ข่าวประชาสัมพันธ์กระทรวงอุตสาหกรรม

ปลัดฯ กอบชัย และคณะลงพื้นที่เยี่ยมชมสถานประกอบการผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์สกัดจากน้ำมันหอมระเหย จากสมุนไพรไทย

26 ก.ย 2563

จังหวัดเพชรบุรี : วันนี้ (26 กันยายน 2563) เวลา 10.00 น. นายกอบชัย สังสิทธิสวัสดิ์ ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม และคณะลงพื้นที่เพชรบุรี เยี่ยมชมให้กำลังใจพร้อมให้คำแนะนำแนวทางในการพัฒนาสถานประกอบการซึ่งเป็นผู้ได้รับสินเชื่อจากกองทุนพัฒนาเอสเอ็มอีตามแนวประชารัฐ บริษัท สยามวรดา 59 จำกัด อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบุรี ประกอบกิจการผลิต/จำหน่ายผลิตภัณฑ์สกัดจากน้ำมันหอมระเหย ซึ่งบริษัทฯ ได้รับการสนับสนุนจากกองทุนฯ ในการปรับปรุงอาคารและลิฟต์ส่งของ นอกจากนี้บริษัทฯ ได้เข้าร่วมโครงการพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมแปรรูปการเกษตรในภูมิภาค ตามนโยบาย One Province One Agro-Industrial Product หรือ OPOAI ในปี 2563 ในกิจกรรมพัฒนาผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์ โดยมีนางวรวรรณ ชิตอรุณ นายจุลพงษ์ ทวีศรี รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม นายเดชา จาตุธนานันท์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงอุตสาหกรรม นายสหวัฒน์ โสภา ผู้ช่วยปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม นายอำนวย สุวรรณรักษ์ อุตสาหกรรมจังหวัดเพชรบุรี  นางสาวนารถนารี รัฐปัตย์ กรรมการผู้จัดการธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย และคณะผู้บริหารจากกระทรวงอุตสาหกรรม ร่วมลงพื้นที่ โดยมีนางวันเพ็ญ มังศรี รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี นางสาวศิรดา โกศัยภัทร์ กรรมการผู้จัดการบริษัท สยามวรดา 59 จำกัด ให้การต้อนรับ บริษัท สยามวรดา 59 จำกัด ได้ร่วมกับวิสาหกิจชุมชนในพื้นที่และหน่วยงานภาครัฐสกัดน้ำมันหอมระเหยจากพืชสมุนไพรเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์และเพิ่มรายได้ให้กับวิสาหกิจชุมชน    ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ได้กล่าวถึง "ตลาดและนวัตกรรม นำอุตสาหกรรมไทย" ซึ่งเป็นนโยบายการพัฒนาอุตสาหกรรมไทยตามมาตรการ “ผลิตได้ ขายได้ อยู่ด้วยกันได้” เป็นหนึ่งในกลไกการขับเคลื่อนการพัฒนาอุตสาหกรรมให้มีศักยภาพ มาจากความสำคัญของ 3 คำ คือ “ผลิตได้” คือ ต้องมีการใช้งานวิจัยและพัฒนา นวัตกรรม และเทคโนโลยี เพื่อเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ “ขายได้” คือ ต้องมีการตลาดที่ดีทั้งออนไลน์ (Online) และออฟไลน์ (Offline) และ“อยู่ด้วยกันได้” คือ สินค้าและบริการ ต้องมีคุณภาพและมาตรฐาน ปลอดภัย และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และแนะนำแนวทางการปรับใช้สารสกัดจากสมุนไพรกับผลิตภัณฑ์ต่างๆ อาทิ หน้ากาก หมวกในการต่อยอดผลิตภัณฑ์สู่นวัตกรรมที่สร้างสรรค์ต่อไป   #industryprmoi #ปลัดกอบชัย #ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม #กระทรวงอุตสาหกรรม #สำนักงานปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม #ตลาดและนวัตกรรมนำอุตสาหกรรมไทย  

อ่านต่อ...


ปลัดฯ กอบชัยและคณะ ลงพื้นที่เพชรบุรี เยี่ยมชมสถานประกอบการต้นแบบ SodaPrinting ตามแนว ทาง "ตลาดและนวัตกรรม นำอุตสาหกรรมไทย"

26 ก.ย 2563

จังหวัดเพชรบุรี : วันนี้ (26 กันยายน 2563) เวลา 08.45 น. นายกอบชัย สังสิทธิสวัสดิ์ ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม และคณะลงพื้นที่จังหวัดเพชรบุรี เยี่ยมชมสถานประกอบการซึ่งเป็นผู้ได้รับสินเชื่อจากกองทุนพัฒนาเอสเอ็มอีตามแนวประชารัฐ บริษัท โซดา พริ้นติ้ง จำกัด อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบุรี โดยมีนางวรวรรณ ชิตอรุณ นายจุลพงษ์ ทวีศรี รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม นายสุระ เพชรพิรุณ นายเดชา จาตุธนานันท์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงอุตสาหกรรม นายสหวัฒน์ โสภา ผู้ช่วยปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม นายอำนวย สุวรรณรักษ์ อุตสาหกรรมจังหวัดเพชรบุรี นางสาวนารถนารี รัฐปัตย์ กรรมการผู้จัดการธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย และคณะผู้บริหารจากกระทรวงอุตสาหกรรม ร่วมลงพื้นที่ โดยมีนางวันเพ็ญ มังศรี รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี นายธีรศานต์ สหัสพาศน์ กรรมการผู้จัดการบริษัท โซดา พริ้นติ้ง จำกัด ให้การต้อนรับ    บริษัท โซดา พริ้นติ้ง จำกัด ประกอบกิจการผลิตสื่อสิ่งพิมพ์ SodaPrinting ซึ่งบริษัทฯ ได้รับการสนับสนุนสินเชื่อจากกองทุนฯ ในการซื้อเครื่องจักรทำผ้า การจ้างทำระบบซอฟต์แวร์ ระบบออนไลน์ และการเชื่อมระบบกับทางไปรษณีย์ ซึ่งบริษัทฯ จำหน่ายสินค้าภายใต้แนวคิด "ของขวัญ" ซึ่งสามารถใช้และให้ได้ในทุกกิจกรรมตลอดทั้งปี โดยนำเทคโนโลยีและระบบตลาดออนไลน์มาปรับใช้ให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย ยึดหลักกลุ่มลูกค้าที่หลากหลายทั้งกลุ่มวัยรุ่น กลุ่มนักศึกษา และกลุ่มวัยทำงาน เน้นสร้างการรับรู้ผ่าน TikTok แพลตฟอร์มวิดีโอสั้นและสื่อโซเซียลมาสร้างสรรค์แนวคิดให้เกิดความน่าสนใจ และได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้บริษัทฯ มียอดจำหน่ายที่สูงขึ้น นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังมีการขยายไลน์การผลิตเน้นออกแบบลวดลายที่มีความทันสมัยให้กับผลิตภัณฑ์ อาทิ เสื้อ หน้ากากผ้า ถุงผ้า    ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ได้กล่าวถึงนโยบายการพัฒนาอุตสาหกรรมไทยตามมาตรการ “ผลิตได้ ขายได้ อยู่ด้วยกันได้” เป็นหนึ่งในกลไกการขับเคลื่อนการพัฒนาอุตสาหกรรมให้มีศักยภาพ มาจากความสำคัญของ 3 คำ คือ “ผลิตได้” คือ ต้องมีการใช้งานวิจัยและพัฒนา นวัตกรรม และเทคโนโลยี เพื่อเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ “ขายได้” คือ ต้องมีการตลาดที่ดีทั้งออนไลน์ (Online) และออฟไลน์ (Offline) และ“อยู่ด้วยกันได้” คือ สินค้าและบริการ ต้องมีคุณภาพและมาตรฐาน ปลอดภัย และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ตามแนวทาง "ตลาดและนวัตกรรม นำอุตสาหกรรมไทย" พร้อมชื่นชมบริษัทฯ ในการช่วยเหลือผู้ประกอบการรายเล็ก ให้เกิดการสร้างงานสร้างอาชีพ    #industryprmoi #ปลัดกอบชัย #ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม #กระทรวงอุตสาหกรรม #สำนักงานปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม #ตลาดและนวัตกรรมนำอุตสาหกรรมไทย  

อ่านต่อ...


ปลัดกอบชัยฯ หารือประธาน SMRJ ด้วยระบบ VDO Meeting

26 ก.ย 2563

25 กันยายน 2563 นายกอบชัย สังสิทธิสวัสดิ์ ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม หารือออนไลน์ด้วยระบบ Microsoft Team กับ Mr. Atsushi Toyonaga, Chairman & CEO Mr. Yoshihiko Yamaji, Executive Vice President, Organization for Small & Medium Enterprises and Regional Innovation, JAPAN (SMRJ) ในความร่วมมือด้านเชื่อมโยงและประสานการเจรจาธุรกิจอุตสาหกรรม การอบรมแลกเปลี่ยนความรู้ความเชี่ยวชาญ การแลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับนโยบายและแผนงานต่าง ๆ ในอนาคต โดยเฉพาะอย่างยิ่งการแลกเปลี่ยนบุคลากรระหว่างกัน ซึ่งผู้เชี่ยวชาญประจำกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม คือ Mr. Makoto Ihara มีกำหนดครบวาระในวันที่ 30 กันยายนนี้ และมีผู้เชี่ยวชาญท่านใหม่มาประจำการแทน คือ Mr. Tetsuya Inoue  โดยการหารือครั้งนี้ นายภานุวัฒน์ ตริยางกูรศรี รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม Mr. Masanobu Nii ที่ปรึกษาปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม (ด้านการตลาดและต่างประเทศ) Mr. Makoto Ihara ผู้เชี่ยวชาญ SMRJ ประจำกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม Mr. Tetsuya Inoue ผู้เชี่ยวชาญ SMRJ ประจำกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (ท่านใหม่) Ms. Takahashi Sayo, Director, SME Promotion Department, JETRO นายบวร สัตยาวุฒิพงษ์ อัครราชทูตที่ปรึกษา (ฝ่ายอุตสาหกรรม) และ Ms. Yuko Sakaguchi, Director, Business Support Department, SMRJ ร่วมหารือด้วย

อ่านต่อ...


รองปลัดวรวรรณฯ เป็นประธานการประชุมผู้บริหารระดับสูง สปอ.

25 ก.ย 2563

วันนี้ (25 กันยายน 63) นางวรวรรณ ชิตอรุณ รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นประธานการประชุมผู้บริหารระดับสูงของสำนักงานปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เพื่อติดตามผลการดำเนินงานในปีงบประมาณ 2563 โดยมีผู้บริหารหน่วยงานเข้าร่วมประชุมฯ ณ ห้องประชุมชุณหะวัณ ชั้น 3 สปอ.  ทั้งนี้ ที่ประชุมฯ ได้มีการติดตามผลการดำเนินงานในด้านต่างๆ อาทิ สรุปผลการใช้จ่ายเงินงบประมาณ ประจำปี 2563 รายงานผลการจัดซื้อจัดจ้าง และผลการดำเนินงานด้านการประหยัดพลังงานปีงบประมาณ 2563 รวมถึงแผนการปฏิบัติงานและแผนการใช้จ่ายเงินประจำปีงบประมาณ 2564

อ่านต่อ...


รองปลัดฯ ภานุวัฒน์ เป็นประธานเปิดงาน Intermach and Subcon Thailand 2020

24 ก.ย 2563

เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2563 นายภานุวัฒน์ ตริยางกูรศรี รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นประธานพิธีเปิดงานแสดงเทคโนโลยีเครื่องจักรกลและอุตสาหกรรมรับช่วงการผลิตเพื่อการจัดซื้อชิ้นส่วนชั้นนำของอาเซียน หรือ Intermach and Subcon Thailand 2020 พร้อมด้วย นายชนินทร์ ขาวจันทร์ ที่ปรึกษาด้านการลงทุน (นักวิเคราะห์นโยบายและแผนทรงคุณวุฒิ) สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) นางสาวซ่อนกลิ่น พลอยมี ผู้อำนวยการกองพัฒนาและเชื่อมโยงการลงทุน รักษาการในตำแหน่งที่ปรึกษาด้านการลงทุน สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) นางสาวกนกพร ดำรงกุล ผู้อำนวยการฝ่ายอุตสาหกรรมงานแสดงสินค้านานาชาติ สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) นายมนู เลียวไพโรจน์ ประธานกรรมการ บริษัท อินฟอร์มา มาร์เก็ต ประเทศไทย ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา  สำหรับงานอินเตอร์แมค 2020 เป็นงานแสดงเทคโนโลยีเครื่องจักรกลและโลหะการและระบบอัตโนมัติสำหรับอุตสาหกรรมการผลิต ซึ่งจัดร่วมกับงานซับคอนไทยแลนด์ 2020 งานแสดงสินค้าอุตสาหกรรมรับช่วงการผลิตและกิจกรรมการจับคู่ธุรกิจสำหรับอุตสาหกรรมสนับสนุนในอุตสาหกรรมยานยนต์ ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ และอุตสาหกรรมสนับสนุนที่เกี่ยวข้องโดยกระทรวงอุตสาหกรรมร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) และสมาคมส่งเสริมการรับช่วงการผลิตไทย โดยมีแนวคิดการจัดงาน คือ “เทคโนโลยีอัจฉริยะขับเคลื่อนอุตสาหกรรมการผลิตไทย – Driving Industry Forward with Intelligent Technology” ซึ่งภายในงานจะมีการจัดกิจกรรมสำหรับผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมและผู้ที่เกี่ยวข้องในอุตสาหกรรมสนับสนุน รวมไปถึงการให้ข้อมูลและความรู้แก่ผู้ประกอบการที่ดำเนินธุรกิจในประเทศไทยผ่านส่วนจัดแสดง Smart Factory และงานสัมมนาต่าง ๆ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 23 - 26 กันยายน 2563 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา

อ่านต่อ...


รองปลัดฯ ภานุวัฒน์ เป็นประธานเปิดงาน Eco Innovation Forum 2020 พร้อมมอบโล่เกียรติยศและใบประกาศเกียรติคุณ ประจำปี 2563 

24 ก.ย 2563

วันนี้ (24 กันยายน 2563) นายภานุวัฒน์ ตริยางกูรศรี รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ร่วมพิธีเปิดงานสัมมนาวิชาการประจำปี 2563 Eco Innovation Forum 2020 ภายใต้แนวคิด “ปรับตัวให้อยู่รอด ทางออกอุตสาหกรรม 4.0 ในยุค New Normal” พร้อมด้วย นางสาวสมจิณณ์ พิลึก ผู้ว่าการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) โดยมี นายเดชา จาตุธนานันท์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงอุตสาหกรรม นายสมชาย หวังวัฒนาพานิช รองประธาน ส.อ.ท. และนายไพรัตน์ ตังคเศรณี รองเลขาธิการ ส.อ.ท. เข้าร่วม ณ ห้อง GH 201-202 ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา กรุงเทพ สำหรับงานสัมมนาวิชาการประจำปี 2563 “Eco Innovation Forum 2020” นี้ จัดโดย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ร่วมกับ การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เพื่อส่งเสริมการพัฒนาเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ ก้าวสู่ยุค “New Normal” โดยมี พิธีมอบโล่เกียรติยศ และประกาศเกียรติคุณให้แก่นิคมอุตสาหกรรม ท่าเรืออุตสาหกรรม และโรงงานอุตสาหกรรมที่ได้รับการรับรองเป็นนิคมอุตสาหกรรมและโรงงานอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ ซึ่งในปีนี้มีนิคมอุตสาหกรรมที่ได้รับการรับรองในระดับ Eco-World Class จำนวน 3 แห่ง, ระดับ Eco-Excellence จำนวน 13 แห่ง, Eco-Champion จำนวน 34 แห่ง, นิคม/ท่าเรืออุตสาหกรรมเชิงนิเวศ 4.0 จำนวน 3 แห่ง, โรงงานอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ 4.0 จำนวน 6 แห่ง, โรงงานอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ (Eco-Factory) จำนวน 29 แห่ง และโรงงานที่สนับสนุนการพัฒนาเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ จำนวน 35 แห่ง นอกจากนี้ยังมีการมอบประกาศนียบัตรให้แก่โรงงานอุตสาหกรรมที่ได้รับการรับรอง Water Footprint อีก 7 แห่ง

อ่านต่อ...



สำนักโฆษก สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ได้จัดทำ "รายงานผลการดำเนินงาน ๑ ปี ตามนโยบายเร่งด่วน ๑๒

24 ก.ย 2563

สำนักโฆษก สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ได้จัดทำ "รายงานผลการดำเนินงาน ๑ ปี ตามนโยบายเร่งด่วน ๑๒ เรื่อง ของรัฐบาล ผู้สนใจสามารถดาวน์โหลดได้ที่ https://bit.ly/3clkNJh ทั้งนี้ นโยบายเร่งด่วน ๑๒ เรื่อง คือ ๑. การแก้ไขปัญหาในการดำรงชีวิตของประชาชน ๒. การปรับปรุงระบบสวัสดิการและพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน ๓. มาตรการเศรษฐกิจเพื่อรองรับความผันผวนของเศรษฐกิจโลก ๔. การให้ความช่วยเหลือเกษตรกรและพัฒนานวัตกรรม ๕. การยกระดับศักยภาพของแรงงาน ๖. การวางรากฐานระบบเศรษฐกิจของประเทศอนาคต ๗. การเตรียมคนไทยสู่ศตวรรษที่ ๒๑ ๘. การแก้ไขปัญหาทุจริตและประพฤติมิชอบในวงราชการทั้งฝ่ายการเมือง และฝ่ายราชการประจำ ๙. การแก้ไขปัญหายาเสพติดและสร้างความสงบสุขในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ ๑๐. การพัฒนาระบบการให้บริการประชาชน ๑๑ การจัดเตรียมมาตรการรองรับภัยแล้งและอุทกภัย ๑๒. การสนับสนุนให้มีการศึกษา การรับฟังความเห็นของประชาชน และการดำเนินการเพื่อแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ  

อ่านต่อ...


รมว.สุริยะ ปลื้ม แผนลงทุน เกรท วอลล์ เชื่อสร้างตลาดคึกคัก หลังเตรียมปรับปรุงโรงงานใหม่ปลายปีนี้ เริ่มผลิตต้นปี 2564

24 ก.ย 2563

นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยภายหลังให้ นายจาง เจียหมิง ประธานกลุ่มบริษัท เกรท วอลล์ มอร์เตอร์ส ภูมิภาคอาเซียนและประเทศไทย เข้าพบว่า ได้มีการหารือ ถึงนโยบายส่งเสริมการผลิตและสิทธิประโยชน์ของรถยนต์ xEV หรือยานยนต์ ที่ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า มาตรการกระตุ้นการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า และมาตรการส่งเสริมการลงทุนเพื่อสร้างอุปทาน การเตรียม ความพร้อมโครงสร้างพื้นฐานการจัดทำมาตรฐานยานยนต์ไฟฟ้า ตลอดจนการบริหารจัดการซากรถและแบตเตอรี่ใช้แล้ว โดยที่ผ่านมาสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) ได้มีการหารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชน เกี่ยวกับการส่งเสริมลงทุนเพิ่มเติมสำหรับกิจการผลิต xEV  สำหรับแผนการลงทุนของเกรท วอลล์ฯ ในประเทศไทยนั้น มีแผนการลงทุน อาทิ แผนการผลิตรถยนต์ ที่คาดว่าจะเริ่มปรับปรุงสายการผลิตเดิมในช่วงไตรมาส 4 ของปีนี้ โดยมีการนำระบบสมองกลเข้ามาใช้ภายในโรงงาน เพื่อรองรับการผลิตรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปภายใน (ICE) และรถยนต์ไฟฟ้าทั้ง HEV PHEV และ BEV โดยมีกำลังการผลิตรวม 8 หมื่นคันต่อปี การลงทุนติดตั้งเครื่องจักรและปรับสายการผลิตคาดว่าจะแล้วเสร็จตามแผนคือภายในสิ้นปี 2563 นี้ และจะเริ่มทำการผลิตรถยนต์รุ่นแรก SUV และรถกระบะออกวางจำหน่าย ในต้นปี 2564 ซึ่งคาดว่าจะเกิดการลงทุนกว่า 2.26 หมื่นล้านบาท และเกิดการจ้างงาน 3,435 คน  นอกจากนี้ยังมีแผนการผลิตชิ้นส่วนสำคัญต่างๆ เช่น แผนการผลิตแบตเตอรี่ โดยมีการผลิตโมดูล การแพ็คแบตเตอรี่ การตรวจสอบคุณภาพ และมีแผนการผลิตชุดขับเคลื่อนไฟฟ้า เพื่อรองรับสมรรถนะการใช้พลังงานและประหยัดของรถ HEV และ PHEV สำหรับแผนการใช้ชิ้นส่วนในประเทศปี 2564 คาดว่าจะมีการใช้ชิ้นส่วน ในประเทศร้อยละ 45 สำหรับรถยนต์รุ่นแรก ซึ่งมีการใช้ชิ้นส่วนหลากหลายประเภท และมีแผนการใช้ชิ้นส่วนภายในประเทศเป็นร้อยละ 90 ภายในปี 2568 และยังมีแผนการตั้งศูนย์วิจัยและพัฒนา ประกอบด้วย ศูนย์ออกแบบและพัฒนา ศูนย์ตรวจสอบประสิทธิภาพการเชื่อมต่ออัจฉริยะ และศูนย์ฝึกอบรม โดยเป็นศูนย์วิจัยและพัฒนาที่รองรับการวิจัยและพัฒนาในประเทศไทยและในภูมิภาคอาเซียน “ปัจจุบันไทยมีศักยภาพในการผลิตรถยนต์ 2 ล้านคัน เป็นการผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศ 1 ล้านคัน  และผลิตเพื่อส่งออก 1 ล้านคัน และเมื่อเกรท วอลล์ฯ แสดงเจตนารมณ์จะเข้ามาลงทุนที่ไทยและมีแผนที่ชัดเจนถือเป็นเรื่องที่ดีต่อตลาดมาก เพราะผู้บริโภคในประเทศจะมีทางเลือกที่หลากหลายมากขึ้น และประเทศไทยมีศักยภาพ ในการผลิตชิ้นส่วนรองรับอย่างเพียงพอโดยมีมูลค่าการส่งออกสูงเทียบเท่ามูลค่าการส่งออกรถยนต์ และผู้ผลิตรถยนต์ในปัจจุบันก็มีการใช้ชิ้นส่วนในประเทศสูงกว่าร้อยละ 80 - ร้อยละ 90” นายสุริยะ กล่าว

อ่านต่อ...


กรอ. หนุนแนวคิดเศรษฐกิจใหม่ “BCG โมเดล” ขับเคลื่อนผู้ประกอบการไทยสู่ยุคอุตสาหกรรม 4.0

24 ก.ย 2563

กรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) หนุนแนวคิดเศรษฐกิจใหม่ “BCG โมเดล” ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไทย ผ่านการต่อยอดองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยี นวัตกรรม จับมือ “อินฟอร์มา  มาร์เก็ต” จัดงานสัมมนาวิชาการ “อนาคตอุตสาหกรรมไทย...ก้าวไกลสู่ BCG” บูรณาการความรู้ ยกระดับภาคอุตสาหกรรมไทยสู่สากล ผ่านการสร้างความเชื่อมั่น ภายใต้การดำเนินธุรกิจอย่างปลอดภัยทั้งต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อม ต่อยอดการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศให้เติบโตอย่างมั่นคง และยั่งยืน นายภานุวัฒน์ ตริยางกูรศรี รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวในงานสัมมนาวิชาการ “อนาคตอุตสาหกรรมไทย...ก้าวไกลสู่ BCG” ซึ่งจัดโดยกรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) ว่า กระทรวงอุตสาหกรรมมีนโยบายในการส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการให้มีความเข้มแข็ง สามารถแข่งขันได้ ส่งเสริมการประกอบกิจการอุตสาหกรรมให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม รวมทั้งขับเคลื่อนและพัฒนาระบบนิเวศอุตสาหกรรม เพื่อเปลี่ยนผ่านอุตสาหกรรมไทยสู่อุตสาหกรรม 4.0  โดยปัจจุบันมีโรงงานอุตสาหกรรมที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) โรงงานฉบับใหม่ จำนวน 70,180 โรงงาน และเพื่อส่งเสริมให้สถานประกอบการเข้าสู่อุตสาหกรรมสีเขียวให้เพิ่มขึ้น กระทรวงอุตสาหกรรมจึงได้ขับเคลื่อนระบบอุตสาหกรรมสีเขียว ภายใต้โมเดลเศรษฐกิจใหม่ (BCG) และนวัตกรรมเทคโนโลยีสะอาด (GCIP) ทั้งนี้ โมเดลเศรษฐกิจใหม่ (BCG) นั้น เป็นการพัฒนาเศรษฐกิจแบบองค์รวมที่จะพัฒนา 3 เศรษฐกิจ คือ เศรษฐกิจชีวภาพ (Bio economy) เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular economy) และเศรษฐกิจสีเขียว (Green economy) ไปพร้อมกัน โดยมุ่งเน้นการใช้ทรัพยากรชีวภาพเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม เน้นการพัฒนาให้เป็นผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง เชื่อมโยงกับเศรษฐกิจหมุนเวียน โดยทั้ง 2 เศรษฐกิจนี้อยู่ภายใต้เศรษฐกิจสีเขียว ที่ต้องพัฒนาควบคู่กันไปเพื่อรักษาสิ่งแวดล้อมให้เกิดความสมดุล มั่นคง และยั่งยืน นอกจากนี้ กระทรวงอุตสาหกรรมยังมีนโยบายในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไทย ผ่านการกำหนดทิศทางการดำเนินงานในการพัฒนาอุตสาหกรรม โดยกำหนดยุทธศาสตร์หลัก 4 ยุทธศาสตร์ ได้แก่ ยุทธศาสตร์ที่ 1. การเสริมสร้างศักยภาพของภาคอุตสาหกรรมให้เติบโตและเข้มแข็ง ผ่านการส่งเสริม พัฒนาและต่อยอดงานวิจัย เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตของภาคอุตสาหกรรม และพัฒนาผู้ประกอบการให้มีสมรรถนะสูงในทุกด้าน ยุทธศาสตร์ที่ 2. การพัฒนาปัจจัยสนับสนุนให้เอื้อต่อการลงทุนและการพัฒนาอุตสาหกรรม ผ่านการปรับปรุงข้อกฎหมาย กฎระเบียบและกระบวนการต่าง ๆ ให้เอื้อต่อการลงทุนและประกอบธุรกิจอุตสาหกรรมมากขึ้น ยุทธศาสตร์ที่ 3. การส่งเสริมและพัฒนาอุตสาหกรรมให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและสังคม ผ่านการพัฒนากลไกในการกำกับดูแลภาคอุตสาหกรรมให้ดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด ส่งเสริมให้โรงงานอุตสาหกรรมประกอบกิจการอย่างมีความรับผิดชอบต่อสังคม (CSR) โดยตั้งแต่ปี 2551 ถึงปัจจุบัน มีโรงงานอุตสาหกรรมได้รับโล่รางวัลแล้ว 999 ราย และมีโรงงานอุตสาหกรรมดำเนินงานด้านความรับผิดชอบต่อสังคมอย่างต่อเนื่อง (CSR-DIW Continuous) มากกว่า 400 ราย และยุทธศาสตร์ที่ 4. การพัฒนาสมรรถนะองค์กรเพื่อให้บริการอย่างมีคุณภาพ ผ่านการส่งเสริมจริยธรรม ธรรมาภิบาลและการป้องกันการทุจริตและประพฤติมิชอบในการปฏิบัติราชการ เพื่อประโยชน์สุขของประชาชน "เป้าหมายสุดท้ายของหลักการ BCG โมเดล (Bio Circular Green) เพื่อนำความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและนวัตกรรม รวมถึงพัฒนาด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อม มาต่อยอดเพื่อสร้างมูลค่าที่สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล โดยกระทรวงอุตสาหกรรมมุ่งมั่นในการพัฒนาให้ประเทศไทยมีเมืองน่าอยู่คู่อุตสาหกรรม หรือ Eco Industrial Town ไม่น้อยกว่า 40 พื้นที่ ซึ่งนำไปสู่การพัฒนาอุตสาหกรรมที่นำเศรษฐกิจอุตสาหกรรมไปเหนี่ยวนำเศรษฐกิจชุมชนตามแนวทาง BCG โมเดล ให้เติบโตไปด้วยกันภายใต้สภาวะแวดล้อมและคุณภาพชีวิตที่ดี โดยมุ่งเน้นการพัฒนาด้านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม กายภาพและการบริหารจัดการในพื้นที่ให้เกิดความสมดุลทุกมิติ" นายภานุวัฒน์ กล่าว นายศุภกิจ บุญศิริ รองอธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม กล่าวว่า การสัมมนาวิชาการ เรื่อง “อนาคตอุตสาหกรรมไทย...ก้าวไกลสู่ BCG” ได้จัดขึ้นในวันที่ 23 – 25 กันยายน 2563 โดยเป็นการจัดงานภายใต้งาน Boilex Asia และ Pumps and Valves Asia 2020 ซึ่งกรมโรงงานอุตสาหกรรมเป็นหนึ่งในหน่วยงานหลักที่ให้การสนับสนุนการจัดงานร่วมกับ บริษัท อินฟอร์มา มาร์เก็ต จำกัด มาโดยตลอดอย่างต่อเนื่อง และปีนี้จัดขึ้นเป็นปีที่ 7 โดยมีหัวข้อสัมมนาทั้งหมด 16 หัวข้อ และมีผู้ลงทะเบียนเข้าร่วมการสัมมนาล่วงหน้าประมาณ 1,400 คน โดยการจัดงานได้มีมาตรการป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธ์ใหม่ 2019 (โควิด-19) ของกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด เพื่อความปลอดภัยของผู้เข้าร่วมงานสัมมนา โดยการจัดสัมมนาในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการขับเคลื่อนนโยบายพัฒนาอุตสาหกรรมไทยสู่ Factory 4.0 และการใช้แนวคิดเศรษฐกิจใหม่ที่เรียกว่า “BCG โมเดล” อันได้แก่ เศรษฐกิจชีวภาพ (Bio economy) เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) และเศรษฐกิจสีเขียว (Green Economy) ผ่านการสัมมนา และเผยแพร่องค์ความรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยี สิ่งแวดล้อม วัตถุอันตราย และความปลอดภัย เพื่อให้ผู้ประกอบกิจการโรงงาน บุคลากรในโรงงาน และผู้ที่เกี่ยวข้อง สามารถนำไปปฏิบัติได้ โดยมีหัวข้อสัมมนาที่น่าสนใจ อาทิ Safety Application การตรวจประเมินตนเองด้านความปลอดภัย ระบบดิจิทัลเพื่อประชาชนของกรมโรงงานอุตสาหกรรม พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ที่เกี่ยวข้องกับโรงงานที่มีการปรับปรุงเพิ่มเติมอย่างครบมิติ ทั้ง พ.ร.บ.โรงงาน ซึ่งครอบคลุมทั้งกฎหมายเกี่ยวกับมลพิษทางน้ำ มลพิษทางอากาศ การจัดการสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้ว และพ.ร.บ.วัตถุอันตราย ตลอดจนการถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตที่สะอาด (Clean Technology) และ Eco Industrial Town เครื่องมือการอยู่ร่วมกันระหว่างชุมชนและเขตอุตสาหกรรมสู่ BCG นอกจากนี้ ยังมีการจัดนิทรรศการแสดงผลสำเร็จตามภารกิจของกรมโรงงานอุตสาหกรรมในการส่งเสริม สนับสนุน และเผยแพร่องค์ความรู้ด้านเครื่องจักร เทคโนโลยีการผลิต สิ่งแวดล้อม ความปลอดภัย วัตถุอันตราย พลังงาน และความรับผิดชอบต่อสังคม ตลอดจนนโยบายสำคัญ ๆ ของกระทรวงอุตสาหกรรม เช่น ระบบดิจิทัลเพื่อการรับการบริการของประชาชนและภาคอุตสาหกรรม บริการรับคำขอประกอบกิจการโรงงานผ่านระบบดิจิทัล บริการใบอนุญาต ใบรับรองแบบดิจิทัล รายงานผลการปฏิบัติการตามกฎหมาย (Self - Declaration) อุตสาหกรรมสีเขียว (Green Industry) เมืองอุตสาหกรรมนิเวศ (Eco Industrial Town) รวมทั้งการบริหารจัดการวัตถุอันตรายและความปลอดภัย เป็นต้น   "กรมโรงงานอุตสาหกรรม หวังเป็นอย่างยิ่งว่า การสัมมนาวิชาการในครั้งนี้ จะเป็นการสื่อสารข้อมูลและองค์ความรู้ที่เป็นประโยชน์โดยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อให้นำไปสู่การบูรณาการการบริหารจัดการด้านเทคโนโลยี นวัตกรรม วัตถุอันตราย สิ่งแวดล้อม และความปลอดภัยในภาคอุตสาหกรรมให้เป็นไปตามกฎหมายได้มาตรฐานเป็นที่ยอมรับในระดับสากล เกิดความปลอดภัยต่อชุมชน และสิ่งแวดล้อม เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ภาคประชาชน ลดความขัดแย้ง และสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างยั่งยืน" นายศุภกิจ กล่าว

อ่านต่อ...


Page 4 of 341