ก.อุตฯ ติวตรวจโรงงานเสี่ยงทั่วไทย คุมเข้มมลพิษ-สิ่งแวดล้อม-มอก. สู้โรงงานทุนเทาและสินค้าทุ่มตลาด

วันที่ 28 มีนาคม 2568 นายณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นประธานเปิดสัมมนา เรื่อง "แนวทางการดำเนินงานตามโครงการตรวจโรงงานที่มีความเสี่ยงสูงและมีผลกระทบต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อมทั้ง 76 จังหวัด ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568" โดยมี นายศุภกิจ บุญศิริ รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม นางสุชาดา โพธิ์เจริญ ที่ปรึกษาปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม นายเดชา จาตุธนานันท์ หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงอุตสาหกรรม นายเอกนิติ รมยานนท์ นายกฤศ จันทร์สุวรรณ ผู้ตรวจราชการกระทรวงอุตสาหกรรม นายเตมีย์ พันธุวงค์ราช ผู้ช่วยปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม นายพรยศ กลั่นกรอง อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม คณะผู้บริหาร อุตสาหกรรมจังหวัด 76 จังหวัด และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ณ ห้องบอลรูม 2 ชั้น 3 โรงแรม ดิ เอมเมอรัลด์ รัชดา กรุงเทพฯ

ดร.ณัฐพล กล่าวว่า "ปัจจุบันมีโรงงานอุตสาหกรรมจำนวนหนึ่งเป็นต้นเหตุของการสร้างผลกระทบร้ายแรงต่อสิ่งแวดล้อม ชุมชมและประชาชน ในบางพื้นที่มีการประกอบกิจการโรงงานโดยไม่ได้รับอนุญาต (โรงงานเถื่อน) พบการลักลอบทิ้งกากอุตสาหกรรมในพื้นที่ชุมชน มีการครอบครองวัตถุอันตราย หรือจงใจไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย จึงมีนโยบายให้ผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่จากทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาคที่เกี่ยวข้องทำงานเชิงรุก ด้วยการร่วมออกปฏิบัติการตรวจสถานประกอบการอย่างเข้มข้นหรือทีมสุดซอย เพื่อลงพื้นที่ตรวจสอบโรงงานที่ได้รับแจ้งร้องเรียนนจากประชาชนให้ครอบคลุมทุกด้าน ทั้งการบริหารจัดการ การกำกับดูแลด้านสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัย ไม่ใช่เพียงตรวจสอบเพียงประเด็นที่ร้องเรียนมาเท่านั้น เพื่อแก้ปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ ได้จัดฝึกอบรมกิจกรรมถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการตรวจโรงงานที่มีความเสี่ยงสูงและมีผลกระทบต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อมให้ครอบคลุมทั้ง 76 จังหวัด โดยแบ่งการตรวจโรงงานเป็น 4 กลุ่ม รวม 56,886 โรงงาน จัดลำดับตามประเภทโรงงานที่เสี่ยงจะเกิดผลกระทบกับประชาชน

"กระทรวงอุตสาหกรรม มีการปรับแนวทางการกำกับดูแล โดยนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาช่วยในการปฏิบัติงานของบุคลากร อาทิ ระบบทะเบียนลูกค้ากระทรวงอุตสาหกรรม i-Industry, ระบบรายงานข้อมูลกลางกระทรวงอุตสาหกรรม i-Singleform, ระบบการกำกับโรงงาน i-Auditor รวมถึงแพลตฟอร์ม "แจ้งอุต" ที่ประชาชนสามารถร้องเรียนทุกปัญหาเกี่ยวกับอุตสาหกรรมได้โดยตรง ปัจจุบันมีการรับปัญหาแล้วกว่า 434 เรื่อง รวมทั้งมี "สมุทรสาครโมเดล” ที่ยกระดับมาตรการตรวจกำกับโรงงานตั้งแต่ต้นทางกระบวนการอนุญาต โดยตั้งคณะทำงานกลั่นกรองร่วมระหว่างกระทรงอุตสาหกรรมและเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นเพื่อร่วมกันให้ความเห็นประกอบการพิจารณาออกใบอนุญาตโรงงานกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูง เช่น โรงงานหล่อหลอมโลหะ โรงงานคัดแยกหรือรีไซเคิลวัสดุไม่ใช้แล้ว เป็นต้น หลังจากที่พบขบวนการเครือข่ายใหญ่ลักลอบนำเข้าวัตถุอันตรายและพบโรงงานเถื่อนในพื้นที่ดังกล่าวหลายแห่ง ซึ่งได้มีการดำเนินคดีทางกฎหมายและหารือกับกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) เพื่อรับช่วงดำเนินการขุดรากถอนโคนขบวนการขนขยะอันตรายเข้าประเทศ นับเป็นความสำเร็จอีกก้าวหนึ่งของกระทรวงอุตสาหกรรม แนวทางการตรวจสอบโรงงานเสี่ยงสูงที่มีผลกระทบต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อมจะไม่บรรลุผลได้เลยจึงต้องขอความร่วมมือจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน เพื่อร่วมเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการตรวจสอบโรงงานที่มีความเสี่ยงสูงใน 76 จังหวัดทั่วประเทศ รวมทั้งแจ้งร้องเรียนสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) เข้ามา เพื่อทำให้สินค้าที่ผลิตโดยคนไทยสามารถแข่งขันได้กับสินค้าต่างประเทศที่ทุ่มตลาดขายในราคาถูก เพื่อให้อุตสาหกรรมและเศรษฐกิจของประเทศขยายตัวในทิศทางที่ยั่งยืน สอดคล้องกับหลักการพัฒนาอุตสาหกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม” ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรมกล่าวทิ้งท้าย