เลขาฯ ลอรี่ ร่วมบอร์ดดีอี ไฟเขียว “ยุทธศาสตร์ข้อมูลชาติ” หนุนใช้ข้อมูลภาครัฐเต็มสูบ-พร้อมตั้งบอร์ด AI เดินหน้ายกระดับ 16 เมืองอัจฉริยะ

19 สิงหาคม 2568 นายพงศ์พล ยอดเมืองเจริญ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมและโฆษกกระทรวงอุตสาหกรรม ได้รับมอบหมายจากนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เข้าร่วมประชุมคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ครั้งที่ 2/2568 โดยมีนายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นประธาน มีกรรมการจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชนเข้าร่วม ณ ห้องประชุม 301 ชั้น 3 ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล และผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ (Zoom meeting)

ที่ประชุมได้เห็นชอบ ร่างนโยบายและเป้าหมายด้านยุทธศาสตร์ข้อมูลของประเทศไทยในช่วง 3 ปีข้างหน้า ประกอบด้วย 1) ยุทธศาสตร์การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานข้อมูล 2) ยุทธศาสตร์การพัฒนาด้านธรรมาภิบาลข้อมูล และยกระดับการให้บริการด้านข้อมูล 3) ยุทธศาสตร์การส่งเสริมการใช้และแลกเปลี่ยนข้อมูล และ 4) ยุทธศาสตร์การพัฒนากำลังคนให้มีทักษะดิจิทัลด้านข้อมูล นอกจากนี้ยังได้มีมติแต่งตั้งคณะกรรมการเฉพาะด้านเพื่อขับเคลื่อนแผนด้านปัญญาประดิษฐ์แห่งชาติ ภายใต้คณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ที่ให้ความสำคัญกับการพัฒนาและประยุกต์ใช้ปัญญาประดิษฐ์ในการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน

เลขาฯ ลอรี่ กล่าวเพิ่มเติมว่า กระทรวงอุตสาหกรรมสนับสนุนยุทธศาสตร์การส่งเสริมการใช้และแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างหน่วยงาน เพื่อลดการใช้ทรัพยากรที่ซ้ำซ้อนและเพิ่มประสิทธิภาพสูงสุด ซึ่งสิ่งที่สำคัญคือการนำข้อมูลเหล่านั้นไปปฏิบัติใช้จริง ดังนั้นจึงจำเป็นต้องพิจารณาปรับปรุงกฎหมายเพื่อให้สามารถรวบรวมข้อมูลสำคัญจากทุกหน่วยงานมาไว้ในชุดเดียวกัน ซึ่งจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อประชาชนและภาคเอกชนในการนำข้อมูลไปพัฒนาต่อยอด อันจะนำไปสู่การสร้างโอกาสและนวัตกรรมใหม่ ๆ เพื่อขับเคลื่อนประเทศไทยให้ก้าวสู่ยุคดิจิทัลได้อย่างยั่งยืน

บอร์ดดีอียังได้พิจารณาประกาศคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เรื่อง การต่ออายุตราสัญลักษณ์เพื่อรับรองการเป็นพื้นที่เมืองอัจฉริยะ จำนวน 16 เมือง และการมอบตราสัญลักษณ์เพื่อรับรองการเป็นเมืองอัจฉริยะให้กับโครงการภูเก็ตทินิคอนวัลเลย์อีก 1 พื้นที่ และยังได้ร่วมกันพิจารณาแนวทางการบริหารจัดการโครงข่ายอินเทอร์เน็ตสาธารณะเพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงบริการได้อย่างทั่วถึง รวมทั้งได้เห็นชอบในหลักการแนวทางการบริหารจัดการโครงข่ายเน็ตประชารัฐและส่วนต่อขยายฯ ตามหลักการโครงข่ายแบบเปิด (Open Access Network) และมอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ดำเนินการตามแนวทางที่นำเสนอต่อไป