ข่าวประชาสัมพันธ์กระทรวงอุตสาหกรรม

ผู้ช่วยปลัดฯ ประชุมพิจารณาทบทวนคำสั่งการมอบอำนาจให้ปฏิบัติราชการแทน

17 ม.ค 2563

วันที่ 17 มกราคม 2563 นายเจตนิพิฐ รอดภัย ผู้ช่วยปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นประธานในการประชุมพิจารณาทบทวนคำสั่งการมอบอำนาจให้ปฏิบัติราชการแทน โดยมีผู้อำนวยการกองต่างๆในสังกัด สปอ. เข้าร่วมประชุมฯ ณ ห้องประชุม อก.2 ชั้น 3 สปอ.  

อ่านต่อ...


ก.อุตฯ ดึงน้ำในขุมเหมืองเก่า น้ำทิ้งโรงงานที่ผ่านเกณฑ์กฎหมายเตรียมพร้อมผันเข้าระบบ 169 ล้าน ลบ.ม. ช่วยเกษตรกรสู้วิกฤติภัยแล้ง !

17 ม.ค 2563

นายกอบชัย สังสิทธิสวัสดิ์ ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า กระทรวงอุตสาหกรรมได้สำรวจปริมาณน้ำทิ้งโรงงาน และแหล่งน้ำในขุมเหมืองที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ในภาคเกษตรกรรมในช่วงวิกฤติภัยแล้งปี 2563 เพื่อให้ภาคอุตสาหกรรมได้มีส่วนช่วยเหลือเกษตรกร และภาคส่วนอื่นๆ ในการช่วยบรรเทาปัญหาการขาดแคลนน้ำในหลายพื้นที่ จากการสำรวจล่าสุดมีปริมาณน้ำรวม 169 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) ที่พร้อมผันน้ำให้ภาคส่วนต่างๆ ได้ใช้ประโยชน์ และกระทรวงฯ จะจัดส่งข้อมูลไปยัง ศูนย์บัญชาการเฉพาะกิจและแผนปฏิบัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาวิกฤติน้ำ ที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นผู้บัญชาการศูนย์ฯ เพื่อบูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการ ดึงน้ำข้างต้นเพื่อใช้แก้วิกฤติภัยแล้งให้ผ่านพ้นไป  “น้ำในขุมเหมืองเก่าทั่วประเทศ เบื้องต้นพบว่า ในอดีตได้มีการนำไปใช้เพื่อการอุปโภคบริโภค และเป็นน้ำต้นทุนในการผลิตน้ำประปา เช่น จังหวัดภูเก็ต ระนอง และพังงา ฯลฯ ซึ่งใน ปีนี้มีแหล่งน้ำในกลุ่มเหมืองแร่ จำนวน 36 แห่ง รวม 105 บ่อเหมือง มีปริมาณน้ำทั้งสิ้น 166,019,100 ลบ.ม. ที่สามารถนำน้ำไปใช้ประโยชน์ได้ และปัจจุบันได้นำน้ำไปใช้ประโยชน์แล้ว ถึง 50 บ่อเหมือง             คิดเป็นปริมาณน้ำรวมกว่า 65,392,000 ลบ.ม. กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ (กพร.) ได้ตรวจสอบวิเคราะห์คุณภาพน้ำในแหล่งน้ำขุมเหมือง และได้ประสานจัดส่งข้อมูลปริมาณน้ำขุมเหมืองในเขตพื้นที่ต่างๆ ให้กับ สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัด (สอจ.) และองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ที่เกี่ยวข้อง เพื่อประกอบการพิจารณานำน้ำไปใช้ประโยชน์ รวมทั้งจัดสรรให้ทั่วถึงซึ่งจะเน้นในพื้นที่ประสบภัยแล้งอย่างหนักก่อน  สำหรับการนำน้ำทิ้งจากโรงงานไปใช้ประโยชน์จะดำเนินการได้ ภายหลังจากที่กรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) จัดทำประกาศฯ เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการพิจารณาอนุญาตโรงงานอุตสาหกรรม นำน้ำทิ้งของโรงงานไปใช้ประโยชน์ในพื้นที่เกษตรกรรมในช่วงภัยแล้ง ซึ่งคาดว่าประกาศฯ ได้ภายในเดือนมกราคมนี้ โดยผมได้รับรายงานการสำรวจของ สอจ. 76 จังหวัดทั่วประเทศ พบว่ามีโรงงานประเภทแปรรูปการเกษตรที่มีน้ำทิ้ง จำนวนทั้งสิ้น 3,103 โรง มีปริมาณน้ำทิ้งที่ผ่านการบำบัดให้มีค่ามาตรฐานตามกฎหมายและพร้อมจะช่วยเหลือภาคเกษตรกรรม จำนวนรวม 3,772,417 ลบ.ม. ซึ่งกระทรวงฯ คาดการณ์ในเบื้องต้นว่า น้ำทิ้งที่ระบายออกจากโรงงานจะสามารถช่วยเหลือเกษตรกรในพื้นที่โดยรอบโรงงานได้จำนวนกว่า 1,500 ราย ซึ่งถ้ารวมกับปริมาณน้ำในกลุ่มเหมืองแร่ ที่มีปริมาณน้ำ 166,019,100 ลบ.ม. จะมีปริมาณน้ำรวมกว่า 169 ล้าน ลบ.ม.” นายกอบชัย กล่าว ขณะนี้ภาคอุตสาหกรรมยังไม่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ภัยแล้งอย่างชัดเจน เนื่องจากโรงงานที่ใช้น้ำในการผลิตในปริมาณมาก ส่วนใหญ่จะมีบ่อกักเก็บน้ำทิ้งไว้ใช้ประโยชน์ และมีการนำน้ำกลับมาใช้ในการผลิตอีกครั้ง ส่วนโรงงานที่อยู่ในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรม ทางการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) ได้เตรียมแหล่งน้ำสำรองเพียงพอที่จะรับมือกับภัยแล้ง จึงมั่นใจว่าโรงงานจะไม่ได้รับผลกระทบและเกิดปัญหาการแย่งน้ำกับภาคส่วนอื่น แต่หากพบผู้ประกอบการรายใดที่มีแนวโน้มได้รับผลกระทบ หรือน้ำต้นทุนไม่เพียงพอ กระทรวงฯ จะออกมาตรการช่วยเหลือให้ต่อไป  ข้อมูลแหล่งน้ำขุมเหมืองของ กพร. ในพื้นที่ภาคเหนือ มี 13 บ่อเหมืองในจังหวัดเชียงใหม่ พะเยา ลำปาง ลำพูน ปริมาณน้ำรวม 129 ล้าน ลบ.ม. ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มี 17 บ่อเหมืองในจังหวัดขอนแก่น นครราชสีมา บุรีรัมย์ เลย ศรีสะเกษ สุรินทร์ หนองบัวลำภู อุบลราชธานึ ปริมาณน้ำรวม 11 ล้าน ลบ.ม. ภาคกลาง  มี 4 บ่อเหมืองในจังหวัดนครสวรรค์ เพชรบูรณ์ ปริมาณน้ำรวม 1.7 ล้าน ลบ.ม. ภาคตะวันออก มี 4 บ่อเหมืองในจังหวัดจันทบุรี ชลบุรี ปราจีนบุรี สระแก้ว ปริมาณน้ำรวม 8 แสน ลบ.ม. ภาคตะวันตก มี 5 บ่อเหมืองในจังหวัดกาญจนบุรี ตาก ประจวบคีรีขันธ์ เพชรบุรี ราชบุรี ปริมาณน้ำรวม 8.7 ล้าน ลบ.ม. และภาคใต้ มี 6 บ่อเหมืองในจังหวัด ตรัง นครศรีธรรมราช นราธิวาส พังงา และภูเก็ต ปริมาณน้ำรวม 14 ล้าน ลบ.ม.   -------------------------

อ่านต่อ...


ปลัดกอบชัยฯ เป็นประธานเปิดงานบรรยายพิเศษ เรื่อง "สถาบันพระมหากษัตริย์กับประเทศไทย" พร้อมมอบวุฒิบัตร แก่ผู้เข้ารับการฝึกอบรม หลักสูตร “ข้าราชการที่ดี ” รุ่นที่ 14

16 ม.ค 2563

วันนี้ (16 มกราคม 2563) เวลา 08.30 น. นายกอบชัย สังสิทธิสวัสดิ์ ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นประธานเปิดการบรรยายพิเศษ เรื่อง "สถาบันพระมหากษัตริย์กับประเทศไทย" โดยมี นางสาวสุนีย์ โสภณ ผู้อำนวยการกองบริหารทรัพยากรบุคคล คณะผู้บริหาร พร้อมด้วย ข้าราชการที่ดีรุ่นที่ 14 จำนวน 99 คน เข้าร่วมรับฟัง ซึ่งได้รับเกียรติจากวิทยากรจิตอาสา ในโครงการจิตอาสาพระราชราชทานตามแนวพระราชดำริ หลักสูตรจิตอาสา 904 บรรยาย ณ โรงแรมเดอะทวินทาวเวอร์ กรุงเทพฯ   จากนั้นเวลา 13.00 น. ปลัดกอบชัยฯ ได้เป็นประธานในพิธีปิดการฝึกอบรมพร้อมมอบวุฒิบัตรให้แก่ผู้เข้ารับการฝึกอบรม หลักสูตร “ข้าราชการที่ดี ” รุ่นที่ 14 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 8 – 16 มกราคม 2563 พร้อมทั้งให้โอวาทเพื่อเป็นขวัญและกำลังใจ แก่บุคลากรให้มีความรู้ความสามารถ มีสมรรถนะ และจรรยาบรรณที่เหมาะสมในการปฏิบัติหน้าที่ราชการ พร้อมทั้งเพื่อปลูกฝังจิตสำนึก ค่านิยม ปรัชญาการเป็นข้าราชการที่ดี มีพฤติกรรมที่สอดคล้องกับการปฏิบัติหน้าที่ราชการยุคใหม่รวมทั้งเพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์ในการทำงานและการประสานงานเป็นเครือข่ายของข้าราชการรุ่นใหม่ต่อไป  

อ่านต่อ...


ปลัดฯ กอบชัย เป็นประธานการประชุมผู้บริหารระดับสูงกระทรวงอุตสาหกรรม

16 ม.ค 2563

วันนี้ (16 มกราคม 2563) เวลา 09.30 น. นายกอบชัย สังสิทธิสวัสดิ์ ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นประธานการประชุมผู้บริหารระดับสูงกระทรวงอุตสาหกรรม โดยมี นายสุรพล ชามาตย์  นายภานุวัฒน์ ตริยางกูรศรี รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม นางวรวรรณ ชิตอรุณ เลขาธิการคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย รักษาราชการแทนรองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม พร้อมด้วยคณะผู้บริหารกระทรวงอุตสาหกรรม เข้าร่วม  ณ ห้องประชุม อก.1 ชั้น 2  #กระทรวงอุตสาหกรรม #ประชุมผู้บริหารระดับสูงกระทรวงอุตสาหกรรม  

อ่านต่อ...


โฆษกกระทรวงอุตสาหกรรม ร่วมประชุมหารือแนวทางการบูรณาการส่งเสริมผู้ประกอบการในพื้นที่ จ.ชัยภูมิ

15 ม.ค 2563

  จังหวัดชัยภูมิ : วันนี้ (15 มกราคม 2563) เวลา 15.00 น. นางสาวสุชาดา แทนทรัพย์ โฆษกกระทรวงอุตสาหกรรม พร้อมด้วยนายณัฐพล รังสิตพล อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม นายใบน้อย สุวรรณชาตรี รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม นางสาวอัญชลีย์พร เขียวเกษม ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 6 จังหวัดนครราชสีมา ร่วมประชุมหารือแนวทางการบูรณาการส่งเสริมผู้ประกอบการในพื้นที่ จ.ชัยภูมิ โดยมีนายรัฐการ ด่านกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดชัยภูมิ นายสิทธิพล สุทธิศักดิ์ภักดี ประธานหอการค้าชัยภูมิ และผู้นำชุมชนจังหวัดชัยภูมิ เข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุมสภาอุตสาหกรรมจังหวัดชัยภูมิ   โดยในส่วนของกระทรวงอุตสาหกรรม กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ได้จัดเตรียมโครงการต่างๆ เพื่อพัฒนาและส่งเสริมผู้ประกอบการกลุ่มอุตสาหกรรมเกษตรและอุตสาหกรรมอาหารสู่ระบบมาตรฐาน การบริหารจัดการโลจิสติกส์ การพัฒนาประสิทธิภาพการผลิต การพัฒนาผลิตภัณฑ์สร้างมูลค่าเพิ่มและการพัฒนาร่วมกลุ่ม SMEs เพื่อเชื่อมโยงอุตสาหกรรม ส่วนวิสาหกิจชุมชนในพื้นที่จะมีการพัฒนาศักยภาพและยกระดับผู้ผลิตผลิตภัณฑ์หนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์  การเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมท่องเที่ยวภายใต้อัตลักษณ์จังหวัด #กระทรวงอุตสาหกรรม #การส่งเสริมและพัฒนาSMEs  

อ่านต่อ...


ก.อุตฯ เดินหน้าแก้ปัญหาภัยแล้งมอบระบบกักเก็บน้ำช่วย SMEs นำร่อง 10 หมู่บ้านใน จ.ชัยภูมิ

15 ม.ค 2563

วันนี้ (15 มกราคม 2563) เวลา 10.00 น. นางสาวสุชาดา แทนทรัพย์ โฆษกกระทรวงอุตสาหกรรม ได้รับมอบหมายจากนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นประธานเปิดงานในพิธีส่งมอบระบบกักเก็บน้ำเพื่อวิสาหกิจชุมชนและราษฎรแก่หมู่บ้านนำร่อง 10 หมู่บ้าน จังหวัดชัยภูมิ โดยมีนายณัฐพล รังสิตพล อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม นายใบน้อย สุวรรณชาติ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม นางสาวอัญชลีย์พร เขียวเกษม ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 6 จังหวัดนครราชสีมา ร่วมส่งมอบ และมีนายสมเกียรติ ศรีษะเนตร รองผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ และผู้นำชุมชน 10 หมู่บ้าน เป็นผู้รับมอบ   นางสาวสุชาดา แทนทรัพย์ โฆษกกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า ตามที่กระทรวงอุตสาหกรรมได้มีมาตรการรับมือวิกฤตภัยแล้งด้วยกลไกประชารัฐ โดยมีมาตรการสำคัญและเร่งด่วนในการรับมือกับสถานการณ์วิกฤตภัยแล้งในภาคอุตสาหกรรม รวมถึงมาตรการลดความเดือดร้อนจากสภาวะเศรษฐกิจผันผวน โดยสนับสนุนสินเชื่อการสร้างงานสร้างอาชีพ และการสร้างโอกาสทางการตลาดรวมถึงการส่งเสริมการลงทุนให้ผู้ประกอบการ SMEs และวิสาหกิจชุมชนสามารถปรับตัวและรับมือกับวิกฤตการณ์และสภาวะดังกล่าวทั้งในระยะสั้นและระยะยาว   กระทรวงอุตสาหกรรม จึงได้มอบหมายให้กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.) ดำเนินกิจกรรมผ่านการสนับสนุนอุปกรณ์ภาชนะในการกักเก็บน้ำและถ่ายทอดองค์ความรู้การสร้างภาชนะกักเก็บน้ำ การบริหารจัดการน้ำเพื่อใช้ผลิตและอุปโภคบริโภคในระดับครัวเรือนและระดับชุมชนในท้องถิ่น รวมถึงกิจกรรมการสนับสนุนสินเชื่อแก่ SMEs ผ่านกองทุนพัฒนา SME ตามแนวประชารัฐ ซึ่งกรมส่งเสริมอุตสาหกรรมได้จัดทำมาตรการแก้ปัญหาขาดแคลนน้ำโดยการบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบภายใต้กิจกรรมนำร่องระบบกักเก็บน้ำเพื่อวิสาหกิจชุมชนและราษฎรและได้คัดเลือกพื้นที่จังหวัดชัยภูมิ ซึ่งเป็นหนึ่งในจังหวัดที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตภัยแล้ง ซึ่งพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่สำหรับเกษตรกรรม ขณะเดียวกันประชาชนในพื้นที่ยังประสบกับปัญหาขาดแคลนน้ำในการอุปโภคบริโภคด้วย โดยกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรมได้ดำเนินกิจกรรมนำร่องระบบกักเก็บน้ำสำหรับสำรองน้ำให้ครอบคลุมตามความต้องการในการใช้น้ำในการผลิตสินค้าเกษตรกรรม การแปรรูปผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร และการอุปโภคบริโภคของกลุ่มวิสาหกิจและประชาชนในพื้นที่จังหวัดชัยภูมิ จำนวน 10 หมู่บ้านนำร่องในพื้นที่ อ.เมือง อ.บำเหน็จณรงค์ อ.หนองบัวระเหว และ อ.จัตุรัส โดยสามารถลดค่าใช้จ่ายในการซื้อน้ำกว่า 5,037,000 ลิตร/ปี คิดเป็นมูลค่ากว่า 270,660บาท/ปี และยังสามารถลดการสูญเสียโอกาสในการเพิ่มยอดขายกว่า 22,000,000 บาท/ปี ทั้งนี้กระทรวงอุตสาหกรรมจะดำเนินการช่วยเหลือผู้ประกอบการในพื้นที่ประสบภัยแล้งทั้งการสร้างระบบกักเก็บน้ำ การฝึกอาชีพ ซึ่งมีเป้าหมายทั้งสิ้น 10,000 ครัวเรือน #กระทรวงอุตสาหกรรม #โฆษกกระทรวงอุตสาหกรรม #กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม  

อ่านต่อ...


โฆษกกระทรวงอุตสาหกรรมและคณะ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 6 จ.นครราชสีมา พร้อมประชุมหารือแนวทางการส่งเสริมและพัฒนา SMES และวิสาหกิจชุมชนในพื้นที่

15 ม.ค 2563

  วันนี้ (14 มกราคม 2563) เวลา 14.00 น. นางสาวสุชาดา แทนทรัพย์ โฆษกกระทรวงอุตสาหกรรม ได้รับมอบหมายจากนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ให้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 6 จังหวัดนครราชสีมา โดยมีนายณัฐพล รังสิตพล อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรมและคณะ ร่วมตรวจเยี่ยม  มีนางสาวอัญชลีย์พร เขียวเกษม ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 6 จังหวัดนครราชสีมา ให้การต้อนรับ   นอกจากนี้โฆษกกระทรวงอุตสาหกรรม ได้ร่วมประชุมหารือกับผู้นำในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ถึงแนวทางการส่งเสริมและพัฒนา SME  และวิสาหกิจชุมชน โดยกระทรวงอุตสาหกรรม กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ได้เตรียมความพร้อมสำหรับ SME กลุ่มอุตสาหกรรมเกษตรและอุตสาหกรรมอาหารสู่ระบบมาตรฐาน การบริหารจัดการโลจิสติกส์ การพัฒนาประสิทธิภาพการผลิต การพัฒนาผลิตภัณฑ์สร้างมูลค่าเพิ่มและการพัฒนาร่วมกลุ่ม SMES เพื่อเชื่อมโยงอุตสาหกรรม ส่วนวิสาหกิจชุมชนในพื้นที่จะมีการพัฒนาศักยภาพและยกระดับผู้ผลิตผลิตภัณฑ์หนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์  การเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมท่องเที่ยวภายใต้อัตลักษณ์จังหวัด การส่งเสริมและพัฒนาผู้ประกอบการชุมชน และการสร้างมูลค่าเพิ่มอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ (THAI-IDC) ภายใต้โครงการต่างๆ ของกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม อาทิ การพัฒนาผู้ประกอบการสู่การเป็นสมาร์ท SME การสร้างผู้ประกอบการใหม่ การส่งเสริมและพัฒนาผู้ให้บริการ SME เป็นต้น #กระทรวงอุตสาหกรรม #การส่งเสริมและพัฒนา SMES  

อ่านต่อ...


มาตรา 1299 วรรคสอง คือ การได้มาโดยทางอื่นนอกนอกจากทางนิติกรรม

15 ม.ค 2563

กรณีได้อสังหาริมทรัพย์หรือทรัพยสิทธิเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์มาโดยทางอื่นนอกจากทางนิติกรรม สิทธิของผู้ได้มาย่อมสมบูรณ์เป็นทรัพยสิทธิเพราะเป็นการได้มาโดยผลของกฎหมาย แต่หากยังไม่มีการจดทะเบียน ผู้ได้มาโดยทางอื่นนอกจากทางนิติกรรมไม่สามารถเปลี่ยนแปลงทางทะเบียนได้ และไม่สามารถยกขึ้นเป็นข้อต่อสู้บุคคลภายนอก ผู้ได้มาโดยมีค่าตอบแทน และโดยสุจริตและได้จดทะเบียนโดยสุจริตแล้ว ส่วนการที่จะนำมาตรา 1299 วรรคสอง จะนำไปใช้กับที่ดินที่มีเพียงสิทธิครอบครองประเภท น.ส.3 หรือไม่ กรณีเช่นนี้มีแนวคำพิพากษาของศาลฎีกาแบ่งออกเป็น 2 แนวทางด้วยกันคือ แนวทาง 1 เห็นว่า มาตรา 1299 วรรคสอง สามารถมีกรณีบุคคลภายนอกผู้ได้มาโดยเสียค่าตอบ แทนและสุจริตและได้จดทะเบียนสิทธิโดยสุจริตได้ ตามฎีกาที่ 2512/2519 แนวทางเห็นที่ 2 เห็นว่า มาตรา 1299 วรรคสองไม่สามารถนำไปใช้กับที่ดินประเภทที่มีเพียงสิทธิครอบครอบครองได้ เพราะเมื่อผู้มีสิทธิครอบครองได้สละสิทธิของตนและส่งมอบที่ดินให้แก่ผู้รับโอนไปแล้วสิทธิครอบครองย่อมตกอยู่แก่ผู้รับโอนตามมาตรา 1377 และมาตรา 1378 เช่นนี้ผู้โอนเป็นแต่เพียงผู้มีชื่อในทะเบียน น.ส.3 ย่อมไม่มีสิทธิที่จะโอนการที่ดินให้แก่ผู้อื่น หากมีการโอนแม้บุคคลผู้รับโอนจะสุจริตและเสียค่าตอบแทนก็ย่อมไม่มีสิทธิตามหลักเรื่องผู้รับโอนย่อมไม่มีสิทธิดีกว่าผู้โอน ตามฎีกาที่ 14737/2551, ฎ.6436/2550 ปัจจุปันมีคำพิพากษาฎีกาออกมาถือเป็นที่สิ้นสุดให้ยึดตามแนวทางที่ 2 ฎ.5537/2557 จ.มารดาจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 ขายที่ดินพิพาทแปลงที่ 1 และแปลงที่ 2 ซึ่งเป็นส่วนของที่ดินที่ดินมีหนังสือรับรองการทำประโยชน์ให้แก่ พ. บิดาโจทก์และโจทก์ตามลำดับโดยไม่ได้จดทะเบียนการโอนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ แต่การที่ พ. บิดาโจทก์และโจทก์ได้เข้มาครอบครองที่ดินพิพาทแปลงที่ 1 และแปลงที่ 2 ย่อมทำให้ได้ไปซึ่งสิทธิครอบครองตาม ป.พ.พ. มาตรา 1367, 1377 และ 1378 โดยไม่จำต้องจดทะเบียนการได้มา ซึ่งต่อมา พ. ยกที่ดินพิพาทแปลงที่ 1 ให้แก่โจทก์ จึงทำให้โจทก์เป็นผู้มีสิทธิครอบครองที่ดินพิพาททั้งสองแปลง เมื่อจำเลยที่ 1 ผู้จำนองมิใช่เจ้าของที่ดินแปลงที่ 1 และแปลงที่ 2 นำที่ดินไปจำนองแก่จำเลยที่ 2 จึงต้องห้ามตาม ป.พ.พ. มาตรา 705 การจำนองจึงไม่มีผลผูกพันโจทก์ผู้เป็นเจ้าของที่แท้จริง โดยไม่ต้องคำนึกว่าจำเลยที่ 2 รับจำนองโดยสุจริตหรือไม่ เพราะสิทธิของผู้ได้มาซึ่งอสังหาริมทรัพย์ที่ห้ามมิให้ยกขึ้นเป็นข้อต่อสู้บุคคลภายนอกผู้ได้สิทธิมาโดยเสียค่าตอบแทนโดยสุจริตและได้จดทะเบียนโดยสุจริตตาม ป.พ.พ. มาตรา 1299 วรรคสอง ต้องเป็นการได้สิทธิในที่ดินที่ได้จดทะเบียนแล้ว และการที่โจทก์เป็นผู้ได้มาซึ่งที่ดินโดยทางนิติกรรมจึงไม่อยู่ในบังคับของบทบัญญัติดังกล่าว โจทก์จึงมีสิทธิขอให้เพิกถอนการจดทะเบียนจำนองเฉพาะส่วนมิให้ครอบไปถึงที่ดินพิพาทแปลที่ 1 และ แปลงที่ 2 ของโจทก์ได้  

อ่านต่อ...


ก.อุตฯ รับมอบเครื่องอบแห้งอาหารจากญี่ปุ่น เพื่อต่อยอดพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมในการแปรรูปผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรให้กับเอสเอ็มอีของไทย

13 ม.ค 2563

 วันนี้ (13 ม.ค. 63) นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ให้นายโทคิฮิโระ นากามูระ ผู้ว่าราชการจังหวัดเอฮิเมะ ประเทศญี่ปุ่นและคณะเข้าพบ เพื่อรับมอบเครื่อง Super Sonic Wave Dryer โดยบริษัท N.S. Corporation ในนามของจังหวัดเอฮิเมะ มูลค่ากว่า 35,000 ดอลล่าร์สหรัฐ ซึ่งเป็นเครื่องอบแห้งอาหารเทคโนโลยีใหม่โดยใช้ระบบท่อนำความร้อนของคลื่นเสมือนการใช้พลังงานแสงอาทิตย์             ทำให้รสชาติและเนื้อสัมผัสอาหารคงเดิม หวังต่อยอดพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมในการแปรรูปผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรให้กับเอสเอ็มอี เกษตรอุตสาหกรรม ซึ่งจะนำไปติดตั้ง ณ ศูนย์ปฏิรูปอุตสาหกรรม 4.0 (ITC 4.0) ภายใต้การดูแลของศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 1 จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อใช้ในการส่งเสริม พัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมในการแปรรูปผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรให้กับเอสเอ็มอีของไทย โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคเหนือที่มีพืชผลทางการเกษตรที่มีศักยภาพและหลากหลาย โดยมีนายกอบชัย สังสิทธิสวัสดิ์ ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ร่วมเป็นสักขีพยาน ณ ห้องประชุม 1 ชั้น 2 สำนักงานปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม  

อ่านต่อ...


ร้านค้าออนไลน์เตรียมหนาวจริง วันนี้ สมอ. จับตาเฝ้าหน้าจอตรวจร้านค้าออนไลน์ พบผิด ดำเนินการตามกฎหมายทันที

13 ม.ค 2563

ของขวัญปีใหม่ตามสัญญา วันนี้ สมอ. ตั้งทีมเจ้าหน้าที่เฝ้าหน้าจอตรวจเข้มสินค้ามาตรฐานบังคับ 115 รายการ ในร้านค้าออนไลน์ 36 เว็บไซต์ยอดนิยม ผู้ประกอบการเตรียมตัว พบผิด ดำเนินการทันที มีโทษทั้งจำและปรับ   นายวันชัย พนมชัย เลขาธิการ สมอ. เปิดเผยว่า ตามที่ สมอ. ได้ส่งมอบของขวัญประจำปี 2563 แก่ผู้บริโภค โดย สมอ. จะดำเนินการควบคุมสินค้าออนไลน์ให้มีคุณภาพเป็นไปตามมาตรฐาน เพื่อคุ้มครองผู้บริโภคให้ได้ใช้สินค้าที่มีคุณภาพและปลอดภัย ซึ่งในปี 2562 ช่วงไตรมาสที่ 3 มีผู้เข้าชมเว็บไซต์ซื้อสินค้าออนไลน์ถึงกว่า 42 ล้านราย ถือเป็นกลุ่มผู้บริโภคที่มีขนาดใหญ่มาก   สมอ. หารือแนวทางร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จัดทำโปรแกรม วางแผนการตรวจติดตาม แต่งตั้งทีมเจ้าหน้าที่ ประชุมซักซ้อมและทำความเข้าใจในการปฏิบัติงาน และเริ่มดำเนินการตรวจติดตาม การจำหน่ายสินค้าออนไลน์อย่างเต็มรูปแบบ โดยดำเนินการตรวจติดตามการจำหน่ายสินค้าควบคุม 115 รายการ ในร้านค้าออนไลน์ทั้ง 36 เว็บไซต์ยอดนิยม หากพบการกระทำผิดจะดำเนินการตามกฎหมาย รวมถึงขยายผลไปสู่ต้นตอ คือ ผู้ผลิตและผู้นำเข้าต่อไป ซึ่งโทษของผู้กระทำผิดตาม พ.ร.บ. มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม พ.ศ.2511 คือ ผู้ประกอบการที่ทำหรือนำเข้าสินค้าที่เป็นสินค้าควบคุมโดยไม่ได้รับอนุญาต ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 2 ล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และโทษสำหรับผู้จำหน่ายสินค้าที่ไม่เป็นไปตามมาตรฐาน ต้องระวางโทษ จำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 500,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ   เลขาธิการ สมอ. กล่าวเพิ่มเติมว่า สมอ. เฝ้าจับตาผู้ประกอบการร้านค้าออนไลน์ ทั้งผู้ให้บริการพื้นที่และผู้จำหน่ายอย่างเข้มงวดและเต็มกำลัง ผู้ประกอบการต้องให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของผู้บริโภคเป็นอันดับแรก โดยต้องตรวจสอบสินค้าในร้านค้า โดยเฉพาะสินค้าควบคุม 115 รายการ หากพบการกระทำผิด จะดำเนินการตามกฎหมายอย่างจริงจัง ในส่วนของผู้บริโภคจะซื้อสินค้า ขอให้ตรวจสอบว่าสินค้าดังกล่าวมีเครื่องหมาย มอก. หรือไม่ เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของตัวท่านเอง ทั้งนี้ ท่านใดที่พบการกระทำผิดหรือต้องการให้ สมอ. ตรวจสอบสินค้าออนไลน์ สามารถติดต่อได้ที่ www.tisi.go.th , www.facebook.com/tisiofficial หรือที่ โทร. 0 2202 3308  

อ่านต่อ...


Page 1 of 305