ข่าวประชาสัมพันธ์กระทรวงอุตสาหกรรม

ปลัดฯ กอบชัย เป็นประธานเปิดงานสัมมนาวิชาการระดับชาติ Green Scrap Metal Thailand 2020

30 ต.ค 2563

วันนี้ (30 ตุลาคม 2563) นายกอบชัย สังสิทธิสวัสดิ์ ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นประธานเปิดงานสัมมนาวิชาการระดับชาติ Green Scrap Metal Thailand 2020 ภายใต้โครงการ Greening the Scrap Metal Value Chain through Promotion of BAT/BEP to Reduce U-POPs Releases from Recycling Facilities พร้อมด้วย นายจุลพงษ์ ทวีศรี นายภานุวัฒน์ ตริยางกูรศรี รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม นายสมพล โนดไธสง นายนิรันดร์ ยิ่งมหิศรานนท์ และผู้บริหารกระทรวงอุตสาหกรรม เข้าร่วม โดยมี นายวิษณุ ทับเที่ยง อธิบดีกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ Mr. Stein R. Hansen ผู้อำนวยการสำนักงานภูมิภาคและผู้แทนถาวร UNIDO ประจำประเทศไทย ให้การต้อนรับ ณ โรงแรม ปทุมวัน ปริ๊นเซส กรุงเทพฯ   สำหรับงานสัมมนาดังกล่าว มีวัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่ผลงานดำเนินงานโครงการในด้านต่าง ๆ ได้แก่ การสำรวจข้อมูลของอุตสาหกรรมรีไซเคิลเศษโลหะ เพื่อกำหนดนโยบายการจัดการเศษโลหะอย่างยั่งยืน การนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยและแนวทางด้านเทคนิคที่ดีที่สุดไปใช้เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม การสร้างเครือข่ายห่วงโซ่อุปทานในอุตสาหกรรมรีไซเคิลเศษโลหะ รวมถึงการสร้างความตระหนักเกี่ยวกับ U-POPs และ BAT/BEP ทั้งนี้ได้มีพิธีลงนามในสัญญาการสนับสนุนการลงทุนเพื่อปรับปรุงกระบวนการผลิตให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ระหว่าง UNIDO และผู้ประกอบการในภาคอุตสาหกรรม  

อ่านต่อ...


การประชุมผู้บริหารระดับสูงของสำนักงานปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม

30 ต.ค 2563

วันนี้ (30 ตุลาคม 2563) เวลา 10.00น. นางวรวรรณ ชิตอรุณ รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นประธานการประชุมผู้บริหารระดับสูงของสำนักงานปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม โดยมีผู้บริหารหน่วยงานเข้าร่วมประชุมฯ ณ ห้อง อก.1 ชั้น 2 สำนักงานปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม   โดยที่ประชุมฯ ได้มีการรายงานผลการดำเนินงานในปีงบประมาณ 2563 ในด้านต่างๆ อาทิ ผลการใช้จ่ายเงินงบประมาณ ประจำปี 2563 รายงานผลการจัดซื้อจัดจ้าง รวมถึงแผนการปฏิบัติงานและแผนการใช้จ่ายเงินประจำปีงบประมาณ 2564  #prindustry  

อ่านต่อ...


กระทรวงอุตสาหกรรมร่วมกระตุ้นเศรษฐกิจจ้างแรงงาน ในระบบอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทราย ช่วงฤดูการผลิตปี 2563/2564 กว่า 30,000 อัตรา

30 ต.ค 2563

กระทรวงอุตสาหกรรม ขานรับนโยบายของภาครัฐเตรียมกระตุ้นเศรษฐกิจจ้างแรงงานในระบบอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทราย ในฤดูการผลิตปี 2563/2564 กว่า 30,000 อัตรา สร้างรายได้ กว่า 900 ล้านบาท หวังช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย    นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า กระทรวงอุตสาหกรรมพร้อมเร่งเดินหน้าการลงทุนในภาคอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทราย เพื่อให้เกิดการจ้างแรงงาน ในประเทศอย่างต่อเนื่อง โดยในฤดูการผลิตปี 2563/2564 ได้เตรียมงบประมาณเพื่อจ้างลูกจ้างชั่วคราวในช่วงของการหีบอ้อยทั่วประเทศ จำนวน 1,342 อัตรา เป็นเงิน จำนวน 83,360,800 บาท จากเงิน กองทุนอ้อยและน้ำตาลทราย ถือเป็นการนำเงินจากกองทุนฯ มากระตุ้นเศรษฐกิจ พร้อมทั้งสร้างรายได้ให้แก่ประชากรในชุมชนท้องถิ่น ซึ่งการจ้างลูกจ้างชั่วคราวในการดำเนินการในช่วงของการ  หีบอ้อยนั้น สำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย ได้ดำเนินการจ้างแรงงานมาอย่างต่อเนื่องในทุกฤดูการหีบอ้อย ทำให้ประชาชนในพื้นที่มีรายได้นำไปพัฒนาคุณภาพชีวิต สร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชนท้องถิ่น    “ทั้งนี้ นอกจากในส่วนของภาครัฐที่มีการจ้างแรงงานชั่วคราวในระบบอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทราย ช่วงของการหีบอ้อย ในฤดูการผลิตปี 2563/2564 ที่คาดว่าจะเปิดหีบในช่วงเดือนธันวาคมแล้วนั้น ทางโรงงานน้ำตาลทั่วประเทศรวม 57 แห่ง ก็ได้เตรียมแผนการจ้างงานเพื่อเข้ามาทำงานในช่วงของการหีบอ้อย โดยคาดว่าแต่ละโรงงานจะมีการจ้างแรงงานชั่วคราวกว่า 500 อัตรา รวมการจ้างแรงงานชั่วคราวทั่วประเทศในโรงงานน้ำตาลกว่า 29,000 อัตรา สร้างรายได้ให้แก่ชุมชนกว่า 800 ล้านบาท ตอบสนองนโยบายของภาครัฐในการกระตุ้นเศรษฐกิจ”นายสุริยะ กล่าว.    

อ่านต่อ...


การประชุมตรวจสอบติดตามและประเมินผลโครงการของหน่วยงานในสังกัด กระทรวงอุตสาหกรรม ประจำปีงบประมาณ 2563

29 ต.ค 2563

วันนี้ (29 ตุลาคม 2563) เวลา 9.00 น. นายกอบชัย สังสิทธิสวัสดิ์ ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นประธานการประชุมการตรวจสอบติดตามและประเมินผลภาคราชการ ประจำกระทรวงอุตสาหกรรม (ค.ต.ป. อก.) โดยมี คณะกรรมการตรวจสอบและประเมินผลประจำกระทรวงอุตสาหกรรม ให้ข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะในการตรวจสอบติดตามและประเมินผลโครงการของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงอุตสาหกรรม มีนางวรวรรณ ชิตอรุณ รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม นายสมพล โนดไธสง ผู้ตรวจราชการกระทรวงอุตสาหกรรม นายณัฐพล รังสิตพล อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ผู้บริหารกระทรวงอุตสาหกรรม และเจ้าหน้าที่กระทรวงอุตสาหกรรมเข้าร่วมด้วย ณ ห้องประชุม อก.1 ชั้น 2 อาคารสำนักงานปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม    

อ่านต่อ...


อก. เผย MPI เดือน ก.ย. ขยายตัวจากเดือนก่อนร้อยละ 3.25 ส่งสัญญาณ ศก.ภาคอุตฯ ฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง พร้อมใช้โอกาสที่ไทยควบคุมโรคได้ดีดึงดูดนักลงทุน

29 ต.ค 2563

กระทรวงอุตสาหกรรม (อก.) เผย ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (MPI) เดือนกันยายน 2563 ขยายตัวร้อยละ 3.25 เมื่อเทียบกับเดือนก่อน ขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 5 อีกทั้งอัตราการใช้กำลังการผลิตเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 5 เช่นกัน โดยอยู่ที่ระดับ 63.07 สะท้อนให้เห็นว่าภาคอุตสาหกรรมได้ปรับตัวเพิ่มขึ้นใกล้กับระดับในช่วงก่อนหน้าสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 แต่จากสถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัส  โควิด-19 ระลอกที่สองในต่างประเทศ ทำให้เศรษฐกิจไทยจำเป็นต้องหันมาให้ความสำคัญการบริโภคภายในประเทศและใช้จุดเด่นในการควบคุมโรคเพื่อดึงดูดการลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมาย (S-Curve) นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม (อก.) เปิดเผยว่า กระทรวงอุตสาหกรรมได้มอบหมายให้สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) จัดทำดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (MPI) โดยดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (MPI) เดือนกันยายน 2563 ขยายตัวเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนที่ร้อยละ 3.25 โดยขยายตัวติดต่อกันเป็นเดือนที่ 5 รวมถึงอัตราการใช้กำลังการผลิตเดือนกันยายนขยายตัวเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับเดือนก่อนอยู่ที่ระดับ 63.07 จากเดิมที่ระดับ 60.86 ส่งผลให้ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมในไตรมาสที่ 3 ปี 2563 อยู่ที่ระดับ 91.22 ขยายตัวเพิ่มขึ้นจากไตรมาสที่ 2 ที่ร้อยละ 13.73 สะท้อนให้เห็นว่าภาคอุตสาหกรรมได้ปรับตัวเพิ่มขึ้นใกล้กับระดับในช่วงก่อนหน้าสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 โดยเฉพาะการขยายตัวเพิ่มขึ้นในอุตสาหกรรมสินค้าอุปโภคและบริโภค เช่น อุตสาหกรรมอาหาร (ไม่รวมน้ำตาล) หลายตัวยังคงขยายตัวดี เช่นเดียวกันกับอุตสาหกรรมยารักษาโรคที่ขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 8 ติดต่อกัน "ประเทศไทยสามารถควบคุมการแพร่ระบาดได้ดี ภาคการผลิตอุตสาหกรรมกลับมาฟื้นตัวอยู่ในระดับใกล้เคียงก่อนเกิดสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 ในขณะที่ต่างประเทศยังคงน่ากังวลอันเนื่องจากการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 รอบที่สองโดยเฉพาะในโซนยุโรป ประเทศไทยจึงจำเป็นต้องหันมาให้ความสำคัญกับการบริโภคภายในประเทศมากขึ้น โดยภาครัฐได้เตรียมดำเนินนโยบายกระตุ้นการบริโภคภายประเทศผ่านโครงการคนละครึ่ง โครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และโครงการช้อปดีมีคืนเพื่อสร้างการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจในประเทศในช่วงสิ้นปี ซึ่งคาดว่าจะส่งผลให้เศรษฐกิจในช่วงไตรมาสที่ 4 ขยายตัวเพิ่มขึ้น ในขณะที่การออกวีซ่าพิเศษให้นักท่องเที่ยวต่างชาติจะเป็นการดึงให้นักลงทุนสามารถเข้ามายังประเทศไทยได้ นับเป็นโอกาสที่ประเทศไทยมีจุดเด่นทั้งทางด้านสาธารณสุขและโครงสร้างพื้นฐานในเขตเศรษฐกิจพิเศษดึงดูดให้เกิดการลงทุนในภาคอุตสาหกรรม โดยเฉพาะการลงทุนในกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมาย (S-Curve) ซึ่งจะเป็นกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจเพื่ออนาคตและสามารถตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคได้ทั่วโลก” นายสุริยะ กล่าว นายทองชัย ชวลิตพิเชฐ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) กล่าวว่า แนวโน้มเศรษฐกิจภาคอุตสาหกรรมไทยค่อย ๆ ฟื้นตัวหลังจากที่ภาครัฐมีการคลายล็อกกิจกรรมทางเศรษฐกิจเกือบทั้งหมดให้สามารถกลับมาเปิดดำเนินการได้ ส่งผลให้อัตราการใช้กำลังการผลิตเดือนกันยายนขยายตัวเพิ่มขึ้นอยู่ที่ระดับ 63.07 สอดคล้องกันกับการส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมที่ทยอยฟื้นตัว อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ต่างประเทศยังคงประสบปัญหาในการควบคุมการแพร่ระบาดอยู่ อันส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจการค้าระหว่างประเทศ ดังนั้นภาคอุตสาหกรรมจำเป็นต้องให้ความสำคัญกับการบริโภคภายในประเทศ ประกอบกับใช้จุดเด่นที่ประเทศไทยสามารถควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ได้ดีเพื่อดึงดูดนักลงทุนต่างประเทศในการยกระดับอุตสาหกรรมเป้าหมาย (S-Curve) เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศและเพิ่มมูลค่าให้แก่สินค้าไทย นายทองชัย กล่าวต่อว่า อุตสาหกรรมหลักที่มีการขยายตัวเพิ่มขึ้น ส่วนใหญ่เป็นอุตสาหกรรมอุปโภคบริโภคเป็นหลัก อาทิ อุตสาหกรรมอาหาร (ไม่รวมน้ำตาล) ขยายตัวเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 2.40 อุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ขยายตัวเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 5.50 หลังรัฐบาลออกมาตรการดูแลและเยียวยาผลกระทบจากสถานการณ์ โควิด-19 ทั้งมาตรการด้านการเงินและการคลังเพื่อช่วยเหลือประชาชนทั่วไปและผู้ประกอบการ  ในขณะที่สินค้าอุตสาหกรรมหลักๆ ได้เริ่มฟื้นกลับมาโดยเพิ่มกำลังการผลิตอีกครั้ง เช่น อุตสาหกรรมรถยนต์ได้เพิ่มกำลังการผลิตในเดือนกันยายนมาอยู่ที่ระดับ 76.98 จากระดับ 59.81 ในเดือนก่อน โดยมีความต้องการเพิ่มขึ้นจากทั้งตลาดในประเทศที่ขยายตัวเพิ่มขึ้นจากเดือนสิงหาคมที่ร้อยละ 13.10 และตลาดส่งออกขยายตัวร้อยละ 11.40 โดยอุตสาหกรรมหลักที่ยังคงขยายตัวดีในเดือนกันยายน ได้แก่ เภสัชภัณฑ์ เคมีภัณฑ์ที่ใช้รักษาโรค ขยายตัวเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 30.20 เนื่องจากในปีก่อนได้มีการหยุดผลิตเพื่อย้ายโรงงาน ประกอบกับได้รับคำสั่งซื้อเพิ่มขึ้นจากตลาดในประเทศและต่างประเทศ เครื่องใช้ในครัวเรือน ขยายตัวเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 34.07 จากผลิตภัณฑ์ตู้เย็นและเครื่องซักผ้า โดยตู้เย็น มีความต้องการเพิ่มขึ้นทั้งตลาดในประเทศและต่างประเทศ ประกอบกับได้มีผู้ประกอบการย้ายฐานการผลิตมาจากประเทศจีนตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2563 ในขณะที่เครื่องซักผ้าได้มีการเปิดช่องทางการตลาดใหม่ ทำให้มีคำสั่งซื้อจากตลาดในประเทศเพิ่มขึ้น รวมถึงการส่งออกเพิ่มขึ้น ไปยังประเทศมาเลเซียและญี่ปุ่น แปรรูปและถนอมผลไม้และผัก ขยายตัวเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 27.03 จากผลิตภัณฑ์สับปะรดกระป๋อง ผลไม้กระป๋อง และข้าวโพดหวานเป็นหลัก เนื่องจากปีนี้มีการปลูกสับปะรดในหลายพื้นที่ทำให้ยังมีผลผลิตในการเก็บเกี่ยวนอกฤดูกาล รวมถึงการขยายพื้นที่เพาะปลูกของข้าวโพดของเกษตรกร เฟอร์นิเจอร์ ขยายตัวเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 13.13 จากผลิตภัณฑ์เครื่องเรือนทำด้วยไม้และที่นอน เนื่องจากผู้ผลิตได้เร่งผลิตให้ทันส่งมอบตามคำสั่งซื้อจากสหรัฐฯ และญี่ปุ่น ที่มีความต้องการเพิ่มขึ้นจากการกักตัวอยู่บ้านในช่วงการระบาดขแงไวรัสโควิด-19 ในขณะที่สินค้าที่นอนได้มีการเพิ่มช่องทางจำหน่ายออนไลน์ อาหารสัตว์สำเร็จรูป ขยายตัวเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 6.18 จากผลิตภัณฑ์อาหารสัตว์เลี้ยงสำเร็จรูปและอาหารปลา เนื่องจากความต้องการมีการเติบโตขึ้นต่อเนื่องในตลาดต่างประเทศ ประกอบกับในปีก่อนเกิดภาวะภัยแล้งทำให้มีการเลี้ยงปลาน้อยกว่าในปีนี้  

อ่านต่อ...


ก.อุตฯ ยกระดับสำนักงานทั่วประเทศ สู่ 4.0 รับชำระค่าธรรมเนียมโรงงาน ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ เพิ่มช่องทางผ่านเคาน์เตอร์เซอร์วิสและธนาคารอีกกว่า 15 แห่ง ต้นปี 2564

29 ต.ค 2563

กระทรวงอุตสาหกรรม ยกระดับสู่หน่วยราชการ 4.0 เพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการ สู่องค์กรดิจิทัล เดินหน้าให้บริการชำระค่าธรรมเนียมรายปีโรงงานผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์เต็มรูปแบบ พร้อมเตรียมเพิ่ม ช่องทางการชำระเงินผ่านเคาน์เตอร์เซอร์วิส และธนาคารรัฐและธนาคารพาณิชย์อื่น ๆ รวมกว่า 15 ธนาคาร เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชนและผู้ประกอบการ พร้อมเข้าสู่สังคมไร้เงินสดอย่างมีประสิทธิภาพ   นายกอบชัย สังสิทธิสวัสดิ์ ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า กระทรวงอุตสาหกรรมพร้อมก้าวเข้าสู่การเป็นองค์กรดิจิทัลอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อให้บริการประชาชนและผู้ประกอบการได้อย่างสะดวกรวดเร็ว โดยการชำระค่าธรรมเนียมรายปีโรงงาน ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ (D-Payment หรือ Digital Payment) ผู้ประกอบกิจการโรงงานจะได้รับใบแจ้งการชำระค่าธรรมเนียมรายปีจากสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัด และสามารถนำไปชำระผ่านช่องทางของธนาคารกรุงไทย ทั้งเคาน์เตอร์ธนาคาร ตู้ ATM และ Mobile Banking และภายในต้นปี 2564 จะเพิ่มช่องทางการชำระเงินผ่านเคาน์เตอร์เซอร์วิส และธนาคารพาณิชย์อื่น ๆ อาทิ ธนาคารไทยพาณิชย์ ธนาคารกสิกรไทย ธนาคารออมสิน ธนาคารกรุงเทพ และธนาคารอื่นๆ รวมกว่า 15 ธนาคาร เพื่อเพิ่มช่องทางให้ประชาชนเข้าถึงได้ง่ายขึ้น รวมถึงการชำระค่าใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน (ร.ง.4) ด้วย ซึ่งเมื่อชำระเงินแล้วจะได้รับใบเสร็จอิเล็กทรอนิกส์ทันที ผ่านระบบการรับชำระเงินกลางของบริการภาครัฐ (e-Payment Portal of Government) ของกรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง ซึ่งข้อดีของการชำระผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์นั้น จะช่วยลดภาระด้านเอกสารในการทำธุรกรรมทางการเงิน ลดความยุ่งยากในการชำระเงินสด และสามารถตรวจสอบผลการชำระเงินจากระบบของของธนาคารได้ทันที ทั้งนี้ หากผู้ประกอบการไม่สะดวกที่จะชำระผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ ก็สามารถชำระผ่านสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดทุกจังหวัดตามเดิมได้   “การยกระดับการบริการผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ในการชำระค่าธรรมเนียมรายปีโรงงานและใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน (ร.ง.4) มาสู่รูปแบบการบริการผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ (D-Payment) จะช่วยอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนและผู้ประกอบการ ลดความเสี่ยงต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการใช้  เงินสด ทั้งนี้ในยุค New Normal สังคมไร้เงินสด จะยิ่งกลับมามีบทบาทมากยิ่งขึ้น และกระทรวงอุตสาหกรรมมุ่งหวังว่า จะขับเคลื่อนการทำงาน สู่องค์กรดิจิทัลได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อยกระดับการพัฒนาคุณภาพมาตรฐานของการให้บริการ เพิ่มประสิทธิภาพและศักยภาพของเศรษฐกิจในการแข่งขันระหว่างประเทศ สามารถผลักดันให้เศรษฐกิจของประเทศเติบโตอย่างรวดเร็วด้วย ทั้งนี้ในส่วนของกรมโรงงานอุตสาหกรรมก็ได้เปิดให้ชำระค่าธรรมเนียมโรงงานผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์มาระยะหนึ่งแล้ว ซึ่งได้รับผลตอบรับที่ดีจากผู้ประกอบการ” นายกอบชัยกล่าว  

อ่านต่อ...


ปลัดฯกอบชัย เป็นประธานร่วมในการประชุมคณะกรรมการอำนวยการเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจภาคอุตสาหกรรม ครั้งที่ 6-2/2

29 ต.ค 2563

นายกอบชัย สังสิทธิสวัสดิ์ ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม และนายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เป็นประธานร่วมในการประชุมคณะกรรมการอำนวยการเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจภาคอุตสาหกรรม ครั้งที่ 6-2/2 เพื่อเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนในการพัฒนาและยกระดับภาคอุตสาหกรรม โดยมี นางวรวรรณ ชิตอรุณ นายจุลพงษ์ ทวีศรี นายภานุวัตน์ ตริยางกูรศรี รองปลัดกรทรวงอุตสาหกรรม และผู้บริหารกระทรวงอุตสาหกรรม เข้าร่วมการประชุมด้วย    ทั้งนี้ ภายหลังการประชุมฯ ได้มีการลงนามบันทึกความเข้าใจเรื่องความร่วมมือด้านการมาตรฐานระหว่างสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม และสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยเพื่อขับเคลื่อนงานด้านมาตรฐานภาคอุตสาหกรรม พร้อมยกระดับสินค้าให้เป็นที่ยอมรับทั้งในระดับประเทศและต่างประเทศด้วย  ณ ห้องประชุม Passion สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย  

อ่านต่อ...


การประชุมคณะกรรมการสวัสดิการสำนักงานปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ครั้งที่ 5/2563

28 ต.ค 2563

วันนี้ (28 พฤศจิกายน 2563) นายกอบชัย สังสิทธิสวัสดิ์ ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการสวัสดิการสำนักงานปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ครั้งที่ 5/2563 ซึ่งที่ประชุมรับทราบรายงานสถานการณ์เงินกองทุนสวัสดิการสำนักงานปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม และร่วมกันพิจารณาแผนการจัดกิจกรรมในช่วงปีงบประมาณ 2564 และการใช้พื้นที่อาคารราชพัสดุเพื่อจัดสวัสดิการในเชิงธุรกิจ โดยมีนางวรวรรณ ชิตอรุณ รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม นายสหวัฒน์ โสภา ผู้ช่วยปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ร่วมประชุม ณ ห้องประชุม อก. 2 ชั้น 2 อาคารสำนักงานปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม    

อ่านต่อ...


การประชุมคณะอนุกรรมการบริหารร้านค้าสวัสดิการ สำนักงานปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ครั้งที่ 4/2563

28 ต.ค 2563

วันนี้ (28 ตุลาคม 2563) นายสหวัฒน์ โสภา ผู้ช่วยปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการบริหารร้านค้าสวัสดิการ สำนักงานปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ครั้งที่ 4/2563  เพื่อรับทราบรายงานผลการดำเนินงาน และพิจารณาแนวทางการบริหารจัดการร้านค้าสวัสดิการ สำนักงานปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม พื้นที่อาคารสโมสรกระทรวงอุตสาหกรรม (อาคารนารายณ์) ชั้น 1 โดยมีนางสาวสุนีย์ โสภณ ผู้อำนวยการกองบริหารทรัพยากรบุคคล นางรวีวรรณ อุตรนคร ผู้อำนวยการกองกลาง นายสมชัย เอมบำรุง ผู้อำนวยกองกฎหมาย สำนักงานปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุม อก.2 ชั้น 3 อาคารสำนักงานปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม    

อ่านต่อ...


ปลัดฯ กอบชัย เป็นประธานการประชุมเตรียมความพร้อมการประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ (ครม.สัญจร) 3 / 2563

27 ต.ค 2563

วันนี้ (27 ตุลาคม 2563) นายกอบชัย สังสิทธิสวัสดิ์ ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นประธานการประชุมเตรียมความพร้อมการประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ (ครม.สัญจร)  3 / 2563 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 2 - 3 พฤศจิกายน 2563 ณ จังหวัดภูเก็ต โดยมีนางวรวรรณ ชิตอรุณ นายจุลพงษ์ ทวีศรี  รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม และคณะผู้บริหารกระทรวงอุตสาหกรรม เข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุม อก.1 สำนักงานปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม  

อ่านต่อ...


Page 6 of 347