ข่าวประชาสัมพันธ์กระทรวงอุตสาหกรรม

หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงอุตสาหกรรม ลุยตรวจเข้มโรงงาน จ.อ่างทอง

08 ก.พ 2562

เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2562 นายจุลพงษ์ ทวีศรี หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงอุตสาหกรรม นายประกอบ วิวิธจินดา ผู้ตรวจราชการกระทรวงอุตสาหกรรม นายอำนวย สุวรรณรักษ์ อุตสาหกรรมจังหวัดอ่างทอง พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กรมโรงงานอุตสาหกรรม เข้าร่วมประชุมกับนายประมวล มุ่งมาตร รองผู้ว่าราชการจังหวัดอ่างทอง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อหารือแนวทางในการแก้ไขปัญหาข้อร้องเรียนของบริษัท ไทยเรยอน จำกัด (มหาชน) พร้อมกันนี้ได้ให้คำแนะนำในการแก้ไขปรับปรุงกระบวนการผลิตและระบบขจัดมลพิษแก่โรงงาน อันเป็นประโยชน์ในการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืนต่อไป ณ ห้องประชุมโพธิ์ทอง ศาลากลางจังหวัดอ่างทอง จากนั้นในวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2562 คณะหัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงอุตสาหกรรม ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบการประกอบกิจการของโรงงาน และลงพื้นที่พบปะกับผู้นำชุมชน และประชาชนบริเวณโดยรอบโรงงานสอบถามข้อเท็จจริงเพื่อค้นหาสาเหตุของปัญหาข้อร้องเรียนที่เกิดขึ้นและสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ชุมชนถึงความมุ่งมั่นตั้งใจของกระทรวงอุตสาหกรรมในการดำเนินการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นจากการประกอบกิจการของภาคอุตสาหกรรม  

อ่านต่อ...


ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม และคณะผู้บริหารกระทรวงอุตสาหกรรม ร่วมลงนามถวายพระพร พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ

08 ก.พ 2562

กรุงเทพ : เมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2562 นายพสุ โลหารชุน ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม และคณะผู้บริหารกระทรวงอุตสาหกรรม นำแจกันดอกไม้ไปถวายหน้าพระรูปพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ พร้อมลงนามถวายพระพร ขอให้ทรงหายจากพระอาการประชวรโดยเร็ววัน ณ อาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย  

อ่านต่อ...


ก.อุตสาหกรรม เดินหน้าตรวจสอบโรงงานทั่วประเทศอย่างต่อเนื่อง เร่งดำเนินการตามมาตรฐานการระบายฝุ่นจาก รง. พร้อมผลักดันมาตรฐานบังคับสำหรับรถยนต์มาตรฐานยูโร 5 แก้ปัญหาฝุ่นพิษ

08 ก.พ 2562

นายพสุ โลหารชุน ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า กระทรวงอุตสาหกรรม โดยคณะกรรมการบริหารการป้องกันและแก้ไขปัญหา (ฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมครอน : PM 2.5) เดินหน้าตรวจสอบตามมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM 2.5) จากภาคอุตสาหกรรมของกระทรวงอุตสาหกรรม (ข้อมูล ณ วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2562) โดยระดมเจ้าหน้าที่จากกรมโรงงานอุตสาหกรรม สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัด การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ลงพื้นที่ตรวจอย่างเข้มข้นและเฝ้าระวังโรงงานเสี่ยงที่จะก่อมลพิษทางอากาศในพื้นที่เสี่ยงทั่วประเทศ โดยตรวจแล้วรวมจำนวน 2,095 โรง ไม่พบโรงงานที่มีค่าฝุ่นละอองเกินค่ามาตรฐาน 2.5 ไมครอน (PM 2.5) แต่พบการกระทำผิดในส่วนอื่นๆ จำนวน 45 โรง กระทรวงอุตสาหกรรมได้สั่งการให้แก้ไขปรับปรุงตามมาตรา 37 จำนวน 35 โรง และสั่งให้หยุดประกอบกิจการ จำนวน 3 โรง อื่นๆ จำนวน 7 โรง นอกจากนี้ กระทรวงอุตสาหกรรม ได้เร่งดำเนินการตามมาตรฐานการระบายฝุ่นจากโรงงานรวม ไม่เกิน 240 มิลลิกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (สำหรับเชื้อเพลิงน้ำมันเตา) และ 320 มิลลิกรัมต่อลูกบาศก์เมตรอากาศ (สำหรับเชื้อเพลิงถ่านหิน) ซึ่งกระทรวงฯ มีการดูแลเรื่องฝุ่นละอองที่ออกจากโรงงานอุตสาหกรรม 3 ระดับ ดังนี้   1. กลุ่มโรงงานทั่วไป เป็นโรงงานที่อาจก่อให้เกิดมลภาวะโดยเฉพาะฝุ่นละออง ซึ่งจะมีการติดตั้งระบบบำบัด 4 ระบบ ได้แก่ 1) ระบบบำบัดอากาศแบบเปียก (Wet Scrubber) ใช้น้ำหรือของเหลวสเปรย์ลงมาจากด้านบนสวนทางกลับทิศทางการไหลของอากาศ 2) เครื่องดักฝุ่นแบบผ้ากรอง (Bag Filter) 3) ไซโคลนดักฝุ่น (Cyclone) 4) เครื่องดักฝุ่นแบบไฟฟ้าสถิต (Electrostatic Precipitator : ESP)   2. กลุ่มโรงงานที่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม นอกจากจะมีการติดตั้งระบบบำบัดต่างๆ แล้วยังมีผู้ควบคุมเฉพาะที่ขึ้นทะเบียนกับกรมโรงงานอุตสาหกรรม ที่ต้องมีคุณวุฒิและประสบการณ์ในการควบคุมระบบบำบัดต่างๆ ปัจจุบันมีโรงงานประมาณ 2,000 โรง ซึ่งจากผลการตรวจวัดฝุ่นละอองของโรงงานในกลุ่มนี้ พบว่ามีค่าการระบายฝุ่นรวมเฉลี่ยประมาณ 50 มิลลิกรัมต่อลูกบาศก์เมตรอากาศ    3. กลุ่มโรงงานที่ก่อให้เกิดมลพิษสูง เป็นโรงงานที่มีแหล่งกำเนิด 10 ประเภท เช่น โรงงานไฟฟ้าที่มีกำลังการผลิตตั้งแต่ 29 เมกกะวัตต์ขึ้นไป โรงงานที่มีหม้อน้ำขนาด 30 ตันไอน้ำต่อชั่วโมงขึ้นไป โรงงานผลิตซีเมนต์ ปูนขาว ฯลฯ ตามประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่อง ให้โรงงานประเภทต่างๆ ต้องติดตั้งเครื่องมือหรือเครื่องอุปกรณ์พิเศษเพื่อตรวจสอบคุณภาพอากาศจากปล่องแบบอัตโนมัติ พ.ศ.2544 ซึ่งจะต้องมีการติดตั้งเครื่องตรวจวัดความเข้มข้นของมลพิษทางอากาศจากปล่องที่แหล่งกำเนิดมลพิษทางอากาศแบบอัตโนมัติต่อเนื่อง (Continuous Emission Monitoring Systems : CEMS) โดยมีการตรวจสอบตลอด 24 ชั่วโมง   ปัจจุบันโรงงานกลุ่มนี้มีประมาณ 600 โรง โดยแบ่งเป็น การตรวจสอบ CEMS Online โดยการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย จำนวน 90 โรง โดยกรมโรงงานอุตสาหกรรม จำนวน 59 โรงงาน ตรวจสอบโดยโรงงานและเก็บข้อมูลไว้ที่โรงงาน จำนวน 451 โรง ซึ่งจากผลการตรวจวัดฝุ่นละอองของโรงงานในกลุ่มนี้ พบว่ามีค่าการระบายฝุ่น 2-50 มิลลิกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ซึ่งไม่เกินมาตรฐานที่กรมโรงงานอุตสาหกรรมกำหนด     อย่างไรก็ตาม สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม ได้เตรียมเสนอที่จะกำหนดให้ผู้ประกอบการที่ผลิตรถยนต์ใหม่ในประเทศ ต้องผ่านมาตรฐานยูโร 5 ภายใน 1-2 ปี และกำหนดให้โครงการผลิตรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุนต้องผลิตรถยนต์ที่ผ่านมาตรฐานยูโร 6 ในเบื้องต้นได้ประสานกับสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม ในการออกมาตรฐานบังคับสำหรับรถยนต์มาตรฐานยูโร 5 คาดว่าจะใช้เวลาไม่เกิน 1 ปี ซึ่งแนวทางนี้จะเป็นมาตรการที่ค่ายรถต้องดำเนินการ    นอกจากนี้ กระทรวงอุตสาหกรรมยังได้ประสานขอความร่วมมือไปยังหน่วยงานต่างๆ เช่น  กลุ่มปตท. และ กทม. เพื่อสร้างเครื่องต้นแบบ "ระบบขจัดมลพิษทางอากาศแบบเคลื่อนที่" แบบชนิด Wet Scrubber ซึ่งจะช่วยลดฝุ่นขนาดเล็ก PM 2.5 ช่วยลดความหนาแน่นฝุ่นละออง ช่วยลดฝุ่นละอองทั่วไปจากการก่อสร้าง และช่วยลดไอเสียดีเซลจากการเผาไหม้ไม่สมบูรณ์ บนท้องถนนพื้นผิวการจราจรที่หนาแน่นให้มีคุณภาพอากาศที่ดีขึ้น เพิ่มอีก  10 เครื่อง กำหนดแล้วเสร็จภายในเดือนกุมภาพันธ์นี้ และจะนำไปติดตั้งช่วยขจัดมลพิษทางอากาศให้บริการประชาชนในพื้นที่สวนสาธารณะต่างๆ ของกรุงเทพฯ และจุดที่กรมควบคุมมลพิษตรวจสอบแล้วพบว่ามีระดับอากาศที่มีมลภาวะสูงกว่ามาตรฐานต่อไป ---------------------------

อ่านต่อ...


รัฐมนตรีช่วยฯ สมชาย เป็นประธานเปิดงานครบรอบ 20 ปี สถาบันไฟฟ้าฯ พร้อมเปิดอาคารปฏิบัติการทดสอบ

07 ก.พ 2562

วันนี้ (7 กุมภาพันธ์ 2562) นายสมชาย หาญหิรัญ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นประธานในพิธีงานครบรอบ 20 ปี สถาบันไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ "Driving Toward Standardization and Innovation " พร้อมกล่าวปาฐกถาพิเศษ "อุตสาหกรรมไทยกับการปฏิรูปอุตหกรรมสู่อนาคตและนวัตกรรม พร้อมด้วย นายพสุ โลหารชุน ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม นางสาวนิสากร จึงเจริญธรรม รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม และผู้บริหารกระทรวงอุตสาหกรรม โดยมี นายสมบูรณ์ หอตระกูล ผู้อำนวยการสถาบันไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่สถาบันฯ ให้การต้อนรับ ณ ศูนย์ปฏิบัติการและมาตรฐาน สถาบันไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ นิคมอุตสาหกรรมบางปู จังหวัดสมุทรปราการ   รัฐมนตรีช่วยฯ สมชาย กล่าวว่า สถานการณ์ของโลกในปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงผันผวน โดยเฉพาะในเรื่องของเทคโนโลยีและนวัตกรรมต่างๆ ที่เข้ามามีบทบาทต่อการใช้ชีวิตของประชากรโลก และเข้ามามีบทบาทต่อภาคอุตสาหกรรม ซึ่งเป็นยุคที่เรียกว่า Disruptive Technology เทคโนโลยีจะเข้ามาก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรง ทำให้แต่ละประเทศต้องคิดกลยุทธ์เพื่อรักษาระดับความมั่นคงทางเศรษฐกิจให้กับประเทศตนเอง โดยเร่งสร้างความเข้มแข็งอย่างยั่งยืนให้กับประเทศในทุก ๆ ด้าน พร้อมทั้งมีการปรับเปลี่ยนจากการขับเคลื่อนด้วยประสิทธิภาพ เป็นการขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม และปรับเปลี่ยนจากการให้บริการพื้นฐานเป็นบริการที่ต้องใช้ทักษะขั้นสูง   โดยอุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์เป็นอีกหนึ่งอุตสาหกรรมที่สำคัญ ซึ่งไทยเป็นฐานการผลิตมานานกว่า 40 ปี และเป็นห่วงโซ่อุปทานของอุตสาหกรรมที่สำคัญแห่งหนึ่งของโลก จากการพัฒนาและเปลี่ยนแปลงไปโดยเน้นเทคโนโลยีและนวัตกรรมมากขึ้น อุตสาหกรรมไฟฟ้าฯ จึงต้องปรับเปลี่ยนโครงสร้างสู่ Smart Electronics ให้เป็นอุตสาหกรรมที่มีความเชื่อมโยงไปกับแทบทุกอุตสาหกรรมในอนาคต โดยจะช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับหลายๆ กลุ่มอุตสาหกรรมในรูปแบบต่างๆ อาทิ Smart Farming, Smart Health, Smart Factory, และ Smart Vehicle    ทั้งนี้ รัฐมนตรีช่วยฯ สมชาย ยังได้ประธานเปิดอาคารปฏิบัติการทดสอบ 5 เพื่อเป็นการรองรับการขยายขอบข่ายการให้บริการด้านการมาตรฐาน การทดสอบ และการรับรองผลิตภัณฑ์ของสถาบันฯ ในอนาคตได้อีกอย่างน้อย 3 – 5 ปี อาทิ การทดสอบอุปกรณ์ EV Charger การทดสอบเครื่องปรับอากาศระบบ Multi-Split รวมทั้งรองรับงานมาตรฐานอื่นๆ และ Smart Electronics เป็นต้น    

อ่านต่อ...


รองปลัดฯ เป็นประธานในพิธีปิดและมอบประกาศนียบัตรการฝึกอบรมหลักสูตร “นักบริหารการอุตสาหกรรมระดับกลาง รุ่นที่ 37-38” ของกระทรวงอุตสาหกรรม

07 ก.พ 2562

  วันนี้ (7 กุมภาพันธ์ 2562) นายสุรพล ชามาตย์ รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นประธานในพิธีปิดและมอบประกาศนียบัตรการฝึกอบรมหลักสูตร “นักบริหารการอุตสาหกรรมระดับกลาง รุ่นที่ 37-38” ของกระทรวงอุตสาหกรรม จำนวน 60 คน โดยการฝึกอบรมแบ่งออกเป็น 3 ช่วง ได้แก่ การอบรมภาควิชาการ การบริหารจัดการ การศึกษาดูงานหน่วยงาน Best Practices  และการจัดทำรายงานกลุ่มกรณีศึกษาด้านปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง อุตสาหกรรมสีเขียว และการส่งเสริมอุตสาหกรรม SMEs ณ โรงแรมดิเอมเมอรัลด์ กรุงเทพฯ  

อ่านต่อ...


กระทรวงอุตสาหกรรมเสนอคณะรัฐมนตรีขออนุมัติผ่อนผันใช้พื้นที่ลุ่มน้ำชั้นที่ 1 สำหรับโครงการเหมืองแร่

06 ก.พ 2562

นายสมชาย หาญหิรัญ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ที่ผ่านมากระทรวงอุตสาหกรรมได้ดำเนินการเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาผ่อนผันการใช้พื้นที่ลุ่มน้ำชั้นที่ 1 เพื่อการทำเหมืองแร่ ซึ่งโครงการเหมืองแร่ที่จะได้รับการเสนอจะต้องเป็นโครงการในพื้นที่เดิมที่เคยมีการทำเหมืองมาก่อน มีความจำเป็นทางเศรษฐกิจ และมีความคุ้มค่าและเหมาะสมทางด้านเศรษฐกิจและสังคมเมื่อเปรียบเทียบกับผลกระทบสิ่งแวดล้อมที่อาจเกิดขึ้น และการใช้พื้นที่ลุ่มน้ำชั้นที่ 1 ของโครงการเหมืองแร่ดังกล่าวจะต้องได้รับการอนุมัติผ่อนผันจากคณะรัฐมนตรีก่อน           นับแต่ พ.ร.บ.แร่ พ.ศ. 2560 มีผลใช้บังคับเมื่อเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2560 จนถึงปัจจุบัน กระทรวงอุตสาหกรรมได้เสนอเรื่องและคณะรัฐมนตรีได้พิจารณาอนุมัติผ่อนผันการใช้พื้นที่ลุ่มน้ำชั้นที่ 1 ไปแล้วจำนวน 8 โครงการ ประกอบด้วยคำขอประทานบัตรและคำขอต่ออายุประทานบัตรจำนวน 34 แปลง คิดเป็นพื้นที่รวมประมาณ 14,121 ไร่ และคิดเป็นมูลค่าแร่ที่ทำเหมืองได้กว่า 169,000 ล้านบาท ซึ่งโครงการเหมืองแร่ดังกล่าวประกอบด้วยโครงการเหมืองแร่ขนาดใหญ่ ขนาดกลาง และขนาดเล็ก เช่น โครงการเหมืองแร่หินอุตสาหกรรมเพื่อการผลิตปูนซีเมนต์ โครงการเหมืองแร่หินอุตสาหกรรมกรรมเพื่อการก่อสร้าง และโครงการเหมืองแร่หินอ่อน เป็นต้น           ทั้งนี้ ภายหลังคณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติผ่อนผันการใช้พื้นที่ลุ่มน้ำชั้นที่ 1 ให้กับโครงการเหมืองแร่แล้ว หน่วยงานรัฐเจ้าของพื้นที่ เช่น กรมป่าไม้ จะได้นำมติคณะรัฐมนตรีดังกล่าวไปประกอบการพิจารณาอนุญาตให้ใช้ประโยชน์พื้นที่ และภายหลังได้รับอนุญาตจากหน่วยงานเจ้าของพื้นที่แล้ว ประกอบกับได้ดำเนินการต่าง ๆ ตามที่กำหนดใน พ.ร.บ.แร่ พ.ศ. 2560 ครบถ้วนแล้ว กระทรวงอุตสาหกรรมโดยกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ จะได้นำเสนอคณะกรรมการแร่ เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบการอนุญาตประทานบัตรหรือต่ออายุประทานบัตรต่อไป                                                                                                   30 มกราคม 2562

อ่านต่อ...


รองปลัดฯสุรพล เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานตาม พรบ.โรงงาน พ.ศ.2535

05 ก.พ 2562

วันนี้ (5 กุมภาพันธ์ 2562) นายสุรพล ชามาตย์ รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานตาม พรบ.โรงงาน พ.ศ.2535 โดยมี นางวีรวรรณ อุตรนคร ผู้อำนวยการกองกลาง นายสมชาย เอมบำรุง ผู้อำนวยการกองกฎหมาย นางสาวณิรดา วิสุทธิชาติธาดา ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร นางพงษ์ศิริ วรรณศรี ผู้อำนวยการกองตรวจราชการ และผู้แทนจากกองยุทธศาสตร์และแผนงาน เข้าร่วมประชุม ซึ่งที่ประชุมได้มีมติให้ตัด ชุดปฏิบัติงานลงพื้นที่ตรวจโรงงานอุตสาหกรรม พร้อมจัดหาหมวกนิรภัยให้แก่ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ตาม พรบ.โรงงานอุตสาหกรรมทุกท่านทั่วประเทศ ณ ห้องประชุม อก.2 อาคารสำนักงานปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม

อ่านต่อ...


กระทรวงอุตสาหกรรมโชว์เครื่องต้นแบบ"ระบบขจัดมลพิษทางอากาศแบบเคลื่อนที่" พร้อมประสานเอกชนผลิตเพิ่ม วางจุดเสี่ยงทั่ว กทม.

05 ก.พ 2562

วันนี้ (5 กุมภาพันธ์ 2562) พลเอกประยุทธ์ จันโอชา นายกรัฐมนตรีได้เข้าเยี่ยมชมเครื่องต้นแบบ "ระบบขจัดมลพิษทางอากาศแบบเคลื่อนที่" ของกระทรวงอุตสาหกรรม โดยมี นายสมชาย หาญหิรัญ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม นายพสุ โลหารชุน ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม และนายสุรพล ชามาตย์ รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรมผู้คิดค้นและออกแบบ เป็นผู้นำเยี่ยมชม ณ ชั้นล่างหน้าตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล ก่อนที่จะเข้าร่วมประชุมคณะรัฐมนตรี เครื่องต้นแบบ "ระบบขจัดมลพิษทางอากาศแบบเคลื่อนที่" แบบชนิด Wet Scrubber มีท่อดูดอากาศเข้าระบบเส้นผ่าศูนย์กลาง 14 นิ้ว อัตราการไหลของอากาศ 4000 CFM ท่อปล่อยอากาศหลังบำบัด เส้นผ่าศูนย์กลาง 14 นิ้ว โดยมีระบบฟอกอากาศแบบเปียกทำงานโดยมีหัว Spiral Spray Nozzle ทำการฉีดน้ำฟองละเอียดร่วมกับลูกมีเดียพร้อมแผ่นใย กรองซับละอองน้ำและฝุ่น ซึ่งจะช่วยลดฝุ่นขนาดเล็ก PM 2.5 ช่วยลดความหนาแน่นฝุ่นละออง ช่วยลดฝุ่นละอองทั่วไปจากการก่อสร้าง และช่วยลดไอเสียดีเซลจากการเผาไหม้ไม่สมบูรณ์ บนท้องถนนพื้นผิวการจราจรที่หนาแน่น ให้มีคุณภาพอากาศที่ดีขึ้น โดยเครื่องต้นแบบ "ระบบขจัดมลพิษทางอากาศแบบเคลื่อนที่" ได้เปิดตัวไปแล้วเมื่อวันที่ 28 มกราคม 2562 และได้ติดตั้งสาธิตอยู่ที่ถนนพระราม 6 บริเวณด้านหน้ากระทรวงอุตสาหกรรม นอกจากนี้ กระทรวงอุตสาหกรรมยังได้ประสานขอความร่วมมือไปยังหน่วยงานต่างๆ เช่น กลุ่มปตท. และกรุงเทพมหานคร เพื่อสร้างเครื่องดังกล่าวเพิ่มอีก 10 เครื่อง กำหนดแล้วเสร็จภายในเดือน กุมภาพันธ์นี้ หลังจากสร้างเสร็จจะนำไปติดตั้งช่วยขจัดมลพิษทางอากาศให้บริการประชาชนในพื้นที่สวนสาธารณะต่างๆ ของกรุงเทพมหานคร และจุดที่กรมควบคุมมลพิษตรวจสอบแล้วพบว่ามีระดับอากาศที่มีมลภาวะสูงกว่ามาตรฐานต่อไป

อ่านต่อ...


รองนายกฯ ตรวจเยี่ยม ติดตามความก้าวหน้าโครงการของกระทรวงอุตสาหกรรม

04 ก.พ 2562

วันนี้ (4 ก.พ. 62) นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ตรวจเยี่ยม ติดตามความก้าวหน้าโครงการต่างๆ ของกระทรวงอุตสาหกรรม โดยมี นายสมชาย หาญหิรัญ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม  นายสันติ  กีระนันท์  ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงอุตสาหกรรม  นายพสุ โลหารชุน ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ให้การต้อนรับ  ณ ห้องประชุมชุณหะวัณ อาคารสำนักงานปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม สำหรับโครงการที่นำเสนอในวันนี้  ได้แก่ ความก้าวหน้าการจัดตั้งศูนย์  Innospace  /  Connected Industries   เพื่อปรับเปลี่ยนอุตสาหกรรมให้เข้าสู่ยุค 4.0 และ การสนับสนุนและช่วยเหลือ SMEs ในด้านต่างๆ โดยเน้นให้ช่วยเหลืออุตสาหกรรมเกษตรแปรรูปอย่างครบวงจร โดยใช้ต้นแบบจากจังหวัดวาคายามะ ประเทศญี่ปุ่น  สำหรับศูนย์  Innospace อาจมีการทบทวนชื่อเป็น Thailand Cyberport โดยใช้ต้นแบบจาก  Hong Kong Cyberport  และในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์จะมีการลงนามความร่วมมือเรื่องไซเบอร์พอร์ตในเมืองไทยกับผู้บริหารสูงสุดเขตบริหารพิเศษฮ่องกง

อ่านต่อ...


อุตฯ จับมือ สภาอุตฯ ชวนโรงงานร่วมใจหยุด 4-6 ก.พ. ช่วยลดการเกิดมลภาวะ

01 ก.พ 2562

วันนี้ (1 กุมภาพันธ์ 2562) กระทรวงอุตสาหกรรม ร่วมกับ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ร่วมแถลงข่าวเรื่อง “ขอความร่วมมือโรงงานอุตสาหกรรมที่มีความเสี่ยงปัญหาฝุ่นละออง ชะลอการผลิตหรือหยุดเดินเครื่องจักร ในช่วงเวลาที่มีค่ามลพิษสูงสุดในแต่ละพื้นที่เพื่อลดผลกระทบสิ่งแวดล้อม” โดยนางสาวนิสากร จึงเจริญธรรม นายสุรพล ชามาตย์ รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม นายทองชัย ชวลิตพิเชฐ อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม และนายเกรียงไกร เธียรนุกุล รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย พร้อมด้วยผู้บริหารกระทรวงอุตสาหกรรม และผู้บริหารสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ร่วมด้วย ณ ห้องประชุมชุณหะวัณ กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรมและสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ขอความร่วมมือโรงงานใน 15 จังหวัด ได้แก่ ปราจีนบุรี สุราษฎร์ธานี ขอนแก่น ราชบุรี สระบุรี สงขลา นครราชสีมา อยุธยา ฉะเชิงเทรา ระยอง นครปฐม ปทุมธานี ชลบุรี สมุทรสาคร และสมุทรปราการ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่อาจจะได้รับผลกกระทบจากมลพิษให้หยุดเดินเครื่องจักรเป็นการชั่วคราว หรือลดกำลังการผลิตเพื่อลดการปล่อยควันและของเสีย ในช่วงวันที่ 4-6 ก.พ. 62 เพื่อช่วยลดมลภาวะที่อาจเกิดขึ้น พร้อมให้โรงงานอุตสาหกรรมร่วมกัน Big Cleaning Day ทำความสะอาดเครื่องจักรครั้งใหญ่ เพื่อกำจัดฝุ่นและของเสียที่อาจจะเกิดขึ้นได้ ทั้งยังรณรงค์ให้โรงงานปรับเปลี่ยนรถขนส่งภายในมาใช้พาหนะที่ใช้ไฟฟ้าเป็นเชื้อเพลิงซึ่งไม่ก่อให้เกิดมลภาวะ และอยากให้ทุกภาคส่วนร่วมปลุกจิตสำนึกให้คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม ไม่สร้างมลภาวะ ซึ่งกระทรวงอุตสาหกรรมจะยังคงเฝ้าระวัง และตรวจสอบโรงงานให้ครบทุกแห่งต่อไปจนกว่าปัญหาฝุ่นละอองจะคลี่คลาย

อ่านต่อ...


Page 7 of 257