ข่าวประชาสัมพันธ์กระทรวงอุตสาหกรรม

ผู้บริหาร ก.อุตฯ ร่วมวางพวงมาลาและถวายบังคมเนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร

13 ต.ค 2563

วันนี้ (13 ตุลาคม 2563) เวลา 08.30 น. นายกอบชัย สังสิทธิสวัสดิ์ ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ร่วมวางพวงมาลาและถวายบังคมเนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร โดยมีพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานพิธี ณ บริเวณท้องสนามหลวง #กระทรวงอุตสาหกรรม #วางพวงมาลาและถวายบังคม #prindustry

อ่านต่อ...


ผู้บริหาร ก.อุตฯ  ร่วมพิธีบำเพ็ญกุศลและทำบุญตักบาตรเนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร

13 ต.ค 2563

  วันนี้ (13 ตุลาคม 2563) เวลา 07.00 น. นายสุริยะ  จึงรุ่งเรืองกิจ  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม  พร้อมด้วย นายกอบชัย สังสิทธิสวัสดิ์ ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม และผู้บริหารกระทรวงอุตสาหกรรม ร่วมพิธีบำเพ็ญกุศลและทำบุญตักบาตรเนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร โดยมีพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี  เป็นประธานพิธี ณ บริเวณท้องสนามหลวง #กระทรวงอุตสาหกรรม #พิธีบำเพ็ญกุศลและทำบุญตักบาตร #prindustry

อ่านต่อ...


ธ สถิตในดวงใจ ตราบนิจนิรันดร์ ๑๓ ตุลาคม วันคล้ายวันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร

13 ต.ค 2563

ธ สถิตในดวงใจ ตราบนิจนิรันดร์ ๑๓ ตุลาคม วันคล้ายวันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ข้าพระพุทธเจ้า คณะผู้บริหาร ข้าราชการและเจ้าหน้าที่กระทรวงอุตสาหกรรม

อ่านต่อ...


รัฐมนตรีฯ สุริยะ ให้สมาคมผู้สื่อข่าวรถยนต์และรถจักรยานยนต์ไทย เข้าพบ

12 ต.ค 2563

วันนี้ (12 ตุลาคม 2563) นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ให้ นายวชิระ เรืองมาลัย นายกสมาคมผู้สื่อข่าวรถยนต์และรถจักรยานยนต์ไทย นำคณะกรรมการสมาคมฯ เข้าพบ เพื่อหารือพร้อมรับฟังข้อเสนอแนะ ประเด็นทิศทางอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยในปัจจุบันและอนาคต และการผลักดันมาตรฐานอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย โดยมี นายกฤชนนท์ อัยยปัญญา เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม นายภานุวัฒน์ ตริยางกูรศรี รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม และคณะผู้บริหารกระทรวงอุตสาหกรรม เข้าร่วม ณ ห้องประชุม อก.1 อาคารสำนักงานปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม  

อ่านต่อ...


“ก.อุตฯ”ลุยถ่ายโอนภารกิจดูแลโรงงานตามนโยบายรัฐ ฟุ้งปี63เดินเครื่องถ่ายโอนโรงงานเข้าข่าย2.2พันแห่ง

12 ต.ค 2563

   “กระทรวงอุตสาหกรรม” เด้งรับนโยบายรัฐบาล เดินหน้าถ่ายโอนภารกิจดูแลโรงงานให้ท้องถิ่น      หวังกระจายอำนาจการควบคุมดูแลกิจการในพื้นที่ ด้าน “กรอ.” โชว์ผลงานปี 2563 ลุยถ่ายโอนโรงงานเข้าข่ายไปแล้ว 2,200 แห่ง พร้อมจัดทัพเสริมแกร่งสร้างความรู้ เติมความเข้าใจขอบเขตการบังคับใช้กฎหมาย ช่วยเพิ่มศักยภาพและขีดความสามารถท้องถิ่น      นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า การถ่ายโอนภารกิจดูแลโรงงานของกรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) และสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัด ให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ได้แก่ กรุงเทพมหานคร เทศบาล และเมืองพัทยานั้น เป็นไปตามเจตนารมณ์และหลักการของพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) โรงงาน (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2562 และ พ.ร.บ. โรงงาน (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2562 และสอดคล้องกับนโยบายรัฐบาล ในการกระจายอำนาจการบริหารในส่วนที่จำเป็นแก่ท้องถิ่น เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารงาน และดูแลประชาชน ซึ่งภารกิจดังกล่าวเป็นหน้าที่โดยตรงของกระทรวงอุตสาหกรรม โดยกรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) และสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัด ภายใต้ 3 ภารกิจหลักที่สำคัญ ได้แก่ การกำกับดูแลโรงงานจำพวกที่1และจำพวกที่2  การรับแจ้งการประกอบกิจการโรงงานจำพวกที่ 2  และการตรวจสอบกรณีโรงงานก่อเหตุเดือดร้อน ตรวจสอบการดำเนินกิจการให้เป็นไปตามกฎหมาย   “การถ่ายโอนภารกิจดูแลโรงงานดังกล่าวเป็นไปตามหลักการของกฎหมาย และถือเป็นการให้อิสระและอำนาจแก่ อปท. ในการควบคุมดูแลกิจการโรงงานในพื้นที่ การตัดสินใจและตรวจสอบกรณีโรงงานมีปัญหา หรือสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนในพื้นที่ โดยที่ประชาชนสามารถมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ กำกับดูแล และตรวจสอบโรงงานได้ ขณะที่กระทรวงอุตสาหกรรม โดยกรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) ยังมีหน้าที่ให้ความช่วยเหลือ สนับสนุน ให้คำแนะนำ และคำปรึกษาทางเทคนิควิชาการ ดำเนินการฝึกอบรมจนกว่า อปท. จะมีความพร้อมและเข้าใจขอบเขตในการรับการถ่ายโอนภารกิจ จนสามารถปฏิบัติภารกิจให้ประชาชนได้รับบริการสาธารณะที่ดีขึ้น มีคุณภาพมาตรฐาน และประสิทธิภาพ รวมทั้งมีการกำหนดเกณฑ์มาตรฐานงานเพื่อเป็นหลักการบริการสาธารณะให้มีคุณภาพอีกด้วย” นายสุริยะ กล่าว     นายกอบชัย สังสิทธิสวัสดิ์ ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า ตาม พ.ร.บ. โรงงาน (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2562 พบว่า ในปี 2563 มีโรงงานจำพวกที่ 1 และจำพวกที่ 2 ที่ใช้เครื่องจักรมีกำลังรวมตั้งแต่ 50 แรงม้า หรือกำลังเทียบเท่าตั้งแต่ 50 แรงม้าขึ้นไป หรือใช้คนงานตั้งแต่ 50 คนขึ้นไป โดยใช้เครื่องจักรหรือไม่ก็ตาม ที่เข้าข่ายการโอนภารกิจดูแลโรงงานให้ไปอยู่ในการกำกับดูแลของกรุงเทพมหานคร เทศบาล และเมืองพัทยา ทั้งสิ้น 2,200 โรงงาน โดยแบ่งเป็น โรงงานในกรุงเทพมหานคร จำนวน 500 โรงงาน และโรงงานในจังหวัดต่าง ๆ อีกประมาณ 1,700 โรงงาน        โดยกรุงเทพมหานคร เทศบาล และเมืองพัทยา จะมีหน้าที่รับแจ้งการประกอบกิจการโรงงานจำพวกที่ 2 เก็บค่าธรรมเนียมรายปีสำหรับโรงงานจำพวกที่ 2 กำกับดูแลโรงงานจำพวกที่ 1 และจำพวกที่ 2 รวมถึงตรวจสอบกรณีโรงงานก่อเหตุเดือดร้อน และตาม พ.ร.บ. ฉบับดังกล่าว กรมโรงงานอุตสาหกรรมและสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัด จึงมีหน้าที่ในการให้คำแนะนำกับพนักงานเจ้าหน้าที่ของกรุงเทพมหานคร เทศบาล และเมืองพัทยา แล้วแต่กรณี ในการบังคับใช้กฎหมายว่าด้วยโรงงานให้เป็นไปอย่างถูกต้อง    นายประกอบ วิวิธจินดา อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) กล่าวว่า เพื่อให้การถ่ายโอนภารกิจดังกล่าวเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและมีประสิทธิภาพ กรมโรงงานอุตสาหกรรมได้เตรียมแผนงานเพื่อเพิ่มศักยภาพและขีดความสามารถของกรุงเทพมหานคร เทศบาล และเมืองพัทยา ในการบังคับใช้กฎหมายว่าด้วยโรงงาน และในการกำกับโรงงานจำพวกที่ 1 และจำพวกที่ 2 เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับกฎหมายว่าด้วยโรงงาน และแนวทางการบังคับใช้กฎหมายว่าด้วยโรงงาน ในมาตราต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับโรงงานจำพวกที่ 1 และจำพวกที่ 2 เพื่อให้การดำเนินภารกิจมีประสิทธิภาพ และเกิดประสิทธิผลสูงสุด  “ในปีนี้ได้มีการถ่ายโอนภารกิจดูแลโรงงานให้ อปท. ไปแล้ว 2,200 โรงงาน และในเดือน ส.ค. ที่ผ่านมา กรมโรงงานอุตสาหกรรมได้จัดการฝึกอบรมเกี่ยวกับกฎหมายว่าด้วยโรงงานและการกำกับดูแลด้านสิ่งแวดล้อม ให้กับข้าราชการกรุงเทพมหานคร จำนวน 50 เขต รวมทั้งสิ้น 200 คน และในเดือน ก.ย. 2563 ที่ผ่านมา ได้มีการจัดฝึกอบรมเกี่ยวกับการใช้ระบบสารสนเทศ สำหรับการรับแจ้งการประกอบกิจการโรงงานจำพวกที่ 2 ให้กับข้าราชการกรุงเทพมหานคร 50 เขต รวมทั้งสิ้น 100 คน โดยในปี 2564 กรมโรงงานอุตสาหกรรมและสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัด ยังได้มีการเตรียมความพร้อมในการจัดการฝึกอบรมเพิ่มเติมให้กับกรุงเทพมหานคร เทศบาล และเมืองพัทยาอีกด้วย” นายประกอบ กล่าว    ------------------------------------

อ่านต่อ...


ก.อุตฯ ปรับปรุงระบบไฟฟ้าวัดอรุณฯ แล้วเสร็จตามกำหนดเวลา

09 ต.ค 2563

วันนี้ (9 ตุลาคม 2563) เวลา 10.30น. รปอ.(นางวรวรรณ ชิตอรุณ) ในฐานะ ผอ.ศูนย์อำนวยการจิตอาสากระทรวงอุตสาหกรรม (ศอ.จอส.อก.) เข้ารายงานผลการดำเนินโครงการปรับปรุงระบบไฟฟ้าวัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร ระยะที่ 2 แก่ พระธรรมรัตนดิลก เจ้าคณะภาค 9 เจ้าอาวาสวัดอรุณราชวราราม  และได้ตรวจติดตามความเรียบร้อยของงานทั้งหมด   ทั้งนี้ ศอ.จอส.อก. ได้จัดทำโครงการฯ เพื่อให้ระบบไฟฟ้าของวัดอรุณฯ มีความปลอดภัยและสวยงามยิ่งขึ้น โดยดำเนินการ 1) พัฒนาระบบป้องกันฟ้าผ่ารอบองค์พระปรางค์ เชื่อมต่อกราวด์ลงดินลึก 30 เมตร พร้อมติดตั้งอุปกรณ์ป้องกันไฟกระโชกทางสายไฟฟ้า 2) งานระบบไฟฟ้า ซึ่งได้เดินท่อร้อยสายไฟเพื่อเก็บและจัดระเบียบสายไฟทั้งหมดให้เป็นระเบียบเรียบร้อย และ 3) ปรับระบบกราวน์ และไฟฟ้าส่องสว่าง บริเวณรอบองค์พระปรางค์วัดอรุณฯ จนแล้วเสร็จเป็นที่เรียบร้อย  

อ่านต่อ...


ปลัดฯกอบชัย เปิดงานสัมมนา Delta Future Industry Summit 2020

09 ต.ค 2563

 วันนี้ (9 ต.ค. 63) นายกอบชัย สังสิทธิสวัสดิ์ ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นประธานเปิดงานสัมมนา Delta Future Industry Summit 2020 ภายใต้หัวข้อ "เตรียมพร้อมประเทศไทยรับมืออนาคตยุค Next Normal" เพื่อเป็นเวทีพิเศษให้ทุกภาคส่วนได้เชื่อมต่อและแลกเปลี่ยนแนวโน้มอุตสาหกรรมล่าสุด ร่วมผลักดันประเทศไทยเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจหลังยุคโควิด-19 โดยมี นายแจ็คกี้ จาง ประธานบริษัท เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ให้การต้อนรับ ณ โรงแรมไฮแอท รีเจนซี่ กรุงเทพฯ สุขุมวิท   ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า “การจัดงานในวันนี้ถือเป็นการเชื่อมโยงผู้นำในภาคอุตสาหกรรม เข้ากับผู้ประกอบการเอสเอ็มอีท้องถิ่นทั่วไทย เพื่อมุ่งพัฒนาความสามารถในการแข่งขัน ซึ่งกระทรวงอุตสาหกรรมและเดลต้าอีเลคโทรนิกส์ ได้ร่วมงานกันอย่างใกล้ชิดตลอดระยะเวลาหลายปี และเป็น Big Brother ที่ให้การสนับสนุนกองทุน Delta Angle Fund ที่จัดเป็นประจำทุกปี เพื่อสนับสนุนธุรกิจสตาร์ทอัพในประเทศและสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจที่โดดเด่นกว่า 500 ล้านบาท” -----------------------------

อ่านต่อ...


ประชุมคณะกรรมการหน่วยงานเครือข่ายศูนย์ความเป็นเลิศด้านเทคโนโลยีหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ (Center of Robotics Excellent) (CoRE) ครั้งที่ 1/2564

09 ต.ค 2563

  เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2563 นายจุลพงษ์  ทวีศรี รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ในฐานะที่ปรึกษาคณะกรรมการหน่วยงานเครือข่ายศูนย์ความเป็นเลิศด้านเทคโนโลยีหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ (CoRE) เป็นประธานในการประชุม ครั้งที่ 1/2564 พร้อมเยี่ยมชมสถาบันเทคโนโลยีการผลิตสุมิพล (SIMTec) โดยมีนายเจตนิพิฐ รอดภัย รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม นายสมหวัง บุญรักษ์เจริญ ผู้อำนวยการสถาบันไทย-เยอรมัน ร่วมด้วย ณ อาคารสถาบันเทคโนโลยีการผลิตสุมิพล (SIMTec) จังหวัดชลบุรี  

อ่านต่อ...


การประชุมเตรียมความพร้อมการตรวจราชการและการติดตามความคืบหน้าการขับเคลื่อนไทยไปด้วยกัน ณ จังหวัดมุกดาหาร อุดรธานี และหนองคาย

07 ต.ค 2563

วันนี้ (7 ตุลาคม 2563) นายธีระยุทธ วานิชชัง ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นประธานการประชุมเตรียมความพร้อมการตรวจราชการและการติดตามความคืบหน้าการขับเคลื่อนไทยไปด้วยกัน ณ จังหวัดมุกดาหาร อุดรธานี และหนองคาย โดยมีนายกอบชัย สังสิทธิสวัสดิ์ ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม นางวรวรรณ ชิตอรุณ รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม นายสมพล โนดไธสง นายบรรจง สุกรีฑา ผู้ตรวจราชการกระทรวงอุตสาหกรรม นายสหวัฒน์ โสภา ผู้ช่วยปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม และผู้ที่เกี่ยวข้อง ร่วมประชุม ณ ห้องประชุม อก.2 ชั้น 3 อาคารสำนักงานปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม    

อ่านต่อ...


“สุริยะ” เดินหน้าเยียวยาผู้ประกอบการกระทบโควิด เว้นค่าธรรมเนียมใบอนุญาต มอก. กว่า 10,000 ราย เริ่ม 10 ตุลาคม 2563 นี้

07 ต.ค 2563

กระทรวงอุตสาหกรรม เร่งให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากโควิด  หลัง ครม. เห็นชอบมาตรการเยียวยายกเว้นค่าธรรมเนียมต่างๆ ของ สมอ. เริ่ม 10 ตุลาคม 2563 นี้ ถึงวันที่ 30 เมษายน 2564 นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ได้มอบหมายให้ สมอ. เสนอมาตรการเยียวยาผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากโควิด 19 โดยให้ยกเว้นค่าธรรมเนียมใบอนุญาต มอก. และค่าธรรมเนียมใบรับรองระบบงาน ISO เพื่อให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการกว่า 10,000 ราย รวมมูลค่ากว่า 110 ล้านบาท ซึ่ง ครม. ได้เห็นชอบเมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2563 ที่ผ่านมา โดยจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 10 ตุลาคม 2563 นี้ จนถึงวันที่ 30 เมษายน 2564  ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวจะเป็นการลดภาระค่าใช้จ่ายของผู้ประกอบการ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนจากโควิด 19 และการชะลอตัวของภาคเศรษฐกิจอุตสาหกรรมในประเทศ ด้าน นายวันชัย พนมชัย เลขาธิการ สมอ. กล่าวเพิ่มเติมว่า “สมอ. จะดำเนินการอย่างเร่งด่วน เพื่อให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบ ซึ่งคาดว่าจะสามารถฟื้นฟูเศรษฐกิจให้เข้าสู่สภาวะปกติได้ในไม่ช้า ทั้งนี้ มาตรการดังกล่าวจะดำเนินการยกเว้นจนถึงวันที่ 30 เมษายน 2564  จึงขอเชิญชวนผู้ประกอบการให้มาติดต่อขอรับบริการได้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป โดยผู้ประกอบการสามารถยื่นขอใบอนุญาต มอก. ทางออนไลน์ ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ผ่านระบบเครือข่ายอินเตอร์เน็ตที่ www.tisi.go.th  ทั้งการยื่นขอใบอนุญาต มอก. ผ่านระบบ e-License ที่ผู้ประกอบการสามารถยื่นขอได้ทุกมาตรฐาน ซึ่งผลทดสอบผลิตภัณฑ์และผลตรวจโรงงานจะถูกส่งตรงจากห้อง LAB และหน่วยงาน Outsource ผ่านเครือข่ายอินเตอร์เน็ต โดยผู้ประกอบการไม่ต้องมีภาระเรื่องเอกสารดังกล่าวอีกต่อไป” นอกจากนี้ สมอ. ยังอํานวยความสะดวกให้ผู้ประกอบการและประชาชนภายใต้สถานการณ์โควิด โดยสามารถชําระค่าบริการและค่าธรรมเนียมงานบริการด้านอื่นๆ ได้อย่างสะดวก ง่ายดาย และรวดเร็วมากยิ่งขึ้น ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ หรือ e-Payment สําหรับการตรวจติดตามผลผู้ได้รับใบอนุญาต มอก. เป็นการตรวจติดตามผ่านระบบ e-Surveillance เพื่ออํานวยความสะดวกให้ผู้ประกอบการ และเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานของ สมอ. ให้มากยิ่งขึ้น ด้านการรับรองระบบงาน ISO สมอ. ได้นําระบบอิเล็กทรอนิกส์ e-Accreditation มาใช้ตั้งแต่การยื่นคําขอ การประสานงาน การตรวจประเมินทางไกล (Remote assessment) และการรับรองตนเอง (Self declaration) แทนการออกไปตรวจประเมินสถานที่จริง โดยผู้ตรวจประเมินจะประสานงานการตรวจประเมินทางออนไลน์ผ่านระบบเครือข่ายอินเตอร์เน็ต และแอปพลิเคชั่นต่างๆ บนเว็บไซต์ และสมาร์ทโฟน เป็นต้น ซึ่งการดำเนินการเหล่านี้ เป็นไปตามนโยบายรัฐบาลตามมาตรการเยียวยาผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากโควิด 19” เลขาธิการ สมอ. กล่าวทิ้งท้าย ----- 6 ตุลาคม 2563 -----

อ่านต่อ...


Page 2 of 341