ข่าวประชาสัมพันธ์กระทรวงอุตสาหกรรม

รมต.สุริยะฯ  เป็นประธานการประชุมเพื่อหารือกรอบแนวนโยบายในการจัดทำคำของบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 

25 ม.ค 2563

วันที่ 24 มกราคม 2563 นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นประธานการประชุมเพื่อหารือกรอบแนวนโยบายในการจัดทำคำของบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 ของกระทรวงอุตสาหกรรม โดยมีนายกอบชัย สังสิทธิสวัสดิ์  ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องของกระทรวงอุตสาหกรรม และนางชวนชม กิจพันธ์ รองผู้อำนวยการสำนักงบประมาณและเจ้าหน้าที่เข้าร่วม โดยกระทรวงอุตสาหกรรมได้กำหนดกรอบแนวทางในการจัดทำคำของบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2564  ดังนี้ 1) การผลักดันภาคเกษตรเข้าสู่เกษตรอุตสาหกรรม (Agricultural Industry) 2) การส่งเสริมและพัฒนาอุตสาหกรรมเป้าหมาย (S-Curve)  3) การส่งเสริมและพัฒนาผู้ประกอบการไปสู่ 4.0 (SME 4.0)  4) การส่งเสริมภาคการผลิตไปสู่ 4.0 (Factory 4.0)  5) การส่งเสริมการลงทุนในพื้นที่ (Investment Promotion) และ 6) การเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการกระทรวง (MOI Transformation)  ซึ่งทั้งหมดนี้ได้พิจารณาถึงความสอดคล้องเชื่อมโยงกับยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ.2561-2580) แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 แผนการปฏิรูปประเทศและนโยบายรัฐบาล ยุทธศาสตร์การจัดสรรงบประมาณ รายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 และยุทธศาสตร์ของกระทรวงอุตสาหกรรม ณ ห้องประชุม 1 ชั้น 2 สำนักงานปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม #กระทรวงอุตสาหกรรม #prmoi

อ่านต่อ...


รองปลัดฯภานุวัฒน์ ร่วมหารือกับผู้อำนวยการใหญ่ฯ GGGI ประเทศเกาหลีใต้

23 ม.ค 2563

วันนี้ (23 ม.ค. 63)  นายภานุวัฒน์  ตริยางกูรศรี รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ร่วมหารือกับนาย Frank Rijsberman ผู้อำนวยการใหญ่สถาบันเพื่อการพัฒนาที่เป็นมิตรต่อส่งแวดล้อม (Global Green Growth Institute - GGGI) ประเทศเกาหลีใต้  เกี่ยวกับแผนการส่งเสริมการดำเนินงานเรื่องการลงทุนในอุตสาหกรรมสีเขียว และกิจกรรมในภูมิภาคภายใต้โครงการของไทย  และขอรับฟังข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะของไทยต่อทิศทางการดำเนินงานของ GGGI ในอนาคตเพื่อพัฒนาความร่วมมือกับรัฐบาลไทย ณ ห้องประชุมชุณหวัณ ชั้น 3 สำนักงานปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม  # กระทรวงอุตสาหกรรม # อุตสาหกรรมสีเขียว  

อ่านต่อ...


รองปลัดภานุวัฒน์ เปิดอบรมหลักสูตร ‘นักบริหารระดับต้น’ รุ่นที่ 28 ของกระทรวงอุตสาหกรรม

23 ม.ค 2563

วันที่ 20 มกราคม 2563 นายภานุวัฒน์ ตริยางกูรศรี รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นประธานในพิธีเปิดอบรมหลักสูตร ‘นักบริหารระดับต้น’ รุ่นที่ 28 ของกระทรวงอุตสาหกรรม โดยมีนายสมพล โนดไธสง ผู้ตรวจราชการกระทรวงอุตสาหกรรม นางสาวสุนีย์ โสภณ ผู้อำนวยการกองบริหารทรัพยากรบุคคล และ นายสมชัย เอมบำรุง ผู้อำนวยการกองกฎหมาย เข้าร่วมด้วย ณ โรงแรม เดอะทวินทาวเวอร์ กรุงเทพฯ  

อ่านต่อ...


รมว.สุริยะ สั่งการเร่งแก้ปัญหามลพิษ PM 2.5 ขอโรงงานลดกำลังการผลิต ควบคุมการระบายมลพิษอากาศจากการประกอบกิจการ พร้อมให้หน่วยงานกำหนดมาตรการและปรับปรุงกระบวนการทำงานเพื่อป้องกันปัญหาฝุ่นละออง

23 ม.ค 2563

  นางสาวสุชาดา แทนทรัพย์ โฆษกกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ได้สั่งการให้หน่วยงานในสังกัดกระทรวงอุตสาหกรรม เร่งหามาตรการในการควบคุม และป้องกันการเกิดปัญหาคุณภาพอากาศมีฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM2.5) และให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำชับให้ผู้ประกอบกิจการอุตสาหกรรมที่อยู่ในความรับผิดชอบ กำหนดมาตรการ และปรับปรุงกระบวนการทำงานเพื่อป้องกันมิให้เกิดหรือลดปัญหาฝุ่นละออง ที่มีสาเหตุจากกระบวนการอุตสาหกรรม แลขอความร่วมมือจากผู้ประกอบการ โรงงานอุตสาหกรรมในการลดกำลังการผลิตลงด้วย โดยเบื้องต้นได้สั่งการไปยังหน่วยงานในสังกัดให้ออกมาตรการบรรเทาปัญหา           การกำกับดูแลสถานประกอบการอุตสาหกรรม ได้มีมาตรการดังนี้ 1) ขอความร่วมมือผู้ประกอบการ โรงงานอุตสาหกรรมในการลดกำลังการผลิต ควบคุมการระบายมลพิษอากาศจากการประกอบกิจการ และขอความร่วมมือโรงงานที่ติดตั้งเครื่องมือหรืออุปกรณ์พิเศษ (CEMS) ที่อยู่นอกพื้นที่บังคับใช้ตามกฎหมายให้เชื่อมต่อข้อมูลรายงานคุณภาพอากาศมายังกรมโรงงานอุตสาหกรรม 2) ตรวจสอบและเฝ้าระวังโรงงานเพื่อป้องกันการเกิดฝุ่นและมลพิษทางอากาศ โดยแผนการตรวจโรงงานประจำปี 2563 เน้นโรงงานที่เคยมีปัญหาข้อร้องเรียนด้านฝุ่นละอองในปีที่ผ่านมา  3) กำกับดูแลให้โรงงานตรวจสอบระบบบำบัดอากาศให้มีประสิทธิภาพ 4) ส่งเสริมให้โรงงานใช้เทคโนโลยีสะอาด          ให้ความช่วยเหลือด้านเทคนิคในการปรับปรุงกระบวนการเพื่อการลดมลพิษที่ต้นทาง (แหล่งกำเนิด) 5) ประสานขอความร่วมมือกับกองทัพอากาศสำรวจสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM 2.5) โดยใช้เครื่องมือตรวจวัดร่วมกับโดรน                  สำหรับมาตรการแก้ไขปัญหาอ้อยไฟไหม้ สำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย (สอน.) ได้ออกประกาศคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการดำเนินการเกี่ยวกับเงินที่หักจากค่าอ้อยไฟไหม้ อ้อยยอดยาว และอ้อยที่มีกาบใบ พ.ศ. 2561 โดยกำหนดให้หักเงินชาวไร่อ้อยที่ส่งอ้อยไฟไหม้ในอัตราตันละ           30 บาท จ่ายคืนให้กับชาวไร่อ้อยที่ตัดอ้อยสดคุณภาพดีเต็มจำนวนโดยคิดแยกเป็นรายโรง และมาตรการปรับเงินสำหรับโรงงานน้ำตาลที่มีอ้อยไฟไหม้เข้าหีบเกินจำนวนที่กำหนด ในอัตราตันละ 12 บาท โดยให้นำเงินส่วนนี้เป็นรายได้ของกองทุนอ้อยและน้ำตาลทรายเพื่อนำไปใช้ในโครงการลดปัญหาอ้อยไฟไหม้ต่อไป นอกจากนี้ได้ประสานความร่วมมือกับผู้ว่าราชการจังหวัด หน่วยงานภาครัฐ สมาคมชาวไร่อ้อย โรงงานน้ำตาล และเกษตรกรชาวไร่อ้อย            ในพื้นที่ รณรงค์ไม่ให้เก็บเกี่ยวอ้อยด้วยวิธีการเผาไร่อ้อยก่อนตัดส่งเข้าโรงงานน้ำตาล และประชาสัมพันธ์สร้างความรู้ความเข้าใจกับเกษตรกรชาวไร่อ้อย เรื่อง มาตรการแนวทางแก้ไขปัญหาอ้อยไฟไหม้ และปัญหาของฝุ่น PM 2.5 ที่มาสาเหตุมาจากการเผา               ซึ่งจากรายงานการสำรวจปริมาณอ้อยไฟไหม้ ฤดูการผลิตปี 2562/2563 เมื่อเปรียบเทียบกับฤดูการผลิตปี 2561/2562 ณ วันหีบที่ 50 ของฤดูการผลิต พบว่ามีปริมาณอ้อยไฟไหม้ลดลงถึง 7.43 % โดยอ้อยไฟไหม้ในฤดูการผลิตปี 2562/2563 มีปริมาณ 20,927,473 ตัน จากปริมาณอ้อยเข้าหีบทั้งหมด 42,621,206 ตัน คิดเป็นร้อยละ 49.10 ของปริมาณอ้อยเข้าหีบทั้งหมด               สำหรับมาตรการเกี่ยวกับผู้ประกอบการด้านเหมืองแร่ ขอความร่วมมือสถานประกอบการ 1) ให้ควบคุมการระเบิดให้เป็นไปตามหลักวิชาการเพื่อควบคุมฝุ่นจากการระเบิด 2)ตรวจสอบระบบกำจัดฝุ่นของสถานประกอบการให้ใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพและเปิดใช้งานอย่างต่อเนื่องตลอดเวลาประกอบการ 3) ฉีดพรมน้ำและปรับปรุงเส้นทางขนส่งในเขตเหมืองแร่เป็นประจำเพื่อลดการสะสมฝุ่น 4) ทำความสะอาดบริเวณพื้นที่สถานประกอบการ ลานเก็บกองแร่และมูลดินทราย เพื่อลดการสะสมของฝุ่นอย่างสม่ำเสมอ 5) ตรวจสอบระบบล้างล้อรถบรรทุกให้ใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพและให้มีการล้างล้อรถบรรทุก ก่อนออกจากสถานประกอบการทุกครั้ง 6) จัดทำแนวกันชนปลูกต้นไม้โดยรอบสถานประกอบการเพื่อป้องกันฝุ่นจากสถานประกอบการออกไปสู่ภายนอก               “กระทรวงอุตสาหกรรมไม่ได้นิ่งนอนใจกับปัญหาฝุ่นละอองที่เกิดขึ้น และได้เร่งกำชับไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในสังกัดกระทรวงอุตสาหกรรมให้แก้ปัญหาเรื่องนี้อย่างจริงจัง และต้องขอความร่วมมือจากผู้ประกอบกิจการต่างๆ ให้ความร่วมมือกับภาครัฐในการปฏิบัติตามกฎระเบียบและมาตรการอย่างเคร่งครัด และการจัดการปัญหานี้ได้อย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งหากพบว่ามีการดำเนินการที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมายหรือกฎระเบียบ กระทรวงฯจะดำเนินการขั้นเด็ดขาดทันที เพื่อประโยชน์แก่ส่วนรวม” โฆษกกระทรวงอุตสาหกรรมกล่าว  

อ่านต่อ...


ผู้ตรวจราชการกระทรวงอุตสาหกรรม ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมสถานประกอบการ จ.ตาก

21 ม.ค 2563

จังหวัดตาก : วันที่ 19 มกราคม 2563 เวลา 14.00 น. นายบรรจง สุกรีฑา รองอธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม รักษาการผู้ตรวจราชการกระทรวงอุตสาหกรรม พร้อมด้วยนางพัชรี ใบยา อุตสาหกรรมจังหวัดตาก พร้อมเจ้าหน้าที่ฯ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการประกอบกิจการ บริษัท ภาลักษณ์เจริญ จำกัด ประกอบกิจการแปรรูปสมุนไพร ที่ได้รับการอนุมัติสินเชื่อจากกองทุนพัฒนาเอสเอ็มอีตามแนวประชารัฐ ณ เลขที่1/2 หมู่ที่4 ต.พระธาตุ อ.แม่ระมาด จ.ตาก    เวลา 15.00 น. คณะฯ ได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมผู้ประกอบการ บริษัท ไทยวา จำกัด ประกอบกิจการผลิตแป้งมันสำปะหลัง ณ เลขที่ 194 หมู่8 ต.แม่กาษา อ.แม่สอด จ.ตาก เพื่อติดตามโครงการนำน้ำทิ้งที่ผ่านการบำบัดแล้วจากโรงงาน ไปใช้ประโยชน์ในพื้นที่เกษตรกรรม บริเวณรอบโรงงานในรัศมี 3 กิโลเมตร พื้นที่จำนวน 1,200 ไร่ เกษตรกร 56 ราย โดยปี 2563 มีแผนการขยายระบบน้ำเพิ่มพื้นที่อีก 1,700 ไร่ เกษตรกรที่จะได้ใช้ประโยชน์เพิ่มขึ้นอีก 70 ราย เพื่อลดผลกระทบจากภัยแล้งตามนโยบายของกระทรวงอุตสาหกรรม    และเวลา 16.00 น. คณะฯ ได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมผู้ประกอบการ บริษัท จีเนียสเอ็นเนอร์จี้ จำกัด ประกอบกิจการผลิตเชื้อเพลิงจากขยะ ต.แม่กุ อ.แม่สอด จ.ตาก เพื่อตรวจสอบขั้นตอน กระบวนการพร้อมให้คำแนะนำของระบบเครื่องจักรภายในโรงงานให้เกิดประสิทธิภาพในกระบวนการผลิตต่อไป  

อ่านต่อ...


รองปลัดฯภานุวัฒน์ เปิดการประชุมระดมความเห็นต่อร่างแผนปฏิบัติการดิจิทัลของกระทรวงอุตสาหกรรม

21 ม.ค 2563

วันนี้ (21 มกราคม 2563) นายภานุวัฒน์ ตริยางกูรศรี รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ในฐานะผู้บริหารเทคโนโลยีสารสนเทศระดับสูงของกระทรวง เป็นประธานเปิดการประชุมระดมความเห็นต่อร่างแผนปฏิบัติการของกระทรวงอุตสาหกรรม พ.ศ. 2563 – 2565 เพื่อศึกษาขอบเขตความต้องการและความคาดหวังการใช้งานเทคโนโลยีสารสนเทศ รวมถึงปัญหา อุปสรรคต่าง ๆ ในการทำงานร่วมกับกระทรวงอุตสาหกรรม สำหรับนำไปกำหนดวิสัยทัศน์ ยุทธศาสตร์เทคโนโลยีสารสนเทศของกระทรวงอุตสาหกรรม โดยมีนางสาวณิรดา วิสุทธิชาติธาดา ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นผู้กล่าวรายงาน ซึ่งมีผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ สถาบันการศึกษา และสถาบันเครือข่ายของกระทรวงอุตสาหกรรม เข้าร่วมกว่า 50 คน จาก 29 หน่วยงาน ณ ห้องประชุม อก. 1 ชั้น 2 สำนักงานปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม  

อ่านต่อ...


ก.อุตสาหกรรม ลงพื้นที่ปัตตานีเยี่ยมชมบริษัท ปาล์มพัฒนาชายแดนใต้ จำกัด รับฟังปัญหาและข้อเสนอแนะเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจในพื้นที่ชายแดนใต้

20 ม.ค 2563

วันนี้ (20 มกราคม 2563) เวลา 14.00 น. นายธีรยุทธ วานิชชัง ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงอุตสาหกรรม พร้อมด้วย นายกอบชัย สังสิทธิสวัสดิ์ ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม นายเจตนิพิฐ รอดภัย ผู้ช่วยปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม นายใบน้อย สุวรรณชาตรี รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม นางสาวฐานันดร์ พิทักษ์วงศ์ รองผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และคณะผู้บริหารกระทรวงอุตสาหกรรม ลงพื้นที่เยี่ยมชมบริษัท ปาล์มพัฒนาชายแดนใต้ จำกัด ซึ่งตั้งอยู่หมู่ที่ 4 ตำบลบางเขา อำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี รับฟังปัญหา และข้อเสนอแนะของผู้ประกอบการในพื้นที่ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในพื้นที่ชายแดนใต้   โดยกลุ่มบริษัทฯ มีการประกอบกิจการโรงงาน 4 กลุ่มธุรกิจ ได้แก่ กลุ่มธุรกิจแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร กลุ่มธุรกิจพลังงาน กลุ่มธุรกิจก่อสร้าง และกลุ่มธุรกิจบริการ โดยบริษัทฯ ขอให้กระทรวงอุตสาหกรรมเข้ามาสนับสนุนให้เกิดเขตประกอบการอุตสาหกรรมพร้อมช่วยเชิญชวนนักลงทุนให้เข้ามาลงทุนในพื้นที่ เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพทั้งด้านวัตถุดิบ แรงงาน และสิทธิประโยชน์ต่างๆ ทั้งนี้เมื่อเกิดการลงทุนในพื้นที่ จะทำให้ประชาชนชาวปัตตานีได้มาทำงาน ซึ่งเป็นเป้าหมายหลักของการพัฒนาที่สำคัญเพื่อให้เศรษฐกิจของจังหวัดปัตตานีดีขึ้น    นอกจากนี้บริษัทฯ ได้ขอให้กระทรวงฯ ช่วยผลักดันเกษตรกรฐานรากให้มีศักยภาพ โดยขอรับการสนับสนุนแหล่งเงินทุนให้แก่กลุ่มวิสาหกิจชุมชนในพื้นที่ ซึ่งปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ได้มอบหมายให้ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม สาขาในพื้นที่เข้ามาประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับมีโครงการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ 4 โครงการ คือ สินเชื่อช่วยเหลือ SMEs 3 จังหวัดชายแดนใต้ (นราธิวาส ปัตตานี ยะลา) อัตราดอกเบี้ย 1.5%ต่อปี สินเชื่อเพื่อยกระดับเศรษฐกิจชุมชน อัตราดอกเบี้ย 3.0%ต่อปี สินเชื่อ Transformation Loan เสริมแกร่ง อัตราดอกเบี้ย 4.0%ต่อปี และสินเชื่อโตไวไทยยั่งยืน อัตราดอกเบี้ย 1% ต่อปี ให้แก่ประชาชนในพื้นที่ต่อไป  

อ่านต่อ...


ก.อุตฯ ร่วมประชุมหารือผู้ประกอบการ ผู้นำชุมชน 6 จังหวัดชายแดนใต้ เร่งยกระดับ ต่อยอดสินค้าชุมชนสู่อุตสาหกรรมแปรรูปเกษตร

20 ม.ค 2563

จังหวัดสงขลา : วันนี้ (20 มกราคม 2562) เวลา 10.00 น. นายธีรยุทธ วานิชชัง ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงอุตสาหกรรม พร้อมด้วย นายกอบชัย สังสิทธิสวัสดิ์ ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม นายสุรพล ชามาตย์ รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม นางวรวรรณ ชิตอรุณ เลขาธิการคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย รักษาการรองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม และคณะผู้บริหารกระทรวงอุตสาหกรรม ประชุมร่วมกับผู้นำชุมชน ผู้ประกอบการ และหัวหน้าส่วนราชการในพื้นที่ชายแดนใต้ (จังหวัดสงขลา ปัตตานี นราธิวาส สตูล พัทลุง ยะลา) ในระหว่างการประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ ครั้งที่ 1/2563 จังหวัดนราธิวาส ณ โรงแรมคริสตัล จังหวัดสงขลา   สำหรับข้อเสนอของภาคเอกชน ในพื้นที่ชายแดนใต้ (จังหวัดสงขลา ปัตตานี นราธิวาส สตูล พัทลุง ยะลา) ต้องการให้กระทรวงอุตสาหกรรมสนับสนุนการแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าเกษตร เงินทุนและเครื่องจักรในการดำเนินงาน ซึ่งกระทรวงอุตสาหกรรม โดยศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 11 มีศูนย์ปฏิรูปอุตสาหกรรมเพื่อขับเคลื่อน SMEs สู่สากล (ITC) เพื่อบริการให้คำปรึกษา บริการเครื่องจักรกลาง เพื่อให้เกิดผลิตภัณฑ์ใหม่ให้ผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม นำไปขยายผลสู่เชิงพาณิชย์ได้ พร้อมบูรณาการร่วมกับสถาบันอาหารในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ โดยใช้ผลงานวิจัยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมเชื่อมโยงสู่การผลิต ผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม มีโครงการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ 4 โครงการ คือ สินเชื่อช่วยเหลือ SMEs 3 จังหวัดชายแดนใต้ (นราธิวาส ปัตตานี ยะลา) อัตราดอกเบี้ย 1.5%ต่อปี สินเชื่อเพื่อยกระดับเศรษฐกิจชุมชน อัตราดอกเบี้ย 3.0%ต่อปี สินเชื่อ Transformation Loan เสิมแกร่ง อัตราดอกเบี้ย 4.0%ต่อปี และสินเชื่อโตไวไทยยั่งยืน อัตราดอกเบี้ย 1%ต่อปี และได้มอบหมายให้หน่วยงานในพื้นที่ได้แก่ สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัด ศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาค บูรณาการการทำงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อต่อยอด แปรรูปและเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตรในพื้นที่ต่อไป  

อ่านต่อ...


ผู้ช่วยปลัดฯ ประชุมพิจารณาทบทวนคำสั่งการมอบอำนาจให้ปฏิบัติราชการแทน

17 ม.ค 2563

วันที่ 17 มกราคม 2563 นายเจตนิพิฐ รอดภัย ผู้ช่วยปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นประธานในการประชุมพิจารณาทบทวนคำสั่งการมอบอำนาจให้ปฏิบัติราชการแทน โดยมีผู้อำนวยการกองต่างๆในสังกัด สปอ. เข้าร่วมประชุมฯ ณ ห้องประชุม อก.2 ชั้น 3 สปอ.  

อ่านต่อ...


ก.อุตฯ ดึงน้ำในขุมเหมืองเก่า น้ำทิ้งโรงงานที่ผ่านเกณฑ์กฎหมายเตรียมพร้อมผันเข้าระบบ 169 ล้าน ลบ.ม. ช่วยเกษตรกรสู้วิกฤติภัยแล้ง !

17 ม.ค 2563

นายกอบชัย สังสิทธิสวัสดิ์ ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า กระทรวงอุตสาหกรรมได้สำรวจปริมาณน้ำทิ้งโรงงาน และแหล่งน้ำในขุมเหมืองที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ในภาคเกษตรกรรมในช่วงวิกฤติภัยแล้งปี 2563 เพื่อให้ภาคอุตสาหกรรมได้มีส่วนช่วยเหลือเกษตรกร และภาคส่วนอื่นๆ ในการช่วยบรรเทาปัญหาการขาดแคลนน้ำในหลายพื้นที่ จากการสำรวจล่าสุดมีปริมาณน้ำรวม 169 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) ที่พร้อมผันน้ำให้ภาคส่วนต่างๆ ได้ใช้ประโยชน์ และกระทรวงฯ จะจัดส่งข้อมูลไปยัง ศูนย์บัญชาการเฉพาะกิจและแผนปฏิบัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาวิกฤติน้ำ ที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นผู้บัญชาการศูนย์ฯ เพื่อบูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการ ดึงน้ำข้างต้นเพื่อใช้แก้วิกฤติภัยแล้งให้ผ่านพ้นไป  “น้ำในขุมเหมืองเก่าทั่วประเทศ เบื้องต้นพบว่า ในอดีตได้มีการนำไปใช้เพื่อการอุปโภคบริโภค และเป็นน้ำต้นทุนในการผลิตน้ำประปา เช่น จังหวัดภูเก็ต ระนอง และพังงา ฯลฯ ซึ่งใน ปีนี้มีแหล่งน้ำในกลุ่มเหมืองแร่ จำนวน 36 แห่ง รวม 105 บ่อเหมือง มีปริมาณน้ำทั้งสิ้น 166,019,100 ลบ.ม. ที่สามารถนำน้ำไปใช้ประโยชน์ได้ และปัจจุบันได้นำน้ำไปใช้ประโยชน์แล้ว ถึง 50 บ่อเหมือง             คิดเป็นปริมาณน้ำรวมกว่า 65,392,000 ลบ.ม. กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ (กพร.) ได้ตรวจสอบวิเคราะห์คุณภาพน้ำในแหล่งน้ำขุมเหมือง และได้ประสานจัดส่งข้อมูลปริมาณน้ำขุมเหมืองในเขตพื้นที่ต่างๆ ให้กับ สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัด (สอจ.) และองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ที่เกี่ยวข้อง เพื่อประกอบการพิจารณานำน้ำไปใช้ประโยชน์ รวมทั้งจัดสรรให้ทั่วถึงซึ่งจะเน้นในพื้นที่ประสบภัยแล้งอย่างหนักก่อน  สำหรับการนำน้ำทิ้งจากโรงงานไปใช้ประโยชน์จะดำเนินการได้ ภายหลังจากที่กรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) จัดทำประกาศฯ เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการพิจารณาอนุญาตโรงงานอุตสาหกรรม นำน้ำทิ้งของโรงงานไปใช้ประโยชน์ในพื้นที่เกษตรกรรมในช่วงภัยแล้ง ซึ่งคาดว่าประกาศฯ ได้ภายในเดือนมกราคมนี้ โดยผมได้รับรายงานการสำรวจของ สอจ. 76 จังหวัดทั่วประเทศ พบว่ามีโรงงานประเภทแปรรูปการเกษตรที่มีน้ำทิ้ง จำนวนทั้งสิ้น 3,103 โรง มีปริมาณน้ำทิ้งที่ผ่านการบำบัดให้มีค่ามาตรฐานตามกฎหมายและพร้อมจะช่วยเหลือภาคเกษตรกรรม จำนวนรวม 3,772,417 ลบ.ม. ซึ่งกระทรวงฯ คาดการณ์ในเบื้องต้นว่า น้ำทิ้งที่ระบายออกจากโรงงานจะสามารถช่วยเหลือเกษตรกรในพื้นที่โดยรอบโรงงานได้จำนวนกว่า 1,500 ราย ซึ่งถ้ารวมกับปริมาณน้ำในกลุ่มเหมืองแร่ ที่มีปริมาณน้ำ 166,019,100 ลบ.ม. จะมีปริมาณน้ำรวมกว่า 169 ล้าน ลบ.ม.” นายกอบชัย กล่าว ขณะนี้ภาคอุตสาหกรรมยังไม่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ภัยแล้งอย่างชัดเจน เนื่องจากโรงงานที่ใช้น้ำในการผลิตในปริมาณมาก ส่วนใหญ่จะมีบ่อกักเก็บน้ำทิ้งไว้ใช้ประโยชน์ และมีการนำน้ำกลับมาใช้ในการผลิตอีกครั้ง ส่วนโรงงานที่อยู่ในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรม ทางการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) ได้เตรียมแหล่งน้ำสำรองเพียงพอที่จะรับมือกับภัยแล้ง จึงมั่นใจว่าโรงงานจะไม่ได้รับผลกระทบและเกิดปัญหาการแย่งน้ำกับภาคส่วนอื่น แต่หากพบผู้ประกอบการรายใดที่มีแนวโน้มได้รับผลกระทบ หรือน้ำต้นทุนไม่เพียงพอ กระทรวงฯ จะออกมาตรการช่วยเหลือให้ต่อไป  ข้อมูลแหล่งน้ำขุมเหมืองของ กพร. ในพื้นที่ภาคเหนือ มี 13 บ่อเหมืองในจังหวัดเชียงใหม่ พะเยา ลำปาง ลำพูน ปริมาณน้ำรวม 129 ล้าน ลบ.ม. ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มี 17 บ่อเหมืองในจังหวัดขอนแก่น นครราชสีมา บุรีรัมย์ เลย ศรีสะเกษ สุรินทร์ หนองบัวลำภู อุบลราชธานึ ปริมาณน้ำรวม 11 ล้าน ลบ.ม. ภาคกลาง  มี 4 บ่อเหมืองในจังหวัดนครสวรรค์ เพชรบูรณ์ ปริมาณน้ำรวม 1.7 ล้าน ลบ.ม. ภาคตะวันออก มี 4 บ่อเหมืองในจังหวัดจันทบุรี ชลบุรี ปราจีนบุรี สระแก้ว ปริมาณน้ำรวม 8 แสน ลบ.ม. ภาคตะวันตก มี 5 บ่อเหมืองในจังหวัดกาญจนบุรี ตาก ประจวบคีรีขันธ์ เพชรบุรี ราชบุรี ปริมาณน้ำรวม 8.7 ล้าน ลบ.ม. และภาคใต้ มี 6 บ่อเหมืองในจังหวัด ตรัง นครศรีธรรมราช นราธิวาส พังงา และภูเก็ต ปริมาณน้ำรวม 14 ล้าน ลบ.ม.   -------------------------

อ่านต่อ...


Page 1 of 306