ข่าวประชาสัมพันธ์กระทรวงอุตสาหกรรม

ปลัดกอบชัย เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการสวัสดิการสำนักงานปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ครั้งที่ 1/2564

26 ม.ค 2564

วันนี้ (26 มกราคม 2564) เวลา 10.00 น. นายกอบชัย สังสิทธิสวัสดิ์ ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการสวัสดิการสำนักงานปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ครั้งที่ 1/2564   ซึ่งที่ประชุมได้รับทราบรายงานสถานการณ์เงินกองทุนสวัสดิการฯ  การบริหารจัดการการใช้พื้นที่ราชพัสดุเพื่อจัดสวัสดิการเชิงธุรกิจ  รวมถึงมาตรการการเยียวยาผู้ประกอบการร้านค้าภายในกระทรวงอุตสาหกรรม เนื่องจากได้รับผลกระทบวิกฤตการณ์โควิด-19 โดยมี นางวรวรรณ ชิตอรุณ รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม คณะกรรมการจากส่วนกลางและส่วนภูมิภาคเข้าร่วมประชุม โดยในส่วนภูมิภาคได้มีการประชุมผ่านระบบ Video Conference ณ ห้องประชุมชุณหะวัณ อาคารสำนักงานปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม

อ่านต่อ...


3 หน่วยงาน ร่วมลงนาม MOU สร้างห้องเย็นผลไม้ รับโครงการ EFC ภาคตะวันออก ดันไทยผงาดมหานครผลไม้โลก!

26 ม.ค 2564

การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.)สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) และบริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการจัดทำห้องเย็น (Blast freezer & Cold storage) ภายใต้โครงการระเบียงผลไม้ภาคตะวันออก (Eastern Fruit Corridor: EFC) เล็งสร้างความแข็งแกร่งให้ตลาดผลไม้ ยกระดับราคา ผลักดัน EFC เป็นเครื่องมือสำคัญทำให้เกษตรกรไทยในภาคตะวันออกได้ประโยชน์ มีคุณภาพชีวิตดีขึ้น ตามเป้าหมายของรัฐบาล   นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวภายหลังเข้าร่วมแสดงความยินดีในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการจัดทำห้องเย็น (Blast freezer & Cold storage) ภายใต้โครงการระเบียงผลไม้ภาคตะวันออก(Eastern Fruit Corridor: EFC)ระหว่างการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) และบริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) โดยระบุว่า โครงการจัดตั้งระเบียงผลไม้ภาคตะวันออก (Eastern Fruit Corridor : EFC) สอดคล้องกับเป้าหมายของรัฐบาลในการพัฒนาพื้นที่อีอีซี ซึ่งนอกจากการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับการลงทุนแล้ว ภาคการเกษตรมีส่วนสำคัญเช่นเดียวกันโดยการยกระดับภาคตะวันออกเป็นมหานครผลไม้ของภูมิภาค และเป็นตลาดกลางประมูลผลไม้คุณภาพสูง มีมาตรฐานระดับโลก ด้วยการสร้างห้องเย็นจัดเก็บผลไม้ขนาดใหญ่ในพื้นที่อีอีซี สอดรับกับนโยบายของรัฐบาลในการจัดตั้งเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ที่ให้พัฒนาทั้งด้านโครงสร้างพื้นฐาน การลงทุน การค้า บริการ การท่องเที่ยว และการเกษตร ซึ่งการจัดทำระบบห้องเย็น (Blast freezer & Cold storage) ที่ใช้เทคโนโลยีในการยึดอายุการเก็บรักษาผลผลิตเกษตรให้คงคุณภาพรสชาติเดิมได้นาน แก้ไขปัญหาราคาสินค้าเกษตรผันผวน การกำหนดราคาจากพ่อค้าคนกลาง รักษาเสถียรภาพของราคาสินค้าเกษตร รวมทั้งลดความเสี่ยงด้านการตลาดของเกษตรกร ถือเป็นโมเดลธุรกิจที่เหมาะสมต่อการพัฒนาโครงการฯ   “ตลาดกลางและห้องเย็นในพื้นที่สามารถรองรับผลไม้ในพื้นที่ภาคตะวันออกและภาคอื่นที่ส่งเข้ามาวางจำหน่ายได้ โดยรูปแบบธุรกิจจะมีสินค้าของเกษตรกรโดยตรง หรืออาจจำหน่ายในนามสหกรณ์การเกษตร ผู้ค้าส่งผลไม้ ตลอดจนล้ง มาร่วมเลือกซื้อสินค้า และเมื่อตกลงซื้อจะนำผลไม้จากห้องเย็น มาจัดส่งทั้งในประเทศและส่งออกต่างประเทศ ซึ่งรูปแบบของโครงการจะมีการสร้างห้องเย็นสำหรับจัดเก็บผลไม้ อาคารคลังสินค้า อาคารโลจิสติกส์และบรรจุภัณฑ์ อาคารสำนักงานด้านศุลกากรและพื้นที่แสดงสินค้า อาคารประมูลผลไม้ โดยใช้แนวทางประชารัฐที่ให้ภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมในการลงทุน นอกจากนี้ โครงการดังกล่าวฯจะช่วยยกระดับภาคการเกษตรในพื้นที่ และสร้างมูลค่าเพิ่มทางธุรกิจในห่วงโซ่อุปทาน ตลอดจนธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องอื่นๆ”รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าว   สำหรับการลงนามบันทึกความเข้าใจครั้งนี้ ทั้งสามฝ่ายเห็นร่วมกันในการส่งเสริมและสนับสนุนให้เกิดการพัฒนาระบบห้องเย็น และโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวข้อง เน้นการให้บริการแก่ภาคเกษตร เพื่อเก็บรักษาและคงคุณภาพของผลผลิตทางการเกษตรตลอดจนผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ที่ต้องการใช้ประโยชน์จากการใช้ห้องเย็น ในการสร้างมูลค่าเพิ่มในอนาคต ซึ่งจะเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันของประเทศไทยในการเป็นมหานครผลไม้ของภูมิภาค โดยการจัดทำระบบทำความเย็นมีความสำคัญและจำเป็นมากโดยเฉพาะในพื้นที่ภาคตะวันออกที่มีไม่เพียงพอกับปริมาณของผลผลิตที่ออกมา ซึ่งการพัฒนาโครงการฯ เป็นความร่วมมือระหว่าง สกพอ. กนอ. และ ปตท.ในการส่งเสริมและสนับสนุนให้เกิดการพัฒนาอย่างเป็นรูปธรรม โดย สกพอ.จะส่งเสริม สนับสนุนโครงการพัฒนาระบบห้องเย็น และโครงสร้างพื้นฐาน และสนันสนุนด้านสิทธิประโยชน์สำหรับหน่วยงานที่เข้าร่วมดำเนินงานกับ ปตท.รวมทั้งจะจัดหาเกษตรกร ภาคเอกชนและองค์กรบริหารส่วนท้องถิ่นเพื่อบริหารจัดการเกี่ยวกับ Supply Chain ของคลังสินค้าความเย็นทั้งหมด เช่น การคัดแยก  การเช่าห้องเย็น  การบริหารขนส่ง  เป็นต้น   ส่วนกนอ.จะดำเนินการลงทุนพัฒนาพื้นที่นิคมอุตสาหกรรม Smart Park เพื่อรองรับการดำเนินโครงการฯ โดยนางสาว สมจิณณ์ พิลึก ผู้ว่าการ กนอ. กล่าวว่า กนอ.พร้อมสนับสนุนในการพัฒนาพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมสมาร์ท ปาร์ค (Smart Park) ที่ปัจจุบันโครงการฯ มีความคืบหน้าเป็นลำดับ โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการร่าง TOR งานก่อสร้าง และเตรียมนำเสนอคณะทำงานพิจารณากลั่นกรองและคณะกรรมการ กนอ.เพื่อพิจารณาอนุมัติ ก่อนเผยแพร่ TOR เพื่อให้มีการประกวดราคาและคัดเลือกผู้ผ่านเกณฑ์งานก่อสร้างและควบคุมงาน โดยคาดว่าขั้นตอนทั้งหมดจนได้ผู้รับเหมาก่อสร้างจะแล้วเสร็จภายในปี 2564   “นิคมอุตสาหกรรมสมาร์ท ปาร์ค นอกจากเป็นนิคมฯ ที่รองรับการลงทุนในอุตสาหกรรมแห่งอนาคต (New S-curve) ที่ใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีขั้นสูงไว้ในที่เดียวกันแล้ว ยังเป็นนิคมอุตสาหกรรมต้นแบบที่มีระบบสาธารณูปโภคเพียบพร้อม รวมทั้งอาคารต่างๆ มีมาตรฐานระดับสากล และก่อให้เกิดการหมุนเวียนเงินในท้องถิ่น คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม และคุณภาพชีวิตในด้านอื่นๆ”ผู้ว่าการ กนอ.กล่าว   ขณะเดียวกัน ปตท.จะทำการศึกษาและพิจารณาการใช้ระบบทำความเย็นที่เหมาะสมกับผลผลิตทางการเกษตร เพื่อ รักษาคุณภาพของผลผลิตทางการเกษตร และสร้างมูลค่าเพิ่มหรือการขายนอกฤดูกาล รวมทั้งออกแบบทางด้านเทคนิคสำหรับห้องเย็นขนาด 4,000 ตัน (ในระยะที่ 1) โดยเป็นห้องเย็นในรูปแบบของ Multi-block Model และ Multi Purposes ที่สามารถรองรับทุเรียนหรือผลผลิตทางการเกษตรอื่นๆ ที่ต้องการใช้ประโยชน์จากห้องเย็นให้มีการกระจายขายได้ตลอดทั้งปี

อ่านต่อ...


รวอ.เป็นประธานการประชุมเพื่อรับทราบนโยบายการจัดทำงบประมาณรายจ่าย ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2565

25 ม.ค 2564

  วันนี้ (25 มกราคม 2564) นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นประธานในการประชุมผู้บริหาร กระทรวงอุตสาหกรรม เพื่อรับทราบนโยบายการจัดทำงบประมาณรายจ่าย ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2565 โดยมีนายกอบชัย สังสิทธิสวัสดิ์ ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ผู้บริหารระดับสูงกระทรวงอุตสาหกรรม  พร้อมด้วยหม่อมราชวงศ์รณจักร  จักรพันธุ์ รองผู้อำนวยการสำนักงบประมาณและคณะเข้าร่วมประชุม  ณ ห้องประชุม 1 อาคารสำนักงานปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม    

อ่านต่อ...


การประชุมคณะกรรมการติดตามและกำกับดูแลการพัฒนาระบบราชการ 4.0 (PMQA 4.0)

25 ม.ค 2564

วันนี้ (25 มกราคม 2564) นางวรวรรณ  ชิตอรุณ  รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการติดตามและกำกับดูแลการพัฒนาระบบราชการ 4.0 (PMQA 4.0) ของสำนักงานปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม โดยที่ประชุม ได้ร่วมกันพิจารณาผลการประเมินสถานะการเป็นระบบราชการ 4.0  ด้วยตนเอง ปีงบประมาณ พ.ศ.2563 หมวด 1-7 โดยมีผู้อำนวยการกองต่าง ๆ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ร่วมประชุม ณ ห้องประชุมชุณหะวัณ ชั้น 3 อาคารสำนักงานปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม  

อ่านต่อ...


“สุริยะ” รับลูก ครม. มอบ SME D Bank ลุยเต็มสูบเติมทุนสินเชื่อยกระดับเศรษฐกิจชุมชนพร้อมลดค่าวิเคราะห์โครงการ 0.5% หนุนเอสเอ็มอีไทยเพิ่มสภาพคล่องฝ่าโควิด-19

25 ม.ค 2564

  กระทรวงอุตสาหกรรม เร่งช่วยเหลือเอสเอ็มอีฝ่าวิกฤตโควิด-19 เต็มสูบ ตามนโยบายรัฐบาล มอบหมาย SME D Bank  เติมทุนเสริมสภาพคล่อง  ผ่าน “สินเชื่อเพื่อยกระดับเศรษฐกิจชุมชน” วงเงิน 9,500 ล้านบาท  พร้อมลดค่าธรรมเนียมวิเคราะห์โครงการลง 0.5% หากยื่นคำขอกู้ภายใน 28 ก.พ. นี้  คาดพาผู้ประกอบการเข้าถึงแหล่งทุน 5,760 ราย รักษาการจ้างงานได้ไม่น้อยกว่า 28,800 ราย   นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19 ระลอกใหม่ ส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการเอสเอ็มอีอย่างรุนแรง  กระทรวงอุตสาหกรรมจึงเร่งดำเนินการตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในการให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการเอสเอ็มอีอย่างเร่งด่วน โดยมอบหมายให้ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank ซึ่งเป็นหน่วยงานภายใต้สังกัด เดินหน้าเติมทุนเสริมสภาพคล่องให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีทันทีผ่านโครงการสินเชื่อเพื่อยกระดับเศรษฐกิจชุมชน (Local Economy Loan) วงเงิน 9,500 ล้านบาท  ซึ่งกระทรวงอุตสาหกรรม เสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 19 มกราคม 2564 ที่ผ่านมา ให้เห็นชอบขยายเวลาโครงการไปถึงวันที่ 18 ธันวาคม 2564    โดยคาดว่าสินเชื่อดังกล่าวจะช่วยให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ประมาณ 5,760 ราย รักษาการจ้างงานได้ไม่น้อยกว่า 28,800 ราย และสร้างเงินทุนหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจได้ประมาณ 43,510 ล้านบาท   นอกจากนั้น SME D Bank ยังดำเนินตามนโยบายรัฐบาลในการช่วยเหลือผู้ประกอบการเอสเอ็มอีเพิ่มเติม   ด้วยการลดค่าธรรมเนียมวิเคราะห์โครงการ (Front End Fee) ลง 0.5% หากยื่นกู้ก่อนวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2564  นี้  เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการลดต้นทุนธุรกิจ และมีสภาพคล่องเพิ่มขึ้น  “รัฐบาลให้ความสำคัญต่อการช่วยเหลือเอสเอ็มอีอย่างยิ่ง จึงเห็นชอบต่อระยะเวลาโครงการสินเชื่อเพื่อยกระดับเศรษฐกิจชุมชน อีก 1 ปี ตามที่กระทรวงอุตสาหกรรมนำเสนอ   ทั้งนี้ กระทรวงอุตสาหกรรม ได้มอบหมายให้ SME D Bank เร่งเติมทุนกระจายสู่ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี เพื่อให้มีเงินทุนต้นทุนต่ำไปใช้หมุนเวียน เสริมสภาพคล่อง  สามารถประคองธุรกิจ ก้าวผ่านวิกฤตครั้งนี้ไปได้” นายสุริยะ กล่าว   นายกอบชัย สังสิทธิสวัสดิ์ ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ในฐานะประธานกรรมการ SME D Bank กล่าวว่า โครงการสินเชื่อเพื่อยกระดับเศรษฐกิจชุมชน ที่ประชุม ครม.ให้ความเห็นชอบขยายระยะเวลานั้น  ได้ปรับเงื่อนไข เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่เคยได้รับวงเงินจากโครงการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (Policy Loan) และโครงการสินเชื่อ SMEs Transformation Loan ไปแล้ว รวมถึง มีวงเงินสินเชื่อรวมทุกสถาบันการเงินต่อราย เกิน 50 ล้านบาท ณ วันยื่นกู้ สามารถขอเข้าใช้บริการได้ด้วย สร้างประโยชน์ให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ทั้งลูกค้าเดิม SME D Bank และทั่วไป เข้าถึงแหล่งทุนได้กว้างขวางยิ่งขึ้น      ทั้งนี้ สินเชื่อเพื่อยกระดับเศรษฐกิจชุมชน  เปิดกว้างทั้งบุคคลธรรมดา และนิติบุคคล คิดอัตราดอกเบี้ยต่ำ นิติบุคคล  2.875% ต่อปี นาน 3 ปีแรก วงเงินกู้สูงสุด 5 ล้านบาท และบุคคลธรรมดา 4.875% ต่อปี นาน 3 ปีแรก วงเงินกู้สูงสุด 2 ล้านบาท ผ่อนนานสูงสุด 7 ปี    นางสาวนารถนารี รัฐปัตย์ กรรมการผู้จัดการ SME D Bank กล่าวเสริมว่า  ธนาคารขานรับนโยบายกระทรวงอุตสาหกรรม  โดยให้เจ้าหน้าที่ติดต่อสอบถาม และตรวจเยี่ยมกิจการลูกค้าทั่วประเทศ  เพื่อสำรวจผลกระทบ พร้อมแนะนำพาเข้าสู่ความช่วยเหลือของ SME D Bank ครบวงจร ไม่ว่าจะเป็นพาเข้าถึงแหล่งเงินทุนดอกเบี้ยแล้ว รวมถึง ลูกค้าเดิมสามารถขอพักชำระหนี้เงินต้น 6 เดือน ไม่เกิน 31 ธันวาคม 2564   ซึ่งเป็นมาตรการที่ SME D Bank ออกมาช่วยเหลือลูกค้าตั้งแต่ต้นปี 2564 ที่ผ่านมา     สำหรับผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่ต้องการใช้บริการต่าง ๆ ของ SME D Bank   สามารถแจ้งความประสงค์ได้ผ่านช่องทางต่าง ๆ เช่น  LINE Official Account : SME Development Bank , เว็บไซต์ของ  ธพว. (www .smebank. co.th) และผ่านแอปพลิเคชัน “SME D Bank” ดาวน์โหลดได้ทั้งระบบ IOS และ Android และ สาขาของ SME D Bank ทั่วประเทศ  

อ่านต่อ...


การประชุมคณะกรรมการบริหารศูนย์อำนวยการจิตอาสากระทรวงอุตสาหกรรม ครั้งที่ 1/2564

21 ม.ค 2564

วันนี้ (21 มกราคม 2564)  เวลา  14.00 น. นางวรวรรณ  ชิตอรุณ  รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบริหารศูนย์อำนวยการจิตอาสากระทรวงอุตสาหกรรม ครั้งที่ 1/2564  ซึ่งที่ประชุมร่วมกันพิจารณาแผนปฏิบัติการโครงการจิตอาสาของกระทรวงอุตสาหกรรม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2564 "โครงการจิตอาสารักษ์แม่น้ำ ลุ่มนํ้าสายหลักของประเทศ" 5 คลอง 10 ลุ่มแม่น้ำสายหลัก และการดำเนินงานในด้านต่างๆ โดยมีนายสมพล โนดไธสง นายบรรจง สุกรีฑา นายนิรันดร์ ยิ่งมหิศรานนท์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงอุตสาหกรรม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุมชุณหะวัณ อาคารสำนักงานปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม

อ่านต่อ...


ปลัดฯ กอบชัย ร่วมแถลงข่าวสร้างความเชื่อมั่นอาหารไทยปลอดภัยจากโควิด-19 ด้วยการรับรองตนเอง (self-declaration) ในสถานประกอบการอุตสาหกรรม

21 ม.ค 2564

  วันนี้ (21 มกราคม 2564)  นายกอบชัย สังสิทธิสวัสดิ์ ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ร่วมแถลงข่าวเรื่อง “สร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภค ด้วยการรับรองตนเอง (self-declaration) ในสถานประกอบการอุตสาหกรรม เพื่อควบคุม ติดตาม และป้องกันการปนเปื้อนของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019” โดยมี นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และนายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ร่วมแถลงข่าว และมีนางวรวรรณ  ชิตอรุณ รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม และนายวันชัย พนมชัย เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม ร่วมเป็นเกียรติ ณ ห้องประชุม สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กระทรวงอุตสาหกรรม ร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข และสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย พร้อมหน่วยงานในสังกัด ได้แก่ สถาบันอาหาร สถาบันรับรองมาตรฐานไอเอสโอ และกรมควบคุมโรค จัดทำแนวทางการรับรองตนเอง (Self-Declaration) ในสถานประกอบการอุตสาหกรรม ด้วยมาตรการร่วม 3 ภาคีภายใต้แนวทางมาตรฐานของ GMP HACCP และ ISO22000 เพื่อควบคุม ติดตาม และป้องกันการปนเปื้อนของเชื้อโควิด-19  เพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้บริโภคและป้องกันผลกระทบต่ออุตสาหกรรมอาหารโดยรวมของประเทศในวงกว้าง โดยใช้มาตรการจัดการสุขอนามัย 3 ด้าน คือ การจัดการสุขอนามัยในสถานประกอบการ กระบวนการผลิต และบุคลากร พร้อมเสริมมาตรการป้องกันการปนเปื้อนและแพร่กระจายของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019  หากสถานประกอบการได้ดำเนินการตามขั้นตอนการรับรองของสถานประกอบการครบถ้วนแล้ว  สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยจะออกเอกสารเพื่อแสดงว่า สภาอุตสาหกรรมฯ กรมควบคุมโรค สถาบันรับรองมาตรฐานไอเอสโอ และสถาบันอาหารได้ทวนสอบแล้วว่าสถานประกอบการมีการรับรองตนเองว่าเป็นสถานประกอบการที่ปฏิบัติตามมาตรการควบคุม ติดตาม และป้องกันการปนเปื้อนของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 อย่างถูกต้องและครบถ้วนตามเกณฑ์การประเมินตนเอง IPHA ซึ่งจะได้เครื่องหมายรับรองตนเองว่าเป็นสถานประกอบการที่มีการดูแลบุคลากร กระบวนการผลิต และสถานที่ ได้มาตรฐานด้านสุขอนามัย “IPHA : Industrial and Production Hygiene Administration”

อ่านต่อ...


การประชุมผู้บริหารระดับสูงกระทรวงอุตสาหกรรม

21 ม.ค 2564

วันนี้ (21 มกราคม 2564) 08.30 น. นายกอบชัย สังสิทธิสวัสดิ์ ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นประธานการประชุมผู้บริหารระดับสูงกระทรวงอุตสาหกรรม  โดยมี นางวรวรรณ  ชิตอรุณ  นายจุลพงษ์ ทวีศรี  นายภานุวัฒน์ ตริยางกูรศรี  รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม และผู้บริหารระดับสูงกระทรวงอุตสาหกรรม เข้าร่วมประชุม ซึ่งที่ประชุมได้เร่งรัดการใช้จ่ายงบประมาณ ประจำปี 2564  และร่วมกันพิจารณาการจัดทำงบประมาณ ประจำปี 2565  และติดตามงานในด้านต่างๆ  เพื่อให้เป็นไปตามแผนงาน  ณ ห้องประชุมชั้น 1 อาคาร สปอ.    

อ่านต่อ...


บอร์ด สมอ. เข้มรับโควิด เห็นชอบหน้ากากอนามัย-ถุงมือสำหรับใช้ทางการแพทย์ เป็นสินค้าควบคุมต้องได้มาตรฐาน

21 ม.ค 2564

สุริยะฯ สั่งบอร์ด สมอ. คุมเข้มรับโควิด เร่งออกมาตรฐานป้องกัน หลังเห็นชอบ 7 มาตรฐาน หน้ากากอนามัย ถุงมือสำหรับใช้ทางการแพทย์ ตู้น้ำเย็น และเครื่องเล่นสนาม เป็นสินค้าควบคุมต้องได้มาตรฐาน เพื่อความปลอดภัยของประชาชน    นายสุริยะ  จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ได้กำชับให้บอร์ด สมอ. เร่งออกมาตรฐานเพื่อป้องกันโควิด 19 หลังมีการแพร่ระบาดรอบ 2 ในหลายจังหวัดของไทย ล่าสุดวานนี้ (19 มกราคม 2564) บอร์ด สมอ. ได้มีมติเห็นชอบให้ สมอ. ควบคุมสินค้า 7 รายการ ได้แก่  หน้ากากอนามัย  ถุงมือสำหรับใช้ทางการแพทย์ ตู้น้ำเย็น เครื่องเล่นสนามสาธารณะ ทั้งชิงช้า กระดานลื่น ม้าหมุน และอุปกรณ์โยก เพื่อความปลอดภัยของประชาชน โดยเฉพาะหน้ากากอนามัยได้มีผู้ประกอบการหัวใสนำหน้ากากอนามัยไม่ได้มาตรฐานออกมาจำหน่ายปะปนอยู่ในท้องตลาดเป็นจำนวนมาก ตามที่มีข่าวการตรวจจับอยู่บ่อยครั้ง กระทรวงอุตสาหกรรมจึงเร่งรัดให้ สมอ. ดำเนินการควบคุมคุณภาพของสินค้าดังกล่าว โดยหน้ากากอนามัยที่ได้มาตรฐานจะมีการควบคุมประสิทธิภาพในการกรองแบคทีเรีย  กรองอนุภาคขนาดเล็ก และประสิทธิภาพในการป้องกันไม่ให้ของเหลวซึมผ่านได้ เพื่อลดความเสี่ยงการแพร่กระจายของเชื้อโรค และป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19    ด้าน นายวันชัย  พนมชัย เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม กล่าวเพิ่มเติมว่า นอกจากบอร์ด สมอ. จะเห็นชอบให้ สมอ. ควบคุมหน้ากากอนามัย  และถุงมือสำหรับใช้ทางการแพทย์แล้ว ยังเห็นชอบให้ควบคุมตู้น้ำเย็น และเครื่องเล่นสนามสาธารณะ ทั้งชิงช้า กระดานลื่น ม้าหมุน และอุปกรณ์โยก เป็นสินค้าควบคุมด้วย เนื่องจากมีการนำไปใช้กันอย่างแพร่หลายในสถานศึกษา และศูนย์พัฒนาการเรียนรู้เด็กก่อนวัยเรียน มีการนำไปติดตั้งโดยไม่ได้คำนึงถึงความปลอดภัย อาทิ อยู่ในบริเวณที่ชื้นแฉะ มีฝนสาดถึงและอยู่ในบริเวณที่ถูกแสงแดดเป็นประจำ ไม่มีการเชื่อมต่อสายดิน และไม่มีการติดตั้งระบบป้องกันไฟรั่ว จึงเป็นเหตุให้เด็กนักเรียนถูกไฟดูดเสียชีวิต ตามที่เป็นข่าวอยู่บ่อยครั้ง สำหรับเครื่องเล่นสนามสาธารณะก็เช่นเดียวกัน สาเหตุหลักของการบาดเจ็บและเสียชีวิตมาจากเครื่องเล่นไม่ได้มาตรฐาน บอร์ด สมอ. จึงเห็นชอบให้ตู้น้ำเย็น และเครื่องเล่นสนามสาธารณะ ทั้งชิงช้า กระดานลื่น ม้าหมุน และอุปกรณ์โยก เป็นสินค้าควบคุม ซึ่งสอดคล้องกับมาตรฐานการจัดการด้านความปลอดภัยในโรงเรียน ที่ สมอ. ส่งเสริมและสนับสนุนให้โรงเรียนดำเนินการตามมาตรฐานดังกล่าว เพื่อควบคุมความเสี่ยงอันตรายที่อาจเกิดขึ้นจากการจัดซื้อจัดจ้างสินค้า/บริการ อุปกรณ์เครื่องเล่นสนามในโรงเรียนด้วย   ทั้งนี้ มาตรฐานตู้น้ำเย็น มีข้อกำหนดด้านความปลอดภัยที่สำคัญคือ การควบคุมระบบการป้องกัน ไฟรั่ว และส่วนที่สัมผัสกับน้ำดื่มต้องไม่มีสารตะกั่วปนเปื้อน สำหรับมาตรฐานเครื่องเล่นสนามสาธารณะมีข้อกำหนดด้านความปลอดภัยที่สำคัญในหลายๆ ด้าน เช่น  โครงสร้างต้องมีความแข็งแรงและมีความสมดุล ลักษณะของเครื่องเล่นแต่ละชนิดต้องมีพื้นผิวเรียบ ไม่มีส่วนยื่นล้ำออกมา และมีวัสดุป้องกันขอบคมที่อาจก่อให้เกิดอันตรายกับเด็กในระหว่างการเล่น ต้องไม่มีช่องว่างหรือรูที่อาจทำให้นิ้วเด็กติดได้ ความสูงของเครื่องเล่นจะต้องไม่เกินค่าที่กำหนด เพื่อป้องกันอันตรายที่เกิดจากการตกกระแทก มือจับและที่วางเท้าต้องมีความแน่นหนา ในส่วนของม้าหมุนจะต้องมีความเร็วในการหมุนเป็นไปตามมาตรฐาน เพื่อป้องกันการหมุนเร็วจนเกิดอันตราย เช่น ร่วงหล่นจากม้าหมุน รวมถึงวัสดุ หรือสีที่นำมาใช้จะต้องได้มาตรฐานไม่ก่อให้เกิดอันตรายแก่ผู้เล่น เป็นต้น โดยผู้ผลิตจะต้องจัดทำคำแนะนำขั้นตอนการติดตั้ง และรายการส่วนประกอบทั้งหมดอย่างชัดเจน และครอบคลุมความปลอดภัยอย่างถูกต้อง รวมทั้ง คู่มือการตรวจสอบ การบำรุงรักษา และคำแนะนำเรื่องการซ่อมแซม เพื่อลดความเสี่ยงในการใช้งาน หรือการติดตั้งผิดวิธีทำให้เกิดอันตรายจากการใช้งานได้   นอกจากนี้ บอร์ด สมอ. ยังได้เห็นชอบมาตรฐานอื่นๆ อีกรวม 76 มาตรฐาน อาทิ มาตรฐานอุปกรณ์ป้องกันดวงตาและใบหน้าสำหรับป้องกันหยดและละอองของเหลว หรือเฟสชิลด์  ผ้าป้องกันแบคทีเรีย  ยางล้อรถยนต์และยางล้อจักรยานยนต์  เสื้อชูชีพ  อาหารกระป๋อง หัวฝักบัวอาบน้ำ สายฝักบัวอาบน้ำ และเครื่องสำอางค์   เป็นต้น” เลขาธิการ สมอ. กล่าว  

อ่านต่อ...


กำหนดเปิดรับคำขอสินเชื่อของกองทุนพัฒนาเอสเอ็มอีตามแนวประชารัฐ โครงการสินเชื่อ เสริมพลัง สร้างอนาคต SME ไทย พ.ศ. 2564

20 ม.ค 2564

กำหนดเปิดรับคำขอสินเชื่อของกองทุนพัฒนาเอสเอ็มอีตามแนวประชารัฐโครงการสินเชื่อ เสริมพลัง สร้างอนาคต SME ไทย พ.ศ. 2564 ตั้งแต่วันที่ 4 มกราคม - 30 กันยายน 2564 วงเงินสินเชื่อต่อราย สูงสุดไม่เกิน 5 ล้านบาท ดอกเบี้ยร้อยละ 1 ต่อปี เชิญชวนผู้ประกอบการที่สนใจสามารถ ยื่นคำขอสินเชื่อ พร้อมเอกสารและหลักฐาน ได้ที่ http://www.thaismefund.com

อ่านต่อ...


Page 1 of 354