”เอกนัฏ“ หารือ toyota ผลักดันมาตรการกระตุ้นอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยสู้ภาวะตลาดซึม

วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2568 นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ให้การต้อนรับนายโนริอากิ ยามาชิตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ พร้อมคณะผู้บริหารระดับสูงของ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ในโอกาสเข้าร่วมหารือเกี่ยวกับมาตรการช่วยเหลืออุตสาหกรรมยานยนต์ โดยมี นายณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี ประธานคณะที่ปรึกษาของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ด้านยุทธศาสตร์ นางสาวไพลิน เทียนสุวรรณ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม นายภาสกร ชัยรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม นายสุเมธ ตั้งประเสริฐ กรรมการ รักษาการผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และคณะผู้บริหารกระทรวงอุตสาหกรรม เข้าร่วมคณะ ณ ห้องประชุม 19-1 ชั้น 19 การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย

การหารือครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อติดตามและหารือเพิ่มเติมเกี่ยวกับมาตรการช่วยเหลืออุตสาหกรรมยานยนต์ โดยเฉพาะแนวทางแก้ไขปัญหาและผลกระทบที่เกิดขึ้นจากสภาวะเศรษฐกิจที่ซบเซาและการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีของอุตสาหกรรมยานยนต์ รวมไปถึงข้อร้องขอจากหน่วยงานภาครัฐต่อบริษัทฯ โดยมีสาระสำคัญ ประกอบด้วย

1. รายงานความก้าวหน้าการดำเนินการตามนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เช่นการสนับสนุนอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย ทั้งในเรื่องของการส่งเสริมการลงทุน การพัฒนาเทคโนโลยี และมาตรการลดภาระต้นทุนให้กับผู้ประกอบการในอุตสาหกรรม

2. ความชัดเจนเกี่ยวกับการบังคับใช้มาตรฐาน EURO 6 สำหรับเครื่องยนต์ดีเซล ในประเทศไทย เพื่อคุณภาพอากาศที่ดีและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล

3. การต่ออายุโครงการ Eco Car 2 เพื่อส่งเสริมการผลิตรถยนต์ที่ประหยัดพลังงานและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม รวมถึงพิจารณามาตรการจูงใจสำหรับผู้ผลิตและผู้บริโภคให้หันมาใช้รถยนต์กลุ่มนี้มากขึ้น

4. ความชัดเจนของเงื่อนไขกระบวนการผลิตชิ้นส่วนสำคัญของรถยนต์ไฮบริด (HEV) เพื่อสนับสนุนให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการผลิตยานยนต์พลังงานทางเลือก และส่งเสริมการลงทุนในอุตสาหกรรมการผลิตแบตเตอรี่และระบบขับเคลื่อนไฟฟ้า

5. มาตรการกระตุ้นตลาดในระยะสั้น เพื่อรับมือกับภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว เช่น การให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีแก่ผู้ซื้อรถยนต์ การสนับสนุนสินเชื่อเพื่อการซื้อรถ และการกระตุ้นตลาดรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ผ่านนโยบายของภาครัฐ

6. การจัดการรถยนต์ที่เสื่อมสภาพ และแบตเตอรี่ใช้แล้วอย่างเป็นระบบ โดยมุ่งเน้นการรีไซเคิลและการจัดการของเสียอย่างเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม รวมถึงวางแผนกำหนดบทบาทของผู้ผลิตรถยนต์ในการรับผิดชอบต่อการจัดการซากยานยนต์ตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทาง

นอกจากนี้ นายเอกนัฏ ได้ขอให้ทางโตโยต้าจัดทำข้อมูลเพิ่มเติมในบางประเด็นเพื่อใช้ประกอบการหารือในระดับนโยบายกับหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง เช่น กระทรวงการคลัง สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอื่น ๆ โดยเฉพาะในเรื่องของมาตรการสนับสนุนด้านภาษี สิทธิประโยชน์การลงทุน และแนวทางกระตุ้นการบริโภคในภาคยานยนต์ เพื่อให้สามารถกำหนดแนวทางการดำเนินนโยบายที่เหมาะสมและเป็นประโยชน์สูงสุดต่ออุตสาหกรรมยานยนต์ของประเทศไทย

รัฐมนตรีฯ เอกนัฏ เน้นย้ำถึงความสำคัญของความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนในการสนับสนุนอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย พร้อมระบุว่ารัฐบาลมีความมุ่งมั่นในการดำเนินมาตรการที่เหมาะสมเพื่อช่วยเหลือและสนับสนุนการลงทุนในภาคอุตสาหกรรมนี้อย่างต่อเนื่อง

"รัฐบาลมีนโยบายชัดเจนในการสนับสนุนอุตสาหกรรมยานยนต์ ทั้งในด้านการพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ การส่งเสริมการลงทุน และการให้สิทธิประโยชน์ต่าง ๆ เพื่อให้ประเทศไทยยังคงเป็นศูนย์กลางการผลิตยานยนต์ของภูมิภาค เราพร้อมให้ความร่วมมือกับทุกภาคส่วน เพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้กับอุตสาหกรรมนี้ในระยะยาว" นายเอกนัฏ กล่าว