ข่าวประชาสัมพันธ์กระทรวงอุตสาหกรรม

“สุริยะ” ปักธงอุ้มผู้ประกอบการสู้วิกฤติโควิด-19 สั่ง กรอ.ลุยโครงการปรับเปลี่ยนเครื่องจักรหวังเติมทุนช่วยSME

12 พ.ย 2563

“สุริยะ” กำชับ กรอ. เดินหน้าช่วยเหลือผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ลุยจดทะเบียนกรรมสิทธิ์เครื่องจักร สานต่อโครงการปรับเปลี่ยนเครื่องจักรเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ พร้อมโชว์ผลงานปี 63 อุ้มผู้ประกอบการเข้าถึงแหล่งเงินในระบบกว่า 80,000 ล้านบาท คาดปี 64 มีเอสเอ็มอีนำเครื่องจักรเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันกับสถาบันการเงินกว่า 1,300 ราย หนุนผู้ประกอบการมีเงินลงทุนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตมากขึ้น 15%   นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า กรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) ได้ดำเนินงานด้านการจดทะเบียนกรรมสิทธิ์เครื่องจักร และมีโครงการปรับเปลี่ยนเครื่องจักรเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นโครงการต่อเนื่องที่ทำมาทุกปี โดยเมื่อวันที่ 3 พ.ย.ที่ผ่านมาที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้อนุมติหลักการยกเว้นค่าธรรมเนียมจดทะเบียนเครื่องจักร เป็นระยะเวลา 1 ปี เพื่อบรรเทาผลกระทบของผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) โดยมีผลบังคับใช้เมื่อพ้นกำหนด 15 วันนับแต่วันที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา   สำหรับรายละเอียดประกอบด้วย 3 รายการดังนี้คือ 1. ค่าจดทะเบียนกรรมสิทธิ์เครื่องจักร ปกติอัตราจัดเก็บอยู่ที่เครื่องละ 750 บาท แต่ไม่เกิน 12,000 บาท 2. ค่าเครื่องหมายการจดทะเบียน ซึ่งเจ้าพนักงานได้ประทับหรือทำไว้ที่เครื่องจักร อัตราการจัดเก็บค่าธรรมเนียมอยู่ที่เครื่องหมายละ 120 บาท แต่ไม่เกิน 1,200 บาท และ 3. ค่าคัดสำเนาเอกสารพร้อมด้วยคำรับรองว่าถูกต้อง อัตราจัดเก็บอยู่ที่หน้าละ 10 บาท ซึ่งกระทรวงอุตสาหกรรมได้ประมาณการการสูญเสียรายได้จากการยกเว้นการจัดเก็บค่าธรรมเนียมครั้งนี้ในรอบ 1 ปี อยู่ที่ประมาณ 2 ล้านบาท   “กระทรวงอุตสาหกรรมตระหนักถึงผลกระทบที่เกิดจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ตั้งแต่ช่วงต้นปีที่ผ่านมา ซึ่งส่งผลกระทบอย่างมากต่อผู้ประกอบการ โดยเฉพาะกลุ่มเอสเอ็มอี ดังนั้นเพื่อเป็นการให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการให้ยังสามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้ จึงได้กำชับให้ กรอ. เร่งดำเนินโครงการดังกล่าว เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการให้มีเงินทุนเข้าไปหมุนเวียนในการทำธุรกิจ ซึ่งจะช่วยลดการเลิกจ้างงาน พยุงภาคอุตสาหกรรมให้ยังสามารถทำหน้าที่ในการช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ รวมถึงยังเป็นการสนับสนุนเศรษฐกิจฐานรากตามนโยบายของรัฐบาลด้วย” นายสุริยะ กล่าว   ในปีงบประมาณ 2563 (ต.ค.62-ก.ย.63) พบว่า มีมูลค่าการจดทะเบียนกรรมสิทธิ์เครื่องจักร ประมาณ 100,000 ล้านบาท โดยมีผู้ประกอบการยื่นจดทะเบียนกรรมสิทธิ์เครื่องจักร ทั้งสิ้น 1,157 ราย ในจำนวนนี้คิดเป็นเครื่องจักรที่จดทะเบียน ทั้งสิ้น 6,036 เครื่อง โดยผู้ประกอบการเอสเอ็มอีสามารถนำเครื่องจักรดังกล่าวมาเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันเงินกู้กับสถาบันการเงินในระบบ คิดเป็นวงเงินจำนองประมาณ 80,000 ล้านบาท โดยมีผู้ประกอบการเอสเอ็มอีเข้าร่วมโครงการกว่า 107 ราย จำนวนเครื่องจักร 2,131 เครื่อง ส่งผลให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีมีการลงทุนในการปรับเปลี่ยนเครื่องจักรเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต 600 ล้านบาท โดยมีระยะเวลาคืนทุนประมาณ 3 ปี สำหรับปีงบประมาณ 2564 (ต.ค.63-ก.ย.64) กระทรวงอุตสาหกรรม โดย กรอ. ยังคงเดินหน้าโครงการดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งให้ความช่วยเหลือในกลุ่มผู้ประกอบการเอสเอ็มอีมากขึ้น เพื่อให้สามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างมั่นคง แข็งแกร่ง และสามารถเข้าถึงแหล่งเงินในระบบได้อย่างมีประสิทธิภาพตามนโยบายของรัฐบาล โดยได้มอบหมายให้ กรอ. ทำหน้าที่ประชาสัมพันธ์ให้ข้อมูลข่าวสารแก่ผู้ประกอบการที่สนใจ ตลอดจนให้ความช่วยเหลือด้านข้อมูลโครงการ การจัดเตรียมเอกสารต่าง ๆ ให้แก่ผู้ประกอบการ โดยเบื้องต้นคาดว่าจะมีผู้ประกอบการนำเครื่องจักรเข้ามาจดทะเบียนมากกว่า 1,300 ราย และมีผู้ประกอบการเอสเอ็มอีนำเครื่องจักรเข้าร่วมโครงการปรับเปลี่ยนเครื่องจักรเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพมากกว่า 2,200 เครื่อง ซึ่งจะช่วยให้ผู้ประกอบการ มีเงินลงทุนในการเพิ่มประสิทธิภาพเครื่องจักรมากขึ้น 10-15% อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการที่นำเครื่องจักรเข้าร่วมโครงการปรับเปลี่ยนเครื่องจักรเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพกับ กรอ. นอกจากจะสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนในระบบได้แล้ว ยังได้รับสิทธิประโยชน์อีก 4 ด้าน คือ 1.สินเชื่ออัตราดอกเบี้ยพิเศษจากสถาบันการเงิน 18 แห่ง 2. เงินทุนหมุนเวียน 3.ได้รับการยกเว้นภาษี และ 4.สิทธิประโยชน์อื่น ๆ อาทิ การยื่นคำขอจดทะเบียนผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ที่สะดวก รวดเร็ว ลดเวลาดำเนินการ เป็นต้น ผู้ประกอบการที่สนใจสามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่สำนักงานทะเบียนเครื่องจักรกลาง กรมโรงงานอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม โทร.02 202 4056-8

อ่านต่อ...


ปลัดกอบชัยฯ และคณะเยี่ยมชมการดำเนินงานห้องปฏิบัติการด้านเทคโนโลยีอุตสาหกรรมต่างๆ ของ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา

11 พ.ย 2563

  จังหวัดเชียงใหม่ : วันนี้ (11 พฤศจิกายน 2563) นายกอบชัย สังสิทธิสวัสดิ์ ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม และคณะลงพื้นที่เชียงใหม่ เยี่ยมชมระบบวิจัยระบบพลังงานสะอาด ห้องปฏิบัติการทดสอบหน้ากากอนามัยตามมาตรฐานอุตสาหกรรม ห้องปฏิบัติการระบบเทคโนโลยีอัตโนมัติ ห้องปฏิบัติการระบบควบคุมในอุตสาหกรรม 4.0 ศูนย์วิจัยพัฒนาและทดสอบผลิตภัณฑ์ระบบขนส่งทางราง เพื่อเตรียมความพร้อมบุคลากร รองรับอุตสาหกรรมเป้าหมาย     โดยมี นายจุลพงษ์ ทวีศรี รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม นายเจตนิพิฐ รอดภัย รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม นายพิชิต มิทราวงศ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย นายบุญอุ้ม วงศ์บุตร อุตสาหกรรมจังหวัดเชียงใหม่ อุตสาหกรรมในพื้นที่อุตสาหกรรมภาคเหนือเข้าร่วม ณ  มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา อำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่  

อ่านต่อ...


ปลัดฯ กอบชัย และคณะเยี่ยมชมการดำเนินงาน พานาคอฟฟี่ พร้อมร่วมมือยกระดับคุณภาพ มาตรฐานกาแฟไทย เชื่อมเกษตรกรและผู้ประกอบการแปรรูปกาแฟในรูปแบบ contract farming  

11 พ.ย 2563

จ.เชียงใหม่ : วันนี้ (11 พฤศจิกายน 2563) นายกอบชัย สังสิทธิสวัสดิ์ ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ลงพื้นที่เยี่ยมชมการดำเนินงานของบริษัท พานาคอฟฟี่ จำกัด อำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่ ผู้ผลิตกาแฟดริป กาแฟคั่ว ภายใต้แบรนด์ “สด” (SOD) โดยมี นายพีระ พนาสุภน ประธานบริษัท ให้การต้อนรับ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง บรรยายสรุปและแลกเปลี่ยนแนวทางการดำเนินงานร่วมกันเพื่อยกระดับคุณภาพ มาตรฐานกาแฟไทย โดยกระทรวงอุตสาหกรรมจะเป็นหน่วยงานกลางในการเชื่อมระหว่างเกษตรกรและผู้ประกอบการแปรรูปกาแฟในรูปแบบ contract farming เพื่อให้ผลผลิตของเกษตรกรมีคุณภาพ และมีช่องทางการจำหน่ายที่แน่นอนต่อไป   บริษัท พานาคอฟฟี่ฯ เป็นผู้ผลิตกาแฟแบบครบวงจร โดยผลิตภัณฑ์ของบริษัทจะเน้นจุดขายการเป็นกาแฟออร์แกนิก โดยมีเป้าหมายทำตลาดทั้งในไทยและต่างประเทศ นอกจากนี้ ยังจัดตั้งศูนย์การเรียนรู้กาแฟ “เดอะ คอฟฟีเนอรี่” (The Coffeenery) ศูนย์การเรียนรู้ด้านกาแฟที่ครบวงจรและทันสมัย ภายในมีบริการและสินค้าที่ครอบคลุมทั้งการจัดอบรมให้ความรู้แก่เกษตรกร หน่วยงานรัฐและเอกชน เช่น คอร์สกาแฟระดับเริ่มต้นไปจนถึงระดับสูงสำหรับบาริสต้า บริการสีกาแฟกะลา การคัดแยกขนาดและคัดคุณภาพเมล็ดกาแฟ บริการคั่วกาแฟ บริการบรรจุกาแฟดริป บริการผลิตกาแฟแบบโออีเอ็ม เป็นต้น    โดยมี นายจุลพงษ์ ทวีศรี รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม นายเจตนิพิฐ รอดภัย รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม นายพิชิต มิทราวงศ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย นายบุญอุ้ม วงศ์บุตร อุตสาหกรรมจังหวัดเชียงใหม่ และอุตสาหกรรมในพื้นที่ภาคเหนือเข้าร่วม    

อ่านต่อ...


ก.อุตฯ ระดมสมองหน่วยงานภาครัฐและเอกชนภาคเหนือจัดทำยุทธศาสตร์และแผนการพัฒนาอุตฯ หุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ เร่งขับเคลื่อนภาคอุตฯ ด้วยระบบอัตโนมัติและดิจิทัล

11 พ.ย 2563

จังหวัดเชียงใหม่ : วันนี้ (11 พฤศจิกายน 2563) เวลา 09.00 น. นายกอบชัย สังสิทธิสวัสดิ์ ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นประธานเปิดการสัมมนาระดมสมองการจัดทำยุทธศาสตร์และแผนการพัฒนาอุตสาหกรรมหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติในภาคเหนือ เพื่อเป็นจุดเริ่มต้นในการเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับอุตสาหกรรม โดยการนำหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติและดิจิทัล เข้ามาใช้ให้ตรงกับอุตสาหกรรมการผลิต และการบริการในแต่ละภูมิภาคของประเทศไทย โดยมีผู้เชี่ยวชาญและองค์กรที่เกี่ยวข้องเข้ามาร่วมแลกเปลี่ยนข้อมูลและกำหนดทิศทางพัฒนาเทคโนโลยีของอุตสาหกรรมหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ เพื่อบูรณาการสรรพกำลังของประเทศให้ขับเคลื่อนไปในทิศทางเดียวกัน    การจัดระดมสมองหน่วยงานภาครัฐและเอกชนเพื่อจัดทำยุทธศาสตร์และแผนการพัฒนาอุตสาหกรรมหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ กำหนดจัดขึ้น 3 ครั้ง ครั้งที่ 1 ภาคกลาง จ. กรุงเทพฯ ครั้งที่ 2 ภาคเหนือ จ.เชียงใหม่ ครั้งที่ 3 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จ.ขอนแก่น รวมถึงการสัมภาษณ์เชิงลึกผู้เชี่ยวชาญต่างประเทศ    โดยมี นายจุลพงษ์ ทวีศรี รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม นายเจตนิพิฐ รอดภัย รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม นายพิชิต มิทราวงศ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย นายบุญอุ้ม วงศ์บุตร อุตสาหกรรมจังหวัดเชียงใหม่ อุตสาหกรรมจังหวัดในพื้นที่ภาคเหนือ หน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน เข้าร่วม ณ โรงแรมฮอไรซั่น วิลเลจ แอนด์ รีสอร์ท จังหวัดเชียงใหม่ #อุตสาหกรรมหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ #กระทรวงอุตสาหกรรม #prindustry2020  

อ่านต่อ...


ปลัดกอบชัยฯ ลงพื้นที่เชียงใหม่ เยี่ยมและให้กำลังใจลูกค้ากองทุนพัฒนาเอสเอ็มอีตามแนวประชารัฐที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19

10 พ.ย 2563

จังหวัดเชียงใหม่ : วันนี้ (10 พฤศจิกายน 2563) นายกอบชัย สังสิทธิสวัสดิ์ ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม และคณะลงพื้นที่เชียงใหม่ เยี่ยมชมสถานประกอบการที่ได้รับการสนับสนุนสินเชื่อจากกองทุนพัฒนาเอสเอ็มอีตามแนวประชารัฐ บริษัท เฮิร์บเบสิคส์ จำกัด อำเภอหางดง  จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์สกินแคร์ สมุนไพร และเครื่องหอมอะโรม่า สำหรับสปา โดยบริษัทฯ ได้รับการสนับสนุนสินเชื่อกองทุนพัฒนาเอสเอ็มอีตามแนวประชารัฐเพื่อนำไปก่อสร้างอาคารโรงงาน ซื้อเครื่องจักร และเป็นเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินธุรกิจ นอกจากนี้บริษัทฯ ยังได้เข้าร่วมโครงการพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันของเกษตรอุตสาหกรรมและขับเคลื่อนศูนย์ปฏิรูปอุตสาหกรรมเพื่อพัฒนาวิสาหกิจสู่ตลาด 4.0 (OPOAL+Mini ITC) และเข้าร่วมโครงการยกระดับการประกอบการ SME ภาคเหนือตอนบนด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล (Digital Tranformation for Upper Northern SME) ของกระทรวงอุตสาหกรรมอีกด้วย    ปัจจุบันบริษัทฯ ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 ส่งผลให้ยอดขายลดลง เนื่องจากส่วนใหญ่เป็นพึ่งพาการขายหน้าร้าน  ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม จึงได้แนะนำให้บริษัทฯ เพิ่มช่องทางการตลาด โดยเน้นการตลาดออนไลน์และขยายกลุ่มลูกค้าต่างประเทศ  เช่น ญี่ปุ่น  ตามนโยบายการพัฒนาอุตสาหกรรมไทยตามมาตรการ “ผลิตได้ ขายได้ อยู่ด้วยกันได้” เป็นหนึ่งในกลไก การขับเคลื่อนการพัฒนาอุตสาหกรรมให้มีศักยภาพ “ผลิตได้” คือ ต้องมีการใช้งานวิจัยและพัฒนา นวัตกรรม และเทคโนโลยี เพื่อเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ “ขายได้” คือ ต้องมีการตลาดที่ดีทั้งออนไลน์ (Online) และออฟไลน์ (Offline) และ“อยู่ด้วยกันได้” คือ สินค้าและบริการ ต้องมีคุณภาพและมาตรฐาน ปลอดภัย และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และแนะนำให้บริษัทฯ เข้ามาใช้แพลตฟอร์ม T-GoodTech (Thailand Good Technology) ซึ่งเป็นช่องทางการจับคู่ระหว่างธุรกิจกับธุรกิจ (Business to Business) ระหว่างวิสาหกิจไทยด้วยกันเอง และระหว่างวิสาหกิจไทยกับวิสาหกิจทั่วโลก เป็นการเพิ่มช่องทางการตลาดและทดสอบตลาดเพื่อให้เกิดการพัฒนาอย่างต่อเนื่องและสอดคล้องกับความต้องการของตลาดเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น    โดยมี นายจุลพงษ์ ทวีศรี รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม นายภาสกร ชัยรัตน์ นายเจตนิพิฐ รอดภัย รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม นางสาวนารถนารีย์ รัฐปัตย์ กรรมการผู้จัดการธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย นายพิชิต มิทราวงศ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย นายบุญอุ้ม วงศ์บุตร อุตสาหกรรมจังหวัดเชียงใหม่ ร่วมลงพื้นที่ และมีนางดร เกษรสมบัติ กรรมการบริษัทฯ ให้การต้อนรับ    

อ่านต่อ...


ปลัดฯ กอบชัย เป็นประธานมอบนโยบายให้แก่อุตสาหกรรมจังหวัด

10 พ.ย 2563

  วันนี้ (10 พฤศจิกายน 2563) นายกอบชัย สังสิทธิสวัสดิ์ ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นประธานมอบนโยบายให้แก่อุตสาหกรรมจังหวัด พร้อมด้วย นางวรวรรณ ชิตอรุณ รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม นายสุระ เพชรพิรุณ ผู้ตรวจราชการกระทรวงอุตสาหกรรม โดยมี อุตสาหกรรมจังหวัดที่ได้รับการแต่งตั้งใหม่ เข้าร่วม ณ ห้องประชุมชุณหะวัณ​ ชั้น​ 3 อาคารสำนักงานปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม   ปลัดฯ ได้กล่าวมอบนโยบายแก่อุตสาหกรรมจังหวัดว่า ให้เตรียมพร้อมด้านแผนการปฏิบัติและแผนการใช้จ่ายงบประมาณให้เป็นไปตามเป้าหมายที่กระทรวงฯ ได้กำหนดไว้ พร้อมทั้งให้เตรียมจัดทำคำของบประมาณ ประจำปี 2565 ให้สอดคล้องกับแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ โดยเน้นแผนพัฒนาพื้นที่ระดับภาค และระดับจังหวัด นอกจากนี้ ได้มอบหมายให้ อสจ. ประชาสัมพันธ์กองทุนสินเชื่อต่าง ๆ เพื่อให้ผู้ประกอบการในพื้นที่ได้เข้าถึงการช่วยเหลือ รวมทั้งให้ อสจ. ดำเนินงานเพื่อให้ตอบสนองต่อตัวชี้วัดของกระทรวงฯ ด้วย  

อ่านต่อ...


รองปลัดฯ ภานุวัฒน์ เป็นประธานพิธีเปิดโครงการวินสะอาด โดย ฮอนด้า (Green Win by Honda)

10 พ.ย 2563

วันนี้ (9 พฤศจิกายน 2563)  นายภานุวัฒน์ ตริยางกูรศรี รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นประธานพิธีเปิดงานโครงการวินสะอาด โดย ฮอนด้า (Green Win by Honda) โดยมี นายชิเกโตะ คิมุระ ประธานกรรมการบริหาร ดร.อารักษ์ พรประภา รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท เอ.พี. ฮอนด้า จำกัด ให้การต้อนรับ พร้อมด้วย ผู้แทนจากกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน ผู้แทนจากสำนักงานขนส่งกรุงเทพมหานคร ผู้แทนจากสำนักการขนส่งผู้โดยสาร ผู้แทนจากภาคเอกชน  ให้การต้อนรับ ณ โรงแรม ฮอลิเดย์ อินน์ กรุงเทพ ฯ สุขุมวิท    สำหรับการจัดงานในครั้งนี้เป็นการร่วมมือกันระหว่างภาครัฐและเอกชนเพื่อตอบรับตามนโยบายของภาครัฐที่ให้ความสำคัญเกี่ยวกับยานยนต์พลังไฟฟ้า เพื่อพัฒนาการศึกษารูปแบบในการใช้งานรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าในชีวิตจริง เริ่มจากการร่วมมือกับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี สร้าง Ecosystem เต็มระบบที่มีทั้งตัวรถ Honda PCX Electric ตัวสถานี Swapping Station สำหรับสับเปลี่ยนแบตเตอรี่ ซึ่งร่วมพัฒนากับทาง HAUP บริษัท Startup ผู้นำด้าน Shared Mobility ที่ช่วยให้การใช้งานเป็นไปอย่างสะดวก ง่าย เพียงลงทะเบียนในระบบ เพื่อยืนยันตัวตนเมื่อต้องการสับเปลี่ยนแบตเตอรี่ และในงานนี้ได้เปิดตัววินรถจักรยานยนต์ ต้นแบบ โดยเริ่มใช้งานที่บริเวณถนนสุขุมวิทเป็นที่แรกและจะขยายการบริการให้ครอบคุมในอีกหลายๆพื้นที่ในอนาคตต่อไป  

อ่านต่อ...


รมว.สุริยะ เป็นประธานสักขีพยาน MOU โครงการจัดการพลังงานในนิคมอุตสาหกรรมด้วยระบบดิจิทัลและการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ (Smart Energy)

09 พ.ย 2563

วันนี้ (9 พ.ย. 63) นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นประธานสักขีพยานในพิธีลงนามบันทึกความร่วมมือโครงการจัดการพลังงานในนิคมอุตสาหกรรมด้วยระบบดิจิทัลและการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ (Smart Energy) ในนิคมอุตสาหกรรม ระหว่าง การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อประโยชน์ด้านการผลิตพลังงานสะอาดและการบริหารจัดการพลังงานภายในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมของ กนอ. ซึ่งดำเนินงานแบบบูรณาการร่วมกัน ด้วยการใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมมาปรับใช้ ทั้งในด้านการบริหารจัดการและการพัฒนาเทคโนโลยี โดยนางสาวสมจิณณ์ พิลึก ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และนายสมพงษ์ ปรีเปรม ผู้ว่าการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เป็นผู้ลงนามในบันทึกความร่วมมือดังกล่าว และมีนายกฤชนนท์ อัยยปัญญา เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ร่วมเป็นเกียรติ ณ การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สำนักงานใหญ่    

อ่านต่อ...


การประชุมคณะกรรมการจัดงาน Outlet ของขวัญเพื่อประชาชน “มหกรรมสินค้าราคาโรงงาน” ครั้งที่ 1/2564

09 พ.ย 2563

วันนี้ (9 พฤศจิกายน 2563) นายกอบชัย สังสิทธิสวัสดิ์ ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม  เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการจัดงาน Outlet ของขวัญเพื่อประชาชน “มหกรรมสินค้าราคาโรงงาน” ครั้งที่ 1/2564 เพื่อช่วยเหลือสถานประกอบการและผู้ประกอบการให้สามารถจำหน่ายสินค้าได้ และประชาชนสามารถหาซื้อสินค้าที่จำเป็นในราคาโรงงาน สินค้าดี มีคุณภาพ และได้มาตรฐาน อันเป็นการช่วยเหลือไม่ให้ประชาชนรับภาระจากค่าครองชีพที่สูงขึ้น ซึ่งกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 22 – 25 ธันวาคม 2563 บริเวณโดยรอบกระทรวงอุตสาหกรรม โดยมีนายสหวัฒน์ โสภา ผู้ช่วยปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม และผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงอุตสาหกรรม ร่วมประชุม ณ ห้องประชุมชุณหะวัณ ชั้น 3 อาคารสำนักงานปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม    

อ่านต่อ...


“สุริยะ”ปลื้มเปิดเขตประกอบการฯ เกษตร-ชีวภาพแห่งแรกของเอเชีย มูลค่าลงทุน 20,000 ล้านบาท จ้างงานใหม่ 8,000 อัตรา สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจกว่า 100,000 ล้านบาท ปักหมุดสู่เทคโนโลยีนวัตกรรมขั้นสูง

09 พ.ย 2563

นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า โครงการเขตประกอบการอุตสาหกรรมไทยอีสเทิร์นเป็น Bio-Circular Green Complex แห่งแรกของเอเชีย ภายในประกอบด้วยโรงงาน เกษตรแปรรูปปาล์มน้ำมัน ยางพารา และพลังงานทดแทน พร้อมอุตสาหกรรมต่อเนื่อง เช่น โรงงานผลิตเยื่อกระดาษจากทะลายปาล์ม ซึ่งกระทรวงอุตสาหกรรมได้ประกาศตั้งให้เป็นเขตประกอบการอุตสาหกรรมลำดับที่ 26 ของประเทศ เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2563 ถือเป็นความสำเร็จที่ภาคเอกชนและภาครัฐร่วมกันผลักดันเพื่อตอบสนองนโยบายรัฐบาลหลายด้าน คือ 1. การลงทุนในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) 2. การพัฒนาอุตสาหกรรมเป้าหมาย (S-Curve) สาขาเกษตรและเทคโนโลยีชีวภาพ 3. การเชื่อมโยงภาคเกษตรกรรมกับภาคอุตสาหกรรม และ 4. เป็นระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) เต็มรูปแบบ “ไทยเป็นผู้นำด้านผลผลิตทางการเกษตรหลายชนิดด้วยความหลากหลายทางชีวภาพ ซึ่งโครงการ เขตประกอบการอุตสาหกรรมไทยอีสเทิร์นจะช่วยส่งเสริมให้เกษตรกรพัฒนาผลผลิตที่มีคุณภาพเพื่อป้อนสู่อุตสาหกรรมเกษตรชีวภาพและเป็นตัวอย่างที่ดีของการต่อยอดอุตสาหกรรมเกษตรแปรรูปไปสู่อุตสาหกรรมเกษตรชีวภาพที่มีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น ตลอดจนเป็นโครงการเขตประกอบการอุตสาหกรรม S-Curve สาขาเกษตรชีวภาพขนาดใหญ่ลำดับแรกของประเทศ ซึ่งมีการลงทุนใหม่กว่า 20,000 ล้านบาท เกิดจ้างแรงงานในพื้นที่กว่า 8,000 อัตราภายใน 3 ปี และสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจกว่า 100,000 ล้านบาทต่อปี รวมทั้งสร้างรายได้ที่มั่นคงให้กับเกษตรกรในพื้นที่โดยรอบเขตประกอบการอุตสาหกรรมกว่า 2.5 ล้านไร่” นายสุริยะกล่าว   นายสมชาย โกกนุทาภรณ์ ประธานกลุ่มบริษัทไทยอีสเทิร์น กล่าวว่า “บริษัท ไทยอีสเทิร์น อินดัสเตรียล แลนด์ จำกัด ผู้พัฒนาโครงการเขตประกอบการอุตสาหกรรมไทยอีสเทิร์น ภายใต้การออกแบบและพัฒนาระบบ การบริหารจัดการทรัพยากรภายในอย่างเกื้อกูลกัน (Symbiosis) สามารถเกิดการแลกเปลี่ยนด้านพลังงาน วัตถุดิบ วัสดุเหลือใช้ และกิจกรรมต่างๆ ร่วมกันอย่างเหมาะสม (Sharing Economy) ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด (Optimized) นำมาซึ่งอุตสาหกรรมที่ปราศจากของเสีย (Zero Waste) และปราศจากมลภาวะตลอดทั้งกระบวนการ (Zero Discharge) สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มแก่กระบวนการผลิต และลดต้นทุนได้อย่างเป็นรูปธรรม (Transform Zero Waste to Waste to Value) ผสานกับการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาประยุกต์ใช้” โครงการเขตประกอบการอุตสาหกรรมไทยอีสเทิร์น ตั้งอยู่บนถนนสาย 344 ต.เขาซก อ.หนองใหญ่ จ.ชลบุรี บนเส้นทางยุทธศาสตร์การเกษตรของภาคตะวันออก มีพื้นที่โครงการกว่า 725 ไร่ แบ่งโซนออกเป็น พื้นที่อุตสาหกรรมกว่า 510 ไร่ และพื้นที่พาณิชยกรรม พื้นที่สาธารณูปโภค พื้นที่สีเขียวกว่า 215 ไร่ สอดคล้องตามแนวทางการสนับสนุนส่งเสริมการพัฒนาพื้นที่อุตสาหกรรมอย่างยั่งยืน ซึ่งโครงการสามารถรองรับพืชเศรษฐกิจต่างๆ เช่น ยางพารา ปาล์มน้ำมัน พืชพลังงาน อาหาร ผลไม้ พืชสมุนไพร และวัตถุดิบอื่นๆ ทางชีวภาพ ทำให้เกิดการเชื่อมโยงอุตสาหกรรมแปรรูปทางการเกษตรทั้งระบบในภาคตะวันออก ภาคกลาง ภาคอีสาน ภาคเหนือ และภาคใต้ตอนบน เป็นศูนย์กลางของการสร้างบุคลากรเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อรองรับการขยายตัวในภาคอุตสาหกรรมเกษตรชีวภาพขั้นปลาย ในอนาคต และเป็นศูนย์กลางบูรณาการด้านเกษตรชีวการแพทย์ระดับ Bio Medical Hub (ผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์ ยา เครื่องสำอาง อาหารจากเกษตรชีวภาพ) ซึ่งมีมูลค่าเพิ่มสูงอยู่ระดับบนของห่วงโซ่การผลิตในอนาคต   โดยมีหน่วยงานภาครัฐร่วมกันบูรณาการผลักดันขับเคลื่อน โครงการเขตประกอบการอุตสาหกรรม ทั้งกรมโรงงานอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน และจังหวัดชลบุรี  

อ่านต่อ...


Page 3 of 346