ข่าวประชาสัมพันธ์กระทรวงอุตสาหกรรม

ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรมฯ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการจัดงาน Outlet เพื่อประชาชน “มหกรรมสินค้าราคาโรงงาน” ครั้งที่ 1/2562

25 พ.ย 2562

วันนี้ (25 พฤศจิกายน 2562) เวลา 10.00 น. นายกอบชัย สังสิทธิสวัสดิ์ ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการจัดงาน Outlet เพื่อประชาชน “มหกรรมสินค้าราคาโรงงาน” ครั้งที่ 1/2562 เพื่อเป็นการช่วยเหลือและลดภาระค่าใช้จ่ายให้กับประชาชนโดยการจัดหาสินค้าคุณภาพดีมาจำหน่ายในราคาโรงงาน อันเป็นการช่วยเหลือไม่ให้ประชาชนรับภาระจากค่าครองชีพที่สูงขึ้น โดยมีนางวรวรรณ ชิตอรุณ เลขาธิการคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย รักษาราชการแทนรองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม และผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงอุตสาหกรรม เข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุมชุณหะวัณ ชั้น 3 อาคารสำนักงานปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม  

อ่านต่อ...


ปลัดกอบชัยฯ เป็นประธานสักขีพยานในการหมุนวงล้อสลากกาชาดของกระทรวงอุตสาหกรรม

24 พ.ย 2562

วันนี้ (24 พฤศจิกายน 2562) เวลา 16.00 น. นายกอบชัย สังสิทธิสวัสดิ์ ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นประธานสักขีพยานในการหมุนวงล้อสลากกาชาดของกระทรวงอุตสาหกรรม โดยมีนายวันชัย พนมชัย เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม  นายวีระกิตติ์ รันทกิจ นายธระ อัลภาชน์ รองเลขาธิการสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม นางสาวสุชาดา แทนทรัพย์ โฆษกกระทรวงอุตสาหกรรม ร่วมเป็นสักขีพยาน โดยผู้โชคดีที่ร่วมทำบุญซื้อสลากบำรุงสภากาชาดไทยของกระทรวงอุตสาหกรรม ประจำปี พ.ศ. 2562 รางวัลที่ 1 ได้แก่ 23464 ได้รับรางวัลเป็นรถยนต์ Subaru XV จำนวน 1 รางวัล และนอกจากนี้ยังมีรางวัลอื่น ๆ อีกมากมาย อาทิ รถจักรยานยนต์ ทองคำแท่ง ทองรูปพรรณ   นอกจากนี้ ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรมพร้อมคณะผู้บริหารฯ ยังร่วมมอบของรางวัลให้กับประชาชนที่มาร่วมสนุกในร้านกาชาดกระทรวงอุตสาหกรรม ซึ่งวันนี้เป็นวันสุดท้ายของการจัดงาน โดยประชาชนที่มาเที่ยวงานยังสามารถเดินเที่ยวในร้านกาชาดกระทรวงอุตสาหกรรม บริเวณบูธที่ 3.4 โซน 3 ถึงเวลา 22.00 น. #กระทรวงอุตสาหกรรม #ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม #ปลัดกอบชัย #สภากาชาดไทย #งานกาชาดปี62

อ่านต่อ...


รองปลัดฯ ภานุวัฒน์ เป็นประธานการประชุมเพื่อติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงานโครงการ ELV Project (ครั้งที่ 2) ที่เน้นการส่งเสริม อนุรักษ์พลังงานและการใช้ทรัพยากรหมุนเวียนอย่างมีประสิทธิภาพ

23 พ.ย 2562

วันที่ 22 พฤศจิกายน 2562 เวลา 09.30 น. นายภานุวัฒน์ ตริยางกูรศรี รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นประธานการประชุมเพื่อติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงานโครงการ (ครั้งที่ 2) โครงการสาธิตสำหรับการใช้ทรัพยากรหมุนเวียนที่คำนึงถึงการอนุรักษ์พลังงาน เพื่อการรีไซเคิลทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ และเหมาะสมสำหรับซากยานพาหนะที่หมดอายุการใช้งานในประเทศไทย (ELV Project) โดย มีผู้บริหารการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ผู้บริหารองค์การ NEDO พร้อมทั้งผู้แทนภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุมปิ่นทอง นิคมอุตสาหกรรมปิ่นทอง 2 อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี   ELV Project เป็นความร่วมมือกันระหว่างกระทรวงอุตสาหกรรม การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ร่วมกับองค์การพัฒนาพลังงานใหม่และเทคโนโลยีอุตสาหกรรมแห่งประเทศญี่ปุ่น (NEDO) ซึ่งได้มีการลงนามบันทึกความเข้าใจ เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา    ปัจจุบันการดำเนินโครงการอยู่ในขั้นตอนการทดสอบและเก็บข้อมูล ซึ่งจะนำไปประกอบการหารือและร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อกำหนดนโยบายส่งเสริมให้เกิดการรีไซเคิลซากรถยนต์อย่างมีประสิทธิภาพ นำไปสู่การใช้ทรัพยากรหมุนเวียนที่เหมาะสมอย่างยั่งยืนของไทย ต่อไปในอนาคต

อ่านต่อ...


7 สมาคมยักษ์ใหญ่ในอุตสาหกรรมเหล็ก ตบเท้าเข้าพบ“สุริยะ” หารือแก้ไขวิกฤตอุตสาหกรรมเหล็กไทย

22 พ.ย 2562

7 สมาคมเหล็ก ผู้แทน 472 บริษัทผู้ประกอบการอุตสาหกรรมเหล็กไทย เข้าพบ “สุริยะ” รายงานสถานการณ์เหล็กปัจจุบัน พร้อมขอ ก.อุตฯ ช่วยสนับสนุนอุตสาหกรรมเหล็กภายในประเทศ   นางสาวสุชาดา แทนทรัพย์ โฆษกกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ตามที่ 7 สมาคมผู้ประกอบการอุตสาหกรรมเหล็กไทย โดยการรวมตัวกันของสมาคมผู้ผลิตเหล็กในประเทศที่มีสมาชิก 472 บริษัท เข้าพบนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เพื่อรายงานความคืบหน้าสถานการณ์เหล็กในปัจจุบันที่ประเทศไทยเป็นผู้นำเข้ารายใหญ่อันดับ 2 ของโลก รองจากสหรัฐอเมริกา ในปี 2561 ไทยมีปริมาณการใช้เหล็ก 19.3 ล้านตัน เป็นสินค้าที่ผลิตในประเทศเพียง 7.3 ล้านตัน และมีกำลังการผลิตเพียง 33% แสดงให้เห็นว่า ในภาพรวมของปัญหาหลักเกิดจากสินค้าในประเทศถูกสินค้านำเข้าแย่งส่วนแบ่งตลาด ซึ่งส่งผลต่ออัตราการใช้กำลังการผลิตด้วย และการเข้าพบในครั้งนี้ ยังได้รายงานความคืบหน้าการแก้ไขวิกฤติอุตสาหกรรมเหล็กที่ได้ดำเนินการร่วมกับกระทรวงอุตสาหกรรม ตลอดจนความคืบหน้าแผนพัฒนาอุตสาหกรรมเหล็ก 4.0 อีกด้วย   ด้านนายวันชัย พนมชัย เลขาธิการ สมอ. กล่าวเสริมว่า สำหรับแนวทางการดำเนินการตามนโยบายการใช้สินค้าภายในประเทศ กระทรวงอุตสาหกรรม โดย สมอ. ได้สนับสนุนอุตสาหกรรมเหล็กในประเทศมาอย่างต่อเนื่องตามนโยบายรัฐบาล และภายใต้กฎระเบียบขององค์การการค้าโลก รวมทั้ง ควบคุมการนำเข้าผลิตภัณฑ์เหล็กเป็นพิเศษ ตามนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ปัจจุบัน สมอ. ประกาศใช้มาตรฐานบังคับกับผลิตภัณฑ์เหล็กแล้ว จำนวน 20 มาตรฐาน และได้เร่งรัดแก้ไขมาตรฐานและกำหนดใหม่ เพื่อบังคับใช้กับผลิตภัณฑ์เหล็กที่ด้อยคุณภาพจากต่างประเทศ โดยมีมาตรฐานที่อยู่ในขั้นตอนการประกาศบังคับใช้ อีกจำนวน 7 มาตรฐาน ได้แก่  1.มอก. 50-2561 เหล็กกล้าทรงแบนรีดเย็นเคลือบสังกะสี โดยกรรมวิธีจุ่มร้อน แผ่นม้วน แผ่นแถบ  แผ่นตัด และแผ่นลูกฟูก  2. มอก. 528-25xx เหล็กกล้าทรงแบนรีดร้อน สำหรับงานทั่วไปและงานดึงขึ้นรูป  3. มอก. 1228-25xx เหล็กโครงสร้างรูปพรรณขึ้นรูปเย็นสำหรับงานโครงสร้างทั่วไป  4. มอก. 1390-2560 เข็มพืดเหล็กกล้ารีดร้อน  5. มอก. 1999-2560 เหล็กกล้าทรงแบนรีดร้อน สำหรับงานโครงสร้างรถยนต์ 6. มอก. 2060-2560 เหล็กกล้าทรงแบนรีดร้อน สำหรับงานถังก๊าซ  7. มอก. 2140-2560 เหล็กกล้าทรงแบนรีดเย็น สำหรับงานรถยนต์    นอกจากนี้ ยังมีมาตรฐานที่อยู่ระหว่างการแก้ไขและกำหนดใหม่อีก 16 มาตรฐาน ซึ่ง สมอ. จะเร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จ เพื่อให้ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมเหล็กในประเทศ สามารถยกระดับคุณภาพผลิตภัณฑ์ให้เป็นไปตามมาตรฐาน และเพื่อป้องกันการนำเข้าเหล็กที่ด้อยคุณภาพจากต่างประเทศ   เลขาธิการ สมอ. กล่าวทิ้งท้ายว่า “สมอ. ได้กำหนดมาตรการควบคุมและกำกับดูแลการนำเข้าผลิตภัณฑ์เหล็กอย่างเข้มงวด ตามนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม โดยเฝ้าจับตาการนำเข้าสินค้าดังกล่าวอย่างใกล้ชิดผ่านระบบ National Single Window (NSW) หากพบมีการนำเข้าในปริมาณมากผิดปกติ จะเข้าทำการตรวจสอบทันที พร้อมเก็บตัวอย่างทดสอบก่อนปล่อยใช้งานทุกครั้งที่นำเข้า เพื่อป้องกันการหลีกเลี่ยงกฎหมาย  นอกจากนี้ ยังควบคุมการนำเข้าเหล็กลวดคาร์บอนจากประเทศเวียดนาม โดยให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบอย่างเข้มงวดก่อนทุกครั้งที่นำเข้า รวมทั้งเก็บตัวอย่างเพื่อส่งตรวจสอบ เนื่องจากปัจจุบันมีการนำเข้าเหล็กดังกล่าวจากประเทศเวียดนามเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก”

อ่านต่อ...


ปลัดฯ กอบชัย เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบริษัท อ้อยและน้ำตาลไทย

22 พ.ย 2562

วันนี้ (22 พฤศจิกายน 2562) นายกอบชัย สิงสิทธิสวัสดิ์ ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการ บริษัท อ้อยและน้ำตาลไทย จำกัด ครั้งที่ 11/2562 เพื่อสรุปสถานการณ์ตลาดน้ำตาลโลก โดยมีนางวรวรรณ ชิดอรุณ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย รักษาราชการแทน รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม และนายเอกภัทร วังสุวรรณ ผู้ตรวจราชการกระทรวงอุตสาหกรรม รักษาราชการแทนเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย ร่วมด้วย ณ ห้องประชุมบริษัท อ้อยและน้ำตาลไทย

อ่านต่อ...


ปลัดฯ กอบชัย หารือกับ บริษัท พีทีที โกลบอล

22 พ.ย 2562

วันนี้ (22 พฤศจิกายน 2562) นายกอบชัย สิงสิทธิสวัสดิ์ ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นประธานการประชุมหารือระหว่างกระทรวงอุตสาหกรรมกับบริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) เกี่ยวกับการจัดทำโครงการเม็ดพลาสติกหมุนเวียนคุณภาพสูงในประเทศไทย ซึ่งเชื่อมโยงกับนโยบายเศรษฐกิจหมุนวียน (Circular Economy) ของรัฐบาล โดยมีนายประกอบ วิวิธจินดา อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม ร่วมหารือด้วย ณ ห้องประชุมชุณหะวัณ ชั้น 3 อาคารสำนักงานปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม

อ่านต่อ...


รองปลัดฯ ก.อุตสาหกรรม ร่วมพิธีเปิดโครงการรีไซเคิลชิ้นส่วนซากรถยนต์เพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานและทรัพยากรธรรมชาติ (ELV Project)

22 พ.ย 2562

ชลบุรี - วันนี้ (22 พฤศจิกายน 2562) นายจุลพงษ์ ทวีศรี และนายภาณุวัฒน์ ตริยางกูรศรี รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ร่วมเป็นเกียรติในพิธีเปิดโครงการรีไซเคิลชิ้นส่วนซากรถยนต์เพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานและทรัพยากรธรรมชาติ (ELV Project) โดยมี ผู้บริหารจากการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย นายโคบายาชิ     อิซึรุ  กรรมการบริหารองค์การ NEDO พร้อมทั้งผู้บริหารจากภาคเอกชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม          ณ โรงงานบริษัท กรีน เมทัลส์ (ประเทศไทย) จำกัด นิคมอุตสาหกรรมปิ่นทอง 3 จังหวัดชลบุรี   สำหรับโครงการรีไซเคิลซากรถยนต์ เพื่อสาธิตเทคโนโลยีกระบวนการรีไซเคิลซากรถยนต์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เป็นความร่วมมือกันระหว่างกระทรวงอุตสาหกรรม การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย  ร่วมกับองค์การพัฒนาพลังงานใหม่และเทคโนโลยีอุตสาหกรรมแห่งประเทศญี่ปุ่น (NEDO) ซึ่งได้มีการลงนามบันทึกความเข้าใจระหว่างกระทรวงอุตสาหกรรม การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และองค์การNEDO เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา    กระทรวงอุตสาหกรรม การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ได้ตระหนักถึงปัญหาดังกล่าว จึงได้ร่วมมือกับองค์การNEDO ดำเนินโครงการสาธิตนี้ขึ้น โดยมีภาคเอกชนที่เข้าร่วมโครงการคือบริษัทToyota Tsusho Corporation ประเทศญี่ปุ่น บริษัทGreen Metals (Thailand) Co.,Ltd. บริษัท Toyota Daihatsu Engineering & Manufacturing Co., LTD. และ บริษัทToyota Motor Thailand Co., Ltd. โดยในระยะต่อจากนี้ จะมีการหารือและร่วมมือกันกำหนดนโยบายและกฎระเบียบที่เหมาะสมโดยอ้างอิงจากประสบการณ์การออกกฎหมายรีไซเคิลซากรถยนต์ของประเทศญี่ปุ่นที่มีการบังคับใช้จนประสบความสำเร็จมาแล้ว    โดยโครงการสาธิตดังกล่าว นอกจากจะสาธิตการถอดรื้อซากรถยนต์ไปพร้อมกับการรวบรวมสารฟรีออน น้ำมันและของเหลวเหลือทิ้งด้วยวิธีการที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อมได้แล้ว ยังมีการสาธิตเครื่องตัดรถยนต์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการถอดรื้อซากรถยนต์ด้วย ซึ่งสามารถดึงเอาสิ่งมีค่ากลับคืนมาได้อย่างมีประสิทธิภาพจากซากรถยนต์โดยไม่เพิ่มภาระต่อสิ่งแวดล้อม จะมีส่วนช่วยให้ประเทศไทยสามารถจัดการกับวัสดุเหลือทิ้งได้อย่างเหมาะสมต่อไป ทั้งนี้วัสดุเหลือทิ้งซึ่งไม่สามารถกำจัดได้ในประเทศไทย เช่น สารเร่งปฎิกิริยา แผงวงจรไฟฟ้า       จะถูกส่งไปยังประเทศญี่ปุ่นเพื่อนำไปรีไซเคิลใช้เป็นทรัพยากรต่อไป และโครงการนี้มีเป้าหมายที่จะสร้างโมเดล   การรีไซเคิลขึ้นในประเทศไทยและในภูมิภาคเอเชียต่อไปในอนาคต #กระทรวงอุตสาหกรรม #สาธิตการถอดรื้อซากรถยนต์  

อ่านต่อ...


ชี้พิกัดเปิดรับคำขอกู้ "สินเชื่อ SME โตไว ไทยยั่งยืน"

22 พ.ย 2562

พื้นที่กรุงเทพฯ : #สำนักงานกองทุนพัฒนาเอสเอ็มอีตามแนวประชารัฐ 75/6 ถนนพระรามที่ 6 แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพฯ 10400. โทร : 02-202-3879 . #พื้นที่ส่วนภูมิภาค : #สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัด (#สอจ.) 76 จังหวัดทั่วประเทศ . ตั้งแต่วันที่ 15 พฤศจิกายน 2562 เป็นต้นไป . วงเงินโครงการ 3,000 ล้านบาท - สำหรับเอสเอ็มอีนิติบุคคล - วงเงินกู้สูงสุด 3 ล้านบาทต่อราย -ดอกเบี้ย 1% ตลอดอายุสัญญา - ระยะเวลากู้สูงสุด 7 ปี - ปลอดเงินต้น สูงสุด 1 ปี . สอบถามเพิ่มเติม e-mail: This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it. / This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.

อ่านต่อ...


มติ ครม. เห็นชอบแต่งตั้ง “กอบชัย สังสิทธิสวัสดิ์” นั่งประธานกรรมการคนใหม่ มีผลตั้งแต่ 12 พ.ย. 62

21 พ.ย 2562

เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน 2562 คณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยมี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ได้มีมติอนุมัติตามที่คณะกรรมการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) มีมติอนุมัติการแต่งตั้งนายกอบชัย สังสิทธิสวัสดิ์ ขึ้นดำรงตำแหน่งประธานกรรมการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยคนใหม่ เพื่อกำหนดแนวนโยบาย กำกับดูแลให้องค์กรมีทิศทางการดำเนินงานตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีอย่างต่อเนื่องเพื่อให้เกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืนและเป็นประโยชน์แก่ประเทศใน ฐานะที่เป็นกลไกการพัฒนา เศรษฐกิจและอุตสาหกรรม   สำหรับนายกอบชัย สังสิทธิสวัสดิ์ เกิดวันที่ 9 กรกฎาคม 2505 ปัจจุบันอายุ 57 ปี ประวัติการศึกษาปริญญาตรี วิศวกรรมศาสตร์บัณฑิต สาขาเครื่องกล ปริญญาโท บริหารธุรกิจ มหาบัณฑิต สาขาการบริหารการจัดการ ประวัติการทำงานเคยดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ผู้ตรวจราชการกระทรวงอุตสาหกรรม และรองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม   และผ่านการฝึกอบรม อาทิ หลักสูตรป้องกันราชอาณาจักร (วปอ.55) หลักสูตรวิทยาการผู้นำไทย-จีน ยุคใหม่ หลักสูตรประกาศนียบัตรชั้นสูงการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตย (ปปร.21) หลักสูตรผู้บริหารระดับสูงด้านวิทยาการพลังงาน (วพน.9) หลักสูตรผู้บริหารระดับสูงด้านการค้าและการพาณิชย์ (TEPCoT8) หลักสูตรนักบริหารระดับสูงด้านการพัฒนาธุรกิจและอุตสาหกรรมการลงทุน (วธอ.3)  

อ่านต่อ...


"สุริยะ" ร่วมปาฐกถาในงานสัมมนา "EEC Next : ทุนไทย-เทศ ปักหมุด EEC" ระบุ ไทยมีโอกาสและความพร้อมสู่การเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง

21 พ.ย 2562

นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม  กล่าวปาฐกถาในงานสัมมนา 'EEC Next : ทุนไทย-เทศ ปักหมุด EEC ' จัดโดยบริษัท เนชั่น มัลติมีเดีย กรุ๊ป จำกัด ในหัวข้อ 'ดึงอุตสาหกรรมเป้าหมายลงพื้นที่ EEC' ซึ่งในวันนี้มีผู้เข้าร่วมปาฐกถาพิเศษ ประกอบด้วย นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง , นายณัฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และมี นายคณิศ แสงสุพรรณ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก เข้าร่วมเสวนา พร้อมด้วยนางสาวสุชาดา แทนทรัพย์ โฆษกกระทรวงอุตสาหกรรม ร่วมเป็นเกียรติ ณ โรงแรม แกรนด์ ไฮแอท เอราวัณ กรุงเทพฯ   โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า การมี EEC เปรียบเสมือนเป็นหัวจักรในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจอุตสาหกรรมไทยให้กลับมาเติบโตอีกครั้ง โดย EEC เป็น Mega Project ที่จะยกระดับความสำคัญของประเทศไทยในระดับอาเซียน และยังสร้างประโยชน์ให้กับคนในพื้นที่ และยังรวมถึงการพัฒนาเมืองและสิ่งแวดล้อม โดยเน้นการพัฒนาเมืองให้เป็นแบบ Smart City มีแผนการจัดระเบียบการขนส่งที่เชื่อมโยงการขนส่งทางบก ทางทะเล และทางอากาศ อันจะเชื่อมโยง CLMV และเชื่อมสู่ตลาดโลกต่อไป   "ผมยังคงเดินหน้าต่อยอดและขยายผล เพื่อให้เกิดการลงทุนในพื้นที่ให้มากขึ้น และจะเร่งเครื่องยนต์ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยอย่างเต็มที่ และผมเชื่อมั่นว่า โมเดลการพัฒนาที่ดีและการขับเคลื่อนสู่การปฏิบัติอย่างต่อเนื่องและจริงจัง ภายใต้การบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วนและศักยภาพของประเทศ ย่อมส่งผลให้มีเม็ดเงินเข้ามาลงทุนในประเทศไทยเพิ่มขึ้น ทำให้ความสามารถในการแข่งขันของประเทศสูงขึ้นในระยะยาว" รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าว #กระทรวงอุตสาหกรรม #รัฐมนตรีสุริยะ #EEC #EECNEXT  

อ่านต่อ...


Page 9 of 306