รองปลัดฯ ณัฏฐิญา เข้าพบ รองนายกฯ สมศักดิ์ เพื่อรายงานการแก้ปัญหาป้องกันโรงงานพลุระเบิด ก.อุตฯ แก้ พ.ร.บ.โรงงาน ปรับลดจำนวนแรงม้า และประกาศ 5 กระทรวง ”จัดโซนให้อยู่-ห้ามสูบบุหรี่-ให้มีสายล่อฟ้า-ยกเลิกใบอนุญาตหากไม่ทำตาม”

วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2567 เวลา 14.30 น. นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม พร้อมด้วย นายเตมีย์ พันธุวงค์ราช ผู้อำนวยการกองตรวจราชการ นายสมชัย เอมบำรุง ผู้อำนวยการกองกฎหมาย สำนักงานปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม นายบวร สัตยาวุฒิพงศ์ ผู้อำนวยการกองส่งเสริมเทคโนโลยีความปลอดภัยโรงงาน กรมโรงงานอุตสาหกรรม เข้าพบ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รองนายกรัฐมนตรี เพื่อหารือแนวทางการบริหารจัดการการอนุญาตให้ทำและค้าดอกไม้เพลิง การเยียวยาและแนวทางการแก้ไขในอนาคต โดยมีนายสมชัย เลิศประสิทธิพันธ์ รองอธิบดีกรมการปกครอง ฝ่ายปกครองท้องที่ กระทรวงมหาดไทย ร่วมหารือ ณ ทำเนียบรัฐบาล

รองปลัดฯ ณัฏฐิญา ได้รายงานความคืบหน้าการแก้ปัญหาป้องกันโรงงานพลุระเบิดว่า อก. ได้ลงตรวจครบทั้ง 8 ราย ซึ่งเป็นโรงงานที่มีมากกว่าห้าสิบแรงม้าขึ้นไปที่มีใบอนุญาตอยู่ และปัจจุบันเหลือ 6 โรงงาน ซึ่งเป็นไปตามข้อกำหนดกฎหมายว่าด้วยโรงงาน 4 โรงงาน และอีก 2 โรงงาน ไม่เป็นไปตามข้อกำหนดจึงได้ออกคำสั่งให้ปรับปรุงแก้ไข ส่วนโรงงานที่มีแรงงานต่ำกว่าห้าสิบแรงม้า ที่เคยมีใบอนุญาตแต่ปัจจุบันไม่เข้าข่าย จำนวน 42 ราย พบว่าเลิกประกอบกิจการ 33 ราย และเหลือประกอบกิจการ 9 ราย ซึ่ง อก. ได้บูรณาการร่วมกับหน่วยงานในการตรวจสอบสถานที่ผลิตและค้าดอกไม้เพลิง

ส่วนการประชุมร่วม 5 กระทรวง เพื่อทบทวนความเหมาะสมและกำหนดมาตรการเกี่ยวกับการค้าและการผลิตดอกไม้เพลิง เมื่อวันที่ 26 มกราคม 2567 อก. ได้มีการทบทวนหลักเกณฑ์ดังกล่าวแล้ว โดยได้เน้นเรื่องการใช้ความร้อนในกระบวนการผลิต เช่น การห้ามสูบบุหรี่ในพื้นที่ทั้งหมด การกำหนดให้ต้องขออนุญาตทำงานที่อาจทำให้เกิดประกายไฟ หรือความร้อน เป็นต้น และยังมีการกำหนดมาตรฐานให้ชัดเจน เช่น มาตรฐานเกี่ยวกับระบบป้องกันฟ้าผ่า เป็นต้น

ส่วนการปรับปรุงแก้ไข พ.ร.บ.โรงงานฯ อก. ได้มีคำสั่ง อก. ที่ 6/2567 แต่งตั้งคณะกรรมการปรับปรุงกฎหมาย มาตรฐาน ระเบียบ และข้อปฏิบัติด้านความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อม ตาม พ.ร.บ.โรงงานฯ พ.ศ. 2535 เพื่อพิจารณาปรับปรุงกฎหมาย โดยแก้ไขให้ “มาตรา 5/1 … ที่ใช้เครื่องจักรมีกำลังรวมตั้งแต่ห้าแรงม้าหรือเทียบเท่าตั้งแต่ห้าแรงม้าขึ้นไป แต่ไม่ถึงห้าสิบแรงม้า หรือใช้คนงานตั้งแต่เจ็ดคนขึ้นไปแต่ไม่ถึงห้าสิบคน โดยใช้เครื่องจักรหรือไม่ก็ตาม เป็นโรงงานจำพวกที่ 3 ให้ถือว่ากำลังแรงม้าเครื่องจักรและจำนวนคนงานตามวรรคหนึ่ง อยู่ในคำนิยามคำว่า “โรงงาน” ตามมาตรา 5” ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างเสนอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม พิจารณาให้ความเห็นชอบในหลักการ และจะเสนอคณะรัฐมนตรีในลำดับต่อไป