ข่าวประชาสัมพันธ์กระทรวงอุตสาหกรรม

ปลัดฯ กอบชัย ลงพื้นที่ขอนแก่น เยี่ยมชมการดำเนินงานโรงงานต้นแบบแบตเตอรี่ลิเทียมไอออน และโรงงานต้นแบบเกษตรและอาหาร เน้นนำงานวิจัยสู่การผลิตเชิงพาณิชย์ ตามแนวทาง"ตลาดและนวัตกรรม นำอุตสาหกรรมไทย"

19 ก.ย 2563

จังหวัดขอนแก่น : วันนี้ (19 กันยายน 2563) เวลา 08.30 น. นายกอบชัย สังสิทธิสวัสดิ์ ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม และคณะลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานและเยี่ยมชมโรงงานต้นแบบแบตเตอรี่ลิเทียมไอออนและโรงงานต้นแบบเกษตรและอาหาร (Food Pilot Plant) โดยมี นางวรวรรณ ชิตอรุณ นายจุลพงษ์ ทวีศรี รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม นายสมพล โนดไธสง ผู้ตรวจราชการกระทรวงอุตสาหกรรม นายเอกภัทร วังสุวรรณ เลขาธิการคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย นายสหวัฒน์ โสภา ผู้ช่วยปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม คณะกรรมการตรวจสอบและประเมินผลภาคราชการกระทรวงอุตสาหกรรม ผู้บริหารกระทรวงอุตสาหกรรม ร่วมลงพื้นที่ โดยมีรองศาสตราจารย์ชาญชัย พานทองวิริยะกุล อธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่น ให้การต้อนรับ ณ อาคารอำนวยการอุทยานวิทยาศาสตร์ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มหาวิทยาลัยขอนแก่น    สำหรับโรงงานต้นแบบแบตเตอรี่ชนิดลิเทียมไอออน ตั้งอยู่ในบริเวณอุทยานวิทยาศาสตร์ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เป็นโรงงานต้นแบบการผลิตนาโนซิลิกอนจากแกลบและเถ้าแกลบเพื่อใช้ในขั่วแบตเตอรี่ลิเทียมไอออน สามารถกักเก็บพลังงานได้มากกว่าคาร์บอนถึง 12 เท่า ซึ่งมีขนาดเล็กน้ำหนักเบา สามารถกักเก็บพลังงานได้สูงที่สุด เมื่อเทียบกับแบตเตอรี่ประจุไฟอื่นๆ นอกจากนี้ ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม และคณะได้เยี่ยมชมโรงงานต้นแบบแปรรูปผลผลิตทางการเกษตรและผลิตภัณฑ์อาหาร (Food Pilot Plant)    ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ยังได้กล่าวถึง นโยบายการพัฒนาอุตสาหกรรมไทยตามมาตรการ “ผลิตได้ ขายได้ อยู่ด้วยกันได้” เป็นหนึ่งในกลไก การขับเคลื่อนการพัฒนาอุตสาหกรรมให้มีศักยภาพ มาจากความสำคัญของ 3 คำ คือ “ผลิตได้” คือ ต้องมีการใช้งานวิจัยและพัฒนา นวัตกรรม และเทคโนโลยี เพื่อเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ “ขายได้” คือ ต้องมีการตลาดที่ดีทั้งออนไลน์ (Online) และออฟไลน์ (Offline) และ“อยู่ด้วยกันได้” คือ สินค้าและบริการ ต้องมีคุณภาพและมาตรฐาน ปลอดภัย และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อให้ผู้บริหาร และอุตสาหกรรมในพื้นที่ นำไปเป็นแนวทางและปรับใช้ในการดำเนินงานต่อไป   #industryprmoi #ปลัดกอบชัย #ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม #กระทรวงอุตสาหกรรม #สำนักงานปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม #ตลาดและนวัตกรรมนำอุตสาหกรรมไทย    

อ่านต่อ...



สมอ. ล้อมคอก “เครื่องฉีดน้ำแรงดันสูง” ต้องเป็นสินค้าควบคุม หลังไฟรั่ว ดูดคนตาย

18 ก.ย 2563

“สุริยะ” กำชับ สมอ. เร่งประกาศให้  “เครื่องฉีดน้ำแรงดันสูง” ต้องเป็นสินค้าควบคุม หลังมีข่าวเกิดไฟฟ้ารั่ว ดูดคนตาย เตือนประชาชนเลือกใช้สินค้าดี มีมาตรฐาน มิฉะนั้น อาจเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิตได้   นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ได้กำชับให้ สมอ. เร่งดำเนินการประกาศให้ “เครื่องฉีดน้ำแรงดันสูง” ต้องเป็นสินค้าควบคุม หลังจากมีผู้ใช้สินค้าดังกล่าวถูกไฟดูดถึงแก่ความตายเมื่อต้นเดือนสิงหาคม 2563 ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวเป็นไปตามนโยบายของกระทรวงอุตสาหกรรม เพื่อคุ้มครองผู้บริโภคให้ปลอดภัยจากการใช้สินค้า โดยใช้มาตรฐานเป็นเครื่องมือในการปกป้องคุ้มครองผู้บริโภคภายในประเทศ จึงสั่งให้ สมอ. กำหนดเป็นสินค้าควบคุม ซึ่งจะเป็นผลให้ผู้ทำ และผู้นำเข้าสินค้าดังกล่าว จะต้องขออนุญาตจาก สมอ. เพื่อดำเนินการตรวจสอบคุณภาพและความปลอดภัยของสินค้าก่อน หากไม่เป็นไปตามมาตรฐานจะไม่สามารถนำมาจำหน่ายในท้องตลาดได้    นายวันชัย พนมชัย เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม กล่าวเพิ่มเติมว่า “เดิม สมอ. มีมาตรฐานเครื่องฉีดน้ำแรงดันสูงอยู่แล้ว ซึ่งได้ประกาศใช้มาตั้งแต่ปี 2552 แต่เป็นมาตรฐานภาคสมัครใจ   ไม่ได้มีการควบคุมการนำเข้าสินค้าดังกล่าวแต่อย่างใด แต่มาระยะหลังมีผู้ใช้สินค้าถูกไฟดูดถึงแก่ความตาย สมอ. จึงได้ทบทวนมาตรฐานให้มีความทันสมัย ให้สอดคล้องกับเทคโนโลยีการผลิตในปัจจุบัน และเร่งผลักดันให้สินค้าดังกล่าวเป็นสินค้าควบคุม โดยบอร์ด สมอ. ได้เห็นชอบร่างมาตรฐานเมื่อวันที่ 15 กันยายน 2563 ที่ผ่านมา ซึ่งคาดว่าจะมีผลบังคับใช้ภายในสิ้นปีนี้”     มาตรฐานเครื่องฉีดน้ำแรงดันสูง หรือ เครื่องทำความสะอาดใช้ความดันสูง มอก. 60335 เล่ม 2 (79) -2563 เป็นมาตรฐานที่จัดทำขึ้นโดยอ้างอิงมาตรฐานระหว่างประเทศ หรือมาตรฐาน IEC ซึ่งเป็นมาตรฐานที่สากลยอมรับ ครอบคลุมถึงเครื่องฉีดน้ำที่มีแรงดันน้ำระหว่าง 25-350 บาร์ และเครื่องทำความสะอาดใช้ไอน้ำที่มีความจุน้ำไม่เกิน 100 ลิตร และมีแรงดันน้ำไม่เกิน 25 บาร์ โดยเครื่องทำความสะอาดทั้ง 2 ชนิด จะมีการควบคุมด้านความปลอดภัยในการใช้งานในด้านต่างๆ อาทิ การป้องกันกระแสไฟฟ้ารั่ว การเดินสายไฟภายใน ความต้านทานต่อความชื้น การเข้าถึงส่วนมีไฟฟ้า เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดกระแสไฟฟ้ารั่วขณะใช้งาน ความทนทาน ความต้านทานต่อความร้อนและไฟไหม้ และความต้านทานต่อการเป็นสนิม เป็นต้น   “ในระหว่างที่กฎหมายยังไม่มีผลบังคับใช้ ขอฝากเตือนไปยังประชาชนให้เลือกใช้สินค้าด้วยความระมัดระวัง โดยเฉพาะสินค้าเกรดต่ำจากประเทศเพื่อนบ้าน หากเป็นสินค้าไม่ได้มาตรฐานอาจเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิตดังเช่นที่เป็นข่าวได้” เลขาธิการ สมอ. กล่าวทิ้งท้าย ---- 17 กันยายน 2563 ----

อ่านต่อ...


ก.อุตฯ รุก! ร่วมหารือ ม.เกษตร ผลักดันอุตสาหกรรมพืชกัญชง

17 ก.ย 2563

เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2563 นายจุลพงษ์ ทวีศรี รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม พร้อมด้วยนายสุชาติ ไตรแสงรุจิระ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ร่วมหารือผลักดันอุตสาหกรรมพืชกัญชงกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เพื่อ แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ทักษะ แนวทางดำเนินงาน และแผนการดำเนินโครงการ ได้แก่ การเพาะปลูก โดยพัฒนาสายพันธุ์ของพืชกัญชงให้มีลักษณะลำต้นที่เตี้ยและอายุที่สั้นลง ห้องปฏิบัติการในการทดลอง ทดสอบมาตรฐาน และนักวิจัยกว่า 300 คน ที่พร้อมผลักดันพัฒนาผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ รวมทั้งแผนการปรับปรุงและขอใบอนุญาตครอบครอง การจัดทำมาตรฐาน KU Standard ก่อนยกร่างในระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมต่อไป   สำหรับกระทรวงอุตสาหกรรม สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมได้จัดทำมาตรฐานเบื้องต้น จำนวนทั้งสิ้น 5 มาตรฐาน ได้แก่ มาตรฐาน CBD มาตรฐานน้ำมันกัญชง มาตรฐานน้ำมันเมล็ดกัญชง มาตรฐานแกนกัญชง และมาตรฐานเปลือกกัญชง โดยคาดว่าแผนการพัฒนานวัตกรรมจากพืชกัญชงในปี 2565 จะจัดตั้งศูนย์ให้บริการแบบครบวงจรนำร่องที่ จ.ลำปาง เป็นแห่งแรก นอกจากนี้การหารือครั้งนี้ ทั้งสองหน่วยงานมีความเห็นร่วมกันผลักดันอุตสาหกรรมพืชกัญชง โดยจะจัดทำ MOU ร่วมกัน ระหว่างกรมส่งเสริมอุตสาหกรรมและมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ต่อไป  

อ่านต่อ...


ก.อุตฯ รุก! ร่วมหารือ ม.เกษตร ผลักดันอุตสาหกรรมพืชกัญชง

17 ก.ย 2563

เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2563 นายจุลพงษ์ ทวีศรี รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม พร้อมด้วยนายสุชาติ ไตรแสงรุจิระ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ร่วมหารือผลักดันอุตสาหกรรมพืชกัญชงกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เพื่อ แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ทักษะ แนวทางดำเนินงาน และแผนการดำเนินโครงการ ได้แก่ การเพาะปลูก โดยพัฒนาสายพันธุ์ของพืชกัญชงให้มีลักษณะลำต้นที่เตี้ยและอายุที่สั้นลง ห้องปฏิบัติการในการทดลอง ทดสอบมาตรฐาน และนักวิจัยกว่า 300 คน ที่พร้อมผลักดันพัฒนาผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ รวมทั้งแผนการปรับปรุงและขอใบอนุญาตครอบครอง การจัดทำมาตรฐาน KU Standard ก่อนยกร่างในระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมต่อไป   สำหรับกระทรวงอุตสาหกรรม สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมได้จัดทำมาตรฐานเบื้องต้น จำนวนทั้งสิ้น 5 มาตรฐาน ได้แก่ มาตรฐาน CBD มาตรฐานน้ำมันกัญชง มาตรฐานน้ำมันเมล็ดกัญชง มาตรฐานแกนกัญชง และมาตรฐานเปลือกกัญชง โดยคาดว่าแผนการพัฒนานวัตกรรมจากพืชกัญชงในปี 2565 จะจัดตั้งศูนย์ให้บริการแบบครบวงจรนำร่องที่ จ.ลำปาง เป็นแห่งแรก นอกจากนี้การหารือครั้งนี้ ทั้งสองหน่วยงานมีความเห็นร่วมกันผลักดันอุตสาหกรรมพืชกัญชง โดยจะจัดทำ MOU ร่วมกัน ระหว่างกรมส่งเสริมอุตสาหกรรมและมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ต่อไป    

อ่านต่อ...


ปลัดฯ กอบชัย เป็นประธานการประชุม การขับเคลื่อนการให้บริการประชาชนผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ของรัฐ

15 ก.ย 2563

วันนี้ (15 กันยายน 2563) นายกอบชัย สังสิทธิสวัสดิ์ ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นประธานการประชุม การขับเคลื่อนการให้บริการประชาชนผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-Service) ของรัฐ โดยมี นางวรวรรณ ชิตอรุณ รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม นายสหวัฒน์ โสภา ผู้ช่วยปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม และคณะผู้บริหารกระทรวงอุตสาหกรรม เข้าร่วม ณ ห้องประชุมชุณหะวัณ สำนักงานปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม   สำหรับการประชุมดังกล่าว เป็นแผนการบริหารเพื่อเตรียมความพร้อมต่อสภาวะวิกฤติ โดยมุ่งเน้นการนำระบบบริการอิเล็กทรอนิกส์ (e-Service) รวมทั้งเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในการบริหารงานและให้บริการประชาชน ทั้งนี้ การพัฒนาระบบราชการจำเป็นต้องเร่งรัดปรับเปลี่ยนการทำงานของภาครัฐ ให้มีความพร้อมเพื่อตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงในอนาคต    

อ่านต่อ...


ก.อุตฯ ปลื้ม งานตลาดนัด SME ยอดซื้อเกินเป้า ขายกว่า 30 ล้านบาท ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจประเทศ

14 ก.ย 2563

กระทรวงอุตสาหกรรม สรุปผลการจัดงาน ตลาดนัด SME “เราช่วยไทย ไทยช่วยกัน” สร้างยอดขายกว่า 30 ล้านบาท เพิ่มโอกาส สร้างรายได้พร้อมต่อยอดธุรกิจของผู้ประกอบการ ที่นำสินค้าและบริการ มาเสนอในงาน นายกอบชัย สังสิทธิสวัสดิ์ ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ในฐานะประธานกรรมการบริหารกองทุนพัฒนาเอสเอ็มอีตามแนวประชารัฐ เปิดเผยว่า “งานตลาดนัด SME เราช่วยไทย ไทยช่วยกัน  ซึ่งจัดโดยกระทรวงอุตสาหกรรมในช่วงวันที่ 4 - 6 กันยายน 2563 ที่ผ่านมา ได้ผลตอบรับเกินความคาดหมาย โดยมีประชาชนเข้าร่วมงานกว่า 4 หมื่นคน และจากการสำรวจข้อมูลเบื้องต้น พบว่า ผู้ประกอบการกว่า 600 ราย ที่นำสินค้าและบริการมาจำหน่าย สามารถทำยอดขายโดยรวมมากกว่า 30 ล้านบาท โดยเฉพาะในหมวด    ของอาหาร เกษตรแปรรูป สินค้าแฟชั่นจำพวกสิ่งทอ เสื้อผ้า รวมถึงบริการท่องเที่ยว คิดเป็นสัดส่วนกว่า ร้อยละ 70 ของยอดขายทั้งหมดในงาน นอกจากนี้ ผู้เข้าร่วมงานมีความพึงพอใจโดยรวมอยู่ในระดับสูงมากถึงร้อยละ 86 โดยเฉพาะในด้านคุณภาพของสินค้าและบริการ รวมถึงกิจกรรมต่างๆ ที่นำเสนอในงาน ซึ่งตลอดทั้ง 3 วัน ได้มีกิจกรรมที่เน้นเพิ่มความรู้ด้านการตลาดในยุค New Normal การปรับตัวของธุรกิจและกรณีศึกษาเกี่ยวกับแนวทางการดำเนินธุรกิจอย่างไรให้ประสบความสำเร็จในสถานการณ์ปัจจุบัน โดยได้รับความสนใจจากผู้เข้าร่วมงานเป็นจำนวนมาก”    “แม้ว่าตลาดนัด SME จะเป็นงานในระดับเล็ก แต่สิ่งสำคัญคือการที่ประชาชนได้ออกมาจับจ่ายใช้สอย อุดหนุนสินค้าและบริการของไทย ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ และการเพิ่มโอกาสในการต่อยอดธุรกิจของผู้ประกอบการที่นำสินค้าและบริการมาเสนอในงาน โดย SME และวิสาหกิจชุมชนต้องเรียนรู้ความต้องการผู้บริโภคที่เป็นกลุ่มเป้าหมาย และทำการปรับปรุงคุณภาพ มาตรฐาน รวมถึงรูปแบบสินค้าใหม่ ๆ ให้เป็นที่ต้องการของตลาด ทั้งนี้ กระทรวงอุตสาหกรรม ยังคงเร่งให้ความช่วยเหลือสนับสนุน SME และวิสาหกิจชุมชนในการพัฒนาธุรกิจอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สามารถปรับตัวเข้าถึงแหล่งทุน และตลาดทั้งในรูปแบบ Offline และ Online ได้อย่างมีประสิทธิภาพต่อไป” ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าว ------------------------------------------------- 14 ก.ย. 63

อ่านต่อ...


สุริยะเร่งพัฒนา “อุตสาหกรรม 4.0” ยกระดับการผลิตอุตฯ ไทย ตอบสนองการบริโภคยุค New Normal

14 ก.ย 2563

กระทรวงอุตสาหกรรม (อก.) เผยภาคอุตสาหกรรมไทยจำเป็นต้องยกระดับเข้าสู่อุตสาหกรรม 4.0 ให้เร็วขึ้นกว่าเดิม เพื่อตอบสนองต่อพฤติกรรมการบริโภคเปลี่ยนแปลงไปหลังผู้บริโภคปรับตัวสู่ชีวิตวิถีใหม่ New Normal ให้ทัน ชี้เป็นโอกาสดึงนักลงทุนที่ต้องการย้ายฐานการผลิตหลังไทยสามารถควบคุมโควิด-19 ได้ดี    นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า กระทรวงอุตสาหกรรมได้เตรียมแผนการดำเนินงานเพื่อยกระดับอุตสาหกรรมไทยเข้าสู่อุตสาหกรรม 4.0 ให้เร็วขึ้นจากเดิม โดยเฉพาะอุตสาหกรรมเป้าหมาย (S-Curve) ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมที่สามารถตอบสนองต่อความต้องการยุคใหม่ที่เกิดขึ้นทั้งในปัจจุบันและอนาคต โดยภาคอุตสาหกรรมจะเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศไทยหลังแนวโน้มภาคอุตสาหกรรมในช่วงครึ่งปีหลังฟื้นตัว อุตสาหกรรมหลักโดยเฉพาะอุตสาหกรรมอาหารและการแพทย์จะยังคงขยายตัวต่อเนื่องตามความต้องการสินค้าที่เพิ่มขึ้นทั่วโลก เกิดการลงทุนและการจ้างงานเพิ่มขึ้น ในขณะที่อุตสาหกรรมหลักอื่นจะค่อย ๆ ฟื้นตัวตามการผ่อนคลายมาตรการและการใช้จ่ายภายในประเทศที่ดีขึ้น เช่น อุตสาหกรรมชิ้นส่วนและยานยนต์ อุตสาหกรรม Hard disk drive อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ เป็นต้น แต่อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ในต่างประเทศยังคงน่าเป็นห่วง พฤติกรรมการบริโภคทั่วโลกมีความเปลี่ยนแปลงจากเดิม มีการบริโภคสินค้าคงทนที่ลดลงตามสถานการณ์ทางเศรษฐกิจที่ไม่แน่นอน ในขณะที่การบริโภคสินค้าอุปโภคบริโภคกลับเพิ่มขึ้นเนื่องจากเป็นสินค้าที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต ภาคอุตสาหกรรมจึงจำเป็นต้องยกระดับเข้าสู่อุตสาหกรรม 4.0 เพื่อตอบสนองต่อพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงนี้ให้ทัน และใช้โอกาสจากวิกฤตในครั้งนี้ดึงนักลงทุนต่างชาติเข้ามาสร้างฐานการผลิตในไทย   “สถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 เป็นตัวเร่งให้การใช้เทคโนโลยีดิจิทัลถูกนำมาใช้ประกอบการทำงานและชีวิตประจำวัน ผู้บริโภคจำเป็นต้องปรับตัวสู่ชีวิตวิถีใหม่ New Normal ส่งผลให้พฤติกรรมการบริโภคเปลี่ยนแปลงเร็วกว่าที่คาด ภาคอุตสาหกรรมจำเป็นต้องยกระดับให้สามารถตอบสนองต่อพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงนี้ให้ทัน และต้องเตรียมความพร้อมสำหรับอนาคตต่อไป ด้วยเหตุนี้ ภาคอุตสาหกรรมไทยจึงจำเป็นต้องยกระดับเข้าสู่อุตสาหกรรม 4.0 ให้เร็วขึ้นกว่าเดิม มุ่งใช้เทคโนโลยีเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน สร้างนวัตกรรมที่ตอบสนองต่อความต้องการและสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ผลิตภัณฑ์ โดยเฉพาะในสถานการณ์ต่างประเทศที่นักลงทุนต้องการย้ายฐานการผลิตเพื่อกระจายความเสี่ยง จึงจำเป็นต้องเร่งจัดทำมาตรการส่งเสริมการลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมายต่าง ๆ ที่ประเทศไทยมีศักยภาพ และเตรียมความพร้อมให้แก่แรงงานเพื่อรองรับการทำงานในยุคอุตสาหกรรม 4.0” นายสุริยะ กล่าวปิดท้าย   นายทองชัย ชวลิตพิเชฐ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.)  กล่าวว่า การยกระดับอุตสาหกรรมเข้าสู่อุตสาหกรรม 4.0 จะเป็นการนำเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาช่วยในการทำงานผ่านการเชื่อมโยงเครือข่ายอัจฉริยะ พร้อมนำข้อมูลการทำงานไปวิเคราะห์และประมวลผลสู่การทำงานที่มีประสิทธิภาพสูงสุด ช่วยทำให้อุตสาหกรรมการผลิตทำงานได้รวดเร็ว ยืดหยุ่น และสามารถผลิตสินค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น เพิ่มศักยภาพให้อุตสาหกรรมไทยสามารถแข่งขันกับประเทศอื่นได้ ประกอบกับสถานการณ์ต่างประเทศที่มีการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ในฐานการผลิตสำคัญ รวมทั้งสถานการณ์สงครามการค้า ส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ภาคอุตสาหกรรมทั่วโลกต้องชะงักลง อุตสาหกรรมบางประเภทขาดชิ้นส่วนการผลิต เกิดปัญหาทางด้านการขนส่งสินค้าและวัตถุดิบ ทำให้ผู้ประกอบการหลายรายเริ่มทบทวนแผนการผลิตใหม่และมีความต้องการย้ายฐานการผลิตออกเพื่อกระจายความเสี่ยง นับเป็นโอกาสของประเทศไทยที่จะดึงดูดผู้ให้ประกอบการเข้ามาลงทุน โดยที่ประเทศไทยมีจุดแข็งทางด้านของแรงงานที่มีฝีมือและมีการควบคุมโรคระบาดไวรัสโควิด-19 ที่ดี สอดรับกับนโยบายของกระทรวงอุตสาหกรรมที่มุ่งพัฒนาฝีมือแรงงานเพื่อรองรับอุตสาหกรรมเป้าหมายให้สามารถรองรับอุตสาหกรรมที่จะย้ายเข้ามาใหม่ได้ รวมถึงการพัฒนาเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก EEC การเตรียมความพร้อมในสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานและสิ่งอำนวยความสะดวกที่สามารถรองรับการย้ายฐานการผลิตของนักลงทุนต่างชาติได้ทันที ทั้งนี้ กระทรวงอุตสาหกรรมได้มอบหมายให้ สศอ. เร่งจัดทำมาตรการส่งเสริมการลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมายอื่น ๆ ต่อไป โดยเฉพาะอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะและอุตสาหกรรมอุปกรณ์ทางการแพทย์  

อ่านต่อ...


ปลัดกอบชัยฯ เปิดการสัมมนา“การพัฒนาศักยภาพในการปฏิบัติงานของบุคลากร” ภาคเหนือเน้นนำแนวคิด "ตลาดและนวัตกรรม นำอุตสาหกรรมไทย" ไปใช้ในการปฏิบัติงาน

12 ก.ย 2563

จังหวัดเชียงใหม่ : วันนี้ (12 กันยายน 63) เวลา 11.00 น. นายกอบชัย สังสิทธิสวัสดิ์ ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นประธานเปิดการสัมมนาเชิงปฏิบัติการ เรื่อง “การพัฒนาศักยภาพในการปฏิบัติงานของบุคลากร สปอ.” พร้อมทั้งมอบนโยบายการดำเนินงานให้แก่บุคลากรสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัด ในคณะกรรมการส่งเสริมการดำเนินงานการพัฒนาประสิทธิภาพองค์กร กลุ่มที่ 6 พื้นที่ภาคเหนือ เน้นส่งเสริมพัฒนาและยกระดับอุตสาหกรรม ภายใต้แนวคิด "ตลาดและนวัตกรรม นำอุตสาหกรรมไทย" มี นางวรวรรณ ชิตอรุณ นายจุลพงษ์ ทวีศรี รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม นายบรรจง สุกรีฑา ผู้ตรวจราชการกระทรวงอุตสาหกรรม และนายสหวัฒน์ โสภา ผู้ช่วยปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เข้าร่วมด้วย ณ โรงแรมวินทรี ซิตี้ รีสอร์ท  การสัมมนาเชิงปฏิบัติการ เรื่อง “การพัฒนาศักยภาพในการปฏิบัติงานของบุคลากร สปอ.” เป็นกิจกรรมที่สำนักงานปลัดกระทรวงอุตสาหกรรมจัดขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาบุคลากรทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาคของสำนักงานปลัดกระทรวงอุตสาหกรรมให้มีความพร้อมในการปรับเปลี่ยนเข้าสู่ระบบราชการ 4.0 เพื่อรองรับการขับเคลื่อนประเทศไทย 4.0  #กระทรวงอุตสาหกรรม #พัฒนาศักยภาพในการปฏิบัติงานของบุคลากร #ตลาดและนวัตกรรมนำอุตสาหกรรมไทย #prindustry

อ่านต่อ...


ปลัดกอบชัยฯ และคณะลงพื้นที่เชียงใหม่เยี่ยมชมให้กำลังใจผู้ประกอบการผู้ผลิตชา กาแฟ อาหารเสริมจากพืชสมุนไพรออร์แกนิค ต้นแบบสถานประกอบการที่นำผลการวิจัยสู่การผลิตเชิงพาณิชย์

12 ก.ย 2563

จังหวัดเชียงใหม่ : วันนี้ (12 กันยายน 2563) เวลา 9.00 น. นายกอบชัย สังสิทธิสวัสดิ์ ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม พร้อมด้วย นางวรวรรณ ชิตอรุณ นายจุลพงษ์ ทวีศรี รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม นายบรรจง สุกรีฑา ผู้ตรวจราชการกระทรวงอุตสาหกรรม นายสหวัฒน์ โสภา ผู้ช่วยปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม และคณะผู้บริหารกระทรวงอุตสาหกรรม ลงพื้นที่เยี่ยมชมบริษัท นราห์อินดัสตรี จำกัด อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ ผู้ผลิตชา กาแฟ อาหารเสริมจากพืชสมุนไพรออร์แกนิค 100% และจำหน่ายวัตถุดิบ รวมถึงคิดค้นและพัฒนาสูตรตำรับเฉพาะตามความต้องการของลูกค้า ภายใต้แนวคิด“อาหารที่ดีที่สุด ต้องมาจากธรรมชาติ” มีการดำเนินธุรกิจในรูปแบบ Original Equipment Manufacturer หรือ OEM โดยมี นายธีรพงศ์ เธียรพัฒนพล CEO&FOUNDER บริษัท นราห์อินดัสตรี จำกัด ให้การต้อนรับและนำเยี่ยมชมโรงงานฯ    ทั้งนี้ บริษัท นราห์ อินดัสตรี จำกัด ได้รับสินเชื่อกองทุนพัฒนาเอสเอ็มอีตามแนวประชารัฐ วงเงิน 10 ล้านบาท เพื่อซื้ออาคารโรงงานพร้อมที่ดิน (จากเดิมเช่าโรงงานเพื่อทำการผลิต) และเข้าร่วมโครงการยกระดับการประกอบการ SME ภาคเหนือตอนบนด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล ของกองทุนเอสเอ็มอีตามแนวประชารัฐ    ซึ่งจากการระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 นั้น บริษัทฯ ไม่ได้รับผลกระทบจากคำสั่งซื้อของลูกค้าแต่กลับมียอดคำสั่งซื้อเพิ่มขึ้นจากปกติอีกด้วย #กระทรวงอุตสาหกรรม #กองทุนเอสเอ็มอีตามแนวประชารัฐ #พืชสมุนไพรออร์แกนิค #prindustry

อ่านต่อ...


Page 1 of 341