ปลัดฯณัฐพล ต้อนรับ นายกเศรษฐา นั่งหัวโต๊ะถกแผนงานมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อม พร้อมตรวจเยี่ยมโครงการเหมืองแร่โพแทช จ.อุดรธานี

จ.อุดรธานี: วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2567 นายณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม พร้อมด้วย นายอดิทัต วสีนนท์ อธิบดีกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ นายฐิติณัฏฐ์ มุณีรัตน์ อุตสาหกรรมจังหวัดอุดรธานี นายสุรศักดิ์ จันทร์ชุม อุตสาหกรรมจังหวัดหนองคาย และนายเศรษฐา ขันตี อุตสาหกรรมจังหวัดบึงกาฬ ให้การต้อนรับ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี เพื่อหารือแผนงานมาตรการด้านสิ่งแวดล้อม พร้อมลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมเหมืองโพแทช ณ บริษัทเอเซีย แปซิฟิค โพแทช คอร์ปอเรชัน จำกัด ตําบลหนองไผ่ อําเภอเมืองอุดรธานี จังหวัดอุดรธานี

ปลัดฯ เผยว่า โครงการเหมืองแร่โพแทชจากบริษัท เอเซีย แปซิฟิค โพแทช คอร์ปอเรชั่น จำกัด (APPC) ได้รับประทานบัตรการทำเหมืองเมื่อเดือนตุลาคม 2565 มีเนื้อที่ทั้งหมดประมาณ 26,446 ไร่ จัดเป็นแหล่งแร่ที่มีความสมบูรณ์ระดับชั้นนำของโลกโดยข้อมูลทางธรณีวิทยาพบว่าปริมาณสำรองแร่โพแทชในพื้นที่ประทานบัตรทั้งหมดรวม 267 ล้านตัน ซึ่งจะสามารถนำแร่ขึ้นมาผลิตเป็นปุ๋ยโพแทชได้ประมาณ 34 ล้านตัน ทั้งนี้ แร่โพแทชเป็นวัตถุดิบสำคัญในการผลิตปุ๋ยซึ่งเป็นปัจจัยการผลิตหลักในภาคเกษตรกรรม โดยเมื่อสามารถผลิตได้ ประเทศไทยจะมีบทบาทในฐานะเป็นผู้ผลิตรายใหญ่อันดับ 6 ของโลก ก่อให้เกิดผลประโยชน์ต่อประเทศและประชาชน ทำให้เกิดการจ้างงานกว่า 1,000 อัตรา ขณะที่ชาวบ้านรอบพื้นที่โครงการฯ จะได้รับผลประโยชน์โดยตรงจากโครงการและกองทุนต่าง ๆ อีก 4 กองทุน ประกอบด้วย กองทุนการศึกษาเพื่ออนาคตเยาวชน 60 ล้านบาท กองทุนช่วยเหลือค่าปุ๋ยเกษตรกรในพื้นที่ประทานบัตร 100 ล้านบาท เงินช่วยเหลือครัวเรือนในเขตพื้นที่ประทานบัตร 1,040 ล้านบาท และเงินค่าทดแทน 1,200 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม ได้สั่งกำชับให้กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ (กพร.) และอุตสาหกรรมจังหวัดอุดรธานี ร่วมกับบริษัทฯ จัดทำมาตรการป้องกันด้านสิ่งแวดล้อมของโครงการอย่างเข้มข้นเพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชน พร้อมทั้งชี้แจงและจัดกิจกรรมชุมชนสัมพันธ์ เพื่อเผยแพร่ข้อมูลโครงการและสร้างความรู้ความเข้าใจให้กับประชาชนในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ กพร. และอุตสาหกรรมจังหวัดอุดรธานี ในฐานะหน่วยงานกำกับดูแลโครงการฯ ได้กำหนดมาตรการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมด้วยการใช้เทคโนโลยีในการทำเหมืองที่ทันสมัย มีมาตรการป้องกันน้ำเกลือรั่วไหล การป้องกันกองหางแร่พังทลาย การป้องกันฝุ่นเกลือ การป้องกันพื้นดินทรุดด้วยหมุดเย็บหินที่อุโมงค์และเพดานเหมือง นอกจากนี้ ยังมีแผนฟื้นฟูเหมืองใต้ดินด้วยการถมกลับ (Slurry Backfill) และฟื้นฟูเหมืองบนผิวดินหลังสิ้นสุดการทำเหมือง (Land Surface Rehabilitation) เป็นต้น