นายสุชาติ ไตรแสงรุจิระ ที่ปรึกษารัฐมนตรีฯสุชาติ และคณะลงพื้นที่ราชบุรี กาญจนบุรี เพื่อรับฟังปัญหาและอุปสรรคในการพัฒนาพื้นที่ศักยภาพแร่ควอตซ์ในเชิงพาณิชย์
ที่ปรึกษารัฐมนตรีฯสุชาติ และคณะลงพื้นที่ราชบุรี กาญจนบุรี เพื่อรับฟังปัญหาและอุปสรรคในการพัฒนาพื้นที่ศักยภาพแร่ควอตซ์ในเชิงพาณิชย์
นายสุชาติ ไตรแสงรุจิระ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม นายสุรพล ชามาตย์ รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม สอจ.ราชบุรี สอจ.กาญจนบุรี และคณะ ลงพื้นที่จังหวัดราชบุรีและกาญจนบุรี ระหว่างวันที่ 15-17 กุมภาพันธ์ 2565 เพื่อรับฟังปัญหาและอุปสรรคในการพัฒนาพื้นที่ศักยภาพแร่ควอตซ์ในเชิงพาณิชย์จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและผู้ประกอบการเหมืองแร่ควอตซ์ในพื้นที่ รวมถึงศึกษาความเป็นไปได้ในการชักจูงนักลงทุนต่างชาติมาลงทุนในอุตสาหกรรมการผลิตเวเฟอร์ในอนาคต
เนื่องจากสถานการณ์ปัญหาการขาดแคลนชิปวงจรรวม (Integrated Circuit: IC) ในปัจจุบัน ได้ส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่การผลิตโลกเป็นวงกว้าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาคอุตสาหกรรมที่มีความจำเป็นต้องอาศัยชิปวงจรรวมเป็นวัตถุดิบหลักหรือชิ้นส่วนสำคัญในการนำไปผลิตเป็นสินค้าต่าง ๆ ซึ่งอุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ของไทยเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบดังกล่าวอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ สำหรับวัตถุดิบหลักในการผลิตชิปวงจรรวมคือ แร่ควอตซ์ (Quartz) ซึ่งมีคุณสมบัติที่โปร่งใสยอมให้แสงอินฟราเรดและอัลตราไวโอเลตผ่านได้เป็นอย่างดี ปัจจุบันจึงได้ถูกนำไปผลิตอุปกรณ์เทคโนโลยีสมัยใหม่หลายชนิด เช่น super pure silicon ที่ใช้เป็นสารกึ่งตัวนำของวงจรไอซี (Intergraded circuits) เซลล์แสงอาทิตย์ (Solar cells) และใยแก้วนำแสง (Fiber optical system) ประเทศไทยมีแหล่งแร่ควอตซ์ซึ่งเป็นวัตถุดิบในภาคอุตสาหกรรม พบมากที่สุดในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี รองลงมาคือจังหวัดราชบุรี เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ตาก สุพรรณบุรี อุดรธานี หนองบัวลำภู จันทบุรี สงขลา พิษณุโลก เพชรบูรณ์ และเลย พื้นที่รวมประมาณ 21.79 ตารางกิโลเมตร (ข้อมูลของกรมทรัพยากรธรณี) โดยปัจจุบันมีพื้นที่ประทานบัตรทำเหมืองแร่ควอตซ์ที่มีอายุอยู่ในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี เพชรบูรณ์ และนครศรีธรรมราช รวม 4 ราย (ข้อมูลการอนุญาตประทานบัตรของกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่) ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในสถานะหยุดการทำเหมืองเนื่องจากภาวะทางเศรษฐกิจและบริษัทรับซื้อแร่มีจำนวนน้อย โดยหากนำแร่ควอตซ์มาแปรรูปด้วยความร้อนเพื่อเป็นวัตถุดิบสำหรับอุตสาหกรรมขั้นสูงจนถึงขั้น Solar cells คุณสมบัติของแร่ควอตซ์ (ในรูปแบบแร่ก้อน) ที่เหมาะสมต้องมี SiO2 ≥ 99.2% (กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่) ซึ่งจะสามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจและสร้างรายได้ให้กับประเทศได้อย่างมาก ดังนั้น การสำรวจและพัฒนาแหล่งแร่ควอตซ์ที่มีคุณภาพสูงจึงเป็นเรื่องจำเป็นและเร่งด่วนเพื่อลดการสูญเสียโอกาสทางเศรษฐกิจที่มีมูลค่ามหาศาล
สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) ได้จัดทำแผนปฏิบัติการพัฒนาอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ ระยะที่ 1 (พ.ศ. 2565-2570) ตามนโยบายของรัฐบาลที่ได้กำหนดให้อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์เป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมเป้าหมายที่สำคัญ เนื่องจากในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ประเทศไทยพึ่งพาผลิตภัณฑ์หลักไม่กี่ชนิด ซึ่งมีอัตราเติบโตคงที่และมีแนวโน้มชะลอตัวลง ดังนั้น ประเทศไทยจึงจำเป็นต้องส่งเสริมให้เกิดการลงทุนในผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์ที่มีมูลค่าสูงกลุ่มใหม่ ๆ และต้องปรับโครงสร้างการผลิตแบบเดิมที่พึ่งพาแรงงานสูงและใช้เงินลงทุนต่ำไปสู่การผลิตสินค้าที่เน้นเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่สอดคล้องกับความต้องการของตลาดในอนาคต และสร้าง Supply chain ในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ใหม่ ๆ ที่ใช้เทคโนโลยีสูงและมีมูลค่าเพิ่มสูง สำหรับเป้าหมายของแผนปฏิบัติการนี้คือ ยกระดับประเทศไทยเป็นศูนย์กลางในการผลิตอุปกรณ์ และระบบอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะในอาเซียน โดยมีเทคโนโลยีเป็นของตนเองภายในปี 2570 มุ่งเน้นการพัฒนาและส่งเสริมความเชื่อมโยงตลอดห่วงโซ่อุปทาน ตั้งแต่อุตสาหกรรมต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ
นายสุชาติ ไตรแสงรุจิระ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวถึงการขาดแคลนชิปวงจรรวม และการขาดแคลนวัตถุดิบสำหรับการผลิตชิปวงจรรวมในปัจจุบันจะเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ช่วยเร่งในการวางนโยบายและแผนยกระดับอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ของไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ต้นน้ำคือ อุตสาหกรรมการผลิตเวเฟอร์ (Wafer Fabrication) เนื่องจากไทยต้องนำเข้าแผ่นเวเฟอร์ที่มีราคาสูงจากต่างประเทศเพื่อใช้ในการผลิตอุปกรณ์ในอุตสาหกรรมกลางน้ำและปลายน้ำ ดังนั้น หากประเทศไทยสามารถผลิตเวเฟอร์ภายในประเทศได้ จะเปรียบเสมือนการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานรองรับอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพและอุตสาหกรรมอื่น ๆ ของประเทศ เพื่อเชื่อมโยงวัตถุดิบที่เกี่ยวข้องตลอดห่วงโซ่อุปทาน ช่วยยกระดับอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ และสร้างความเติบโตให้กับอุตสาหกรรมภายในประเทศ ทำให้สามารถพึ่งพาตนเองได้ โดยปัจจุบันไทยยังขาดความพร้อมในการผลิตเวเฟอร์ในหลายด้าน เนื่องจากต้องใช้เงินลงทุนและเทคโนโลยีขั้นสูง ซึ่งจำเป็นต้องได้รับความช่วยเหลือด้านการถ่ายทอดเทคโนโลยีและองค์ความรู้
------------
ข้อมูลโดย
กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ และ
สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม
17 กุมภาพันธ์ 2565