ข่าวประชาสัมพันธ์กระทรวงอุตสาหกรรม

ก.อุตฯ ลงพื้นที่ จ.อุบลราชธานี เยี่ยมชมการผลิตกระแสไฟฟ้าจากทุ่นลอยน้ำ และร่วมหารือแนวทางพัฒนานวัตกรรมด้านพลังงานเพื่ออนาคต

26 เม.ย 2562

อุบลราชธานี : วันนี้ (26 เมษายน 2562) นายสมชาย หาญหิรัญ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ลงพื้นที่ จ.อุบลราชธานี เพื่อเยี่ยมชมการดำเนินงาน โครงการผลิตกระแสไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ ทุ่นลอยน้ำ (Floating Solar) โดยมี นางเบญจมาพร เอกฉัตร นายเอกภัทร วังสุวรรณ ผู้ตรวจราชการกระทรวงอุตสาหกรรม และคณะผู้บริหารกระทรวงอุตสาหกรรม ร่วมเยี่ยมชม มีนายรังสรร บุญสะอาด อุตสาหกรรมจังหวัดอุบลราชธานี นายสนอง มะลัยขวัญ นายอำเภอสิรินธร และนายธนภัทร ฉัตรสุวรรณ หัวหน้ากองโรงไฟฟ้าเขื่อนสิรินธร-ปากมูล ให้การต้อนรับและบรรยายผลการดำเนินโครงการฯ   โครงการผลิตกระแสไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ ทุ่นลอยน้ำ (Floating Solar) ดำเนินงานโดยการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ร่วมกับโรงไฟฟ้าพลังน้ำ (Hydro-Floating Solar Hybrid) รวมกำลังการผลิต 2,725 เมกะวัตต์ มีระยะเวลาดำเนินการแล้วเสร็จภายใน 10 ปี โดยนำร่องโครงการแรกที่เขื่อนสิรินธร ขนาด 45 เมกะวัตต์ ใช้พื้นที่ผิวน้ำในการติดตั้ง 450 ไร่ นับเป็นโครงการไฮบริดแห่งแรกที่ใหญ่ที่สุดในโลก เชื่อมโยงระบบพลังน้ำโดยใช้ทรัพยากรร่วมกับเขื่อน เช่น หม้อแปลง สายส่ง และสถานีไฟฟ้าแรงสูง เป็นการใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด ลดการระเหยของน้ำ ช่วยให้เกิดความมั่นคงของระบบไฟฟ้า เพิ่มความยืดหยุ่นในการบริหารจัดการน้ำให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด เสริมความต้องการการใช้ไฟฟ้าสูงสุดในระบบช่วงกลางคืน เพื่อลดการผลิตไฟฟ้าจากเชื้อเพลิงฟอสซิล ลดการใช้พื้นที่ทางการเกษตร เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตไฟฟ้าของแผงโซลาร์เซลล์เนื่องจากมีอุณหภูมิต่ำที่ผิวน้ำ และเป็นจุดแลนด์มาร์คใหม่สำหรับการท่องเที่ยว  

อ่านต่อ...


ก.อุตฯ ลงพื้นที่ จ.อุบลราชธานี พบปะผู้ประกอบการ ร้านกาลครั้งหนึ่ง ส่งเสริมทุนทางวัฒนธรรม เพิ่มรายได้สู่ชุมชน

26 เม.ย 2562

อุบลราชธานี : วันนี้ (26 เมษายน 2562) นายสมชาย หาญหิรัญ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ลงพื้นที่ จ.อุบลราชธานี เพื่อพบปะหารือกับผู้ประกอบการ ร้านกาลครั้งหนึ่ง (ให้บริการที่พักและร้านกาแฟ) โดยมี นางเบญจมาพร เอกฉัตร นายเอกภัทร วังสุวรรณ ผู้ตรวจราชการกระทรวอุตสาหกรรม และคณะผู้บริหารกระทรวงอุตสาหกรรม ร่วมพบปะเยี่ยมชม มีนายรังสรร บุญสะอาด อุตสาหกรรมจังหวัดอุบลราชธานี และนางนภานรี โตแสง เจ้าของร้านกาลครั้งหนึ่งให้การต้อนรับและพาเยี่ยมชมกิจการ   ร้านกาลครั้งหนึ่ง เป็นบ้านไม้สองชั้นแบบอีสาน ที่นำมาดัดแปลงเป็นที่พักและร้านกาแฟ เพื่อรองรับนักท่องเที่ยว โดยมีบริการจักรยานให้เช่า มีกิจกรรมย้อมผ้าด้วยสีธรรมชาติ เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสบรรยากาศของโขงเจียม และได้เข้าร่วมโครงการเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์โดยใช้ทุนทางวัฒนธรรมและภูมิปัญญา กับทางศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 7 กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม โดยทางกระทรวงฯ ได้ส่งผู้เชี่ยวชาญมาช่วยพัฒนาลายผ้าและคุณภาพสินค้า รวมถึงเทคนิคการย้อมผ้าให้มีความทันสมัยและมีสีที่ติดทนนาน จากการเข้าร่วมโครงการฯดังกล่าว ทำให้ทางร้านกาลครั้งหนึ่งมีรายได้เพิ่มขึ้นจากเดิม 10% ต่อปี  

อ่านต่อ...


ก.อุตฯ ลงพื้นที่ จ.อุบลราชธานี ตรวจเยี่ยมหมู่บ้าน CIV บ้านซะซอม มุ่งพัฒนา “ผ้าทอแสงแรกแห่งสยาม” ส่งเสริมทุนทางวัฒนธรรม สร้างรายได้ให้ชุมชนอยู่ได้อย่างยั่งยืน

26 เม.ย 2562

อุบลราชธานี : วันที่ 25 เมษายน 2562 นายสมชาย หาญหิรัญ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ลงพื้นที่ จ.อุบลราชธานี เพื่อตรวจเยี่ยมหมู่บ้านอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ (CIV) บ้านน้ำซะซอม โดยมี นางเบญจมาพร เอกฉัตร ผู้ตรวจราชการกระทรวงอุตสาหกรรม นายจารุพันธ์ จารโยภาส รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม และคณะผู้บริหารกระทรวงอุตสาหกรรม ร่วมลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม มีนายรังสรร บุญสะอาด อุตสาหกรรมจังหวัดอุบลราชธานี และนายไพฑูรย์ จงจินากูล รักษาการนายอำเภอโขงเจียม ให้การต้อนรับและพาเยี่ยมชมชุมชนบ้านซะซอม   หมู่บ้านอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ (CIV) บ้านซะซอม ตั้งอยู่ที่อำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี มีรายได้หลักจากการท่องเที่ยว โดยมีโฮมสเตย์ริมน้ำ อาหารพื้นบ้านและการแสดงพื้นบ้าน ไว้บริการนักท่องเที่ยวให้สัมผัสกับวิถีชีวิตของชาวซะซอม กระทรวงอุตสาหกรรมในฐานะเป็นหน่วยงานที่ให้การส่งเสริมหมู่บ้านฯให้นำทุนทางวัฒนธรรม ผนวกกับความคิดสร้างสรรค์ และการออกแบบผลิตภัณฑ์เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าที่ระลึกเพื่อการท่องเที่ยวและบริการ โดยสำนักงานอุตสาหกรรมอุบลราชธานี ได้ขอความร่วมมือจากหน่วยงานและองค์กรขนาดใหญ่ให้เข้ามาเป็นพี่เลี้ยง (Big Brother) อาทิ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ร้านผ้าคำปุน เป็นต้นเพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้ให้แก่ชาวบ้านบ้านซะซอม ไม่ว่าจะเป็นการปลูกมันสำปะหลังอินทรีย์ การทำน้ำพริกและะน้ำนมจากเม็ดมะม่วงหิมพานต์ การทำธนาคารน้ำใต้ดิน การติดตั้งโซลาร์เซลล์ การสร้างกี่ทอผ้าและสอนการทอผ้าลายแสงแรกแห่งสยาม ที่ถือเป็นอัตลักษณ์ของหมู่บ้านซะซอม ทำให้ ปี 2561 หมู่บ้านซะซอมมีรายได้เพิ่มขึ้นจากเดิม 30% ชาวบ้านสามารถเลี้ยงดูตนเองและครอบครัวได้ ไม่ต้องย้ายถิ่นฐานไปหางานทำที่อื่น  

อ่านต่อ...


กสอ. ลงพื้นที่เช็คลิสต์ต้นแบบสถานประกอบการ นำเทคโนโลยีและนวัตกรรมระบบอัจฉริยะเพิ่มศักยภาพการผลิต

26 เม.ย 2562

จ.ขอนแก่น 25 เมษายน 2562 - นายภาสกร ชัยรัตน์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม พร้อมด้วย นายวรวิทย์ จิรัฐิติเจริญ ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 5 และคณะผู้บริหาร เจ้าหน้าที่ กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.) ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมผลการดำเนินงานของสถานประกอบการที่ได้รับการส่งเสริม พัฒนา และสนับสนุน จากศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 5 จ.ขอนแก่น กสอ. ณ บริษัท  ช้างทอง อินเตอร์เทรด จำกัด โดยมี นายชัยศักดิ์ วรวิริยประเสิรฐ ผู้จัดการบริษัทฯ ให้การต้อนรับ พร้อมนำเสนอข้อมูลการผลิตและนำเยี่ยมชมสถานประกอบการ   บริษัทดังกล่าว เป็นผู้ผลิตและจำหน่ายเครื่องจักรทางการเกษตร โดยมีเครื่องหยอดเมล็ดข้าว เป็นสินค้าหลัก และเป็นที่นิยมของเกษตรกรผู้ปลูกข้าวในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภายใต้ตราสินค้าช้างทองอินเตอร์เทรด และรับจ้างผลิตให้กับบริษัท ยันม่าร์ประเทศไทย จํากัด รวมถึงมีการส่งออกไปยังประเทศอินโดนิเซีย และมีแผนขยายธุรกิจไปยังประเทศ CLMV ในอนาคต ซึ่งตลอดระยะเวลา 3 ปีที่ผ่านมา บริษัทฯ มียอดขายเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องโดยมียอดขายเฉลี่ย 50 ล้านบาทต่อปี และคาดว่าจะมียอดขายเพิ่มขึ้น 500 ล้านบาทภายในปี 2565 ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้เข้าร่วมโครงการเพิ่มประสิทธิภาพและผลิตภาพด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมระบบอัจฉริยะเฝ้าติดตาม และตรวจสอบดูแลการทํางานของเครื่องจักร (Machine Monitoring System) 1 ในโครงการ ภายใต้ กิจกรรม “3–Stage Rocket Approach” ซึ่งเปรียบเสมือนเครื่องมือช่วยขับเคลื่อนให้ SMEs ของไทยสามารถเข้าถึงการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัล หุ่นยนต์ และระบบอัตโนมัติได้อย่างรวดเร็ว กับทาง กสอ. เพื่อใช้ตรวจสอบและแจ้งเตือนสถานะการทํางานของเครื่องเชื่อมไฟฟ้า MIG/MAG แบบฟลักซ์คอร์ที่ใช้ในกระบวนการผลิตเพื่อให้ทราบถึงเวลาการทํางานปกติ ความสูญเปล่าต่าง ๆ โดยหลังจากการตรวจติดตามทําให้ทราบว่าค่าการวัดประสิทธิผลโดยรวมของเครื่องจักร (Overall Equipment Effectiveness : OEE) ที่ 1 มีค่าตํ่าสุดที่ 9.24 % มี เวลาหยุดเครื่องสูงถึง 356 นาที สาเหตุมาจากความล่าช้าในการเตรียมชิ้นงานเนื่องจากอุปกรณ์จับยึด (Fixture) ยังไม่ดีเท่าที่ควร จึงได้นําระบบเทคโนโลยีการเชื่อมด้วยหุ่นยนต์ (robot Welding) มาใช้ในกระบวนการผลิตนี้ เนื่องจากเป็นระบบที่มีการจับยึดและการเชื่อมอัตโนมัติที่รวดเร็วและแม่นยํา ทําให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพตามมาตรฐานที่กําหนด และสามารถเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต สามารถลดแรงงานในสถานะงานเชื่อมลงได้ 2 คน จาก 3 คน คิดเป็นร้อยละ 66 ลดต้นทุนแรงงานลงได้กว่าร้อยละ 49 สามารถเพิ่มความเร็วในการผลิตจาก 6 เป็น 24 ชิ้นต่อวัน หรือ คิดเป็นร้อยละ 43 โดยมีมูลค่าเพิ่มขึ้นกว่า 770,000 บาทต่อเดือน หรือ 9,240,000 บาท/ปี ### PR.DIP (กลุ่มประชาสัมพันธ์ สำนักงานเลขานุการกรม กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม) รายงาน  

อ่านต่อ...


สอน. จับมือ 3 องค์กรชั้นนำ MOU เดินหน้าพัฒนาเทคโนโลยีไร่อ้อย ยกระดับชาวไร่อ้อย สู่การพัฒนาอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทรายไทยในระยะยาว

26 เม.ย 2562

วันที่ 25 เมษายน 2562 สำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย (สอน.) กระทรวงอุตสาหกรรม จับมือ 3 องค์กรชั้นนำ ได้แก่ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ, บริษัทเกษตรไทย อินเตอร์เนชั่นแนล ชูการ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และสมาคมชาวไร่อ้อยเขต 11 นครสวรรค์ ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) การพัฒนาเทคโนโลยีการจัดการในไร่อ้อย การพัฒนาทางด้านวิชาการ การพัฒนาด้านพันธุ์อ้อย และพัฒนาบุคลากร ณ ห้องแซฟไฟร์ ชั้น 2 โรงแรมเซ็นจูรี่ พาร์ค กรุงเทพมหานคร   นายพสุ โลหารชุน ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยภายหลังพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือว่า กระทรวงอุตสาหกรรม ในฐานะเป็นหน่วยงานหลักที่กำกับดูแลระบบอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทรายของไทย มั่นใจว่าความร่วมมือในครั้งนี้ จะเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการพัฒนาและยกระดับอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทรายของประเทศ ทั้งในด้านการพัฒนาเทคโนโลยีการจัดการในไร่อ้อย การพัฒนาพันธุ์อ้อย การยกระดับงานวิจัยและพัฒนานวัตกรรมต่าง ๆ ให้เกิดประโยชน์ทางเศรษฐกิจทั้งในและต่างประเทศ ควบคู่กับการส่งเสริมและสนับสนุนให้เกษตรกรชาวไร่อ้อยปรับเปลี่ยนจากการเกษตรแบบดั้งเดิมไปสู่การเกษตรสมัยใหม่ที่เน้นการบริหารจัดการและเทคโนโลยี (Smart Farming) รวมถึงการสร้างเครือข่ายและพัฒนาบุคลากรให้สอดคล้องกับความต้องการของภาคธุรกิจ    ซึ่งบันทึกข้อตกลงในครั้งนี้ หน่วยงานทั้ง 4 จะร่วมกันดำเนินงาน เป็นระยะเวลา 5 ปี โดยสำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย จะสนับสนุนงบประมาณดำเนินงานภายใต้โครงการการเพิ่มศักยภาพการผลิตอ้อยมุ่งสู่ Smart Farming, มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ จะสนับสนุนด้านบุคลากร เครื่องมือ อุปกรณ์ และห้องปฏิบัติการ, บริษัท เกษตรไทย อินเตอร์เนชั่นแนล ชูการ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) จะสนับสนุนด้านสถานที่ ข้อมูล การนำไปทดสอบใช้ และสมาคมชาวไร่อ้อยเขต ๑๑ นครสวรรค์ จะสนับสนุนด้านข้อมูล และร่วมกันประชาสัมพันธ์ไปยังเกษตรกรชาวไร่อ้อยทั่วประเทศ เพื่อให้ดำเนินงานภายใต้กรอบความร่วมมือดังกล่าวบรรลุตามเป้าประสงค์   นางวรวรรณ ชิตอรุณ เลขาธิการคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย กล่าวเพิ่มเติมว่า สอน. ได้เริ่มสนับสนุนการใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาช่วยเกษตรกรชาวไร่อ้อยในการบริหารจัดการไร่ โดยปีงบประมาณ พ.ศ. 2561 ได้ดำเนินโครงการการเพิ่มศักยภาพการผลิตอ้อยมุ่งสู่ Smart Farming ซึ่งได้พัฒนาระบบสารสนเทศรูปแบบใหม่ เพื่อให้เกษตรกรสามารถบันทึกข้อมูลไปพร้อมกับการเห็นพื้นที่ไร่ของตนเองผ่านอากาศยานไร้คนขับ (Drone) สำหรับแก้ปัญหาการบริหารจัดการไร่อ้อยที่มีพื้นที่แปลงขนาดใหญ่ ตลอดจนมีการสาธิตการนำเครื่องจักรกลทางการเกษตรสมัยใหม่มาใช้ในการเตรียมและปลูกอ้อย ตั้งแต่การเพาะปลูกจนถึงการจัดการไร่หลังการเก็บเกี่ยวผลผลิต ผ่านเว็บแอพพลิเคชั่น https://thaismartfarming.com และเพื่อให้เกิดการพัฒนาโครงการอย่างต่อเนื่อง ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2562 ได้ขยายผลการดำเนินงานไปยังกลุ่มเกษตรกรชาวไร่อ้อยในพื้นที่จังหวัดนครสวรรค์ จำนวนไม่น้อยกว่า 30 ราย ครอบคลุมพื้นที่ปลูกอ้อยกว่า 1,000 ไร่ ได้ใช้งานระบบสารสนเทศในการบริหารจัดการไร่อ้อยอย่างมีประสิทธิภาพผ่านระบบ Web Application และสามารถต้นแบบให้เกษตรกรชาวไร่อ้อยในการดำเนินการบริหารจัดการอ้อยแปลงใหญ่ตามแนวคิด Smart Farming ตามนโยบาย Thailand 4.0 ของรัฐบาล   นอกจากนั้นแล้ว กระทรวงอุตสาหกรรม โดยสำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย ได้เสนอโครงการส่งเสริมสินเชื่อเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตอ้อยอย่างครบวงจร ระยะที่ 2 วงเงินสินเชื่อปีละ 2,000 ล้านบาท ระยะเวลา 3 ปี รวมวงเงิน 6,000 ล้านบาท เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรชาวไร่อ้อยให้สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนดอกเบี้ยต่ำ นำไปซื้อรถตัดอ้อย, รถคีบอ้อย, รถตัดอ้อยแร๊พเตอร์, เครื่องสางใบอ้อย, เครื่องอัดใบอ้อย และเพื่อพัฒนาแหล่งน้ำในไร่อ้อย ซึ่งจะเป็นแนวทางหนึ่งในการช่วยเพิ่มผลิตภาพการผลิต และคุณภาพผลผลิตอ้อย อีกทั้งสามารถช่วยลดต้นทุนการผลิตได้ในระยะยาว ส่งผลให้เกษตรกรชาวไร่อ้อยมีรายได้เพิ่มขึ้น เป็นการช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรผู้ปลูกอ้อย และเพิ่มขีดความสามารถให้อุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทรายของไทยสามารถแข่งขันได้ทั้งในตลาดอาเซียนและตลาดโลกได้อย่างยั่งยืน  

อ่านต่อ...


กมอ. ไฟเขียว “เต้าเสียบและเต้ารับ” เป็นมาตรฐานบังคับ หลังเห็นชอบร่างมาตรฐาน 39 เรื่อง

26 เม.ย 2562

  นายวันชัย พนมชัย เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (กมอ.) เมื่อวันที่ 23 เมษายน 2562 ว่า มติที่ประชุม กมอ. ได้เห็นชอบให้ สมอ. ดำเนินการกำหนดให้ผลิตภัณฑ์เต้าเสียบและเต้ารับ หรือที่เรียกกันโดยทั่วไปว่า ปลั๊กไฟ ต้องเป็นไปตามมาตรฐานเลขที่ มอก.166-2549 หรือมาตรฐานบังคับ เพื่อให้มีรูปแบบที่เป็นมาตรฐานเดียวกัน และเพื่อความปลอดภัยของประชาชน เนื่องจากเต้าเสียบและเต้ารับเป็นของที่ประชาชนต้องใช้งานกันอยู่ทุกๆ วัน จึงมีความเสี่ยงที่จะได้รับอันตรายจากไฟฟ้าได้ เช่น การใช้เต้าเสียบของเครื่องใช้ไฟฟ้า หากเสียบเข้ากับเต้ารับแล้วมีอาการหลวมหรือไม่แน่น จะทำให้เกิดประกายไฟ และเกิดความร้อนสะสมขึ้นได้ เป็นสาเหตุหนึ่งของการเกิดเพลิงไหม้ สมอ. จึงได้กำหนดมาตรฐานเต้าเสียบและเต้ารับ โดยมาตรฐานดังกล่าวจะเป็นการยกระดับคุณภาพของเต้าเสียบและเต้ารับให้มีคุณภาพสูงขึ้น ช่วยป้องกันการเกิดประกายไฟ และความร้อนสะสม ผู้บริโภคก็จะมีความปลอดภัยมากขึ้น   เลขาธิการ สมอ. กล่าวเพิ่มเติมว่า ถึงแม้ สมอ. จะกำหนดให้มาตรฐานเต้าเสียบและเต้ารับเป็นมาตรฐานบังคับ โดยผู้ประกอบการทั้งผู้ทำ และผู้นำเข้าจะต้องผลิตและนำเข้าเฉพาะผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพเป็นไปตามมาตรฐานเท่านั้น แต่ในการใช้งานเครื่องใช้ไฟฟ้าในชีวิตประจำวัน ผู้บริโภคควรศึกษาคู่มือวิธีการใช้งาน และข้อควรระวังโดยละเอียด เพื่อให้เกิดความปลอดภัยต่อผู้บริโภคเอง และสำหรับการใช้งานเต้าเสียบและเต้ารับที่ปลอดภัยนั้น มีข้อควรปฏิบัติง่ายๆ คือ ไม่ควรเสียบเต้าเสียบเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ใช้ไฟมากๆ พร้อมกันหลายๆ เครื่อง เพื่อลดโอกาสการเกิดความร้อนสะสมที่เป็นสาเหตุให้เกิดเพลิงไหม้ หรือหากมีความจำเป็นต้องใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าพร้อมกันหลายๆ เครื่อง ควรจะมีอุปกรณ์ป้องกันกระแสเกินหรือที่เรียกกันทั่วไปว่า เซอร์กิตเบรคเกอร์ ซึ่งมีหน้าที่ตัดกระแสไฟฟ้าเมื่อมีการใช้กระแสไฟฟ้ามากเกินไป ติดตั้งในระบบไฟฟ้าของที่อยู่อาศัยด้วย และที่อยู่อาศัยต้องมีระบบสายดินเพื่อป้องกันอันตรายจากไฟฟ้ารั่ว   และนอกจาก กมอ. จะเห็นชอบมาตรฐานเต้าเสียบและเต้ารับเป็นมาตรฐานบังคับแล้ว ยังเห็นชอบร่างมาตรฐานที่ สมอ. กำหนดอีก 39 เรื่อง อาทิ เครื่องซักผ้าใช้ในที่อยู่อาศัย (ที่เน้นเรื่องการประหยัดพลังงาน) โกลด์สตาร์ตเตอร์สาหรับหลอดฟลูออเรสเซนซ์ ผลิตภัณฑ์ดูดความชื้นสาหรับอาหารแห้ง พอลิเอทิลีนเทเรฟแทเลตเรซินชั้นคุณภาพสัมผัสอาหาร น้ำปลา น้ำหวานเข้มข้น และน้ำมันหอมระเหยจากสมุนไพร เช่น ไพล ดอกกานพลู และตะไคร้ อีกด้วย  

อ่านต่อ...


ก.อุตฯ ติดตามการปล่อยสินเชื่อฯกองทุนพัฒนาเอสเอ็มอีฯ หวังยกระดับผลิตภัณฑ์ชุมชน เพิ่มขีดความสามารถ พัฒนาอุตสาหกรรมเกษตรแปรรูปสู่ตลาดโลก

25 เม.ย 2562

  อุบลราชธานี : วันนี้ (25 เมษายน 2562) นายสมชาย หาญหิรัญ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ลงพื้นที่ จ.อุบลราชธานี  พบปะผู้ประกอบการที่ได้รับการสนับสนุนจากกองทุนพัฒนาเอสเอ็มอีตามแนวประชารัฐ บริษัท กาล (30) จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายเครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์หัตถกรรมท้องถิ่น โดยมี นางเบญจมาพร เอกฉัตร ผู้ตรวจราชการกระทรวงอุตสาหกรรม นายจารุพันธ์ จารโยภาส รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม และคณะผู้บริหารกระทรวงอุตสาหกรรม ร่วมพบปะ   มีนายรังสรร บุญสะอาด อุตสาหกรรมจังหวัดอุบลราชธานี และนายวีรวุฒิ สังฆพรม  เจ้าของ บริษัท กาล(30) จำกัด ให้การต้อนรับและพาเยี่ยมชมการดำเนินงานของบริษัท   บริษัท กาล (30) จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายเครื่องสำอาง อาทิ โลชั่น รังไหมขัดหน้า สครับกาแฟ สบู่สมุนไพร 10 ชนิด ภายใต้แบรนด์ยางนา (YANGNA) โดยนำผลิตภัณฑ์ชุมชนท้องถิ่นมาพัฒนาด้วยนวัตกรรมที่ทันสมัย เพื่อยกระดับมาตรฐานคุณภาพสินค้าสู่ตลาดการค้าทั้งในและต่างประเทศ  ซึ่งได้รับการสนับสนุนสินเชื่อกองทุนพัฒนาเอสเอ็มอีตามแนวประชารัฐ จากกระทรวงอุตสาหกรรม จำนวน 8.5 ล้านบาท เพื่อสร้างโกดังเก็บสินค้า ติดตั้งหม้อแปลงไฟฟ้า ซื้อเครื่องจักรและอุปกรณ์ ทำให้มีกำลังการผลิตมากขึ้น สามารถรองรับการสั่งซื้อสินค้าจำนวนมากได้ จึงทำให้มีรายได้เพิ่มขึ้นจากเดิมถึง 10% นอกจากนี้บริษัทฯ ยังได้เข้าร่วมโครงการต่าง ๆ กับศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 7 กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม อาทิ กิจกรรมพัฒนาและส่งเสริมการใช้ระบบซอฟต์แวร์เฉพาะด้านในธุรกิจอุตสาหกรรม การให้คำปรึกษาเชิงลึกการเพิ่มผลิตภาพสถานประกอบการอุตสาหกรรมเกษตรแปรรูป การยกระดับศักยภาพผู้ประกอบการด้วย Digital Training และโครงการการเชื่อมโยงการค้าชายแดนสู่ Industry 4.0 จากการเข้าร่วมโครงการฯ ดังกล่าว  ทำให้มีการเชื่อมโยงทางการค้ากับผู้ประกอบการทั้งในและต่างประเทศ ในเบื้องต้นมีการตกลงสั่งซื้อสินค้าจากประเทศเวียดนามและกัมพูชา พร้อมทั้งมีการแต่งตั้งตัวแทนจำหน่ายในประเทศกัมพูชาอีกด้วย #ยกระดับผลิตภัณฑ์ชุมชน#พัฒนาอุตสาหกรรมเกษตรแปรรูป#กระทรวงอุตสาหกรรม  

อ่านต่อ...


การประชุมคณะกรรมการปรับปรุงพัฒนาระบบชำระเงินค่าธรรมเนียมรายปีโรงงานและระบบการจัดการเอกสารข้อมูลโรงงานของสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัด ครั้งที่ 2/2562

24 เม.ย 2562

วันนี้ (24 เมษายน 2562) เวลา 09.30 น. นายสุรพล ชามาตย์ รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการปรับปรุงพัฒนาระบบชำระเงินค่าธรรมเนียมรายปีโรงงานและระบบการจัดการเอกสารข้อมูลโรงงานของสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัด ครั้งที่ 2/2562 โดยมีนายประกอบ วิวิธจินดา ผู้ตรวจราชการกระทรวงอุตสาหกรรม นางรวีวรรณ​ อุตรนคร ผู้อำนวยการกองกลาง สำนักงานปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม นางสาวณิชรดา วิสุทธิชาติธาดา ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร นายสมชัย เอมบำรุง ผู้อำนวยการกองกฎหมาย นางพงษ์ศิริ วรรณศรี ผู้อำนวยการกองตรวจราชการ ประธานคณะกรรมการส่งเสริมการดำเนินงานการพัฒนาประสิทธิภาพองค์กรและผู้แทน ผู้แทนจากธนาคารกรุงไทย ร่วมประชุม เพื่อติดตามการดำเนินงานให้ผู้ประกอบกิจการโรงงานสามารถโอนเงินชำระค่าธรรมเนียมรายปีผ่าน QR Code ณ ห้องประชุม อก. 1 ชั้น 2 อาคารสำนักงานปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม  

อ่านต่อ...


สมอ. ตรวจร้านหมูกระทะย่านตลาดนัดเลียบทางด่วนรามอินทรา และตลาดหัวมุม กรณีแก๊สกระป๋องระเบิด

24 เม.ย 2562

นายวันชัย พนมชัย เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม เปิดเผยภายหลังลงพื้นที่ตลาดนัดเลียบทางด่วนรามอินทรา และตลาดหัวมุม เมื่อเย็นวานนี้ (22 เม.ย. 62) เพื่อตรวจสอบร้านหมูกระทะจากกรณีแก๊สกระป๋องระเบิด ว่า สมอ. ได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจร้านหมูกระทะบริเวณตลาดนัดเลียบทางด่วนรามอินทรา ตั้งแต่วันที่ 19 เม.ย. 62 ต่อเนื่องจนถึงวันที่ 22 เม.ย. 62 ที่ผ่านมา โดยเข้าพบพันตำรวจโทวีระ งามเลิศ รองผู้กำกับการ (สอบสวน) สถานีตำรวจนครบาลโคกคราม เขตบึงกุ่ม กรุงเทพฯ เพื่อสอบถามข้อเท็จจริง พบว่า กระป๋องแก๊สที่ระเบิดไม่มีการแสดงฉลากภาษาไทย เป็นสินค้าที่นำเข้าจากต่างประเทศ ตัวกระป๋องทำด้วยอะลูมิเนียม มีความจุประมาณ 0.5 ลิตร น้ำหนัก 250 กรัม จัดอยู่ในขอบข่ายมาตรฐานกระป๋องแอโรซอล มอก. 974-2533 ซึ่งต้องใช้เพียงครั้งเดียว โดยไม่สามารถนำมาบรรจุซ้ำแล้วนำกลับมาใช้งานใหม่ได้ และจากการวิเคราะห์สาเหตุการเกิดระเบิดมาจากการใช้งานผิดประเภท โดยนำกระป๋องแอโรซอลที่ออกแบบไว้สำหรับบรรจุแก๊ส ไม่ไวไฟและทนความดันต่ำ (23 psi) มาเติมแก๊ส LPG ซึ่งมีความดันสูง (100-130 psi) และเมื่อใช้เป็นเวลานาน มีความร้อนต่อเนื่องกัน จึงเป็นเหตุให้กระป๋องเกิดระเบิด นอกจากนี้ ยังพบอีกว่าร้านหมูกระทะมักนิยมนำกระป๋องแก๊สเก่ามาเติมใหม่ โดยการเติมแก๊ส LPG ซึ่งเป็นแก๊สที่มีความดันสูง เมื่อเกิดระเบิดอาจเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิตได้    เลขาธิการ สมอ. กล่าวเพิ่มเติมว่า ถังที่ใช้สำหรับบรรจุแก๊ส LPG ที่ใช้ความดันสูงได้นั้น ต้องเป็นถังที่ได้มาตรฐาน มอก. 27-2543 มาตรฐานถังแก๊สปิโตรเลียมเหลว ซึ่งเป็นมาตรฐานบังคับ ผู้ใดจะทำหรือนำเข้า ต้องได้รับอนุญาตจากเลขาธิการสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมก่อนเท่านั้น หากฝ่าฝืนจะมีความผิดตามกฎหมาย ทั้งนี้ ข้อกำหนดที่สำคัญของมาตรฐานถังแก๊สปิโตรเลียมเหลวนี้ ได้แก่ ตัวถังต้องทำจากเหล็กกล้าเนื้อแน่น ทนความดันได้สูง มีอุปกรณ์นิรภัยควบคุมความปลอดภัยในการใช้งาน มีความจุตั้งแต่ 1 ลิตร - 500 ลิตร ฯลฯ จึงขอเตือนผู้ประกอบการว่าอย่าได้นำกระป๋องแก๊สที่ใช้แล้วมาบรรจุแก๊ส LPG ซ้ำโดยเด็ดขาด เมื่อเกิดระเบิดอาจเป็นอันตรายแก่ชีวิตได้ สำหรับผู้บริโภคหากจะรับประทานหมูกระทะ ก็ให้เลือกจากร้านที่ใช้เตาถ่าน หรือหากใช้เตาไฟฟ้าก็ต้องเป็นเตาไฟฟ้าที่ได้มาตรฐาน มอก. เท่านั้น เพื่อความปลอดภัย และจากการตรวจร้านหมูกระทะที่ตลาดนัดเลียบทางด่วนรามอินทรา และตลาดหัวมุม พบว่าทั้ง 2 ตลาด ส่วนใหญ่ได้เปลี่ยนมาใช้เตาถ่านเกือบทั้งหมดแล้ว  

อ่านต่อ...


รองนายกฯ สมคิด ตรวจเยี่ยมและติดตามการดำเนินงานของกระทรวงอุตสาหกรรม

22 เม.ย 2562

วันนี้ (22 เม.ย. 62) นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ตรวจเยี่ยมและติดตามการดำเนินงานของกระทรวงอุตสาหกรรม โดยมีนายสมชาย หาญหิรัญ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม นายพสุ  โลหารชุน ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม และคณะผู้บริหารกระทรวงอุตสาหกรรม ให้การต้อนรับ ณ ห้องประชุม อก.1 ชั้น 2 กระทรวงอุตสาหกรรม    โดยกระทรวงอุตสาหกรรมได้นำเสนอแนวทางการจัดทำแพลตฟอร์ม เพื่อเพิ่มทักษะและยกระดับแรงงานฝีมือที่จะเชื่อมโยงกับภาคเอกชน รวมถึงการรายงานความก้าวหน้าการส่งเสริมพัฒนา SMEs ในด้านต่างๆ ทั้งโครงการ InnoSpace และการพัฒนาโรงงานอุตสาหกรรม 4.0 (Factory 4.0) รวมถึงมาตรการในการนำเสนอแนวทางการแก้ไขปัญหาอ้อยไฟไหม้ในภาพรวมทั้งระบบ

อ่านต่อ...


Page 3 of 264