต่าง ๆ ของ ศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 1 กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ประกอบด้วย      1. ศูนย์พัฒนาและทดสอบอัตลักษณ์กาแฟอะราบิก้าภาคเหนือ (HBACC) ตั้งขึ้นเพื่อเป็นศูนย์รวบรวมถ่ายทอดองค์ความรู้ ทดลอง ทดสอบ ให้คำปรึกษาแนะนำด้านอุตสาหกรรมกาแฟ ตลอดจนส่งเสริมและสนับสนุนอุตสาหกรรมกาแฟอะราบิก้าภาคเหนือให้ก้าวหน้าต่อไป      2. ศูนย์อนุรักษ์หัตถกรรมเครื่องเขินภาคเหนือ ซึ่งตั้งขึ้นเพื่ออนุรักษ์ และถ่ายทอดองค์ความรู้ ประวัติความเป็นมา ตลอดจนกระบวนการผลิตเครื่องเขิน      3. ศูนย์ ITC 4.0 ที่ให้บริการทดสอบ-ทดลองโดยนำเอาเทคโนโลยีขั้นสูงเข้ามาช่วยในกระบวนการแปรรูปขั้นต้น ซึ่งถือเป็นจุดให้บริการที่ผู้ประกอบการในพื้นที่เข้ามาใช้บริการอย่างต่อเนื่องทุกวัน   นอกจากนี้ ยังได้เยี่ยมชม บริษัท พีเอ็มเอ็ม จำกัด เพื่อเชื่อมโยงโครงการ Robot Robotic ให้เข้าสู่ภาคอุตสาหกรรม พร้อมทั้งมอบนโยบายการจัดทำมาตรฐานสำหรับงานนวัตกรรมเครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์ โดยมีสมาคมผู้ประกอบการผลิตเครื่องจักชิ้นส่วนโลหะและอุตสาหกรรมสนับสนุนไทยให้การต้อนรับ  

อ่านต่อ...


กระทรวงอุตสาหกรรมจัดพิธีลงนามถวายพระพรชัยมงคลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 12 สิงหาคม 2563

10 ส.ค 2563

วันนี้ (10 สิงหาคม 2563) นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม พร้อมด้วย นายกอบชัย สังสิทธิสวัสดิ์ ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม และคณะผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงอุตสาหกรรม ร่วมพิธีลงนามถวายพระพรชัยมงคลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 12 สิงหาคม 2563 ห้องโถง ชั้น 1 อาคารสำนักงานปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม  

อ่านต่อ...


กระทรวงอุตฯ ผนึก UNIDO และภาคี มอบรางวัล GCIP Thailand Awards 2019 ขยายผลพัฒนาเทคโนโลยีสะอาด สร้างระบบนิเวศน์แห่งนวัตกรรม

10 ส.ค 2563

  ​​กรุงเทพฯ 7 สิงหาคม 2563 - กระทรวงอุตสาหกรรม จับมือ องค์การพัฒนาอุตสาหกรรมแห่งสหประชาชาติ หรือ UNIDO พร้อมด้วยเครือข่าย 7 องค์กร มอบรางวัล GCIP Thailand Awards 2019 เพื่อเป็นต้นแบบการพัฒนานวัตกรรมเทคโนโลยีสะอาดในภาคอุตสาหกรรม พร้อมขยายเครือข่ายความร่วมมือทางธุรกิจที่แข็งแกร่ง ตลอดจนเกิดการพัฒนาอุตสาหกรรมแบบครบวงจร จนสามารถสร้างความยั่งยืนทางพลังงาน และเทคโนโลยีสะอาด สร้างระบบนิเวศน์แห่งนวัตกรรม   ​​นายกอบชัย สังสิทธิสวัสดิ์ ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า กระทรวงอุตสาหกรรม มีภารกิจหน้าที่หลักในการส่งเสริม สนับสนุน และพัฒนาอุตสาหกรรมให้ผู้ประกอบการดำเนินการให้สามารถอยู่ร่วมกับสังคมและชุมชน ตามนโยบายของ พลเอกประยุทธ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี โดยมี กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.) เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนภารกิจ เพื่อรองรับการขยายตัวของตลาดโลก ตลอดจนเกิดองค์ความรู้ในการดำเนินการต่าง ๆ จึงได้ร่วมมือกับ องค์การพัฒนาอุตสาหกรรมแห่งสหประชาชาติ (UNIDO) ดำเนินโครงการ GEF UNIDO Cleantech Programme For SMEs in Thailand ส่งเสริมพัฒนานวัตกรรมเทคโนโลยีสะอาด (Clean Technology) ให้แก่ ผู้ประกอบการ SMEs และ Start-ups ของไทย ในการเพิ่มพูนองค์ความรู้ด้านการทำธุรกิจ การสร้างเครือข่ายกับนักธุรกิจด้วยกัน มีโอกาสเชื่อมโยงไปยัง   สถาบันการเงิน และการต่อยอดด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม สามารถเชื่อมโยงกับหน่วยงานต่าง ๆ ให้เกิดเป็น Cleantech Innovation Ecosystem สร้างโอกาสทางการค้ามากขึ้น นายภาสกร ชัยรัตน์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม และในฐานะประธานคณะกรรมการกำกับและดูแลโครงการ Cleantech Promotion Programme for SMEs in Thailand ระบุว่า กสอ. ดำเนินโครงการฯ อย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2559 พ.ศ. 2560 และ พ.ศ. 2562 เพื่อส่งเสริมผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ในการพัฒนาด้านนวัตกรรมเทคโนโลยีสะอาดทั้ง 6 สาขา ได้แก่ การใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ (Energy Efficiency)  การใช้น้ำอย่างมีประสิทธิภาพ (Water Efficiency)  การใช้ของเสียเป็นพลังงาน (Waste to Benefits) พลังงานทดแทน (Renewable Energy) อาคารสีเขียว (Green Building) และการขนส่ง (Transportation) ​ ทั้งนี้ การจัดประกวดผลงานนวัตกรรมเทคโนโลยีสะอาด ในปี 2562 ได้รับความสนใจ เป็นจำนวนมาก ผลการประกวดมีผู้ได้รับรางวัลจำนวน 4 ทีม ประกอบด้วย   • รางวัลชนะเลิศ ทีม ธาอีส อีโคเลทเธอร์ ใช้กระบวนการ New Eco-Material Solution หรือ กระบวนการรีไซเคิลขยะเศษหนังขึ้นมา เป็นวัสดุใหม่ที่มีสีสันและลวดลายของหนังแต่ละแผ่น ที่ไม่เหมือนกัน เป็นเอกลักษณ์แบบ "one-of-a-kind" หรือมีชิ้นเดียวในโลก เป็นงานศิลปะ ที่มีคุณค่า สร้างสีสันให้กับวัสดุที่สวยงาม สามารถช่วยกำจัดขยะเศษหนังลดปัญหาสิ่งแวดล้อมได้มากถึง 10 ตันต่อปี • รางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 1 ทีมทีไออี สมาร์ทโซลูชั่น พัฒนานวัตกรรม AI Energy platform หรือ ระบบการตรวจสอบการใช้พลังอัตโนมัติ เกิดขึ้นจากการเก็บข้อมูล หรือ Big Data  เพื่อวินิจฉัยความผิดพลาดที่เกิดจากการทำงานของระบบปรับอากาศที่ไม่เหมาะสม  ซึ่งทำให้อุปกรณ์ปรับอากาศเสื่อมสภาพ ส่งผลให้เกิดารสูญเสียพลังงานงานโดยเปล่าประโยชน์ นวัตกรรมฯนี้ ช่วยให้ผู้ดูแลอาคารทราบถึงสาเหตุของปัญหา และสามารถดำเนินการควบคุมคุณภาพอากาศได้อย่างเหมาะสม • รางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 2 ทีมออร์ก้าฟีด ใช้วิธีการกำจัดขยะที่เกิดจากเศษอาหารหรือ ของเหลือจากอุตสาหกรรมอาหาร โดยใช้แมลงวันลายเข้ามากินเศษอาหาร และแปรรูปแมลง ให้กลายเป็นผงโปรตีนคุณภาพดี เพื่อส่งต่อให้กับอุตสาหกรรมอาหารสัตว์ ซึ่งโปรตีนในแมลงวันลายมีมากกว่าโปรตีนจากเนื้อวัวถึง 10 เท่า ดังนั้น การใช้แมลงเข้ามาเพิ่มมูลค่าให้กับขยะเหลือทิ้งจากภาคอุตสาหกรรม หรือ upcycle จากขยะเหลือทิ้ง 1 ตัน สามารถผลิตเป็นอาหารสัตว์มูลค่ากว่า 4 แสนบาท ถือเป็นการใช้วัตถุดิบที่จำกัดให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด  • รางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 3 ทีมเอ็นเนอร์ยี่ รีโวลูชั่น นำระบบกังหันน้ำ หรือ Hydro Turbine มาใช้ทดแทนการทำงานของมอเตอร์ชุดขับใบพัดระบายความร้อนในระบบหอหล่อเย็น (Cooling Tower) ในภาคอุตสาหกรรม ช่วยให้ประหยัดการใช้ไฟฟ้าต่อชั่วโมงการทำงานของระบบทำความเย็นของอาคารได้ถึง 100 – 150 กิโลวัตต์/หอหล่อเย็นใน กรณีโรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ สามารถประหยัดได้มากกว่า 500 กิโลวัตต์ หรือคิดเป็นค่าไฟฟ้าประมาณ 15 ล้านบาทต่อปี   ​อย่างไรก็ดี จากความร่วมมือของหน่วยงานพันธมิตรที่ได้ร่วมถ่ายทอดองค์ความรู้และข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์ เพื่อให้เกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืนกับสังคมและเศรษฐกิจของประเทศไทย  เป็นประโยชน์ต่อผู้ประกอบการในการพัฒนาต่อยอดเชิงธุรกิจ เกิดการขยายเครือข่ายความร่วมมือทางธุรกิจที่แข็งแกร่ง ตลอดจนเกิดการพัฒนาอุตสาหกรรมแบบครบวงจร จนสามารถสร้างความยั่งยืนทางพลังงาน และเทคโนโลยีสะอาด สร้างระบบนิเวศน์แห่งนวัตกรรม (Innovation Ecosystem) นำไปสู่การขับเคลื่อนเศรษฐกิจภาคอุตสาหกรรมของประเทศให้เติบโตบนพื้นฐานความรับผิดชอบด้านสิ่งแวดล้อมตลอดห่วงโซ่อุปทานได้อย่างยั่งยืนต่อไป นายภาสกร กล่าวทิ้งท้าย   ​โดยเมื่อเร็ว ๆ นี้ กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ร่วมกับ องค์การพัฒนาอุตสาหกรรมแห่งสหประชาชาติ (UNIDO) และ 7 หน่วยงานพันธมิตร ได้แก่ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (มก.) ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (SME D BANK) สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) และหอการค้าไทย และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย จัดพิธีปิดโครงการและแถลงผลความสำเร็จในการส่งเสริมพัฒนานวัตกรรมเทคโนโลยีสะอาด (Clean Technology) ให้แก่ ผู้ประกอบการ SMEs และ Start-ups ของไทย ภายใต้โครงการ GEF UNIDO Cleantech Programme for SMEs ณ ห้อง Ballroom โรงแรมสวิสโซเทล เลอ คองคอร์ด กรุงเทพฯ สอบถามข้อมูลได้ที่ กลุ่มงานประชาสัมพันธ์ สำนักงานเลขานุการกรม กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม โทรศัพท์ 0 2202 4417-18 หรือติดตามความเคลื่อนไหวได้ที่ www.facebook.com/dipindustry และ www.dip.go.th    

อ่านต่อ...


ก.อุตฯ เชื่อมอีคอมเมิร์ซ ผุด“ร้านรักชุมชน” นำสินค้าโอทอปผ่านมาตรฐาน มผช.จำหน่ายออนไลน์

10 ส.ค 2563

กระทรวงอุตสาหกรรม ผนึกกำลัง ธ.กรุงไทย และภาคเอกชน รุกตลาดอีคอมเมิร์ซดันสินค้า โอทอป ที่ผ่านมาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชน (มผช.)  เปิด“ร้านรักชุมชน” จำหน่ายออนไลน์ผ่าน บิ้กอีมาร์เก็ตเพลส ทั้ง ลาซาด้า และ ช้อปปี้ หวังเพิ่มช่องทางการตลาด สร้างรายได้ บรรเทาความเดือนร้อนกลุ่ม SMEs วิสาหกิจชุมชน พร้อมอัดโปรโมชั่นจูงใจ ให้คนไทยอุดหนุนสินค้าคุณภาพของชุมชนไทย    นายกอบชัย สังสิทธิสวัสดิ์ ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า “ร้านรักชุมชน” เป็นการผนึกกำลังร่วมกันระหว่าง กระทรวงอุตสาหกรรม ธนาคารกรุงไทย และบริษัท N-Squared ภาคเอกชน ที่ดำเนินงานด้านอีคอมเมิร์ซ เพื่อมุ่งช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนให้กับผู้ประกอบการ SMEs และกลุ่มวิสาหกิจชุมชนที่ผลิตและจำหน่าย สินค้าที่ได้รับมาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชน (มผช.) และสินค้า โอทอป ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีจำนวนกว่า 12,000 รายทั่วประเทศ และได้รับผลกระทบจากวิกฤตการณ์แพร่ระบาดของโรค โควิด – 19 ซึ่งส่งผลให้ผู้ประกอบการไม่สามารถขายสินค้าได้ผ่านหน้าร้านค้าหรือตามร้านขายของฝากตามแหล่งสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ ได้ ซึ่งส่งผลทำให้สินค้าค้างสต๊อกจำนวนมากส่งผลกระทบต่อยอดขายของธุรกิจ ด้วยเหตุนี้ กระทรวงอุตสาหกรรม ธนาคารกรุงไทย และบริษัท N-Squared จึงร่วมกันพัฒนาช่องทางจัดจำหน่ายผ่านตลาดอีคอมเมิร์ซ โดยเลือกอีมาร์เก็ตเพลส ที่ได้รับความนิยมจากกลุ่มตลาดผู้ซื้อ เช่น ลาซาด้า (Lazada) และ ช้อปปี้ (Shopee) ภายใต้ชื่อ “ร้านรักชุมชน” ซึ่งจะสามารถช่วยให้เกิดการขายและระบายสินค้าของผู้ประกอบการที่มีอยู่ในปัจจุบันได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสินค้าที่มีวันหมดอายุ เช่น สินค้าการเกษตร อาหาร อาหารเพื่อสุขภาพ เครื่องดื่ม เป็นต้น ซึ่งจะสามารถช่วยลดความเสียหายทางด้านการลงทุนไปได้   ทั้งนี้ สำหรับเกณฑ์การคัดเลือกผลิตภัณฑ์ที่จะนำมาจัดจำหน่ายผ่านร้านรักชุมชน จะคัดเลือกจากอุตสาหกรรมจังหวัดทั่วประเทศ ที่จะเป็นสินค้าชุมชนที่ได้มาตรฐาน มีคุณภาพ และมีจุดเด่นในตัวของสินค้าโดยในปัจจุบันมีสินค้าที่ผ่านการคัดเลือกและจำหน่ายแล้วในร้านรักชุมชน ทั้งบนแพลตฟอร์ม Lazada และ Shopee กว่า 17 รายการ และจากผลตอบรับทำให้หลาย ๆ สินค้าเริ่มมียอดขายและ ออเดอร์กลับมา ตัวอย่างเช่น ปลาสลิดทอดกรอบ แบรนด์มิสเตอร์แชมป์ จากจังหวัดสุพรรณบุรี ที่เดิมขายผ่านหน้าร้านหรือร้านขายของฝากซึ่งได้รับผลกระทบ จึงสนใจและเข้าร่วมขายผ่านร้านรักชุมชนเมื่อเดือนที่ผ่านมาทำให้เกิดยอดขายกว่าหนึ่งหมื่นบาท และ เห็ดนางฟ้าภูฐานกรอบ ของชื่นฟาร์ม จากจังหวัดนครราชสีมา ที่เดิมเคยจำหน่ายบนสายการบิน แต่ก็ประสบปัญหาไม่สามารถขายได้ จึงหันมาขายสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์และได้รับคำสั่งซื้อจำนวนมาก เพื่อเป็นขยายผลการดำเนินงาน กระทรวงอุตสาหกรรม ธนาคารกรุงไทย และบริษัท N-Squared จึงเร่งนำสินค้าขึ้นจำหน่ายผ่านร้านรักชุมชนเพิ่มขึ้นอีกกว่า 40 รายการ พร้อมทั้งการสนับสนุน โปรโมชั่นสำหรับผู้ซื้อ โดยมีส่วนลด 5% สูงสุด 100 บาท เมื่อกดติดตามร้าน และจัดส่งสินค้าฟรี เมื่อซื้อครบ 399 บาทขึ้นไป อีกทั้งหากชำระเงินผ่านบัตรเครดิต หรือ เดบิต KTC ก็จะได้รับส่วนลดเพิ่มเติมอีกด้วย ซึ่งได้รับความสนใจอย่างดีจากกลุ่มผู้ประกอบการที่มุ่งหวังเพิ่มยอดจำหน่ายและต้องการปรับเปลี่ยนรูปแบบการตลาดเป็นการขาย Online มากขึ้น ซึ่งจะสอดคล้องกับวิถี New Normal อีกด้วย   ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวทิ้งท้าย ความร่วมมือในครั้งนี้ จะสามารถช่วยเหลือกลุ่มผู้ประกอบการ SMEs และวิสาหกิจชุมชน ที่กระจายตัวอยู่ในพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศได้เป็นอย่างดี ซึ่งจะสามารถช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจหลังวิกฤต ขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากด้วยเทคโนโลยีทำให้เกิดความแข็งแรงอย่างแท้จริงและยั่งยืน  

อ่านต่อ...


ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำ ก.อุตฯ ลงพื้นที่คิกออฟแหล่งเรียนรู้ชุมชนตะเคียนเตี้ย จ.ชลบุรี

09 ส.ค 2563

จ.ชลบุรี วันที่ 7 สิงหาคม 2563 นายธีรยุทธ วานิชชัง ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงอุตสาหกรรม พร้อมด้วย นายใบน้อย​ สุวรรณชาตรี​ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม​ นางสาวสุชาดา แทนทรัพย์ โฆษกประจำกระทรวงอุตสาหกรรม นำคณะสื่อมวลชนลงพื้นที่เยี่ยมชมชุมชนตะเคียนเตี้ยและร่วมกิจกรรมปลุกพลังเสริมแกร่งเศรษฐกิจฐานรากตามแนววิถีเศรษฐกิจพอเพียง โดยมีนายผล ดำธรรม รองผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี และนางวันดี ประกอบธรรม ผู้นำชุมชนฯ ให้การต้อนรับ ณ ศูนย์การเรียนรู้ชุมชนตะเคียนเตี้ย อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี สำหรับชุมชนตะเคียนเตี้ย เป็นชุมชนที่เข้าร่วมโครงการหมู่บ้านอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ CIV โดยกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.) ได้เข้าไปพัฒนาและสนับสนุนชุมชนในด้านการพัฒนาออกแบบผลิตภัณฑ์ การสร้างโอกาสทางการตลาดด้วยระบบออนไลน์ การพัฒนา การบริการให้ได้มาตรฐานของมาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชน (มผช.) รวมถึงมาตรฐานอื่นผ่านสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดทั่วประเทศ รวมทั้งการเข้าถึงแหล่งสินเชื่ออัตราดอกเบี้ยต่ำ การสนับสนุนเงินทุนหมุนเวียนเพื่อการส่งเสริมอาชีพในครอบครัวและหัตถกรรมไทย ซึ่งกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ทำหน้าที่เป็นผู้คัดเลือกชุมชนและผู้ประกอบการ และเปิดหลักสูตรอบรมการบริหารจัดการธุรกิจและการพัฒนาผลิตภัณฑ์  การทำการตลาดให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี สตาร์ทอัพ และวิสาหกิจชุมชนอย่างต่อเนื่อง  ทั้งนี้ชุมชนตะเคียนเตี้ย บางละมุง ถือเป็นอีกหนึ่งชุมชนที่มีศักยภาพที่จะเข้าร่วมเป็น CIV 5 ดาว กับกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ในปีงบประมาณ 2564 ต่อไป

อ่านต่อ...


“สุริยะ” สั่งปูพรมตรวจวิธีเก็บสารแอมโมเนียมไนเตรทของโรงงานกลุ่มเสี่ยงทั่วประเทศด่วน

08 ส.ค 2563

“สุริยะ” คุมเข้มสั่งการให้กรมโรงงานอุตสาหกรรมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ตรวจโรงงานผลิตสารแอมโมเนียมไนเตรท จังหวัดระยอง พร้อมทั้งเน้นย้ำอุตสาหกรรมจังหวัดลงพื้นที่ตรวจสอบโรงงานที่ครอบครองสารแอมโมเนียมไนเตรททั่วประเทศพร้อมรายงานด่วนภายใน 48 ชม. เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ชาวบ้าน  นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้กรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ตรวจสอบโรงงานผลิตสารแอมโมเนียมไนเตรทที่นิคมอุตสาหกรรมไออาร์ซีพี จังหวัดระยอง ในวันที่ 7 สิงหาคม 2563 เพื่อตรวจสอบกระบวนการผลิต และขั้นตอนในการจัดเก็บรักษาที่ปลอดภัย เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนคนไทยโดยเฉพาะชาวระยอง เนื่องจากกรณีเหตุระเบิดช็อกโลกที่ประเทศเลบานอน จากแอมโมเนียมไนเตรทที่จัดเก็บอย่างไม่ถูกต้องเหมาะสมในคลังสินค้าที่ท่าเรือ ทำให้ประชาชนทั่วโลกเกิดความตระหนกอย่างมาก  นอกจากนี้ยังได้สั่งการให้อุตสาหกรรมจังหวัดทั่วประเทศเข้าไปตรวจสอบโรงงานลำดับที่ 48(4) หรือเป็นโรงงานทำไม้ขีดไฟ วัตถุระเบิดและดอกไม้เพลิง จำนวน 9 แห่ง ซี่งบางแห่งมีการครอบครองวัตถุหรือสารที่ก่อให้เกิดระเบิด และสารแอมโมเนียมไนเตรท ว่าแต่ละโรงงานมีการจัดเก็บหรือดำเนินการตามรายงานวิเคราะห์ความเสี่ยงจากอันตรายที่อาจเกิดจากการประกอบกิจการโรงงานที่ได้เสนอไว้หรือไม่ โดยสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดต้องรายงานผลการเข้าตรวจสอบภายใน 2 วันหรือ 48 ชม. หากพบว่าผู้ประกอบการรายใดจัดเก็บที่ไม่ถูกต้องต้องรีบสั่งดำเนินการปรับปรุงแก้ไขในทันที  "กระทรวงอุตสาหกรรมในฐานะที่กำกับดูแลโรงงาน และมีโรงงานบางประเภทที่ครอบครองวัตถุอันตรายซึ่งรวมถึงสารแอมโมเนียมไนเตรท เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชน และให้รับรู้ข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้องจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเรื่องของมาตรการด้านความปลอดภัยของโรงงานอุตสาหกรรมนั้น ทางกระทรวงฯ ให้ความสำคัญมาตลอดในทุก ๆ ด้าน เป้าหมายเพื่อให้ภาคอุตสาหกรรมอยู่ร่วมกับชุมชนได้ และที่สำคัญจะช่วยสร้างความมั่นใจแก่ชุมชนในพื้นที่โดยรอบว่าโรงงานที่มีการครอบครองวัตถุดังกล่าว มีการจัดเก็บที่ปลอดภัยตามมาตรการที่กระทรวงอุตสาหกรรมกำหนดไว้”  สำหรับสารแอมโมเนียมไนเตรทเกิดจากการทำปฏิกิริยาทางเคมีระหว่างกรดไนตริกและแอมโมเนีย ซึ่งเป็นสารเคมีที่ใช้ประโยชน์สำหรับการผลิตไม้ขีดไฟ ดอกไม้ไฟ และวัตถุระเบิด อีกทั้งใช้เป็นปุ๋ยเคมี (ปุ๋ยแอมโมเนียมไนเตรท) สารดูดความชื้นสำหรับผ้าฝ้าย  สารกำจัดแมลงและใช้เป็นเวชภัณฑ์ที่ใช้กับสัตว์ โดยในปัจจุบันจะมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการรับผิดชอบดูแล 5 หน่วยงาน คือกระทรวงกลาโหม, กระทรวงมหาดไทย, กระทรวงสาธารณสุข, กระทรวงแรงงาน และกระทรวงอุตสาหกรรม

อ่านต่อ...


สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดอุทัยธานี จัดแถลงข่าวการจัดงาน"ภูษาหัตถศิลป์ถิ่นอุทัย" 

05 ส.ค 2563

วันนี้ (5 สิงหาคม 2563) สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดอุทัยธานี จัดแถลงข่าวการจัดงาน "ภูษาหัตถศิลป์ถิ่นอุทัย" ตามโครงการพัฒนาเพิ่มมูลค่าผ้าทอมือและเครื่องเงิน ประจำปี 2563 โดยมี นายณรงค์ รักร้อย ผู้ว่าราชการจังหวัดอุทัยธานี นางไพรินทร์ กันทะวงษ์ อุตสาหกรรมจังหวัดอุทัยธานี นางยลดา ภูริผล กลุ่มทอผ้าพื้นเมืองบ้านผาทั่ง นางวรินทร์อร จันทร กลุ่มผ้าทอโสดา เข้าร่วม ณ โรงแรมเบสท์เวสเทิร์นพลัสแวนด้าแกรนด์   โดยงาน "ภูษาหัตถศิลป์ถิ่นอุทัย" จัดโดย อุตสาหกรรมจังหวัดอุทัยธานี ร่วมกับ ส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง และกลุ่มผู้ผลิตผ้าทอ ผู้ผลิตเครื่องเงิน โดยมีเป้าหมายเพื่อพัฒนาผ้าทอ และเครื่องประดับเงินของจังหวัด และเพื่อเป็นการรักษาองค์ความรู้และวัฒนธรรมการทอผ้าอย่างเป็นระบบ เพื่อให้ผ้าทอมือและเครื่องประดับเงินของจังหวัดมีการพัฒนาให้ได้มาตรฐาน ตรงตามความนิยมของผู้บริโภค และเป็นการเผยแพร่วัฒนธรรมผ้าทอพื้นเมืองให้เป็นที่ยอมรับ และพัฒนาเป็นอาชีพส่งเสริมคุณภาพอาชีพ โดยงานดังกล่าว จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 10-16 สิงหาคม 2563 ณ ลานโปรโมชั่น ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซ่า แจ้งวัฒนะ จังหวัดนนทบุรี

อ่านต่อ...


ผู้ตรวจฯ บรรจง เปิดงานสัมมนาการเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ สอจ.โซนภาคเหนือ

05 ส.ค 2563

วันนี้ (5 สิงหาคม 2563) เวลา 09.00 น. นายบรรจง สุกรีฑา ผู้ตรวจราชการกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นประธานเปิดงานสัมมนาเชิงปฏิบัติการ เรื่อง "การเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติราชการของเจ้าหน้าที่สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัด" มี นายอุดม  สอนจิตต์ อุตสาหกรรมจังหวัดพิษณุโลก ให้การต้อนรับ  โดยมีนายธีรทัศน์ อิศรางกูร ณ อยุธยา ผู้อำนวยการกองสารสนเทศและดัชนีเศรษฐกิจอุตสาหกรรม สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม และนางสาวณิรดา วิสุทธิชาติธาดา ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ร่วมบรรยาย  ซึ่งมีเจ้าหน้าที่จากสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดในโซนภาคเหนือกว่า 60 คน เข้าร่วมการสัมมนาฯ ณ โรงแรมท็อปแลนด์ จังหวัดพิษณุโลก

อ่านต่อ...


ปลัดกอบชัยฯ เยี่ยมชมและให้กำลังใจผู้ประกอบการ OTOP SMEs ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ผู้นำสินค้าอุปโภคบริโภคที่มีคุณภาพได้มาตรฐานมาจำหน่าย

04 ส.ค 2563

  วันนี้ (3 สิงหาคม 2563) นายกอบชัย สังสิทธิสวัสดิ์ ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม พร้อมด้วย นางวรวรรณ ชิตอรุณ รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม และนายเดชา จาตุธนานันท์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงอุตสาหกรรม ให้เกียรติเยี่ยมชมและให้กำลังใจผู้ประกอบการ OTOP SMEs จากคณะกรรมการส่งเสริมการดำเนินงานพัฒนาประสิทธิภาพองค์กร กลุ่มที่ 5 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือนำสินค้าอุปโภคบริโภคที่มีคุณภาพได้มาตรฐานมาจำหน่าย ภายใต้กิจกรรม "สปอ. ร่วมใจช่วยผู้ประกอบการไทย สู้ภัยโควิด-19" ในระหว่างวันที่ 3-14 สิงหาคม 2563 โดยมีสินค้า อาทิ หมูยอ กุนเชียง หมูหยอง กุ้งจ่อม กระยาสารท ข้าวกล้องงอก ผลิตภัณฑ์ประดิษฐ์จากไม้ ผ้าทอมือ ผ้าไหม หมอนยางพารา ฯลฯ บริเวณ ชั้น 1 อาคารสโมสรกระทรวงอุตสาหกรรม (อาคารนารายณ์)  

อ่านต่อ...


รองปลัดฯ ภานุวัฒน์ ประชุมแนวทางบูรณาการความร่วมมือผลักดันงานวิจัยนวัตกรรมยางพาราสู่เชิงพาณิชย์

01 ส.ค 2563

เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2563 นายภานุวัฒน์ ตริยางกูรศรี รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม นำคณะผู้แทนจาก สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดสงขลา ศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 11 ศูนย์นวัตกรรมอย่างยั่งยืนมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาลัยเทคนิคหาดใหญ่ และกลุ่มบริษัทนักลงทุนไทย เข้าเยี่ยมชมการดำเนินงานของอุทยานวิทยาศาสตร์ภาคใต้ และประชุมแนวทางบูรณาการความร่วมมือผลักดันงานวิจัยนวัตกรรมยางพาราสู่เชิงพาณิชย์ โดยมี ผศ.นพ.สุนทร วงษ์ศิริ รองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและนวัตกรรม มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ให้การต้อนรับ ณ อุทยานวิทยาศาสตร์ภาคใต้ ต.ทุ่งใหญ่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา   อุทยานวิทยาศาสตร์ภาคใต้ (Southern Thailand Science Park) นับเป็น “นิคมวิจัยสำหรับเอกชน แห่งแรกของภาคใต้” ให้บริการภาคเอกชนเพื่อทำวิจัยและพัฒนา โดยมีทรัพยากรวิจัยทั้งนักวิจัย ผู้เชี่ยวชาญจากภาครัฐและภาคเอกชน รวมถึงเครื่องมือ ห้องปฏิบัติการวิจัยและโครงสร้างพื้นฐานต่าง ๆ พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบถ้วน อีกทั้งเป็นตัวกลางเชื่อมโยงการพัฒนานวัตกรรมระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคการศึกษา และภาคสังคม ซึ่งจะช่วยส่งเสริมการพัฒนากำลังคนด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมระดับภูมิภาค สร้างธุรกิจและเทคโนโลยีใหม่ ๆ และการนำผลงานวิจัยเข้าสู่ระบบการคุ้มครองให้สามารถใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ได้  

อ่านต่อ...


Page 8 of 341