ข่าวประชาสัมพันธ์กระทรวงอุตสาหกรรม

รัฐมนตรีช่วยฯ สมชาย เป็นประธานพิธีลงนาม MOU โครงการสานฝัน ปั้นอาชีพ

14 มี.ค 2562

วันนี้ (14 มีนาคม 2562) นายสมชาย หาญหิรัญ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นประธานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือโครงการ สานฝัน ปั้นอาชีพ โดยมี นางสาวสมจินต์ พิลึก ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย  ผู้บริหารหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน ให้การต้อนรับ ณ ห้องอินฟินิตี้บอลรูม โรงแรมพูลแมน คิงเพาเวอร์ กรุงเทพฯ   สำหรับโครงการ "สานฝัน ปั้นอาชีพ" การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ได้ผนึกกำลัง 16 ภาคีเครือข่าย ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันการเงิน และสถาบันการศึกษา ในการร่วมพัฒนาอาชีพเพื่อส่งเสริมให้ประชาชนให้มีรายได้ ด้วยการส่งเสริมสร้างทักษะ เพิ่มองค์ความรู้ให้กับประชาชน และเป็นการยกระดับเศรษฐกิจชุมชนรอบนิคมอุตสาหกรรม ให้มีความเข้มแข็ง ประกอบไปด้วย กลุ่มวัยแรงงาน แรงงานวัยใกล้เกษียณ ผู้สูงอายุ ตลอดจนวิสาหกิจชุมชน ในการยกระดับมาตรฐานวิชาชีพ ตามแผนยุทธศาสตร์ด้านการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม (CSR) เสริมแกร่งชุมชน ซึ่งจะทำให้ประชาชนและชุมชนได้รับประโยชน์จากการสร้างอาชีพและส่งเสริมรายได้ให้เกิดขึ้นอย่างแท้จริง และเป็นการสร้างความสมดุลของการพัฒนาอุตสาหกรรมและการอยู่ร่วมกันของสังคม ชุมชน และสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน โดยในปี 2562 มีเป้าหมายจะพัฒนาชุมชนรอบนิคมอุตสาหกรรม 10 แห่ง และพัฒนาให้ได้จำนวน 1,000 ราย ทั่วประเทศ   ทั้งนี้ โครงการดังกล่าว จะเริ่มดำเนินการในพื้นที่นำร่องใน 10 นิคมอุตสาหกรรม ประกอบด้วย นิคมฯ บางพลี นิคมฯ บางชัน นิคมฯ ลาดกระบัง นิคมฯ บางปู นิคมฯ บ้านหว้า นิคมฯ บางปะอิน นิคมฯ สหรัตนนคร นิคมฯ สมุทรสาคร นิคมฯ สินสาคร และนิคมฯ อมตะซิตี้  

อ่านต่อ...


รมช.สมชาย เปิดงานยกระดับหมู่บ้าน CIV เชื่อมโยงสินค้าไทยเด่น

13 มี.ค 2562

 วันนี้ (13 มี.ค. 62) นายสมชาย หาญหิรัญ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นประธานในพิธีเปิดและกล่าวปาฐกถาพิเศษ  กิจกรรมสัมมนาและนิทรรศการเสริมแกร่งเศรษฐกิจฐานราก : หมู่บ้านอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ (CIV) และอัตลักษณ์สินค้าอุตสาหกรรมชุมชน (ไทยเด่น) โดยนายกอบชัย สังสิทธิสวัสดิ์ อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ให้การต้อนรับ และมีนางสาวนิสากร จึงเจริญธรรม รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม พร้อมด้วย/ผู้บริหารกระทรวงอุตสาหกรรม ร่วมเป็นเกียรติ ณ ห้องประชุมวายุภักษ์ ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา (ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ)  รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมกล่าวปาฐกถาพิเศษในหัวข้อสานพลังหมู่บ้านอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ (CIV) และอัตลักษณ์สินค้าอุตสาหกรรมชุมชน (ไทยเด่น) เสริมแกร่งเศรษฐกิจฐานชุมชน ว่า “กระทรวงอุตสาหกรรมได้ดำเนินโครงการหมู่บ้านอุตสาหกรรมสร้างสรรค์หรือ CIV มีหมู่บ้านเข้ารับการพัฒนากว่า 215 หมู่บ้าน ซึ่งเสน่ห์ของ CIV ไม่ได้อยู่ที่ผลิตภัณฑ์ที่จำหน่ายเท่านั้น แต่ยังขึ้นอยู่กับอัตลักษณ์ชุมชน ที่เป็นของดีของเด่นในชุมชน กระทรวงอุตสาหกรรมได้ลงไปเพื่อทำหน้าที่สนับสนุนในสิ่งชุมชนต้องการ ตามแนวทางที่ชุมชนต้องการ และหาคนที่พร้อมจะเป็นเชื้อเพลิงให้กับชุมชน และพร้อมที่ทำ เพราะหากมีแต่แรงสนับสนุนแต่ไม่มีคนที่พร้อมจะทำ สิ่งที่คาดหวังคงจะเป็นไปได้ยาก ความสำเร็จที่คาดหวังคือหมู่บ้านอุตสาหกรรมสร้างสรรค์จะเติบโตและยั่งยืนได้ด้วยตัวเอง”  และโครงการสร้างสรรค์อัตลักษณ์สินค้าอุตสาหกรรมชุมชนสู่สากล  หรือ “โครงการไทยเด่น” Product Hero ประจำจังหวัด 77 ผลิตภัณฑ์ 77 จังหวัด มุ่งเน้นการสร้างเศรษฐกิจชุมชน โดยนำวัฒนธรรมและอัตลักษณ์ผสมผสานกับแนวคิดสร้างสรรค์ถ่ายทอดผ่านสินค้า ของแต่ละชุมชนออกมาเป็นสินค้าของฝากของที่ระลึกที่มีศักยภาพ มีความโดดเด่นของแต่ละชุมชน หรือหมู่บ้านนั้น ๆ เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวผ่านวิถีชีวิตของชุมชน ที่มีเสน่ห์ทางประเพณี วัฒนธรรม ความเป็นอยู่ รวมถึงสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับต้นทุนทั้งวัตถุดิบและบริการด้านท่องเที่ยวของหมู่บ้านให้สามารถ ดึงเม็ดเงินจากภายนอกเข้าสู่ชุมชน สร้างความยั่งยืนและสามารถพึ่งพาตนเองผ่านสินค้าเด่นประจำชุมชนอย่างแท้จริง  

อ่านต่อ...


รัฐมนตรีสมชายฯ เปิดงานสัมมนา "ทิศทางการพัฒนาอุตสาหกรรมไทย...ในอนาคต" พร้อมกล่าวปาฐกถาพิเศษ "การขับเคลื่อน Factory 4.0 and Circular Economy"

13 มี.ค 2562

วันนี้ (13 มีนาคม 2562) นายสมชาย หาญหิรัญ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นประธานเปิดงานสัมมนา "ทิศทางการพัฒนาอุตสาหกรรมไทย...ในอนาคต" พร้อมกล่าวปาฐกถาพิเศษ เรื่อง "การขับเคลื่อน Factory 4.0 and Circular Economy" โดยมีนายบรรจง สุกรีฑา  นายกรณ์ภัฐวีญ์  ม่วงน้อย นายศุภกิจ บุญศิริ รองอธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม ผู้บริหารกระทรวงอุตสาหกรรม และผู้ประกอบการ ร่วมเปิดงาน ณ โรงแรมโกลเด้น ทิวลิป ซอฟเฟอริน กรุงเทพฯ   รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ได้กล่าวปาฐกถาพิเศษตอนหนึ่งว่า การที่จะช่วยให้โรงงานอุตสาหกรรมคงอยู่ได้อย่างยั่งยืน  การลดปริมาณของเสียจากโรงงานอุตสาหกรรมที่มีกระบวนการผลิต  ที่ประสิทธิภาพต่ำ ส่งผลให้เกิดการใช้ทรัพยากรอย่างไม่คุ้มค่า และเกินความจำเป็น ทำให้ทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่อย่างจำกัดลดน้อยลงและหาได้ยากมากยิ่งขึ้น Circular Economy หรือ เศรษฐกิจแบบหมุนเวียน จะเป็นการเพิ่มศักยภาพในการแข่งขัน และการเติบโตในระบบเศรษฐกิจที่ยั่งยืนในอนาคต โดยให้ความสำคัญครอบคลุม 4 ด้าน ดังนี้ 1) การผลิต (Manufacture/Production) โดยการส่งเสริมการออกแบบเพื่อสิ่งแวดล้อม(Circular product design) และการพัฒนากระบวนการผลิตที่มีประสิทธิภาพสู่นวัตกรรมการออกแบบตลอดห่วงโซ่ของผลิตภัณฑ์ (Life Cycle) 2) การบริโภค (Consumption) โดยการนำกลับมาใช้ซ้ำ (Reuse) และการลดการใช้หรือใช้น้อยเท่าที่จำเป็น (Reduce) ตลอดจนมีข้อมูลของผลิตภัณฑ์ 3) การจัดการของเสีย (Waste Management) โดยการปรับปรุงขั้นตอนการจัดการของเสีย และการลงทุนการจัดการของเสียในระยะยาว 4) การใช้วัตถุดิบรอบสองหรือการแปรรูปนำกลับมาใช้ใหม่ (Recycle) โดยการส่งเสริมการใช้วัตถุดิบรอบสอง หรือการแปรรูปนำกลับมาใช้ใหม่ (Recycle) อย่างมีประสิทธิภาพ ตลอดจนส่งเสริมให้มีการใช้สารเคมีอย่างปลอดภัยและเป็นมิตร    ต่อสิ่งแวดล้อม   นอกจากนี้ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ยังกล่าวต่ออีกว่า กระทรวงอุตสาหกรรมได้กำหนดนโยบาย Factory 4.0 ซึ่งต้องได้รับความร่วมมือจากภาคเอกชน เพื่อที่จะขับเคลื่อนการพัฒนาอุตสาหกรรมภายใต้นโยบาย Factory 4.0 ใน 4 ประเด็นหลัก คือ 1) ด้านโรงงานที่เน้นให้เกิดประสิทธิภาพและผลิตภาพ Productivity มุ่งเน้นการส่งเสริมให้โรงงานเป็น Smart factory โดยการนำเทคโนโลยดิจิทัลมาประยุกต์ใช้ในกระบวนการผลิต   ให้มีความคล่องตัวมากขึ้น   มีการขยายระบบอัตโนมัติขึ้นและเพิ่มระบบการบริการในตัวผลิตภัณฑ์ ตลอดจน การปรับบทบาทการกำกับดูแลให้มีการเพิ่มประสิทธิภาพ อำนวยความสะดวกลดขั้นตอน ต้นทุนและระยะเวลา    ทั้งนี้  กระทรวงอุตสาหกรรม โดยกรมโรงงานอุตสาหกรรม จะใช้ระบบกำกับดูแลโรงงานรูปแบบใหม่ ผ่านระบบการประเมินและรับรองตนเอง หรือ Self- Declaration การอนุญาตต่างๆ จะทำเป็นอิเล็กทรอนิกส์ การรายงานต่าง ๆ ผ่านทาง on line ร่วมกับการตรวจสอบโดย third party รวมทั้งการทำ Big Data หรือข้อมูล สารสนเทศขนาดใหญ่ผ่านระบบดิจิทัล      2) ด้านชุมชนและวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม  จะสร้างความเข้มแข็งให้ชุมชนรอบนิคมอุตสาหกรรม     การยกระดับ SMEs ผ่านกลไกศูนย์ปฏิรูปอุตสาหกรรมแห่งอนาคต (Industrial Transformation : ITC) และกลไก Big Brother รวมทั้งดำเนินโครงการเพื่อพัฒนาชมุชน เช่น โครงการหมู่บ้านอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ (Creative Industry Village : CIV) 3) ด้านสิ่งแวดล้อม จะส่งเสริมอุตสาหกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และขับเคลื่อนการพัฒนาภายใต้แนวคิด Circular Economy เช่น การนำของเสีย และวัสดุเหลือใช้มาสร้างมูลค่าเพิ่ม การใช้เทคโนโลยีรีไซเคิล โดยกระทรวงอุตสาหกรรมจะเร่งแก้ไขปัญหาในเรื่องกฎระเบียบต่าง ๆ เพื่ออำนวยความสะดวกให้ภาคอุตสาหกรรม สามารถนำของเสียและวัสดุเหลือใช้มาใช้ประโยชน์ได้มากขึ้น 4) ทรัพยากรมนุษย์ จะมุ่งเน้นการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ รวมถึงแรงงาน ภาคอุตสาหกรรมการสร้างอาชีพและยกระดับความเป็นอยู่ของประชาชนภายใต้การสนับสนุนบุคลากรอาชีวศึกษา การสร้างโอกาสทางธุรกิจให้กับแรงงานสูงอายุหลังเกษียณโดยการสร้างผู้ประกอบการใหม่วัยเกษียณ    นอกจากการสัมมนาแล้ว ยังมีการฝึกอบรมใน 4 หัวข้อที่น่าสนใจ คือ 1) การเพิ่มประสิทธิภาพพลังงาน ความปลอดภัย และสิ่งแวดล้อมในระบบทำความเย็นที่ใช้แอมโมเนียเป็นสารทำความเย็น 2) กฎหมายความปลอดภัยเกี่ยวกับสารเคมี 3) การถ่ายทอดแนวทางการรับรองตนเองของผู้ประกอบกิจการโรงงาน (Self-declaration) และการตรวจสอบโดยผู้ตรวจสอบเอกชน (Third party) 4) ประชาสัมพันธ์การใช้งานระบบสารสนเทศความปลอดภัยหม้อน้ำและการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี 4.0 เพื่อยกระดับความปลอดภัยหม้อน้ำ โดยมีผู้สนใจเข้าร่วมสัมมนากว่า 450 คน  

อ่านต่อ...


รองปลัด สุรพล ลงพื้นที่ตรวจสอบและแก้ไขปัญหาเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับฝุ่นของกากชานอ้อยของโรงงานน้ำตาลราชบุรี จ.ราชบุรี

13 มี.ค 2562

เมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2562 เวลา 14.00 น. นายสุรพล ชามาตย์ รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ลงพื้นที่ตรวจสอบและแก้ไขปัญหาเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับฝุ่นของกากชานอ้อยของโรงงานน้ำตาลราชบุรี ตำบลเบิกไพร อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี    โดยรองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ได้แนะนำวิธีการลดฝุ่นละอองที่เกิดขึ้นจากกากชานอ้อยในระยะสั้น โดย 1) ใช้วิธีสเปรย์น้ำลงบนลานกองเก็บกากอ้อย ซึ่งจะพรมสเปรย์น้ำบริเวณจุดที่จะทำการตัก ดัน ขนย้าย กากชานอ้อยจะทำให้ช่วยลดปริมาณฝุ่นกากชานอ้อยที่ฟุ้งกระจายในบรรยายกาศ 2) ติดตั้งระบบสเปรย์น้ำในสายพานลำเลียงกากชานอ้อยเพิ่มเติม 3) ติดตั้งระบบสเปรย์น้ำในจุดที่รถบรรทุกอ้อยเทอ้อยลงในกระพ้อ 4) ติดตั้งระบบเครื่องดูดฝุ่นติดกับรถโกยตักกากชานอ้อยเพื่อดูดฝุ่นละอองกากชานอ้อย 5) ติดตั้งระบบขจัดฝุ่นละอองในอาคารเก็บกากชานอ้อย 6) ติดตั้งระบบการโหลดกากชานอ้อยบริเวณใต้หีบอ้อยให้เป็นแบบปิด 7) เพิ่มจำนวนเที่ยวในการพรมน้ำบนพื้นถนนภายในโรงงานและบริเวณพื้นถนนที่มีการ บรรทุกขนถ่ายอ้อยเข้าโรงงาน

อ่านต่อ...


สมอ. แก้ไข พ.ร.บ.มาตรฐานฯ ปรับลดขั้นตอน อำนวยความสะดวกให้ผู้ประกอบการ เพิ่มโทษปรับ 2 ล้าน เพื่อคุ้มครองผู้บริโภค 

12 มี.ค 2562

สมอ. แก้ไข พ.ร.บ. มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม พ.ศ. 2511 เน้นปรับปรุงกฎหมายให้ทันสมัย สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ ลดขั้นตอนเพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ประกอบการ เพิ่มโทษขึ้น เพื่อคุ้มครองผู้บริโภคให้ได้ใช้สินค้าที่มีคุณภาพและปลอดภัย นายวันชัย พนมชัย เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) เปิดเผยความคืบหน้าการดำเนินการแก้ไขพระราชบัญญัติมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม พ.ศ. 2511 ว่า ขณะนี้ร่าง พ.ร.บ. ดังกล่าว ผ่านความเห็นชอบจากสภานิติบัญญัติแห่งชาติแล้ว โดย พ.ร.บ. ฉบับใหม่เพิ่มบทบัญญัติ ให้มีความทันสมัย เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน ซึ่งจะเป็นประโยชน์ทั้งต่อผู้ประกอบการและผู้บริโภค ทำให้สามารถควบคุมการตรวจสอบการทำและนำเข้าผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยมีการแก้ไขเพิ่มเติมให้ผู้ทำผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมที่ต้องเป็นไปตามมาตรฐาน (มาตรฐานบังคับ) ต้องแสดงหลักฐานให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจสอบและได้รับใบอนุญาตจากเลขาธิการ สมอ. ก่อนทำผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมนั้น เว้นแต่เป็นการทำเพื่อการวิจัยและพัฒนา การทำเพื่อทดลองกระบวนการผลิต หรือการทำเป็นตัวอย่างเพื่อขอรับใบอนุญาต ให้แจ้งต่อ สมอ. ก่อนเริ่มทำผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมนั้น และต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่คณะกรรมการกำหนด ในกรณีที่ผู้นำเข้าต้องการนำเข้าผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมที่ต้องเป็นไปตามมาตรฐาน(มาตรฐานบังคับ)เข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อ ผลิต ผสม ประกอบ บรรจุ หรือดำเนินการด้วยวิธีอื่นใดกับผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมนั้นเพื่อส่งออกไปนอกราชอาณาจักรทั้งหมด ผู้นำเข้าจะต้องแจ้งต่อ สมอ. ก่อนเริ่มการนำเข้าผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมนั้น และต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่คณะกรรมการกำหนด และให้ผู้แจ้งเริ่มนำเข้าผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมได้ตั้งแต่วันที่ได้รับใบรับแจ้ง และในกรณีที่ผู้นำเข้าต้องการนำเข้าผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมที่ต้องเป็นไปตามมาตรฐาน (มาตรฐานบังคับ) เข้ามาเพื่อจำหน่ายในราชอาณาจักร ต้องแสดงหลักฐานให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจสอบ และได้รับใบอนุญาตจากเลขาธิการ สมอ. ก่อนรับมอบไปจากเจ้าพนักงานศุลกากร สำหรับในกรณีที่เป็นการนำเข้ามาโดยมิได้มีวัตถุประสงค์เพื่อจำหน่าย แต่ได้นำมาเกินจำนวนที่ สมอ. กำหนด ต้องแจ้งต่อ สมอ. ก่อนรับมอบไปจากเจ้าพนักงานศุลกากร และปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่คณะกรรมการกำหนด   นอกจากนี้ ยังอำนวยความสะดวกให้ผู้ประกอบการและลดขั้นตอนในการดำเนินงานให้มีความสะดวก รวดเร็วยิ่งขึ้น อาทิ ได้มีการแก้ไขในกรณีที่มีความจำเป็นเร่งด่วน สามารถออกกฎกระทรวงเพื่อกำหนดให้ผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมชนิดใดต้องเป็นไปตามมาตรฐาน (มาตรฐานบังคับ) หรือกฎเกณฑ์ของต่างประเทศหรือระหว่างประเทศทั้งหมดหรือแต่บางส่วนก็ได้ และจะระบุวันเริ่มใช้บังคับน้อยกว่าหกสิบวันนับแต่วันที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษาก็ได้ แก้ไขให้เลขาธิการ สมอ. เป็นผู้มีอำนาจแต่งตั้งผู้ตรวจสอบการทำผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมหรือผู้ตรวจสอบผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม จากเดิมที่กำหนดให้เป็นอำนาจหน้าที่ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เพื่อลดขั้นตอนและระยะเวลาในการดำเนินการแต่งตั้งให้สามารถดำเนินการได้โดยรวดเร็วและคล่องตัวยิ่งขึ้น รวมทั้งแก้ไขรูปแบบการกำหนดให้ผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมต้องเป็นไปตามมาตรฐาน (มาตรฐานบังคับ) จากเดิมที่กำหนดให้ตราเป็น “พระราชกฤษฎีกา” เป็น ให้ออกเป็น “กฎกระทรวง” เพื่อลดขั้นตอนและระยะเวลาในการจัดทำมาตรฐาน เพื่อให้สามารถคุ้มครองผู้บริโภคได้รวดเร็วยิ่งขึ้น              สำหรับบทลงโทษ ได้มีการแก้ไขเพิ่มเติมเพื่อให้สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจในปัจจุบัน โดยปรับปรุงให้สอดคล้องกันทั้งฉบับ รวมถึงการเปรียบเทียบคดี ให้เกิดความชัดเจนและมีประสิทธิภาพมากขึ้น เช่น การเพิ่มโทษปรับของผู้ทำและนำเข้าผลิตภัณฑ์ที่ต้องเป็นไปตามมาตรฐาน (มาตรฐานบังคับ) โดยไม่ได้รับอนุญาตจาก สมอ. จากเดิม จำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 1 ล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ เป็นจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 2 ล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และโทษสำหรับผู้จำหน่ายที่จำหน่ายผลิตภัณฑ์ที่ต้องเป็นไปตามมาตรฐาน (มาตรฐานบังคับ) โดยไม่แสดงเครื่องหมายมาตรฐาน จากเดิมจำคุกไม่เกิน 1 เดือน ปรับตั้งแต่ 5 พัน – 5 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ เป็น จำคุกไม่เกิน 6 เดือน ปรับไม่เกิน 5 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ เป็นต้น   เลขาธิการ สมอ. กล่าวเพิ่มเติมว่า จากที่กล่าวมาข้างต้นเป็นเพียงบางส่วนของการแก้ไข พ.ร.บ. เท่านั้น ซึ่งหากผู้ประกอบการหรือผู้สนใจท่านใดต้องการทราบรายละเอียดของ พ.ร.บ. มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม พ.ศ. 2511 ฉบับแก้ไขล่าสุด สามารถติดตามได้ที่ www.tisi.go.th เมื่อ พ.ร.บ. มีผลใช้บังคับ (เมื่อพ้นกำหนด 90 วัน นับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา) ซึ่ง สมอ. มีความคาดหวังว่าการแก้ไข พ.รบ. ครั้งนี้จะทำให้การกำกับดูแลการทำและนำเข้าผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น สามารถควบคุมและป้องกันสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐานเข้าสู่ท้องตลาดได้อย่างทันท่วงที อันจะเป็นการคุ้มครองผู้บริโภคและเศรษฐกิจของประเทศในระยะยาว และทันต่อกระแสการเปลี่ยนแปลงทางการค้าของโลก และสามารถพัฒนาอุตสาหกรรมเป้าหมายให้ขับเคลื่อนไปได้อย่างรวดเร็ว สอดคล้องกับกลไกการขับเคลื่อนประเทศไทย 4.0     

อ่านต่อ...


ปลัดพสุ เปิดงานและกล่าวปาฐกถาพิเศษในงาน Bonsucro Global Week 2019

11 มี.ค 2562

วันนี้ (11 มี.ค. 62) นายพสุ โลหารชุน ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นประธานในพิธีเปิดและกล่าวปาฐกถาพิเศษในงาน Bonsucro Global Week 2019 โดยมีนายรังสิต เฮียงราช เลขานุการคณะกรรมการประสานงาน 3 สมาคมโรงงานน้ำตาลทราย และMs. Geraldine Kutas ประธานกรรมการบงซูโคร่ ร่วมกล่าวปาฐกถา และมีนางวรวรรณ ชิตอรุณ เลขาธิการคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย และนายวิฤทธิ์ วิเศษสินธุ์ รองเลขาธิการคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย ร่วมเป็นเกียรติ ณ โรงแรม เดอะสุโกศล Bonsucro เป็นบริษัทที่จดทะเบียนในสหราชอาณาจักร จัดตั้งขึ้นเพื่อลดผลกระทบทางสังคมและสิ่งแวดล้อมจากการผลิตอ้อย ปัจจุบันมีสมาชิกจากทั่วโลกมากกว่า 500 ราย จากกว่า 40 ประเทศทั่วโลก สมาชิกส่วนใหญ่ได้แก่กลุ่มผู้ใช้น้ำตาลเป็นวัตถุดิบเพื่อผลิตสินค้าต่อเนื่อง โดยมีภารกิจเพื่อสร้างความสำเร็จให้กับธุรกิจการค้าอ้อยและน้ำตาลให้มีการปรับปรุงประสิทธิภาพอย่างต่อเนื่องและมีความยั่งยืน ด้วยการร่วมมือระหว่างภาคธุรกิจการค้าอ้อยและน้ำตาลบนพื้นฐาน 3 ประการ คือ ความสำเร็จทางเศรษฐกิจ ความรับผิดชอบสังคม และความผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม

อ่านต่อ...


ก.อุตฯ ผนึกกำลังค่ายรถยนต์ แสดงเจตจำนงการยกระดับมาตรฐานการระบายมลพิษทางอากาศเป็น Euro 5

11 มี.ค 2562

กรุงเทพฯ : วันนี้ (11 มีนาคม 2562) นายสมชาย หาญหิรัญ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นประธานในพิธีแสดงเจตจำนงการยกระดับมาตรฐานการระบายมลพิษทางอากาศเป็น Euro 5 โดยมี นายศิริรุจ   จุลกะรัตน์ นางสาวนิสากร จึงเจริญธรรม รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม และคณะผู้บริหารกระทรวงอุตสาหกรรม เข้าร่วมในพิธี มีนายณัฐพล รังสิตพล ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม เป็นผู้กล่าวรายงาน และ     นายวันชัย  พนมชัย เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม เป็นผู้กล่าวแนวทางการกำหนดมาตรฐานการระบายมลพิษทางอากาศเป็น Euro 5   การยกระดับมาตรฐานการระบายมลพิษทางอากาศเป็น Euro 5 เป็นการประกาศเจตจำนงของบริษัทผู้ผลิตและ   ผู้นำเข้ารถยนต์ ได้แก่ Audi, BMW, Isuzu, Mazda, Mercedes-Benz, Mitsubishi, Mini, MG, Nissan, Suzuki, Toyota และ Volvo  เพื่อช่วยยกระดับคุณภาพอากาศและสุขภาพให้กับประชาชนทั่วประเทศ  แสดงความรับผิดชอบต่อลูกค้าและสังคม ซึ่งคาดว่าจะช่วยลดมลพิษโดยเฉพาะฝุ่นละออง PM ได้ร้อยละ 20 – 25 โดยมีสำนักงานปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม  สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม กรมการขนส่งทางบก กรมควบคุมมลพิษ กรมธุรกิจพลังงาน สถาบันยานยนต์ และคณะสื่อมวลชน ร่วมเป็นสักขีพยาน  โดยทางสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมจะเร่งจัดทำ มอก. การระบายสารมลพิษ  ไอเสียจากเครื่องยนต์ให้แล้วเสร็จและมีผลบังคับใช้ ในการปรับมาตรฐานการระบายสารมลพิษจากเครื่องยนต์ให้เทียบเท่า Euro 5 ภายในปี 2564 และเร่งดำเนินการปรับมาตรฐานการระบายสารมลพิษจากเครื่องยนต์ให้เทียบเท่า Euro 6 ภายในปี 2565 ต่อไป    

อ่านต่อ...


ก.อุตฯ ลงพื้นที่พบปะผู้ประกอบการใน จ.ขอนแก่น สานต่อเกษตรทฤษฎีใหม่ตามแนวพระราชดำริ สู่โครงการพัฒนาห่วงโซ่เกษตรอุตสาหกรรมแปรรูปออร์แกนิค

09 มี.ค 2562

จ.ขอนแก่น : วันนี้ (9 มีนาคม 2562) นายสมชาย หาญหิรัญ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ลงพื้นที่ จ.ขอนแก่น พบปะผู้ประกอบการ และเยี่ยมชมบริษัท สยามเฮอร์เบิลแคร์ จำกัด (วนพรรณ การ์เด้น) ผู้แปรรูปผลผลิตทางการเกษตรเป็นอาหาร เครื่องดื่ม เครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์สปา โดยมีนายภานุวัฒน์ ตริยางกูรศรี ผู้ตรวจราชการกระทรวงอุตสาหกรรม นายเดชา จาตุธนานันท์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม และคณะผู้บริหารกระทรวงอุตสาหกรรม ร่วมลงพื้นตรวจเยี่ยม มีนายปรีชา หงอกสิมมา และนางสาวณัฐปวีย์ โชคธนาพร ผู้ก่อตั้งบริษัท สยามเฮอร์เบิลแคร์ จำกัด ให้การต้อนรับและพาเยี่ยมชมการดำเนินการ บริษัท สยามเฮอร์เบิลแคร์ จำกัด (วนพรรณ การ์เด้น) สวนเกษตรทฤษฎีใหม่ตามแนวพระราชดำริ ทำการเกษตรแบบผสมผสาน เริ่มจากการขุดสระน้ำ และปลูกต้นไม้ เช่นยางนา สัก ประดู่ และตะเคียน โดยไม่ใช้สารเคมี มีการบริหารจัดการทรัพยากรดิน น้ำ และป่า อย่างเหมาะสม ตามแนวพระราชดำริ “ปลูกป่า 3 อย่าง ให้ประโยชน์ 4 อย่าง และได้ก่อตั้งธนาคารต้นไม้บ้านท่าลี่ มีสมาชิก 58 คน มีต้นไม้ที่ปลูกกว่า 38,000 ต้น และเป็นชุมชนแรกของประเทศไทยที่สามารถขายคาร์บอนเครดิตให้แก่ธุรกิจที่ทำลายสิ่งแวดล้อมได้   นอกจากนี้ บริษัทฯได้นำผลผลิตทางการเกษตรมาแปรรูปเป็นอาหาร เครื่องดื่ม เครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์สปา ตามรูปแบบโมเดลธุรกิจโครงการหลวง ร.9 ทรงวางแนวทางให้เกษตรกรแปรรูปผลผลิตเพื่อเพิ่มมูลค่าและยกระดับผลิตภัณฑ์ให้มีคุณภาพ และมาตรฐานเป็นที่ต้องการของผู้บริโภคด้วยการนำพืชสมุนไพรมาผลิตเป็นเครื่องสำอางออร์แกนิค ผ่านการสกัดด้วยวิธี Biological ทำให้ได้รับคุณค่าการบำรุงอย่างเต็มที่ เช่น แชมพูอัญชันลดผมร่วง สบู่และเซรั่มข้าวหอมมะลิ โดยบริษัทฯได้เข้ารับการอบรมการออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์ จากกระทรวงอุตสาหกรรม โดยกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 5 และร่วมออกงานแสดงสินค้า Thailand Industry Expo ซึ่งจัดโดยกระทรวงอุตสาหกรรม ทำให้ผลิตภัณฑ์ของบริษัทฯ(วนพรรณ) เป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น ปัจจุบันบริษัทฯ ได้เข้าร่วมโครงการพัฒนาห่วงโซ่เกษตรอุตสาหกรรมแปรรูปออร์แกนิค ของกระทรวงอุตสาหกรรม เพื่อพัฒนาศักยภาพในการแปรรูปผลิตภัณฑ์ออร์แกนิค การพัฒนาสินค้าและโรงงานกลาง ระบบโลจิสติกส์ออร์แกนิคที่รักษาคุณภาพด้วยความเย็น และการขยายเครือข่ายไปสู่กลุ่มแปรรูปผลิตภัณฑ์ออร์แกนิคอื่น ๆ ต่อไป

อ่านต่อ...


ก.อุตฯ ร่วมมือชาวไร่อ้อยอีสานกลาง รณรงค์ไม่เผาหวังลดปัญหาอ้อยไฟไหม้ ลดปัญหาฝุ่นละออง PM 2.5

09 มี.ค 2562

จ.ขอนแก่น : วันนี้ (9 มีนาคม 2562) นายสมชาย หาญหิรัญ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ลงพื้นที่ตรวจราชการ จ.ขอนแก่น ให้เกียรติเป็นประธานงาน “วันรณรงค์ ไม่เผาอ้อย ไม่สร้างฝุ่นละออง ลด PM2.5 และการสาธิตเครื่องจักรกลในไร่อ้อย” จัดโดยสมาคมชาวไร่อ้อยอีสานกลาง ร่วมกับ โรงงานน้ำตาลมิตรภูเวียง และบริษัท สยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น จำกัด เพื่อสร้างบรรทัดฐานที่ดีให้กับเกษตรกรชาวไร่อ้อยในการตัดอ้อยสะอาดเข้าโรงงานพร้อมหาแนวทางการแก้ไขปัญหาอ้อยไฟไหม้ ลดภาวะการเกิดฝุ่นละออง PM2.5 เกินมาตรฐาน  โดยมีนายศิริรุจ จุลกะรัตน์ รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม นายภานุวัฒน์ ตริยางกูรศรี ผู้ตรวจราชการกระทรวงอุตสาหกรรม นางวรวรรณ ชิตอรุณ เลขาธิการคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย นายสมพล โนดไธสง รองเลขาธิการคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย นายเดชา จาตุธนานันท์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม และคณะผู้บริหารกระทรวงอุตสาหกรรม ร่วมลงพื้นที่ มีนายสมศักดิ์ จังตระกูล ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น กล่าวต้อนรับ และนายไกรฤทธิ์ วงษ์วีระนิมิต นายกสมาคมชาวไร่อ้อยอีสานกลาง กล่าวรายงาน นายสมชาย กล่าวว่า ปัญหาสภาพแวดล้อม มลพิษทางอากาศทำให้ประชาชนประสบปัญหาสุขภาพ เป็นโรคระบบทางเดินหายใจ จึงจำเป็นต้องได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วนให้ระบบการบริหารจัดการที่ดี โดยเฉพาะชาวไร่อ้อยและโรงงานน้ำตาล เพื่อรณรงค์ลดอุบัติเหตุอ้อยไฟไหม้ สร้างอากาศที่ดีให้แก่ลูกหลานเราต่อไป นางวรวรรณ กล่าวว่า กระทรวงอุตสาหกรรม โดยสำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย ได้กำหนดมาตรการเพื่อช่วยแก้ไขปัญหาอ้อยไฟไหม้ให้แก่เกษตรกร ดังนี้ มาตรการระยะสั้น คือ การขอความร่วมมือจากเกษตรชาวไร่ ให้เคร่งครัดเรื่องกฎหมาย และหากฝ่าฝืนต้องรับโทษ การขอความร่วมมือจากโรงงานน้ำตาล ในการรับซื้ออ้อยไฟไหม้จะถูกลดราคาลงตันละ 30 บาท และการให้คิวพิเศษกับเกษตรกรชาวไร่ที่ตัดอ้อยสด สำหรับมาตรการระยะกลางและระยะยาว คือ การสนับสนุนให้เกษตรกรชาวไร่มีอุปกรณ์และเทคโนโลยีที่ทันสมัย การให้เงินทุนดอกเบี้ยต่ำ การสนับสนุนให้โรงงานน้ำตาลยื่นมือเข้ามาช่วยเกษตรกรรายเล็ก และให้เกษตรกรสามารถรวมกลุ่มกู้ร่วมได้ #prindustry #รณรงค์ไม่เผาอ้อยไม่สร้างฝุ่นละออง #ลดPM2.5

อ่านต่อ...


ก.อุตฯ ติวเข้มเจ้าหน้าที่ สอจ. ทั่วประเทศเน้นสร้างเครือข่ายรักษ์สิ่งแวดล้อม-ลดข้อขัดแย้ง

07 มี.ค 2562

กรุงเทพฯ : 7 มี.ค.62 – นายเอกภัทร วังสุวรรณ ผู้ตรวจราชการกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นประธานเปิดการสัมมนาติวเข้มอุตสาหกรรมจังหวัดและเจ้าหน้าที่ทั่วประเทศ กว่า 300 คน   การจัดสัมมนาในครั้งนี้เพื่อสร้างและพัฒนาเครือข่ายอุตสาหกรรมรักษ์สิ่งแวดล้อมในทุกภาคส่วน หวังสร้างความไว้วางใจซึ่งกันและกัน ทำให้สามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุข ลดปัญหาข้อขัดแย้ง – การเผชิญหน้า  มีความรับผิดชอบต่อสังคม โปร่งใส  มีคุณธรรมและปฏิบัติตามข้อกฎหมาย อันจะส่งผลให้การพัฒนาเศรษฐกิจอุตสาหกรรมของประเทศประสบความสำเร็จซึ่งจะนำไปสู่ความมั่นคง มั่งคั่งและยั่งยืน ตามวิสัยทัศน์ของประเทศไทย 4.0  ณ โรงแรมที เค พาเลซ& คอนเวนชั่น  

อ่านต่อ...


Page 2 of 257