ข่าวประชาสัมพันธ์กระทรวงอุตสาหกรรม

รองปลัดวรวรรณฯ เป็นประธานการประชุมการติดตามการดำเนินงานของสถาบันเครือข่ายของกระทรวงอุตสาหกรรม ประจำปี 2563

23 เม.ย 2563

วันนี้ (23 เมษายน 2563) นางวรวรรณ ชิตอรุณ รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นประธานการประชุมการติดตามการดำเนินงานของสถาบันเครือข่ายของกระทรวงอุตสาหกรรม ประจำปี 2563 โดยมี นายนฤบดินทร์ วุฒิวรรณ ผู้อำนวยการกองยุทธศาสตร์และแผนงาน นางรวีวรรณ อุตรนคร ผู้อำนวยการกองกลาง นางพรทิพย์ จันทา นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการพิเศษ ผู้แทนผู้อำนวยการกองตรวจราชการ พร้อมผู้แทนจากสถาบันอาหาร สถาบันเพิ่มผลผลิตแห่งชาติ และสถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ เข้าร่วม ณ ห้องประชุมชุณหะวัณ ชั้น 3 สำนักงานปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม

อ่านต่อ...


สมอ. ขานรับนโยบายรัฐบาล ชงมาตรฐานเครื่องฟอกอากาศกรองฝุ่น PM 2.5 เข้าที่ประชุมบอร์ด มีมติเห็นชอบแล้ววานนี้

23 เม.ย 2563

สมอ. ชงมาตรฐานเครื่องฟอกอากาศ ประสิทธิภาพการกรองฝุ่น PM 2.5 เข้าที่ประชุมบอร์ด มีมติเห็นชอบแล้ววานนี้ คาดจะประกาศใช้ได้ภายในเดือนมิถุนายน 2563    นายวันชัย พนมชัย เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม เปิดเผยภายหลังการประชุมบอร์ด สมอ. วานนี้ (วันที่ 21 เมษายน 2563) ว่า บอร์ด สมอ. ขานรับนโยบายรัฐบาลในการแก้ปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 โดยเห็นชอบมาตรฐานออกมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งมาตรฐานหน้ากากสำหรับใช้เพื่อป้องกันฝุ่นละอองในอากาศ ได้แก่ มอก. 2382-2551 อุปกรณ์ปกป้องทางเดินหายใจ : ชนิดกรองอนุภาคดูดซับก๊าซและไอในขณะเดียวกัน มอก. 2424-2562 หน้ากากอนามัยใช้ครั้งเดียว และ มอก. 2480-2562 หน้ากากใช้ครั้งเดียว ชนิด N 95 ลดความเสี่ยงการติดเชื้อทางการแพทย์  รวมทั้ง มาตรฐานเพื่อควบคุมปริมาณสารมลพิษจากยานยนต์ ทั้งรถจักรยานยนต์ รถยนต์ขนาดเล็ก และรถยนต์ขนาดใหญ่ เช่น รถบรรทุก และรถบัส ระดับยูโร 4 ยูโร 5 และยูโร 6 ล่าสุดเห็นชอบมาตรฐานเครื่องฟอกอากาศ เฉพาะด้านประสิทธิภาพการลด PM 2.5 มอก. 3061-25xx แล้ววานนี้ ตามที่ สมอ. เสนอ คาดว่าจะประกาศใช้ได้ภายในเดือนมิถุนายน 2563 นี้   มาตรฐานเครื่องฟอกอากาศฉบับนี้ ครอบคลุมเฉพาะการใช้ในที่อยู่อาศัย เช่น บ้านเรือน อาคาร สำนักงาน และร้านค้า เป็นต้น เพื่อกำจัดฝุ่น PM 2.5 โดยเฉพาะ มีแรงดันไฟฟ้าไม่เกิน 250 โวลต์ แบ่งตามลักษณะการทำงาน 3 แบบ คือ แบบที่มีแผ่นกรองอากาศ แบบไอออน และแบบผสมที่มีทั้งแผ่นกรองอากาศและไอออนอยู่ร่วมกัน  โดยเครื่องฟอกอากาศจะต้องมีประสิทธิภาพในการดักจับฝุ่น และสามารถลดฝุ่น PM 2.5  ในอากาศได้ไม่น้อยกว่า 70% ก่อนที่จะปล่อยอากาศบริสุทธิ์ออกมา ทั้งนี้ เพื่อให้ได้ประสิทธิผลในการใช้งานที่ดียิ่งขึ้น ควรเลือกเครื่องฟอกอากาศให้เหมาะสมกับขนาดพื้นที่ของห้องด้วย   เลขาธิการ สมอ. กล่าวเพิ่มเติมว่า “สมอ. ได้เร่งรัดดำเนินการเกี่ยวกับมาตรฐานที่มีส่วนในการแก้ไขและป้องกันฝุ่น PM 2.5 อย่างต่อเนื่อง ตามนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ และนโยบายรัฐบาล เพื่อมิให้ประชาชนได้รับผลกระทบต่อกรณีปัญหาดังกล่าว”

อ่านต่อ...


ก.อุตฯ นัดถกภาครัฐ ภาคเอกชนเร่งหาข้อสรุปจัดมาตรการเยียวยา เสริมสภาพคล่องหลังกระทบโควิด -19

22 เม.ย 2563

วันนี้ (22 เมษายน 2563) นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นัดหารือร่วมภาครัฐ ภาคเอกชน อาทิ กระทรวงการคลัง กระทรวงพลังงาน สภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย หอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย ธนาคารแห่งประเทศไทย ธนาคารออมสิน และเอสเอ็มอีแบงค์ เร่งหาข้อสรุป เตรียมเคาะมาตรการช่วยเหลือเยียวยา พร้อมเพิ่มสภาพคล่อง เน้นชะลอการจ้างงาน และร่วมแก้ปัญหาที่ตรงจุด พร้อมย้ำ Local Economy ทางออกทางเศรษฐกิจหลังรับผลกระทบ โควิด-19 นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า จากข้อสรุปในที่ประชุมซึ่งมีรองนายกรัฐมนตรีสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ เป็นประธานหารือร่วมกับภาครัฐ ภาคเอกชน เพื่อหาข้อสรุป มาตรการช่วยเหลือ เยียวยาเสริมสภาพคล่อง และชะลอการจ้างงานให้แก่เอสเอ็มอี โดยเร่งให้เกิดการดำเนินการได้อย่างเป็นรูปธรรม สรุปข้อเสนอของภาคเอกชนที่ขอให้รัฐช่วยเหลือ เยียวยา แบ่งออกเป็น 5 ส่วนสำคัญ ประกอบด้วย มาตรการทางภาษี อาทิ ให้กรมสรรพากรเร่งรัดการคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาและภาษีเงินได้นิติบุคคล ส่วนที่ชำระเกินภายใน 30 วัน ขยายเพดานค่าลดหย่อนภาษีการกุศลของนิติบุคคล และบุคคลธรรมดา ในปี 2563 มาตรการด้านการเงิน อาทิ สินเชื่อที่รัฐให้เพิ่มสภาพคล่อง ขอให้ บสย. ค้ำประกันวงเงินกู้เพิ่มเป็น 80% สถาบันการเงินปรับลดระยะเวลาพิจารณาประวัติการผิดนัดชำระหนี้ในเครดิตบูโร จาก 3 ปี เหลือ 1 ปี มาตรการด้านสาธารณูปโภค/ที่ดิน อาทิ ลดค่าจดจำนองและค่าโอนที่ดินเหลือ 0.01% เฉพาะภายในปีนี้ และพิจารณาคืนเงินประกันการใช้ไฟฟ้าให้กับธุรกิจ SMEs ที่ใช้มิเตอร์ขนาดไม่เกิน 50 แอมป์ เพื่อจะได้นำมาเป็นเงินหมุนเวียนในธุรกิจช่วงวิกฤติ มาตรการด้านประกันสังคม/กองทุน/แรงงาน อาทิ ลดเงินสมทบประกันสังคมนายจ้างจาก 4% เหลือ 1% ระยะเวลา 180 วัน ผ่อนผันการต่อใบอนุญาตแรงงานต่างชาติ (Work Permit) รวมถึงแรงงานต่างด้าวไป 6 เดือน มาตรการด้านอื่น อาทิ ให้รัฐประชาสัมพันธ์และสนับสนุนการจัดซื้อสินค้าจากผู้ผลิตในประเทศ (Made-in-Thailand) และให้เพิ่มแต้มต่อสำหรับธุรกิจ SMEs ผลักดันให้หน่วยงานภาครัฐใช้ระบบ Online ในการออกใบอนุญาตและรับชำระค่าธรรมเนียม รวมทั้งบริการอื่นๆ โดยนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ได้มอบหมายให้หน่วยงานต่างๆ ดำเนินการดังนี้ เช่น มาตรการด้านการเงิน มอบหมาย กระทรวงการคลังและธนาคารแห่งประเทศไทย ดูแลเรื่องค่าเงิน มาตรการด้านสาธารณูปโภค/ที่ดิน มอบหมายให้กระทรวงพลังงาน และกระทรวงการคลัง มาตรการด้านประกันสังคม/กองทุน/แรงงาน มอบหมายให้กระทรวงอุตสาหกรรมประสานกระทรวงแรงงาน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการอื่นๆ มาตรการด้านอื่น มอบหมายให้กระทรวงอุตสาหกรรม สภาอุตสาหกรรม สภาหอการค้าไทยร่วมกันพิจารณาอุตสาหกรรมที่ได้รับผลจากสถานการณ์โควิดโดยตรง เพื่อจะได้รับการแก้ไขได้ตรงจุด ทั้งนี้ ทางกระทรวงได้เตรียมพร้อมตอบรับนโยบายของภาครัฐในด้านผลักดันให้เป็น Local Economy โดยกระทรวงอุตสาหกรรมจะดำเนินการผลักดันด้าน อี-คอมเมิร์ซ เน้นการพึ่งพาอุตสาหกรรม และผลิตภัณฑ์ที่มาจากผลผลิตภายในประเทศ ซึ่งเชื่อว่า จะเป็นทางออกทางเศรษฐกิจของประเทศหลังจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด -19 ได้อย่างดี

อ่านต่อ...


รปอ.ภานุวัฒน์ฯ ประชุมเตรียมการรับมือมาตรการผ่อนปรนสำหรับภาคอุตสาหกรรมในช่วงสถานการณ์โควิด-19 ในไทย

18 เม.ย 2563

วันที่ 18 เมษายน 2563 – 13.30 น. นายภานุวัฒน์ ตริยางกูรศรี รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม และ นางพงษ์ศิริ วรรณศรี ผู้อำนวยการกองตรวจราชการ สำนักงานปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม เข้าร่วมประชุมเตรียมการรับมือมาตรการผ่อนปรนสำหรับทุกภาคส่วนในช่วงสถานการณ์โควิด-19 ในไทย โดยได้ให้ความเห็นในส่วนของภาคอุตสาหกรรม ณ ห้องประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. ทำเนียบรัฐบาล

อ่านต่อ...


ก.อุตฯ เผยหน้ากากผ้าล็อตแรกถึงมือประชาชนในเขตสัมพันธวงศ์ กทม. แล้ว ย้ำภายในต้นเดือนพฤษภาคม ได้รับครบทุกพื้นที่ใน กทม.

16 เม.ย 2563

16 เมษายน 2563 : นางสาวสุชาดา แทนทรัพย์ โฆษกกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ตามที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้มอบหมายให้กระทรวงอุตสาหกรรมดำเนินการผลิตหน้ากากผ้า 10 ล้านชิ้น แจกจ่ายประชาชน เพื่อบรรเทาการขาดแคลนหน้ากากอนามัยนั้น นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ได้กำชับให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องประสานงานกับผู้ประกอบการผู้ผลิตหน้ากากผ้าและไปรษณีย์ไทยอย่างใกล้ชิด เพื่อเร่งรัดในการจัดส่งหน้ากากผ้าให้ถึงมือประชาชนได้รวดเร็ว และครบถ้วนตามบัญชีทะเบียนบ้านในเขตพื้นที่ กทม. สำหรับความก้าวหน้าของหน้ากากผ้าที่รัฐบาลโดยกระทรวงอุตสาหกรรมได้สั่งผลิต เพื่อแจกจ่าย ให้กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล รวมถึงพื้นที่เสี่ยงอื่นๆ จำนวน 10 ล้านชิ้น ขณะนี้หน้ากากผ้าล็อตแรกถึงมือประชาชน ในพื้นที่เขตสัมพันธวงศ์ กทม. (รหัสไปรษณีย์ 10100) เมื่อวันที่ 15 เมษายน 2563 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ส่วนเขตอื่นๆ จะเร่งทยอยจัดส่งให้ในลำดับถัดไป คาดว่าจะทยอยจัดส่งได้ทั้งหมดภายในต้นเดือนพฤษภาคม สำหรับในพื้นที่ปริมณฑลและประชาชนกลุ่มเสี่ยงอื่น ได้แก่ จังหวัดนนทบุรี สมุทรปราการ และจังหวัดในภาคใต้ เป็นต้น รวมถึงพนักงานบริการที่มีความเสี่ยง เช่น พนักงานขนส่งมวลชน พนักงานสถานีรถไฟฟ้าและรถไฟใต้ดิน พนักงานไปรษณีย์ เจ้าหน้าที่ตำรวจ เป็นต้น จะดำเนินการจัดสรรให้ในลำดับต่อไป ทั้งนี้ไปรษณีย์ไทยได้ร่วมกับกระทรวงอุตสาหกรรม จัดทำซองไปรษณีย์ขึ้นมาพิเศษเพื่อใช้สำหรับการจัดส่งหน้ากากผ้าในระบบไปรษณีย์ด่วนพิเศษ (EMS) ตามโครงการผลิตหน้ากากผ้าเพื่อลดปัญหาการขาดแคลนหน้ากากอนามัยและป้องกันการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 (COVID-19) แก่ประชาชนของกระทรวงอุตสาหกรรมโดยเฉพาะ โดยกระทรวงฯ ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของประชาชนในช่วงการแพร่ระบาดของ โรคติดเชื้อของไวรัสโคโรน่า 2019 (โควิด-19) หน้ากากผ้าเหล่านี้จะต้องผ่านการตรวจสอบและรับรอง มาตรฐานผ้า และการตัดเย็บ พร้อมส่งตัวอย่างหน้ากากผ้าให้สถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอตรวจสอบคุณภาพทั้งก่อนและหลังการผลิต เพื่อให้มั่นใจว่าหน้ากากผ้าที่จะแจกจ่ายให้ประชาชน ได้มาตรฐานตามที่กระทรวงอุตสาหกรรมกำหนด พร้อมเน้นย้ำและดูแลในทุกๆ ขั้นตอน เพื่อให้หน้ากากผ้าสามารถผลิตและจัดส่งถึงมือประชาชนได้อย่างรวดเร็วที่สุด เพื่อประชาชนจะได้มีหน้ากากผ้าใช้กันอย่างทั่วถึง ทั้งนี้ หากประชาชนที่มีทะเบียนบ้านในพื้นที่ กทม. และยังไม่ได้รับหน้ากากผ้า สามารถตรวจสอบข้อมูลได้ที่ เว็บไซต์หน้ากากไทยต้านโควิท (www.หน้ากากไทย ต้านโควิท.com)” โฆษกกระทรวงอุตสาหกรรมกล่าว -------------------------- 16 เมษายน 2563

อ่านต่อ...


ปลัดกอบชัยฯ รับมอบหน้ากากอนามัย และเจลล้างมือ จากบริษัท ทีอาร์ ระยอง (ไทยแลนด์) จำกัด เพื่อแจกจ่ายให้กับโรงพยาบาลและประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากโควิค-19

16 เม.ย 2563

วันนี้ (16 เมษายน 2563) นายกอบชัย สังสิทธิสวัสดิ์ ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม รับมอบหน้ากากอนามัย จำนวน 1,500 ชิ้น และเจลล้างมือ จำนวน 60 ลิตร จากบริษัท ทีอาร์ ระยอง (ไทยแลนด์) จำกัด เพื่อนำไปแจกจ่ายให้กับโรงพยาบาลและประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากโควิค-19 ต่อไป ณ กระทรวงอุตสาหกรรม

อ่านต่อ...


มาตรการและแนวทางของกระทรวงอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับ ไวรัสโควิด-19

16 เม.ย 2563

ด้านมาตรการป้องกัน - สลับสับเปลี่ยนหมุนเวียนปฏิบัติงานภายในบ้านพักตนเอง (Work from Home) - ขอความร่วมมือโรงงานอุตสาหกรรมปฏิบัติตามมาตรการป้องกันและการเฝ้าระวังการระบาดของโรคโควิด 19 พร้อมให้รายงานข้อมูลการเดินทางของบุคลากรในสถานประกอบการ - จัดจุดบริการตรวจวัดอุณหภูมิและเจลล้างมือสำหรับเจ้าหน้าที่และประชาชนผู้มารับบริการ

อ่านต่อ...


มาตรการและแนวทางของกระทรวงอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับ ไวรัสโควิด-19

16 เม.ย 2563

ด้านเวชภัณฑ์ป้องกัน - จัดหาและแจกหน้ากากผ้า (หน้ากากทางเลือก) ให้กับประชาชน จำนวน 10 ล้านชิ้นในกรุงเทพฯ ปริมณฑล และพื้นที่กลุ่มเสี่ยงโดยจัดส่งทาง ปณ. ตามทะเบียนบ้าน - กำกับ ดูแล เจลแอลกอออล์และผลิตภัณฑ์ที่มีแอลกอฮอล์เป็นส่วนประกอบให้เพียงพอกับความต้องการของประชาชน เบื้องต้นได้แจกไปกว่า 5,000 ลิตร - กำกับ ดูแล โรงงานผลิตหน้ากากอนามัย (Hygienic Mask) และวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตให้เพียงพอต่อความต้องการ รวมทั้งสำรวจจากแหล่งอื่น เพื่อเพิ่มกำลังการผลิต (จากปัจจุบัน 13 โรงงาน กำลังการผลิตรวม 2.2 ล้านชิ้นต่อวัน) - ออกประกาศกำหนดคุณลักษณะผ้าที่ใช้ใน การผลิตหน้ากากทางเลือกสำหรับประชาชน - สุ่มตรวจผลิตภัณฑ์หน้ากากอนามัยประเภทผ้าหรือประเภทอื่นที่ไม่ใช่เพื่อการแพทย์ ที่ผลิตหรือนำเข้ามาจำหน่ายในประเทศ เพื่อความปลอดภัยของประชาชน

อ่านต่อ...


มาตรการและแนวทางของกระทรวงอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับ ไวรัสโควิด-19

15 เม.ย 2563

ด้านมาตรการช่วยเหลือและเยียวยา ส่งเสริมด้านการตลาดเพื่อระบายสินค้าค้างสต็อกของ SMEs/OTOP ทำตลาดการค้าออนไลน์และออฟไลน์เพิ่มมากขึ้น มาตรการด้านการเงิน- มาตรการ “พัก-ขยาย-เติม” ช่วยเหลือลูกค้า ธพว. ที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19- ให้สินเชื่อ ภายใต้โครงการสินเชื่อเพื่อยกระดับเศรษฐกิจชุมชนอัตราดอกเบี้ย เริ่มต้น 3% ต่อปี (ธพว.)- พักชำระหนี้เงินต้นลูกหนี้สินเชื่อของกองทุนพัฒนาเอสเอ็มอีตามแนวประชารัฐ สูงสุดไม่เกิน 12 เดือน (กสอ.)- พัก-ขยายการชำระหนี้ของลูกหนี้เงินทุนหมุนเวียนเพื่อการส่งเสริมอาชีพอุตสาหกรรมในครอบครัวและหัตถกรรมไทย (กสอ.)

อ่านต่อ...


ก.อุต ฯ เตรียมแจกจ่ายถุงซิปอเนกประสงค์ลดการแพร่เชื้อให้ประชาชน หลังรับมอบกว่า 1 ล้านใบ จากภาคเอกชน พร้อมแอลกอฮอล์สเปรย์ป้องกันการแพร่ระบาด

14 เม.ย 2563

กระทรวงอุตสาหกรรม รับมอบถุงซิปอเนกประสงค์ 1,002,000 ใบ แอลกอฮอล์สเปรย์ จำนวน 10,000 กระป๋อง และคู่มือรณรงค์ลดการแพร่เชื้อไวรัสโควิด 19 จากภาคเอกชน พร้อมเร่งหารือหน่วยงานร่วม เตรียมส่งต่อจัดสรรให้กับประชาชน เพื่อจัดการขยะติดเชื้อ และลดการแพร่ระบาด อย่างจริงจัง นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า กระทรวงอุตสาหกรรม รับมอบถุงซิปอเนกประสงค์ จำนวน 1,002,000 จากบริษัท คิงส์แพค อินดัสเตรียล จำกัด นำโดยนายทวี จุลศักดิ์ศรีสกุล กรรมการผู้จัดการบริษัท และมูลนิธิร่วมใจสำนึกไทย โดยพลเอกเดชา ปุญญบาล ประธานมูลนิธิร่วมใจสำนึกไทย ร่วมมอบถุงซิปอเนกประสงค์ คุณภาพดี สามารถป้องกันน้ำ ความชื้น และฝุ่นได้ ซึ่งสามารถนำไปใช้ประโยชน์สำหรับใส่ของใช้ส่วนตัวเพื่อลดความเสี่ยงในการแพร่กระจายของเชื้อไวรัสโควิด-19 (COVID-19) อาทิ ใช้ใส่หน้ากากอนามัย ใส่เจลแอลกอฮอล์ล้างมือ ใส่ธนบัตรและเหรียญ ใส่อุปกรณ์มือถือ เป็นต้น หรือสามารถใช้ใส่ทิชชู่ทิ้งระหว่างวัน หรือทิ้งหน้ากากอนามัยชนิดใช้แล้วทิ้งได้อีกด้วย โดยเฉพาะหน้ากากอนามัยที่ใช้แล้ว หากมีการเก็บอย่างไม่เหมาะสม เช่น ใส่ในกระเป๋าเสื้อผ้า หรือกระเป๋าถือ จะเหมือนเป็นการกักเชื้อโรคไว้กับตัวหรือหากโยนทิ้งอย่างไม่ระมัดระวัง ก็จะยิ่งเป็นการปล่อยเชื้อโรคไปสู่บุคคลอื่นได้ โดยไม่รู้ตัว ดังนั้น เมื่อประชาชนถอดหน้ากากอนามัยแล้ว การใส่แยกในถุงซิปอเนกประสงค์ จะช่วยลดการแพร่เชื้อได้ ซึ่งในช่วงสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา (COVID-19) มูลนิธิร่วมใจสำนึกไทยและบริษัท คิงส์แพค อินดัสเตรียล จำกัด จึงประสานความร่วมมือมายังกระทรวงอุตสาหกรรม เพื่อมอบถุงซิปอเนกประสงค์ สำหรับลดการแพร่เชื้อ จำนวน 1 ล้าน 2 พันใบ เพื่อช่วยเหลือสังคม และลดการแพร่กระจาย จากโรคไวรัสโควิด 19 พร้อมกันนี้บริษัท ฯ ยังได้ผลิตคู่มือและสื่อประชาสัมพันธ์ เพื่อรณรงค์ ลดการแพร่เชื้อไวรัสโควิด 19 ซึ่งในคู่มือจะมีการอธิบายทำความเข้าใจเกี่ยวไวรัส ฯ อย่างละเอียดและเข้าใจง่าย เกี่ยวกับวิธีการปฏิบัติตัวเพื่อให้ลดความเสี่ยงในการติดเชื้อที่ประชาชนสามารถทำได้ง่าย ๆ และเกิดความเข้าใจไปในทิศทางเดียวกัน นอกจากนี้กระทรวงอุตสาหกรรมยังได้รับมอบแอลกอฮอล์สเปรย์ จากสมาคมผู้ผลิตผลิตภัณฑ์ สเปรย์ไทย (Thai Aerosol Association) นำโดย นายมาซาโอมิ ทาคาฮาชิ มอบแอลกอฮอล์สเปรย์ เกรดพรีเมียมคุณภาพสูง ขนาด 150 มิลลิลิตร จํานวน 10,000 กระป๋อง รวมมูลค่ากว่า 1,000,000 บาท โดยสเปรย์แอลกอฮอล์เป็นส่วนหนึ่งในการใช้ป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของโรค COVID -19 เนื่องจากแอลกอฮอล์สามารถทำลายเชื้อแบคทีเรีย เชื้อรา และไวรัสบางชนิดได้ ซึ่งกระทรวงอุตสาหกรรมจะนำผลิตภัณฑ์สเปรย์แอลกอฮอล์เพื่อใช้สนับสนุนการดําเนินการของหน่วยงานภาครัฐและแจกจ่ายยังประชาชนต่อไป ในส่วนของการแจกจ่ายถุงซิปอเนกประสงค์และแอลกอฮอล์สเปรย์ กระทรวงอุตสาหกรรมจะแจกจ่ายไปยังประชาชนที่เป็นกลุ่มเสี่ยงจากการติดเชื้อไวรัสโควิด 19 จำนวน 500,000 ถุง และได้มอบหมายให้กับ การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย หรือ กนอ. จำนวน 500,000 ถุง เพื่อนำไปมอบให้กับแรงงานซึ่งทำงานอยู่ในโรงงานอุตสาหกรรม ที่ตั้งอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมทั่วประเทศ โดยปัจจุบันมีโรงงานกว่า 6,000 โรง แรงงานกว่า 500,000 คน เพื่อใช้ในการแยกขยะติดเชื้อไม่ให้ปะปนกับขยะทั่วไป ป้องกันการแพร่กระจาย เชื้อไปสู่ผู้ทำหน้าที่เก็บขยะ ก่อนที่จะนำไปทำลายตามมาตรฐานการกำจัดขยะติดเชื้อ ไม่ให้แพร่เชื้อไปสู่ชุมชน นายสุริยะ กล่าวทิ้งท้ายว่า “กระทรวงอุตสาหกรรม ขอขอบคุณภาคเอกชนที่ช่วยสนับสนุนการทำงานของกระทรวงอุตสาหกรรมในสถานการณ์ที่มีการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา (COVID-19) ในประเทศ การสนับสนุนครั้งนี้นับเป็นตัวอย่างความร่วมมือและความมีน้ำใจของคนไทย ที่ช่วยเหลือกันและกัน เพื่อช่วยให้ประเทศไทยผ่านพ้นสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไปได้ด้วยกำลังใจ ของคนไทยทุกคน”

อ่านต่อ...


Page 10 of 329