หน้าแรก
แนะนำหน่วยงาน
โครงสร้างองค์กร
ข่าว
กฎ ระเบียบที่เกี่ยวข้อง
คำถามที่พบบ่อย
ติดต่อสำนักงาน
หน้าแรก > ฝ่ายอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่  

ฝ่ายอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่

ฝ่ายอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่

บทบาทหน้าที่ของหน่วยงาน
ดำเนินการเกี่ยวกับการอนุญาต และกำกับดูแลการประกอบกิจการอุตสาหกรรมแร่และโลหกรรมตามกฎหมายว่าด้วยแร่ และการประกอบกิจการโรงงาน (โรงโม่) ตามกฎหมายว่าด้วยโรงงาน และกฎหมายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งการจัดเก็บรายได้ของรัฐ
ข้อมูลโรงงาน (โรงโม่บด และย่อยหิน)
ข้อมูลเกี่ยวกับโรงงาน (โรงโม่บดและย่อยหิน)
มีใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน (โรงโม่บดและย่อยหิน) ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบ จำนวน 2 โรง
1. บ. ผ.เพิ่มพูนผล จก.
2. บ. สมใจพัฒนา จก.
สถานการณ์ด้านแร่
1. การทำเหมืองแร่ มีประทานบัตร จำนวน 8 แปลง
หินประดับชนิดหินแกรนิต จำนวน 1 แปลง (หยุดการ)
หินปูนเพื่อการก่อสร้าง จำนวน 5 แปลง (เปิดดำเนินการ 4 ขอหยุดดำเนินการ 1 )
รายได้ (เดือนตุลาคม 2548 – มีนาคม 2549)
- รายได้ค่าภาคเหมืองแร่ เป็นเงิน 1,331,600.34 บาท
- ค่าธรรมเนียมและรายได้อื่น ๆ เป็นเงิน 1,085,323.38 [km]
การจัดสรรค่าภาคหลวงแร่
การจัดสรรค่าภาคหลวงแร่ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
ค่าภาคหลวงแร่ซึ่งฝ่ายได้ดำเนินการจัดเก็บจะต้องจัดสรรให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จำนวนร้อยละ 60
เนื่องจากมีประกาศคณะกรรมการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยพระราชบัญญัติกำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ.2542 กำหนดให้กรมทรัพยากรธรณี (เดิม) ปัจจุบันคือกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ จัดสรรค่าภาคหลวงแร่ตามกฎหมายว่าด้วยแร่ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยจัดสรรปีละ 4 งวดดังนี้
งวดที่หนึ่ง ค่าภาคหลวงที่ได้รับในเดือนตุลาคมถึงเดือนธันวาคม จัดสรรให้ภายในเดือนมกราคม
งวดที่สอง ค่าภาคหลวงที่ได้รับในเดือนมกราคมถึงเดือนมีนาคม จัดสรรให้ภายในเดือนเมษายน
งวดที่สาม ค่าภาคหลวงที่ได้รับในเดือนเมษายนถึงเดือนมิถุนายน จัดสรรให้ภายในเดือนกรกฎาคม
งวดที่สี่ ค่าภาคหลวงที่ได้รับในเดือนกรกฎาคมถึงเดือนกันยายน จัดสรรให้ภายในเดือนตุลาคม
จัดสรรให้แก่
1. องค์การบริหารส่วนตำบลหรือเทศบาลที่มีพื้นที่ครอบคลุมพื้นที่ตามประทานบัตรให้ได้รับการจัดสรรในอัตราร้อยละยี่สิบของค่าภาคหลวงแร่ที่จัดเก็บได้ภายในเขต
2. องค์การบริหารส่วนตำบลและเทศบาลในจังหวัดอื่นให้ได้รับจัดสรรในอัตราร้อยละสิบของค่าภาคหลวงแร่ที่จัดเก็บได้ภายในเขต
3. องค์การส่วนตำบลและเทศบาลในจังหวัดอื่นให้ได้รับจัดสรรในอัตราร้อยละสิบของค่าภาคหลวงแร่ที่จัดเก็บได้ภายในเขต
4. องค์การบริหารส่วนจังหวัด ให้จัดสรรในอัตราร้อยละยี่สิบของค่าภาคหลวงแร่ที่จัดเก็บได้ภายในเขตองค์การบริหารส่วนจังหวัดนั้น
ฝ่ายอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ ได้จัดเก็บค่าภาคหลวงแร่จากจากประทานบัตร ในเขตพื้นที่จังหวัดปราจีนบุรีช่วงงวดที่ 2 มกราคม 2549 – มีนาคม 2549 เป็นเงิน 376,650.48 (สามแสนเจ็ดหมื่นหกพันหกร้อยห้าสิบบาทสี่สิบแปดสตางค์) ได้จัดสรรตามประกาศคณะกรรมการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ดังนี้
1. จัดสรรให้องค์การบริหารส่วนตำบลในเขตพื้นที่ประทานบัตร จำนวน 6 แปลง
รวมเป็นเงิน 125,550.16 บาท รายละเอียดดังนี้
- อบต. โคกไม้ลาย อ.เมือง จำนวน 2,562.20 บาท
- อบต. วังท่าช้าง อ.กบินทร์บุรี จำนวน 69,440 บาท
- เทศบาลตำบลสระบัว อ.กบินทร์บุรี จำนวน 53,544.96 บาท
2. จัดสรรให้องค์การบริหารส่วนจังหวัดปราจีนบุรี จำนวน 125,550.16 บาท
3. โอนไปกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ เพื่อรอจัดสรรให้แก่องค์การบริหารส่วนตำบลและเทศบาลอื่นๆ นอกเขตพื้นที่ประทานบัตรและนอกเขตพื้นที่จังหวัดปราจีนบุรี จำนวน 125,550.16 บาท
การสำรวจแร่
เมื่อต้องการสำรวจแร่ จะต้องขออาชญาบัตรสำรวจแร่ ซึ่งแบ่งเป็น 3 ประเภท คือ อาชญาบัตรพิเศษสำรวจแร่ โดยแต่ละประเภทได้รับสิทธิพิเศษมากขึ้นตามลำดับ กล่าวคือ
อาชญาบัตรสำรวจแร่ มีอายุ 1 ปี มีสิทธิเพียงการเดินสำรวจในพื้นที่ที่อนุญาตสามารถเก็บตัวอย่างดิน ตัวอย่างหิน ตัวอย่างแร่ จากส่วนที่โผล่ขึ้นมาให้เห็นบนดินได้ตามปริมาณที่กำหนด จะขุดเจาะเซาะร่องไม่ได้
อาชญาบัตรผูกขาดสำรวจแร่ มีอายุ 1 ปี มีสิทธิขุดเจาะเซาะร่องในพื้นที่ที่อนุญาตโดยวิธีการและเครื่องมือเครื่องจักที่เสนอในแผนงานและวิธีการสำรวยแร่ เพื่อเก็บตัวอย่างดิน ตัวหย่างงหิน ตัวอย่างแร่ตามปริมาณที่กำหนดไปทำการวิเคราะห์ และจะต้องลงมือสำรวจแร่ภายใน 60 วัน นับแต่วันได้รับอาชญาบัตรฯ จากนั้นจะต้องยื่นรายงานผลการดำเนินงานและการสำรวจที่กระทำไปในระยะเวลา 180 วัน นับแต่วันได้อาชญาบัตรฯ ตามแบบที่กรมทรัพยากรธรณีกำหนดต่อทรัพยากรธรฯประจำท้องที่ภายในสามสิบวันนับแต่วันสิ้นกำหนดนั้น และต้องยื่นรายงานผลการดำเนินงานและการสำรวจที่ได้กระทำไปภายหลังนั้นภายใน 30 วัน ก่อนอาชญาบัตรฯ สิ้นอายุ
อาชญาบัตรพิเศษสำรวจแร่ มีอายุไม่เกิน 3 ปี และสามารถต่ออายุได้อีก 2 ปี มีสิทธิขุดเจาะเซาะร่อง เพื่อเก็บตัวอย่างดิน ตัวอย่างหิน ตัวอย่างแร่ตามปริมาณที่กำหนดไปทำการวิเคราะห์ และจะต้องกำหนดข้อผูกพันสำหรับการสำรวจ โดยระบุปริมาณเงินที่จะใช้จ่ายเพื่อการสำรวจสำหรับแต่ละปีตลอออดอายุของอาชญาบัตรฯ และจะเสนอผลประโยชน์พิเศษเพื่อผลประโยชน์แก่รัฐตามหลักเกณฑ์ที่รัฐมนตรีกำหนดด้วยก็ได้ นอกจากนี้จะต้องลงมือสำรวจแร่ภายใน 90 วัน นับแต่วันได้รับอาชญาบัตร และจะต้องรายงานผลการดำเนินงานและการสำรวจให้กรมทรัพยาธรณีทราบทุกรอบระยะเวลาหนึ่งร้อยยี่สิบวันนับแต่วันได้อาชญาบัตร
รัฐมนตรีมีอำนาจสั่งเพิกถอนอาชญาบัตรผูกขาดสำรวจแร่ได้เมื่อไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ สำหรับอาชญาบัตรพิเศษสำรวจแร่ มีอำนาจสั่งเพิกถอนได้เมื่อไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขและข้อผูกพันสำหรับของแต่ละปีที่กำหนดไว้ และไม่ลงมือสำรวจแร่ภายใน 90 วัน รวมทั้งไม่รายงานผลทุกรอบระยะเวลา 120 วัน
 
อาชญาบัตรผูกขาดสำรวจแร่ให้สิ้นสุดลงก่อนอายุที่กำหนดไว้ในอาชญาบัตรนั้น ให้กรณีดังต่อไปนี้
1.     เมื่อผู้ถืออาชญาบัตรผูกขาดสำรวจแร่ซึ่งเป็นบุคคลธรรมดาตาย
2.     เมื่อผู้ถืออาชาญบัตรผูกขาดสำรวจแร่ซึ่งเป็นนิติบุคคลสิ้นสภาพนิติบุคคล
3.     เมื่อผู้ถืออาชาญบัตรผูกขาดสำรวจแร่ขาดคุณสมบัติตามที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวงที่ออกตาม
4.     เมื่อผู้ถืออาชาญบัตรผูกขาดสำรวจแร่ไม่รายงานผลการดำเนินงานและการสำรวจที่กระทำไปในรอบ 180 วัน นับแต่วันที่ได้ใบอาชญาบัตร ภายใน 30 วัน นับแต่วันสิ้นกำหนดนั้น
5.     เมื่อรัฐมนตรีหรือผู้ซึ่งรัฐมนตรีมอบหมายมีคำสั่งเพิกถอนอาชญาบัตรผูกขาดสำรวจแร่ นั้นนับแต่วันรับแจ้งคำสั่งเพิกถอน

ประทานบัตรเหมืองแร่
เมื่อต้องการทำเหมืองแร่ จะต้องขอประทานบัตร คำขอประทานบัตรแต่ละแปลงมีเนื้อที่ไม่เกิน 300 ไร่ (บนบก) และไม่เกิน 50,000 ไร่ (ในทะเล) มีอายุไม่เกิน 25 ปี บุคคลหนึ่งสามารถขอหลายแปลงได้ แต่การขอประทานบัตรมีขั้นตอนและเอกสารที่ต้องจัดทำเป็นจำนวนมาก เช่น รายงานธรณีวิทยา โครงการทำเหมือง รายงานคำนวณอายุประทานบัตร ซึ่งเรื่องรายงานผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจากการทำเหมือง ซึ่งจะต้องว่าจ้างบริษัทฯ รับจำทำสิ่งแวดล้อมที่ขึ้นทะเบียนไว้กับสำนักงานนโยบายแผนสิ่งแวดล้อม กระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อมเป็นผู้จัดทำ ทำให้การขอประทานบัตรต้องใช้เวลาและใช้เงินในการดำเนินการคำขอฯแต่ละแปลงมากพอสมควรขั้นตอนดำเนินการขอประทานบัตรทำเหมืองแร่
เอกสารประกอบคำขอประทานบัตร มีดังนี้
บุคคลธรรมดา
                1.  สำเนาทะเบียนบ้าน 2 ชุด
                2.  สำเนาบัตรประชาชน 2 ชุด
                3.  สำเนาสมาชิกสภาการเหมืองแร่ 2 ชุด
นิติบุคคล
                1.  สำเนาหนังสือบริคณห์สนธิและข้อบังคับ และหนังสือแสดงการจดทะเบียนนิติบุคคล 2 ชุด
                2.  สำเนาหนังสือรับรองของนายทะเบียน แสดงรายชื่อกรรมการและผู้มีอำนาจลงนาม 2 ชุด
                3.  สำเนารายชื่อผู้ถือหุ้นที่นายทะเบียนรับรอง 2 ชุด
                4.  หลักฐานที่เชื่อถือได้ว่าพบแร่หรือมีแร่ชนิดที่ประสงค์จะเปิดการทำเหมืองในเขตคำขอนี้ 2 ชุด
                5.  สำเนาหนังสือมอบอำนาจตามแบบของกรมทรัพยากรธรณี 2 ชุด
                6.  สำเนาสมาชิกสภาการเหมืองแร่ 2 ชุด
หน้าที่ของผู้ถือประทานบัตรทำเหมืองที่ควรทราบ
·       เมื่อได้รับอนุญาตให้เปิดการทำเหมืองแล้วจะต้องส่งรายงานการทำเหมืองตามแบบพิมพ์ที่กรมทรัพยากรธรณีกำหนดและแผนที่แสดงการทำเหมืองตามความเป็นจริง ต่อทรัพยากรธรณีประจำท้องที่ ภายในวันที่ 5 ของเดือนถัดไป
·       ประทานบัตรมีอายุไม่เกิน 25 ปี นับแต่วันออก
·       ประทานบัตรใด ได้กำหนดอายุไว้ต่ำกว่า 25 ปี ผู้ถือประทานบัตรประสงค์จะขอต่ออายุ จะต้องยื่นขออายุก่อนครบกำหนดไม่น้อยกว่า 180 วัน ต่อทรัพยากรธรณีท้องที่ รัฐมนตรีจะต่ออายุประทานบัตรให้อีกก็ได้ แต่เมื่อรวมกำหนดเวลาทั้งหมดต้องไม่เกิน 25 ปี
·       เมื่อผู้ถือประทานบัตรได้ยื่นคำขอต่ออายุ แม้ประทานบัตรจะสิ้นอายุแล้วก็ให้ผู้นั้นทำเหมืองต่อไปได้ เสมือนเป็นผู้ถือประทานบัตร ทั้งนี้ไม่เกิน 180 วัน นับแต่วันประทานบัตรสิ้นอายุ
·       ผู้ถือประทานบัตรผู้ใดประสงค์จะโอนประทานบัตรให้แก่ผู้อื่น ให้ผู้ถือประทานบัตรและผู้จะรับโอน ยื่นคำขอต่อทรัพยากรธรณีประจำท้องที่ เพื่อเสนอต่อรัฐมนตรีสั่งอนุญาตให้โอนได้
·       การโอนประทานบัตรนอกจากจะต้องชำระค่าธรรมเนียมในการยื่นคำขอโอน และค่าธรรมเนียมการโอนแล้ว ผู้โอนจะต้องเสียค่าธรรมเนียมในค่าตอบแทนการโอนสิทธิการทำเหมืองที่ตนพึ่งได้รับอีกแล้ว
·       การโอนประทานบัตรอันเป็นการโอนเสน่หาแก่บิดา มารดา สามี ภริยา หรือผู้สืบสันดารของผู้โอนเองไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมในค่าตอบแทนการโอนสิทธิทำเหมือง
·       ในกรณีที่ผู้ถือประทานบัตรตาย ให้ทายาทยื่นคำขอต่อทรัพยากรธรณีประจำท้องที่เพื่อรับโอนประทานบัตรโดยการตกทอด ภายใน 90 วัน นับแต่วันผู้ถือประทานบัตรตาย มิฉะนั้นให้ถือว่าประทานบัตรนั้นสิ้นอายุเมื่อครบ 90 วัน
·       การโอนประทานบัตรโดยการตกทอด ผู้รับโอนไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมในค่าตอบแทนการโอนสิทธิเหมืองแร่
 

 
http://www.dpim.go.th/
© 2007 Ministry of Industry Thailand. All rights reserved. Disclaimer | อินทราเน็ต สปอ. | Site Map| E-Mail