คำถามที่พบบ่อย (22)

คำถาม  ค่าเช่าที่พักของพนักงานขับรถ กรณีเดินทางไปราชการกับผู้จัดสัมมนาหรือผู้เข้าร่วมสัมมนาหรือรับส่งผู้เข้าร่วมสัมมนาและจำเป็นต้องค้างคืนสามารถเบิกจ่ายได้หรือไม่อย่างไร

แนวทางคำตอบ     พนักงานขับรถถือเป็นเจ้าหน้าที่ตามคำนิยามของระเบียบฝึกอบรมฯ พ.ศ. 2549 และที่แก้ไขเพิ่มเติมข้อ 4 ประกอบกับข้อ 10 กำหนดให้บุคคลที่จะเบิกค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมตามระเบียบนี้ ได้แก่ ประธานในพิธีเปิดหรือพิธีการปิดการฝึกอบรม แขกผู้มีเกียรติ ผู้ติดตาม เจ้าหน้าที่ วิทยากร ผู้เข้ารับการฝึกอบรม และผู้สังเกตการณ์

คำถาม กรณีที่จ้างเหมาบริการจะลาคลอดบุตร ตั้งแต่วันที่ 16-27  กันยายน 2562 นั้น จะต้องนับวันหยุดงานอย่างไร และควรจะหักค่าจ้างกี่วัน ต้องนับรวมเสาร์-อาทิตย์ หรือไม่

แนวทางคำตอบ    

กรณีจ้างเหมาบริการลาหยุดให้ดูเอกสารแนบท้ายสัญญา ผนวก 1 ข้อกำหนดการจ้างเหมาบริการบุคคลธรรมดา ข้อ 5 ระบุว่า กรณีที่ผู้รับจ้างมาปฏิบัติงานไม่ครบตามวันปฏิบัติงานตามข้อ 4.2 (3) ในวันใด ผู้รับจ้างตกลงให้   ผู้ว่าจ้างหักเงินค่าจ้างที่จะจ่ายให้สำหรับเดือนนั้นๆ ตามจำนวนวันที่ไม่มาปฏิบัติงาน ทั้งนี้ ในการคำนวณให้ถือว่าหนึ่งเดือนมีจำนวนวัน 30 วัน

การคำนวณ เช่น กรณีนี้จ้างเหมาหยุด 10 วัน คำนวณโดย ให้เอาค่าจ้าง สมมุติ 15,000 บาท หาร 30 วัน หักค่าจ้างวันละ 500 บาท พร้อมหักค่าปรับวันละ 100 บาท เป็นวันละ 600 บาท ดังนั้น จะจ่ายค่าจ้าง 15,000 - (10 x 600=6,000) คงเหลือจ่าย 9,000 บาท และให้ดูหมวดค่าปรับ รวมถึงการบอกเลิกสัญญาจ้างด้วย

คำถาม การจ้างเหมาบุคคลธรรมดามีแนวทางในการจ้างอย่างไร

แนวทางคำตอบ

     ตอบกรณีการจ้างเหมาบริการบุคคลธรรมดา มีดังนี้

  1. การจ้างเหมาบริการบุคคลธรรมดา โดยลักษณะงานเป็นการจ้างมุ่งเน้นผลสำเร็จของงานจ้าง เป็นสำคัญ อาจะจ้างไม่เต็มปี หรือ 1 ปีก็ได้ เป็นการจ้างปีต่อปี สัญญาสิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน/สิ้นปีงบประมาณ
  2. ไม่ว่าลูกจ้างเหมาบริการจะแจ้งความประสงค์ต่อสัญญาหรือไม่ก็ตาม เนื่องจากสัญญาจ้างสิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน ตามปกติส่วนราชการมีหน้าที่จัดจ้างลูกจ้างเหมาบริการในช่วงกันยายน ทุกปี เพื่อทำงานให้ทันในปีงบประมาณถัดไป (1 ตุลาคม) อาจจะได้รายเดิมหรือรายใหม่ก็ได้ แต่จะลงนามสัญญาไม่ได้จนกว่าจะได้รับจัดสรรเงินงบประมาณ และ พรบ. งบประมาณรายจ่ายประจำปีประกาศใช้
  3. ในกรณีนี้ลูกจ้างเหมาบริการว่าง 2 ตำแหน่ง ก็ต้องจัดหาผู้รับจ้างรายใหม่ และต้องดำเนินการตามระเบียบพัสดุฯ 2560 หากวงเงินไม่เกิน 500,000 บาท ก็ใช้วิธีเฉพาะเจาะจง ทั้งนี้ ไม่ว่าจะได้มาโดยวิธีการเปิดสอบคัดเลือก 2 ตำแหน่ง ที่เหลือก็ขึ้นบัญชีสำรองไว้เผื่อลูกจ้างที่จะไปบรรจุเป็นข้าราชการ จะสำรองไว้กี่คนก็ได้ (ใช้วิธีเดียวกับกรณีลูกจ้างชั่วคราว) ก่อนมาดำเนินการตามระเบียบพัสดุฯ หรือจะใช้วิธีเฉพาะเจาะจงโดยตรงเลยก็ได้
  4. ลูกจ้างเหมาบริการลาคลอดบุตร หรือลาป่าย และลากิจ ระหว่างเดือนกันยายน 2562 ให้ตรวจรับงานโดยหักค่าจ้างและค่าปรับตามสัญญาที่กำหนดไว้ ทั้งนี้ หากลูกจ้างที่ลาสามารถมาทำงานในวันที่ 1 ตุลาคม หรือวันทำการแรกของต้นปีงบประมาณ 2563 ได้ทันก็จ้างคนที่ลาคลอดบุตรได้

     การดำเนินการให้ถือปฏิบัติตาม หนังสือคณะกรรมการฯ ที่ กค (กวจ) 0505.2/ว346 ลงวันที่ 8 กันยายน 2560 (การยกเว้น) หากเป็นรายเดิมให้ดู  ว347 ลงวันที่ 8 กันยายน 2560 ว86 ลงวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2548 ว 67 ลงวันที่ 14 กรกฎาคม 2553 และ ว337 ลงวันที่ 17 กันยายน 2553 (เรื่อง การจ้างเหมาบริการ) และระเบียบพัสดุฯ 2560

คำถาม ตามหนังสือตอบข้อหารือเกี่ยวกับกรณี สอจ. ที่ได้รับงบประมาณประจำปี พ.ศ 2562 เป็นค่าเช่ารถตู้ พร้อม พขร. สามารถแยกการจัดหา เป็น 2 เรื่อง คือ เช่ารถ และค่าจ้างเหมาบริการ พขร. ซึ่งไม่ถือเป็นการแบ่งซื้อแบ่งจ้าง ทั้งนี้ หากจัดหาแยกกันได้ ขณะนี้ยังไม่ได้คู่สัญญาเช่ารถ สอจ.จะจ้าง พขร. มาก่อน ได้หรือไม่อย่างไร

แนวทางคำตอบ

กรณีตอบข้อหารือค่าเช่ารถดังกล่าว ถือว่า เป็นการจัดหา 2 งาน สามารถแยกดำเนินการได้ คือ งานเช่าสังหาริมทรัพย์ และงานจ้างเหมาบริการ ทั้งนี้ หากหน่วยงานใดได้ดำเนินการรวมเช่ารถพร้อมคนขับไปแล้วแต่ยังไม่ได้ตัวผู้รับจ้าง จะต้องดำเนินการยกเลิกก่อน จึงจะดำเนินการใหม่ได้ การดำเนินการใหม่นั้น จะ ต้องแยก จ้างเหมาบริการ พขร. 1 เรื่อง และเช่ารถอีก 1 เรื่อง อนึ่ง หากเรื่องใดเร่งด่วนก่อนจะจัดจ้างก่อนก็ได้ ดังนั้น หากทราบแล้วในปีงบประมาณหน้าควรแยกดำเนินการคนละเรื่อง

คำถาม ว 346 และ ว 347 หมายความแตกต่างกันอย่างไร

แนวทางคำตอบ

ตาม ว 346 หมายถึง ได้รับงบประมาณต่อเนื่อง สมมุติ ปีที่แล้วได้กรอบจ้างเหมาบุคคล 4 คน ปีนี้ก็ 4 คน ไม่ว่าจะได้รายเดิมหรือรายใหม่ก็ตาม จะต้องจัดหาจนได้ตัวผู้รับจ้างภายในวันที่ 30 กันยายน ทั้งนี้ จะลงนามในสัญญาในวันที่ 1 ตุลาคม ไม่ได้จนกว่าจะได้รับการจัดสรรงบประมาณแล้ว ถ้าจะสรรวันที่ 15 ต.ค. ก็ลงนาม 15 ต.ค. แต่มีผลย้อนหลังถึงวันที่ 1 ตุลาคม

     ว 347 หมายถึง กรณีการเช่าและการให้บริการต่อเนื่องจากผู้ให้เช่าหรือ     ผู้ให้บริการรายเดิม ไม่ต้องใช้วิธีประกาศเชิญชวนทั่วไป หรือวิธีคัดเลือก ซึ่งสามารถใช้วิธีเจาะจง ตามระเบียบฯ 2560 ข้อ 78 (ค) ได้ โดยการซื้อหรือจ้างตามรายละเอียด และราคาที่ต่ำกว่าหรือราคาเดิม ภายใต้เงื่อนไขที่ดีกว่าหรือเงื่อนไขเดิม

     หากไม่เข้าข่าย ว347 ให้พิจารณากฎกระทรวงกำหนดวงเงินการจัดซื้อจัดจ้างพัสดุวิธีเฉพาะเจาะจง ตามข้อ 1 กรณีวงเงินไม่เกิน 500,000 บาท และข้อ 4 กรณีวงเงินไม่เกิน 100,000 บาท ประกอบด้วย

คำถาม สัญญาจ้างที่ปรึกษาและสัญญาทั่วไปจะหักเงินประกันสัญญาหรือเงินประกันผลงาน กรณีคืนและกรณีที่เป็นหน่วยงานของรัฐเป็นผู้รับจ้างด้วย

แนวทางคำตอบ

     ขอเรียนว่า ในกรณีที่หน่วยงานของรัฐเป็นผู้ยื่นข้อเสนอหรือเป็นคู่สัญญาไม่ต้องวางหลักประกันสัญญาตามข้อ ๑๖๙

     หลักประกันสัญญา

     ข้อ ๑๖๘ หลักประกันการเสนอราคาและหลักประกันสัญญา ให้กำหนดมูลค่าเป็นจำนวนเต็มในอัตราร้อยละ 5 ของวงเงินงบประมาณหรือราคาพัสดุที่จัดซื้อจัดจ้างครั้งนั้น แล้วแต่กรณี เว้นแต่ การจัดซื้อจัดจ้างที่หัวหน้าหน่วยงานของรัฐเห็นว่ามีความสำคัญเป็นพิเศษ จะกำหนดอัตราสูงกว่าร้อยละ ๕ แต่ไม่เกินร้อยละ ๑0       ก็ได้

     ข้อ ๑๗๐ ให้หน่วยงานของรัฐคืนหลักประกันให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ คู่สัญญา หรือผู้ค้ำประกันตามหลักเกณฑ์ ดังนี้ (๒) หลักประกันสัญญาให้คืนให้แก่คู่สัญญา หรือผู้ค้ำประกันโดยเร็ว และอย่างช้าต้องไม่เกิน ๑๕ วัน นับถัดจากวันที่คู่สัญญาพ้นจากข้อผูกพันตามสัญญาแล้ว (ต้องพ้นการประกันเพื่อความชำรุดบกพร่องด้วย)

     หลักประกันผลงาน

     ข้อ ๑๗๔ ในการจ้างที่ปรึกษาจากหน่วยงานของรัฐที่แบ่งการชำระเงินออกเป็นงวด ให้ผู้ว่าจ้างหักเงินที่จะจ่ายแต่ละครั้งในอัตราไม่ต่ำกว่าร้อยละห้าแต่ไม่เกินร้อยละสิบของเงินค่าจ้าง เพื่อเป็นการประกันผลงาน หรือจะให้หน่วยงานของรัฐที่เป็นที่ปรึกษาใช้หนังสือค้ำประกันของธนาคารหรือหนังสือค้ำประกันอิเล็กทรอนิกส์ของธนาคารภายในประเทศที่มีอายุการค้ำประกันตามที่ผู้ว่าจ้างจะกำหนดมาวางค้ำประกันแทนเงินที่หักไว้ก็ได้ ทั้งนี้ ให้กำหนดเป็นเงื่อนไขไว้ในสัญญาด้วย

ดังนั้น ในกรณีที่หน่วยงานของรัฐเป็นผู้ยื่นข้อเสนอหรือเป็นคู่สัญญาไม่ต้องวางหลักประกันสัญญา และกรณีในการจ้างที่ปรึกษาจะต้องหักเงินประกันผลงานของหน่วยงานรัฐด้วย

คำถาม คณะกรรมการจำหน่ายพัสดุ และคณะ กรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง จะสามารถแต่งตั้งเจ้าหน้าที่ 3 คน โดยมีหัวหน้าพัสดุ กับเจ้าหน้าที่พัสดุ และนักวิชาการอุตสาหกรรม เป็นคนเดียวกันทั้ง 2 คณะได้หรือไม่ ทั้งนี้ จะดำเนินการแต่งตั้งอย่างไร และภายในระยะเวลาเท่าไหร่

แนวทางคำตอบ

คณะกรรมการจำหน่ายพัสดุ และคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง         ที่แต่งตั้งตามระเบียบฯ ข้อ 26-27 จำนวนคณะละ 3 คน ประกอบด้วย หน.พัสดุ กับเจ้าหน้าที่พัสดุ และนักวิชาการอุตสาหกรรม ทั้งนี้ หน.พัสดุ และเจ้าหน้าที่พัสดุ  ไม่ควรอยู่ในคณะเดียวกันถึงแม้ระเบียบไม่ได้กำหนดไว้ ทั้งนี้ เพื่อเป็นการสอบทานระหว่างกัน

การตรวจสอบพัสดุประจำปี ให้ดำเนินการตามระเบียบฯ ดังนี้

      ข้อ ๒๑๓ ภายในเดือนสุดท้ายก่อนสิ้นปีงบประมาณของทุกปี ให้หัวหน้าหน่วยงานของรัฐ หรือหัวหน้าหน่วยพัสดุตาม ข้อ ๒๐๕ แต่งตั้งผู้รับผิดชอบในการตรวจสอบพัสดุซึ่งมิใช่เป็นเจ้าหน้าที่ตามความจำเป็น เพื่อตรวจสอบการรับจ่ายพัสดุในงวด ๑ ปีที่ผ่านมา และตรวจนับพัสดุประเภทที่คงเหลืออยู่เพียงวันสิ้นงวดนั้น

      วรรค 2 ในการตรวจสอบตามวรรคหนึ่ง ให้เริ่มดำเนินการตรวจสอบพัสดุ    ในวันเปิดทำการวันแรกของปีงบประมาณเป็นต้นไป ว่าการรับจ่ายถูกต้องหรือไม่ พัสดุคงเหลือมีตัวอยู่ตรงตามบัญชีหรือทะเบียนหรือไม่ มีพัสดุใดชำรุดเสื่อมคุณภาพ หรือสูญไปเพราะเหตุใด หรือพัสดุใดไม่จำเป็นต้องใช้ในหน่วยงานของรัฐต่อไป แล้วให้เสนอรายงานผลการตรวจสอบดังกล่าวต่อผู้แต่งตั้งภายใน ๓๐ วันทำการ นับแต่วันเริ่มดำเนินการตรวจสอบพัสดุนั้น

      วรรค 3 เมื่อผู้แต่งตั้งได้รับรายงานจากผู้รับผิดชอบในการตรวจสอบพัสดุแล้ว ให้เสนอหัวหน้าหน่วยงานของรัฐ ๑ ชุด และส่งสำเนารายงานไปยังสำนักงาน    การตรวจเงินแผ่นดิน ๑ ชุด พร้อมทั้งส่งสำเนารายงาน ไปยังหน่วยงานต้นสังกัด (ถ้ามี) ๑ ชุด ด้วย     

 

      และข้อ ๒๑๔ เมื่อผู้แต่งตั้งได้รับรายงานจากผู้รับผิดชอบในการตรวจสอบพัสดุตามข้อ ๒๑๓ และปรากฏว่ามีพัสดุชำรุด เสื่อมสภาพ หรือสูญไป หรือไม่จำเป็นต้องใช้ในหน่วยงานของรัฐต่อไป ก็ให้แต่งตั้งคณะกรรมการสอบหาข้อเท็จจริงขึ้นคณะหนึ่ง โดยให้นำความในข้อ ๒๖ และข้อ ๒๗ มาใช้บังคับ        โดยอนุโลม เว้นแต่กรณีที่เห็นได้อย่างชัดเจนว่า เป็นการเสื่อมสภาพเนื่องมาจากการใช้งานตามปกติ หรือสูญไปตามธรรมชาติให้หัวหน้าหน่วยงานของรัฐพิจารณาสั่งการให้ดำเนินการจำหน่ายต่อไปได้ วรรค 2 ถ้าผลการพิจารณาปรากฏว่า จะต้องหาตัวผู้รับผิดด้วย ให้หัวหน้าหน่วยงานของรัฐดำเนินการ ตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องของทางราชการหรือของหน่วยงานของรัฐนั้นต่อไป ทั้งนี้       ให้ดำเนินการตามคำสั่งมอบอำนาจของ ปกอ. ด้วย

คำถาม การจ่ายเงินกรณีจ้างเหมาบริการจากบุคคลธรรมดา เมื่อส่วนราชการทำการขอเบิกเงินจากคลังแล้ว สามารถจ่ายภายในสิ้นเดือนนั้นๆ เหมือนข้าราชการ ได้หรือไม่

แนวทางคำตอบ

      ขอเรียนว่า ตามหนังสือกรมบัญชีกลาง ด่วนที่สุด ที่ กค 0409.3/ว 78          ลงวันที่ 27 กันยายน 2549 เรื่อง วิธีปฏิบัติในการเบิกจ่ายเงินค่าจ้างตามสัญญาจ้างเหมาบริการจากบุคคลภายนอก ให้ส่วนราชการปฏิบัติตาม ระเบียบของทางราชการก่อนดำเนินการจ่ายเงินให้กับลูกจ้างผู้มีสิทธิได้รับเงินต่อไป หมายความว่า ณ วันทำการ แรกหลังสิ้นเดือนให้คณะกรรมการตรวจรับพัสดุดำเนินการตรวจรับงานและขอเบิกจ่ายเงินค่าจ้างเหมาบริการดังกล่าวให้กับบุคคลภายนอก ซึ่งจะต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดการจ้าง การส่งมอบงาน และการตรวจรับงาน เช่น ผู้รับจ้างจะต้องจัดทำรายงานสรุปการปฏิบัติงานส่งให้คณะกรรมการตรวจรับพัสดุภายในวันที่ ๕ ของเดือนถัดไป ประกอบด้วย ใบส่งมอบงานประจำเดือน ใบสรุปรายงานการมาปฏิบัติงานประจำเดือนทั้งนี้ จะจ่ายให้ภายใน ๗ วันของเดือนถัดไป เมื่อผู้รับจ้างได้ทำงานบริการในหน้าที่มีผลสำเร็จของงานครบถ้วนสมบูรณ์ในเดือนนั้นๆ และคณะกรรมการตรวจรับการจ้างได้ตรวจรับมอบงานจ้างเรียบร้อยแล้ว ประกอบกับการจ่ายเงินค่าจ้างบุคคลภายนอกนั้น กรมบัญชีกลางได้กำหนดให้จ่ายผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ (KTB Corporate Online) ให้แก่ผู้รับจ้างโดยตรง

ดังนั้น ด้วยเหตุของเงื่อนไขเวลา จึงไม่สามารถจ่ายเงินภายในสิ้นเดือนนั้นๆ ได้ เนื่องจากข้อจำกัดด้านเวลาดังกล่าวและหลักเกณฑ์ของกรมบัญชีกลาง

คำถาม ถ้าใบเสร็จรับเงิน/ใบรับเงินค่ารถไฟ หรือค่ารถทัวร์สูญหายหรือชำรุด จะทำอย่างไร

แนวทางคำตอบ

หากใบเสร็จรับเงินสูญหายหรือชำรุดให้ถือปฏิบัติตามระเบียบข้อ 43 วรรค 2 และวรรค 3 และข้อ 44

      ข้อ 43 วรรค 2 ในกรณีที่ได้รับใบเสร็จรับเงินแล้ว แต่เกิดสูญหาย ให้ใช้สำเนาใบเสร็จรับเงิน ซึ่งผู้รับเงินรับรองเป็นเอกสารประกอบการขอเบิกเงินแทนได้

วรรค 3 ในกรณีที่ไม่อาจขอสำเนาใบเสร็จรับเงินตามวรรคสองได้   ให้ข้าราชการหรือลูกจ้างนั้น ทำใบรับรองการจ่ายเงิน โดยชี้แจงเหตุผล พฤติการณ์ที่สูญหายหรือไม่อาจขอสำเนาใบเสร็จรับเงินได้ และรับรองว่ายังไม่เคยนำใบเสร็จรับเงินนั้นมาเบิกจ่าย แม้พบภายหลังจะไม่นำมาเบิกจ่ายอีก แล้วเสนอผู้บังคับบัญชาตั้งแต่ชั้นอธิบดีหรือตำแหน่งเทียบเท่าขึ้นไปสำหรับส่วนราชการในราชการบริหารส่วนกลาง หรือผู้ว่าราชการจังหวัดสำหรับส่วนราชการในราชการบริหารส่วนภูมิภาค แล้วแต่กรณีเพื่อพิจารณาอนุมัติ เมื่อได้รับอนุมัติแล้วให้ใช้ใบรับรองนั้นเป็นหลักฐานประกอบการขอเบิกเงินได้

      ข้อ ๔๔ กรณีหลักฐานการจ่ายของส่วนราชการสูญหาย ให้ถือปฏิบัติตามวิธีการที่กระทรวงการคลังกำหนด

คำถาม การขอเบิกจ่ายเงินค่าใช้จ่ายต่าง ๆ จากส่วนราชการ ใช้หลักฐานอะไรบ้าง แตกต่างกันอย่างไร

แนวทางคำตอบ

หลักฐานการจ่ายเงินที่ใช้ในการเบิกค่าใช้จ่ายต่าง ๆ มีอะไรบ้าง และใช้แตกต่างกันอย่างไร

  1. การจ่ายเงินของส่วนราชการ (สปอ. หรือ สอจ.)

          1.1  ให้ใช้ใบเสร็จรับเงิน (บริษัท/ห้างร้าน) หรือใบสำคัญรับเงิน (บุคคลธรรมดาที่ไม่มีใบเสร็จรับเงินให้) ซึ่งผู้รับเงินเป็นผู้ออกให้เป็นหลักฐานการจ่าย        ใช้สำหรับเจ้าหน้าที่การเงิน

          1.2  ใบรับรองการจ่ายเงิน สำหรับข้าราชการหรือลูกจ้างของส่วนราชการที่ได้จ่ายเงินไปโดยได้รับใบเสร็จรับเงินซึ่งมีรายการไม่ครบถ้วน (ไม่ครบ 5 รายการ)   ให้จัดทำใบรับรองแทนใบเสร็จรับเงินประกบแนบกับเอกสารที่ได้จ่ายเงินไป เช่น    ค่ารถประจำทาง ค่ารถทัวร์ และค่ารถไฟ เป็นต้น หรือตามลักษณะไม่อาจเรียกใบเสร็จรับเงินจากผู้รับเงินได้ ให้จัดทำใบรับรองแทนใบเสร็จรับเงินอย่างเดียว เช่น ค่าพาหนะรับจ้าง (แท็กซี่)

           1.3  เอกสารอื่นใดที่กระทรวงการคลังกำหนดเป็นหลักฐานการจ่าย เช่น ใบสำคัญรับเงินสำหรับวิทยากร แบบใบสำคัญรับเงินค่าใช้จ่ายสำหรับบุคคลภายนอก หลักฐานการจ่ายเงินค่าตอบแทนคณะกรรมการจัดซื้อจัดจ้าง (ค่าตอบแทนบุคคลให้ใช้ใบสำคัญรับเงิน) หลักฐานการจ่ายเงินค่าเบี้ยประชุม หลักฐานการจ่ายเงินตอบแทนการปฏิบัติงานนอกเวลาราชการ และหลักฐานการจ่ายเงินค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการ (แบบ 8707 ส่วนที่ 2) เป็นต้น

  1. การจ่ายเงินโดยกรมบัญชีกลาง เพื่อเข้าบัญชีให้กับเจ้าหนี้หรือผู้มีสิทธิรับเงินโดยตรง ให้ใช้รายงานในระบบตามที่กระทรวงการคลังกำหนด เป็นหลักฐานการจ่าย ตามหนังสือกระทรวงการคลัง ด่วนที่สุด ที่ อก 0402.2/ว 103 ลงวันที่ 1 กันยายน 2559 เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติในการจ่ายเงิน การรับเงิน และการนำเงินส่งคลังของส่วนราชการผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ (KTB Corporate Online)
    กรณีผู้มีสิทธิรับเงินแจ้งขอรับเงินตามแบบคำขอรับเงินสวัสดิการ ค่าตอบแทน หรือสัญญายืมเงิน เมื่อได้รับเงินโอนเข้าบัญชีเงินฝากธนาคารจากส่วนราชการแล้ว    ผู้มีสิทธิรับเงินไม่ต้องลงชื่อรับเงินในแบบคำขอเบิกดังกล่าวหรือในใบสำคัญรับเงินอีก

       ทั้งนี้ ให้ส่วนราชการใช้รายงานสรุปผลการโอนเงิน (Detail Report และ Summary Report/ Transaction History) ที่ได้จากระบบ KTB Corporate Online เป็นหลักฐานการจ่าย และเก็บรักษาไว้ให้ สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินตรวจสอบต่อไป

  1. ใบเสร็จรับเงินที่มีรายการครบถ้วนอย่างน้อยต้องมีรายการ ดังต่อไปนี้

          3.1 ชื่อ สถานที่อยู่ หรือที่ทำการของผู้รับเงิน

          3.2 วัน เดือน ปี ที่รับเงิน

          3.3 รายการแสดงการรับเงินระบุว่าเป็นค่าอะไร

          3.4 จำนวนเงิน ทั้งตัวเลขและตัวอักษร

          3.5 ลายมือชื่อของผู้รับเงิน

คำถาม จ้างเหมาบริการบุคคลธรรมดา จะยืมเงินได้หรือไม่

แนวทางคำตอบ

บุคคลที่จะยืมเงินได้ คือ ราชการ ลุกจ้าง (ประจำและชั่วคราว) และพนักงานราชการ

      ระเบียบการขอเบิกเงินจากคลังฯ พ.ศ.2562 “เงินยืม” หมายความว่าเงินที่ส่วนราชการจ่ายให้แก่บุคคลใดบุคคลหนึ่งเพื่อยืมเป็นค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการหรือการปฏิบัติราชการอื่นใด ทั้งนี้ไม่ว่าจะจ่ายจากงบประมาณรายจ่ายหรือเงินนอกงบประมาณ ข้อ 58 การยืมเงินของผู้ยืมที่ไม่มีเงินใด ๆ ที่ส่วนราชการผู้ให้ยืมจะหักส่งใช้คืนเงินยืมได้ ให้ส่วนราชการผู้ให้ยืมกำหนดให้ผู้ยืมนำหลักทรัพย์มาวางเป็นประกันพร้อมทั้งทำสัญญาวางหลักทรัพย์หรือหาบุคคลที่กระทรวงการคลังกำหนดมาทำสัญญาค้าประกันไว้ต่อส่วนราชการผู้ให้ยืม ดังนั้นการยืมเงินในการเดินทางไปราชการให้จ่ายแก่ผู้ไปราชการเท่านั้น เช่นข้าราชการ ลูกจ้างประจำ ลูกจ้าชั่วคราว และพนักงานราชการ ทั้งนี้ ไม่รวมจ้างเหมาบริการ หากบุคคลนอกเหนือจากนี้ จะยืมได้ก็ดำเนินการตามข้อ 58

หน้าที่ 1 จาก 2