ข่าวประชาสัมพันธ์กระทรวงอุตสาหกรรม

ก.อุตฯ หารือร่วมคณะกรรมาธิการการบริหารราชการแผ่นดิน วุฒิสภา

13 ก.พ 2563

  วันนี้ (13 ก.พ. 63) นายณัฐพล  ณัฏฐสมบูรณ์  หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงอุตสาหกรรม  หารือร่วมคณะกรรมาธิการการบริหารราชการแผ่นดิน วุฒิสภา นำโดยนายศรีศักดิ์  วัฒนพรมงคล  รองประธานคณะกรรมาธิการฯ และคณะ  ในโอกาสติดตามความคืบหน้าการดำเนินการตามแผนปฏิบัติราชการ  ระดับกระทรวงที่มีความสอดคล้องกับแผนปฏิรูปประเทศ และยุทธศาสตร์ชาติที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงอุตสาหกรรม โดยมี นายศุภกิจ บุญศิริ รองอธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม นายใบน้อย สุวรรณชาตรี รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม  นายอดิทัต  วะสีนนท์ รองอธิบดีกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ นายวิฤทธิ์ วิเศษสินธุ์ รองเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย  และนายวีระกิตติ์ รันทกิจธนวัชร์ รองเลขาธิการสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม และคณะร่วมด้วย ณ ห้องประชุมชั้น 2 อาคารสำนักงานปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม #กระทรวงอุตสาหกรรม   #แผนปฏิรูปประเทศ #Prmoi  

อ่านต่อ...


รองปลัดวรวรรณฯ เปิดการสัมมนาเชิงปฏิบัติการการขับเคลื่อนองค์กรคุณธรรม

13 ก.พ 2563

วันนี้ (13 กุมภาพันธ์ 2563)  นางวรวรรณ ชิตอรุณ รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นประธานเปิดการสัมมนาเชิงปฏิบัติการ “การขับเคลื่อนองค์กรคุณธรรม ประจำปีงบประมาน พ.ศ.2563” การสัมมนาดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อให้การบริหารจัดการในการขับเคลื่อนการส่งเสริมคุณธรรมของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นไปในทิศทางที่สอดคล้องกัน เกิดความร่วมมือในการขับเคลื่อนไปสู่องค์กรคุณธรรมตามเป้าหมายที่รัฐบาลกำหนด ณ โรงแรมรอยัลปริ๊นเซส หลานหลวง กรุงเทพฯ  #กระทรวงอุตสาหกรรม  #การขับเคลื่อนองค์กรคุณธรรม  

อ่านต่อ...


ก.อุตฯ ปลื้มบูรณาการแก้ไขปัญหาน้ำเสียพื้นที่คลองแหและคลองอู่ตะเภา จ.สงขลา เห็นผลเป็นรูปธรรม

13 ก.พ 2563

 กระทรวงอุตสาหกรรมบูรณาการภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชนในพื้นที่อำเภอสะเดาและอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา แก้ไขปัญหาน้ำเสียพื้นที่ คลองอู่ตะเภา คลองแห อย่างจริงจัง 3 เดือน เห็นผลเป็นรูปธรรม ผลการตรวจวัดคุณภาพน้ำในคลองบริเวณที่มีโรงงานอุตสาหกรรมพบว่ามีค่าดีกว่าค่ามาตรฐาน  นายกอบชัย สังสิทธิสวัสดิ์ ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ตามที่นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ได้ลงพื้นที่จังหวัดสงขลา เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2562 ที่ผ่านมา เพื่อตรวจติดตามงานและพบปะ         รับฟังปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมจากประชาชนในพื้นที่เกี่ยวกับการปล่อยน้ำเสียลงคลองอู่ตะเภาและคลองแห พร้อมกำชับหน่วยงานของกระทรวงอุตสาหกรรมลงพื้นที่เข้าพูดคุย ช่วยเหลือ และแนะนำแนวทางแก้ไขปัญหา นำระบบเทคโนโลยีมาใช้ในการบำบัดน้ำเสียกับสถานประกอบการ และขอความร่วมมือสถานประกอบการร่วมดำเนินการแก้ไขปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม โดยให้เวลาอีก 3 เดือนต้องเห็นผลงานชัดเจน นั้น   ขณะนี้ปัญหาดังกล่าวได้รับการแก้ไขอย่างต่อเนื่องและดีขึ้นเป็นลำดับ ด้วยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในพื้นที่อำเภอสะเดา และอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา โดยกระทรวงอุตสาหกรรมได้มอบหมายให้รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม รองอธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม อุตสาหกรรมจังหวัดสงขลาลงพื้นที่พบปะพูดคุยกับประชาชนในพื้นที่ ประชุมหารือเพื่อหาแนวทางการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อม และแนะนำแนวทางแก้ไขปัญหานำระบบเทคโนโลยีมาใช้ในการบำบัดน้ำเสียกับสถานประกอบการ  พร้อมมอบหมายเจ้าหน้าที่สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดสงขลา ตรวจกำกับดูแลโรงงานในพื้นที่ให้ประกอบกิจการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัดเด็ดขาด นอกจากนี้ในส่วนของจังหวัดสงขลา แต่งตั้งคณะกรรมการแก้ไขคุณภาพสิ่งแวดล้อมในพื้นที่จังหวัดสงขลา โดยมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้งหมดในจังหวัดสงขลาเป็นที่ปรึกษา ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลาเป็นประธาน รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา และส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเป็นกรรมการ โดยอุตสาหกรรมจังหวัดสงขลา และผู้อำนวยการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมสงขลา ร่วมเป็นคณะกรรมการและเลขานุการ   นอกจากมาตรการทางกฎหมายแล้วกรมโรงงานอุตสาหกรรม ยังได้จับมือโรงงานอุตสาหกรรม จำนวน 52 โรงงาน ที่ตั้งอยู่บริเวณคลองอู่ตะเภา ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ โครงการจิตอาสารักษ์แม่น้ำ พร้อมประสาน Big Brother ในพื้นที่สงขลา (บริษัท SCG จำกัด) มอบทุ่นกักขยะลอยน้ำให้กับเทศบาลเมืองคลองแหเพื่อดักจับขยะในบริเวณลำคลอง ทั้งนี้ จากการดำเนินงานอย่างจริงจังของทุกภาคส่วน ใน 3 เดือนที่ผ่านมา ส่งผลให้คุณภาพน้ำในคลองอู่ตะเภาบริเวณที่มีโรงงานอุตสาหกรรมตั้งอยู่ใกล้เคียงมีคุณภาพดี โดยผลการวัดค่าน้ำพบว่ามีค่าดีกว่าค่ามาตรฐานคุณภาพน้ำในแหล่งน้ำผิวดินประเภทที่ 4 โดยการวัด มีค่าบีโอดี (Biochemical Oxygen Demand: BOD) ซึ่งใช้วิเคราะห์ปริมาณความสกปรกของน้ำในแหล่งน้ำต่างๆ เฉลี่ย 1.34 มิลลิกรัม/ลิตร ซึ่งค่ามาตรฐานกำหนดไม่เกิน 4.0 มิลลิกรัมต่อลิตร (เดิมผลการตรวจวัด ปี พ.ศ. 2561 ครั้งที่ 1 มีค่าบีโอดี (BOD.) เฉลี่ย 3.27 มิลลิกรัม/ลิตร และ ปี พ.ศ. 2561 ครั้งที่ 2 มีค่าบี โอ ดี(BOD.) เฉลี่ย 3.75 มิลลิกรัม/ลิตร)   “ทั้งนี้ปัญหาสิ่งแวดล้อม ทุกภาคส่วนต้องร่วมมือกัน หยุดปล่อยน้ำเสียลงคลอง ทั้งภาคการเกษตร  ภาคอุตสาหกรรม และประชาชนในพื้นที่ต้องมีจิตสำนึกในการพิทักษ์สายน้ำ เพื่อให้ทุกภาคส่วนอยู่ร่วมกันได้อย่างยั่งยืน” นายกอบชัยฯ กล่าวทิ้งท้าย  ------------------------------ ** น้ำในแหล่งน้ำผิวดินประเภทที่ 4 คือแหล่งน้ำที่ได้รับน้ำทิ้งจากกิจกรรมบางประเภทและสามารถเป็นประโยชน์เพื่อ (1) การอุปโภคและบริโภคโดยต้องผ่านการฆ่าเชื้อโรคตามปกติและผ่านกระบวนการปรับปรุงคุณภาพน้ำเป็นพิเศษก่อน (2) การอุตสาหกรรม    

อ่านต่อ...


รองปลัดฯ จุลพงษ์ เป็นประธานเปิดงานแสดงสินค้าอุตสาหกรรม THAILAND INDUSTRIAL FAIR & FOOD PACK ASIA 2020

13 ก.พ 2563

วันนี้ (12 กุมภาพันธ์ 2563) เวลา 13.00 น. นายจุลพงษ์ ทวีศรี รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรมเป็นประธานเปิดงานแสดงสินค้าอุตสาหกรรม TIF & FOOD PACK ASIA 2020  และเยี่ยมชมบูธต่าง ๆ ภายในงานซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 12-15 กุมภาพันธ์ 2563 ณ ฮอลล์ 103 ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค   โดยงาน Thailand Industrial Fair (TIF) มีวัตถุประสงค์เพื่อรวบรวมผู้ประกอบการภาคอุตสาหกรรมไทยตั้งแต่เครื่องจักรขนาดเล็กไปจนถึงขนาดใหญ่ อาทิเครื่องจักรอุตสาหกรรม ระบบขนส่งลำเลียงและโลจิสติกส์สินค้าและบริการด้านอุตสาหกรรมต่าง ๆ ส่วนงาน Food Pack Asia เป็นงานแสดงเทคโนโลยีและเครื่องจักรแปรรูปอาหาร เครื่องดื่ม และเครื่องจักรบรรจุภัณฑ์สำหรับอุตสาหกรรมอาหารอย่างครบวงจรเพื่อสร้างโอกาสให้ผู้ประกอบการได้มาจัดแสดงสินค้าและแสดงถึงศักยภาพของบริษัท รวมถึงรณรงค์ให้ผู้ประกอบการได้นำสินค้าอุตสาหกรรมที่มีคุณภาพมาจัดจำหน่ายในราคาพิเศษ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและสนับสนุนให้นักธุรกิจอุตสาหกรรมไทยลดต้นทุนซื้อสินค้า เพิ่มศักยภาพการแข่งขันทางธุรกิจ  

อ่านต่อ...


รองปลัดฯ ภานุวัฒน์ ให้การต้อนรับคณะผู้บริหารสภาวิศวกร

12 ก.พ 2563

  วันนี้ (12 กุมภาพันธ์ 2563) เวลา 10.00 น. นายภานุวัฒน์ ตริยางกูรศรี รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม พร้อมด้วยนายปณตสรรค์ สูจยานนท์ ผู้อำนวยการกองส่งเสริมเทคโนโลยีความปลอดภัยโรงงาน กรมโรงงานอุตสาหกรรม ให้การต้อนรับ นายประเสริฐ ตปนียางกูร เลขาธิการสภาวิศวกร นายพิศิษฐ์ แสง-ชูโต กรรมการสภาวิศวกรและคณะ ในโอกาสที่สภาวิศวกรเข้าพบเพื่อแนะนำองค์กรและประชาสัมพันธ์เชิญชวนให้วิศวกรขึ้นทะเบียนใบอนุญาตและขอเลื่อนระดับใบอนุญาต รวมถึงการหารือถึงแนวทางความร่วมมือกับกระทรวงอุตสาหกรรมต่อไปในอนาคต ณ ห้องประชุมชุณหวัณ ชั้น 3 อาคารสำนักงานปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม  

อ่านต่อ...


จากสถานการณ์ไวรัสโคโรน่าและปัญหาฝุ่นละออง PM 2.5 ที่ประเทศไทยกำลังเผชิญอยู่ในขณะนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้มอบหมายให้ทุกหน่วยงานช่วยกันดูแลประชาชนในส่วนที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะปัญหาหน้ากากอนามัยขาดตลาดและราคาสูงขึ้นในหลายพื้นที่ นา

12 ก.พ 2563

 จากสถานการณ์ไวรัสโคโรน่าและปัญหาฝุ่นละออง PM 2.5 ที่ประเทศไทยกำลังเผชิญอยู่ในขณะนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้มอบหมายให้ทุกหน่วยงานช่วยกันดูแลประชาชนในส่วนที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะปัญหาหน้ากากอนามัยขาดตลาดและราคาสูงขึ้นในหลายพื้นที่    นางสาวสุชาดา แทนทรัพย์ โฆษกกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ในช่วงตลอดสองสัปดาห์ที่ผ่านมา มีความต้องการหน้ากากอนามัยเป็นจำนวนมาก และปรากฏข่าวหน้ากากอนามัยไม่เพียงพอต่อความต้องการของประชาชนนั้น กระทรวงอุตสาหกรรม ได้สอบถามไปยังโรงงานที่ผลิตหน้ากากอนามัยภายในประเทศกว่า 10 ราย ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่ 6 จังหวัด คือ กรุงเทพฯ นนทบุรี ปทุมธานี ชลบุรี เชียงใหม่ และเพชรบุรี มีกำลังการผลิต รวมประมาณ 537 ล้านชิ้น/ปี หรือคิดเฉลี่ยผลิตเพื่อใช้ภายในประเทศ 1.2 ล้านชิ้น/วัน ซึ่งจำนวนนี้ยังไม่รวม ผู้ผลิตรายย่อยที่ไม่เข้าข่ายเป็นโรงงานหรือผู้นำเข้ารายย่อย ทราบว่าโรงงานทั้งหมดขณะนี้ดำเนินการผลิตเต็มกำลังการผลิต และยังเน้นการเพิ่มรอบการทำงานเพื่อขยายกำลังการผลิตอีกด้วย    ทั้งนี้นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ได้มอบหมายให้นายกอบชัย สังสิทธิสวัสดิ์ ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม กำชับกรมโรงงานอุตสาหกรรม การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยและสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดที่มีโรงงานผลิตหน้ากากอนามัย เข้าไปประสานหารือกับโรงงานเพื่อให้มีการผลิตอย่างต่อเนื่องโดยให้ขอความร่วมมือโรงงานผลิตหน้ากากอนามัยทุกราย ผลิตให้เต็มกำลังการผลิตเพื่อใช้ภายในประเทศก่อน การส่งออกโดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วง 1 - 2 เดือนนี้ จะทำให้กำลังการผลิตหน้ากากอนามัยของโรงงานในไทยเพียงพอต่อความต้องการของประชาชน โดยส่วนใหญ่แล้วโรงงานผลิตหน้ากากอนามัยจะผลิตเพื่อจำหน่ายภายในประเทศก่อนอยู่แล้วโดยขายตรงให้กับโรงพยาบาลเป็นลำดับแรก และค่อยกระจายสินค้าไปยังร้านยาและร้านค้าปลีก    นอกจากนี้ยังมีโรงงานบางแห่งได้รับการส่งเสริมการลงทุนจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ที่มีเงื่อนไขต้องผลิตเพื่อการส่งออก หาก 2 โรงงาน คือ บ.สยาม โคเค็น จำกัด บ.เอ็มเมอรัล นอนวูเว่น อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ที่มีการส่งออก 100 % ดำเนินงานตามมาตรการของกระทรวงพาณิชย์ที่จำกัดการส่งออกตั้งแต่ 500 ชิ้น ต้องขออนุญาต แม้ว่าจะมีคำสั่งซื้อจากต่างประเทศแล้วก็ตาม เพราะต้องการให้ความสำคัญกับการใช้ในประเทศเป็นอันดับแรก จะทำให้มีหน้ากากอนามัยเข้าสู่ระบบการใช้ภายในประเทศอีกกว่า 128 ล้านชิ้น/ปี หรือ 350,000 ชิ้น/วัน ซึ่งคาดว่าเพียงพอต่อความต้องการของประชาชนแน่นอน และขอความร่วมมือผู้ค้าอย่ากักตุนสินค้า” ทั้งนี้ ในสัปดาห์หน้ากระทรวงอุตสาหกรรมจะนำคณะผู้บริหารกระทรวงอุตสาหกรรม ไปแจกจ่ายหน้ากากอนามัยและเจลแอลกอฮอล์ล้างมือให้กับประชาชนบริเวณชุมชนโดยรอบ อาทิ อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ หน้าโรงพยาบาลรามาธิบดี หน้ากระทรวงอุตสาหกรรมถนนพระรามที่ 6 รวมทั้งจะมอบให้โรงพยาบาลสงฆ์ โรงเรียน โรงพยาบาล เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชน นางสาวสุชาดา กล่าวทิ้งท้าย 7 กุมภาพันธ์ 2563  

อ่านต่อ...


ปลัดกอบชัยฯ เยี่ยมชมโรงงานผลิตรถจักรยานไฟฟ้า จ.ระยอง พร้อมรับข้อเสนอ ปัญหาอุปสรรคภาคเอกชน เพื่อผลักดันเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการนโยบายยานยนต์แห่งชาติ

12 ก.พ 2563

จ.ระยอง : วันนี้ (12 กุมภาพันธ์ 2563) นายกอบชัย สังสิทธิสวัสดิ์ ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม นำคณะทำงานสนับสนุนการขับเคลื่อนในภารกิจของกระทรวงอุตสาหกรรม (MOI Dream Team) ลงพื้นที่จังหวัดระยอง เยี่ยมชมโรงงานผลิตรถจักรยานไฟฟ้าและสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าของบริษัท อียูพี ยานยนต์ไฟฟ้า (ประเทศไทย) จำกัด โดยมีนายพุทธิกรณ์ วิชัยดิษฐ อุตสาหกรรมจังหวัดระยอง นายกิตติวัฒน์ ตรีเจริญสมบูรณ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนิคมอุตสาหกรรมอีสเทิร์นซีบอร์ด (ระยอง) การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และนายวิวัฒน์ จิรัฐติกาลสกุล กรรมการบริหารบริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด ให้การต้อนรับ ณ นิคมอุตสาหกรรม WHA Eastern Seaboard จังหวัดระยอง   บริษัท อียูพี ยานยนต์ไฟฟ้า (ประเทศไทย) จำกัด ตั้งอยู่ที่ตำบลตาสิทธิ์ อำเภอปลวกแดง จังหวัดระยอง ประกอบกิจการผลิตและจำหน่ายรถจักรยานไฟฟ้า มอเตอร์ แบตเตอรี่ อะไหล่ และอุปกรณ์รถจักรยานไฟฟ้าและสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า บริษัทมีกำลังการผลิตสูงสุดรถจักรยานไฟฟ้าและสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าประมาณ 1,500 คัน/เดือน  จำหน่ายในประเทศและต่างประเทศ มีการนำเข้าชิ้นส่วนจากประเทศจีน เวียดนาม ไต้หวัน อิตาลี ประมาณ 20,000 ชิ้น/เดือน ผลิตรถจักรยานไฟฟ้ากว่า 15 รุ่น กำลังขับมอเตอร์ 250 วัตต์ แบตเตอรี่ 36V/13Ah (Lithium battery) ใช้งานได้ 6 -8 ชั่วโมง ความเร็วสูงสุด 25 กม./ชั่วโมง และสกู๊ตเตอร์ จำนวน 3 รุ่น กำลังขับมอเตอร์ 350 , 1,500 , 2,000 วัตต์ แบตเตอรี่ 48V/16Ah , 60V/25Ah , 72V/30Ah (Lithium battery) ใช้งานได้ 6 -8 ชั่วโมง ความเร็วสูงสุด 80 กม./ชั่วโมง   บริษัทได้สะท้อนข้อมูลเกี่ยวกับการส่งเสริมการผลิตการใช้จักรยานไฟฟ้าและสกู๊ตเตอร์ โดยเฉพาะวัตถุดิบในประเทศที่มีราคาแพงเมื่อเทียบกับการนำเข้าและรวมภาษี รวมถึงควรกำหนดพื้นที่สำหรับการคมนาคมขนส่งด้วยรถไฟฟ้า โดยปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ได้รับข้อเสนอของบริษัทฯ เพื่อจะได้รวบรวมและนำเสนอที่ประชุม คณะกรรมการนโยบายยานยนต์แห่งชาติที่ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรมเป็นฝ่ายเลขานุการ ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้ลงนามแต่งตั้งเมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2563   ทั้งนี้ กระทรวงอุตสาหกรรม ให้ความสำคัญพร้อมผลักดันการผลิตรถยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าในประเทศไทยให้เกิดผลเป็นรูปธรรม เพื่อยกระดับมาตรฐานไทยสู่มาตรฐานสากลในอนาคตต่อไป #กระทรวงอุตสาหกรรม #ยานยนต์ไฟฟ้า

อ่านต่อ...


รองปลัดฯ จุลพงษ์ เป็นประธานเปิดการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการระดับภูมิภาค การจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์ระหว่างอาเซียน-เกาหลี

12 ก.พ 2563

วันนี้ (12 กุมภาพันธ์ 2563) นายจุลพงษ์ ทวีศรี รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรมเป็นประธานเปิดการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการระดับภูมิภาค: การจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์ระหว่างอาเซียน-เกาหลี "Regional Workshop: ASEAN-Korea Dialogue for E-waste Management" ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 11-19 กุมภาพันธ์ 2563 โดยมีผู้แทนจาก 9 ประเทศอาเซียน และหน่วยงานภาครัฐและเอกชนเข้าร่วมฝึกอบรม ณ โรงแรม ดิ เอมเมอรัลด์   การฝึกอบรมครั้งนี้อยู่ภายใต้โครงการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการระดับภูมิภาค: การจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์ระหว่างอาเซียน-เกาหลี โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อรวบรวมกรณีศึกษาและแนวทางการบริหารจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่ดีของอาเซียนและเกาหลี การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ประสบการณ์และสร้างเครือข่ายความร่วมมือในด้านการจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์ระดับภูมิภาค ตลอดจนสร้างแนวทางการบริหารจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์ระหว่างประเทศสมาชิกอาเซียนและเกาหลี ประกอบด้วย 3 กิจกรรมหลัก ได้แก่ 1) การศึกษาวิเคราะห์ข้อมูลการเก็บข้อมูลภาคสนาม และสัมภาษณ์เชิงลึกหน่วยงาน ณ สาธารณรัฐเกาหลี มาเลเซีย และสิงคโปร์ 2) การฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ ณ ประเทศไทย 3) การจัดทำคู่มือแนวทางสำหรับการบริหารจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์ของอาเซียนและสาธารณรัฐเกาหลี  

อ่านต่อ...


สมอ. กร้าว 29 มี.ค. 63 มอไซค์ใหม่ทุกคันต้องได้ยูโร 4 เด้งรับนโยบายแก้ปัญหา PM 2.5 ของรัฐบาล

12 ก.พ 2563

สมอ. นัดหารือผู้ประกอบการรถจักรยานยนต์กว่า 40 ราย สั่งเข้ม รถใหม่ทุกคันต้องได้มาตรฐานยูโร 4 ตั้งแต่วันที่ 29 มีนาคม 2563 นี้ เป็นต้นไป ตั้งเป้าหมายแก้ปัญหาฝุ่นพิษ PM 2.5 ระยะยาว นายวันชัย พนมชัย เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม เปิดเผยว่า วันนี้ (5 กุมภาพันธ์ 2563) สมอ. ได้เชิญผู้ประกอบการรถจักรยานยนต์กว่า 40 ราย อาทิ ฮอนด้า ยามาฮ่า คาวาซากิ ซูซูกิ ไทเกอร์ ฯลฯ ชี้แจงทำความเข้าใจ และเตรียมความพร้อมในการยื่นขอ มอก. 2915-2561 รถจักรยานยนต์เฉพาะด้านความปลอดภัย – สารมลพิษจากเครื่องยนต์ ระดับยูโร 4 ซึ่งประกาศบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 29 มีนาคม 2563 เพื่อช่วยแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ โดยเฉพาะปัญหาฝุ่นพิษหรือ PM 2.5 ที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนเป็นอย่างมาก ซึ่งมาตรฐานดังกล่าวมีข้อกำหนดที่ควบคุมปริมาณสารมลพิษที่ปล่อยออกมาจากเครื่องยนต์ของรถจักรยานยนต์ ได้แก่ คาร์บอนมอนอกไซด์ ไฮโดรคาร์บอน ออกไซด์ของไนโตรเจน ลดลงถึง 50% เมื่อเปรียบเทียบกับ มอก. เดิม คือ ยูโร 3 นอกจากนี้ มาตรฐานฉบับนี้ยังมีข้อกำหนดเรื่องความทนทานของอุปกรณ์ควบคุมมลพิษ เพื่อให้มั่นใจว่ารถจักรยานยนต์ที่ผ่านการใช้งานแล้วระยะเวลาหนึ่ง ยังคงสามารถควบคุมปริมาณสารมลพิษเป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนดได้ เลขาธิการ สมอ. กล่าวเพิ่มเติมว่า เรื่องนี้นายกอบชัย สังสิทธิสวัสดิ์ ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ได้กำชับเป็นพิเศษให้ สมอ. เร่งดำเนินการ เนื่องจากการแก้ไขปัญหาฝุ่น PM 2.5 ถือเป็นนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลในขณะนี้ ซึ่งเมื่อมาตรฐานมีผลใช้บังคับแล้ว ผู้ประกอบการทั้งผู้ทำ ผู้นำเข้าและผู้จำหน่ายจะต้องปฏิบัติตามมาตรฐาน หากฝ่าฝืนจะมีความผิดตามกฎหมาย โดยบทลงโทษสำหรับผู้ทำ ผู้นำเข้ามีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 2 ล้านบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ และผู้จำหน่ายมีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 500,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ โดยขณะนี้ สมอ. ได้เตรียมความพร้อมในการให้การรับรองแล้ว ผู้ประกอบการสามารถยื่นคำขอได้ทันที ซึ่งจะดำเนินการผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ หรือ E-license ทั้งหมด สะดวก รวดเร็วใช้ระยะเวลาดำเนินการไม่เกิน 15 วันทำการ  

อ่านต่อ...


ปลัดกอบชัยฯ ลงพื้นที่ จ.ชลบุรี เยี่ยมชมโรงงานผลิตรถยนต์ไฟฟ้า รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า (Electric Vehicle) พร้อมขับเคลื่อนการพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้ารองรับการเติบโตในอนาคต

11 ก.พ 2563

จ.ชลบุรี : วันนี้ (11 กุมภาพันธ์ 2563) นายกอบชัย สังสิทธิสวัสดิ์ ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม นำคณะทำงานสนับสนุนการขับเคลื่อนในภารกิจของกระทรวงอุตสาหกรรม (MOI Dream Team) ลงพื้นที่จังหวัดชลบุรี เยี่ยมชมโรงงานผลิตรถยนต์ไฟฟ้า รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า (Electric Vehicle) โดยมีนางสาวสมจิณณ์ พิลึก ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ให้การต้อนรับ ณ นิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ จังหวัดชลบุรี    ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า เมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2563 นายกรัฐมนตรีได้ลงนามแต่งตั้งคณะกรรมการนโยบายยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติ โดยมีนายกรัฐมนตรีหรือรองนายกรัฐมนตรีที่ได้รับมอบหมายเป็นประธาน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม รัฐมนตรีว่าการพลังงาน รัฐมนตรีว่าการคมนาคม ปลัดกระทรวงการคลัง ปลัดกระทรวงคมนาคม ปลัดกระทรวงพลังงาน เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และผู้บริหารภาครัฐ ภาคเอกชน ผู้ทรงคุณวุฒิจากหลายสาขาที่เกี่ยวข้องเป็นกรรมการ และมีปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นกรรมการและเลขานุการ ซึ่งคณะกรรมการชุดนี้มีหน้าที่กำหนดทิศทางและเป้าหมายรวมทั้งบูรณาการและติดตามประเมินผลการดำเนินงานขับเคลื่อนการพัฒนายานยนต์ไฟฟ้าให้เป็นไปตามแผนงานและกรอบแนวทางที่กำหนด ให้คำแนะนำและข้อเสนอแนะเพื่อให้นโยบายการพัฒนายานยนต์ไฟฟ้า เกิดผลทางปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรมโดยเร็ว และรายงานผลการดำเนินงานต่อคณะรัฐมนตรี คณะกรรมการชุดนี้จะร่วมกันผลักดันขับเคลื่อนยานยนต์ไฟฟ้าให้เป็นไปตามเป้าหมายในการเป็นศูนย์กลางการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าของอาเซียน ซึ่งจะได้ทั้งในมุมเศรษฐกิจและทำให้สิ่งแวดล้อมดีขึ้น ช่วยลดปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5   สำหรับการลงพื้นที่ จ.ชลบุรี ในวันนี้ได้เยี่ยมชมโรงงานผลิตรถยนต์ไฟฟ้า รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า (Electric Vehicle) โดยที่แรกได้เยี่ยมชมบริษัท ต้าถุง (ประเทศไทย) จำกัด ตั้งอยู่ที่ตำบลหนองไม้แดง อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี ประกอบกิจการผลิตชิ้นส่วนทางด้านอิเล็กทรอนิกส์ PCBS อุปกรณ์สื่อสารและเครื่องใช้ไฟฟ้าชนิดพกพา และล่าสุดได้ผลิตรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า รวมทั้งชิ้นส่วนอะไหล่อุปกรณ์ โดยมีนายธงชัย จินาพันธุ์ รองประธานบริษัท ให้การต้อนรับกล่าวถึงการดำเนินของบริษัท    โดยบริษัทสามารถผลิตรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าสูงสุดได้ประมาณ 5,000 คัน/เดือน ผลิตรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า 2 ประเภท คือ แบบกำลังขับมอเตอร์ 1,500 วัตต์ แบตเตอรี่ 72V 20 Ah ใช้งานได้ 8 -10 ชั่วโมง ความเร็วสูงสุด 60 กม./ชั่วโมง และแบบกำลังขับมอเตอร์ 2,000 วัตต์ แบตเตอรี่ 72V 20 Ah ใช้งานได้ 8-10 ชั่วโมง ความเร็วสูงสุด 70 กม./ชั่วโมง นอกจากนี้ บริษัทยังเข้าไปให้ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับยานยนต์ไฟฟ้า อาทิ ชิ้นส่วนยานยนต์ไฟฟ้า การประกอบชิ้นส่วน เป็นต้น ให้กับวิทยาลัยเทคนิคทั่วประเทศ    โดยบริษัทมีข้อเสนอเกี่ยวกับการส่งเสริมการผลิตการใช้จักรยานยนต์ไฟฟ้า โดยเฉพาะวัตถุดิบในประเทศที่มีราคาแพงเมื่อเทียบกับการนำเข้าและรวมภาษี การมีมาตรการส่งเสริมสนับสนุนทางการเงิน กำหนดพื้นที่สำหรับการคมนาคมขนส่งด้วยรถไฟฟ้า และได้รับการส่งเสริมการลงทุนสำหรับการผลิตเพื่อการส่งออก โดยปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ได้รับเสนอและมอบหมายให้คณะทำงานฯ ดำเนินการประสานหาข้อมูลเพื่อแนะนำกลุ่มผู้ประกอบการด้านคลัสเตอร์ชิ้นส่วนยานยนต์ และการตลาดที่กระทรวงอุตสาหกรรมดำเนินการอยู่ให้กับบริษัทต่อไป   เวลา 13.30 น. ได้เยี่ยมชมบริษัท เอฟโอเอ็มเอ็ม (เอเซีย) จำกัด ตั้งอยู่ที่ตำบลพานทอง อำเภอพานทอง จังหวัดชลบุรี ประกอบกิจการผลิต ประกอบ และจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้า (Battery Electric Vehicle) โดยมีคณะผู้บริหารระดับสูงของบริษัทให้การต้อนรับพร้อมกล่าวถึงการเริ่มต้นดำเนินการผลิตรถยนต์ FOMM นั้น เนื่องจากที่ประเทศญี่ปุ่นได้เกิดภัยพิบัติสึนามิ จึงได้คิดค้นและพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีผลิตรถยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็กที่สามารถลอยน้ำได้ โดยบริษัทมีกำลังการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าสูงสุด 400 คัน/เดือน นำเข้าชิ้นส่วนยานยนต์จากประเทศญี่ปุ่น จีน เกาหลี ไต้หวัน เฉลี่ย 400 - 500 ชิ้น/เดือน ผลิตได้ 5,000 คัน/ปี สามารถชาร์จไฟฟ้าจากระบบภายในบ้านเพียง 6 ชั่วโมง คิดเป็นค่าใช้จ่ายเพียง 42 บาท สามารถวิ่งได้ถึง 160 กม. ขณะนี้มียอดจำหน่าย 200 กว่าคันแล้ว จุดเด่นของรถ FOMM ใช้อะไหล่เพียง 1,600 ชิ้น โดยบริษัทฯ อยากให้กระทรวงอุตสาหกรรม สร้างโครงสร้างพื้นฐานสำหรับรถ EV ให้การสนับสนุนให้ประชาชนใช้งานรถยนต์ EV มากขึ้น   และเวลา 15.00 น. ได้เยี่ยมชมบริษัท สโคว์ มอเตอร์ จำกัด ตั้งอยู่ที่ตำบลหนองกะขะ อำเภอพานทอง จังหวัดชลบุรี ประกอบกิจการผลิตและประกอบรถจักรยานยนต์ รถสกู๊ตเตอร์ รวมทั้งชิ้นส่วนอะไหล่อุปกรณ์ โดยมีคณะผู้บริหารระดับสูงของบริษัทให้การต้อนรับ บริษัทได้ผลิตรถจักรยานยนต์ยี่ห้อ Royal Alloy Hanway และ Hyosung มีกำลังการผลิตสูงสุด 700 คัน/เดือน และคาดว่าจะดำเนินการผลิตรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าในปี 2564 - 2565  

อ่านต่อ...


Page 9 of 317