“รมว.พิมพ์ภัทรา” นั่งหัวโต๊ะ ประชุมผู้บริหาร อก. เผย “นายกฯ” กำชับ เร่งใช้มาตรการกระตุ้นการลงทุนเพิ่ม GDP ประเทศ ย้ำดูแลเสริมแกร่งเอสเอ็มอีให้เข้าถึงแหล่งเงินทุน จัดการน้ำในพื้นที่ EEC รวมทั้งควบคุมกระบวนการโรงงานแก้ปัญหาราคาปาล์มตกต่ำ
วันที่ 17 มิถุนายน 2567 นางสาวพิมพ์ภัทรา วิชัยกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นประธานการประชุมผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงอุตสาหกรรม ครั้งที่ 10/2567 โดยมีนางสาวศิรินันท์ ศิริพานิช ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงอุตสาหกรรม นายดนัยณัฏฐ์ โชคอำนวย ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม นางสาวไพลิน เทียนสุวรรณ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม นายณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม นายเอกภัทร วังสุวรรณ นายบรรจง สุกรีฑา นายใบน้อย สุวรรณชาตรี นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม นายวิษณุ ทับเที่ยง หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงอุตสาหกรรม และผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงอุตสาหกรรม (อก.) ร่วมประชุม ณ ห้องประชุม อก.1 ชั้น 2 อาคารสำนักงานปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม
รัฐมนตรีฯ พิมพ์ภัทรา ได้แจ้งต่อที่ประชุมว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจ ครั้งที่ 2/2567 เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2567 นายกรัฐมนตรี ได้ติดตามประเด็นภาวะเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่องและตั้งเป้าการเติบโตของเศรษฐกิจที่ร้อยละ 3.0 ซึ่ง อก. ต้องเร่งตอบโจทย์มาตรการกระตุ้นการลงทุนภาคเอกชน เพื่อเพิ่ม GDP ได้ตามเป้าหมาย การเร่งเบิกจ่ายงบประมาณควรเป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ตามแผน ด้านมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยว การจัดอบรม สัมมนาของภาครัฐควรมีการเชื่อมโยงพื้นที่เมืองน่าเที่ยวหรือเมืองรอง
ส่วนการส่งเสริม SME วิสาหกิจชุมชน ผู้ประกอบการให้มีความเข้มแข็ง ด้วยการเข้าถึงแหล่งเงินทุนดอกเบี้ยต่ำของหน่วยงานภายในกระทรวงอุตสาหกรรม ผ่านกองทุนพัฒนา SME ตามแนวประชารัฐ และ SME D BANK และขอให้เร่งประชาสัมพันธ์โครงการให้ผู้ประกอบการ SME ได้เข้าถึงแหล่งเงินทุนต่อไป ส่วนเรื่องราคาปาล์มน้ำมันตกต่ำ ขอให้ อก. เข้าไปช่วยในเรื่องกระบวนการ ควบคุมดูแลโรงงานต่างๆ และการจัดการน้ำในพื้นที่ EEC ไม่ว่าจะเป็นน้ำท่วมหรือน้ำแล้ง ขอให้ดูเรื่องอุตสาหกรรมเป้าหมายในพื้นที่ และปริมาณน้ำมีเพียงพอหรือไม่ และให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมข้อมูลเรื่องผังเมือง นำเสนอก่อนการประชุม ครม.ในครั้งต่อไป
จากนั้น กรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) ได้รายงานการพิจารณาคำขอใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน (ร.ง. 4) ว่า ระหว่าง 1 กุมภาพันธ์ - 31 พฤษภาคม 2567 มี 254 คำขอ ดำเนินการแล้วเสร็จ 98 คำขอ คิดเป็น 38.6% อยู่ระหว่างดำเนินการ 94 คำขอ คิดเป็น 37% คำขอที่ผู้ประกอบการขอขยายเวลา 23 คำขอ คิดเป็น 9% และอยู่ระหว่าง กรอ. พิจารณาอีก 39 คำขอ คิดเป็น 15.4% และรายงานความคืบหน้าการจัดการกากอุตสาหกรรมในพื้นที่ จ.พระนครศรีอยุธยา และ จ.ระยอง
นอกจากนี้ รองปลัดฯ บรรจง ได้นำเสนอแนวทางเพื่อปรับปรุงกระบวนการควบคุมกากอุตสาหกรรมระยะยาว โดยให้มีการกำหนดราคากลางกากอุตสาหกรรมประเภทต่างๆ เพิ่มบทบาทพนักงานเจ้าหน้าที่ส่วนท้องถิ่นให้เข้ามามีส่วนร่วมในการตรวจสอบ เชื่อมโยงข้อมูลแหล่งอื่นที่ไม่ใช่โรงงาน เช่น กรมอนามัย (ขยะติดเชื้อ) และศึกษาเทคโนโลยีการบำบัดและกำจัดกากอุตสาหกรรมให้ประเทศไทยมีศักยภาพในการจัดการกากอุตสาหกรรมขั้นสูง
ด้านกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ (กพร.) รายงานความคืบหน้าการขนย้ายกากตะกอนแคดเมียมจากพื้นที่ต้นทางคือ กรุงเทพมหานคร สมุทรสาคร และ ชลบุรี ไปยังพื้นที่ปลายทางที่โรงงานในจังหวัดตากแล้ว 10,042 ตัน หรือคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 77 เมื่อเทียบกับปริมาณกากตะกอนแคดเมียมที่ตรวจพบทั้งหมด โดยคาดว่าจะสามารถขนกากตะกอนแคดเมียมทั้งหมดไปยังจังหวัดตากได้ภายในสิ้นเดือนมิถุนายน พร้อมเร่งตรวจสอบและเตรียมการซ่อมแซมบ่อกักเก็บกากตะกอนที่ถูกเปิดออกต่อไป และที่ประชุมโดยหน่วยงานภายใต้กำกับของ อก.ได้รายงานถึงผลการดำเนินงานในรอบ 1 ปี ตลอดจนการเบิกจ่ายงบประมาณเป็นไปตามเป้าหมาย นอกจากนี้ ยังได้มีการหารือถึงการเตรียมการ ครม.สัญจร ครั้งที่ 4/2567 ระหว่างวันที่ 1-2 กรกฎาคม 2567 ในกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง (นครราชสีมา ชัยภูมิ บุรีรัมย์ และ สุรินทร์) ณ จ.นครราชสีมา