วันที่ 28 พฤศจิกายน 2568 จ่าเอก ยศสิงห์ เหลี่ยมเลิศ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม พร้อมด้วย นายพีรวัส สมวงศ์ เลขานุการรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม นายเอกนิติ รมยานนท์ เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม
นายปณตสรรค์ สูจยานนท์ รองอธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม นายนรุณ สุขสมาน รองเลขาธิการสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม นายกิตติพงศ์ อติชาติพงศ์กุล อุตสาหกรรมจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พร้อมด้วยนายชยพล สายทวี ผู้อำนวยการ ศูนย์ปฏิบัติการคดีพิเศษ เขตพื้นที่ 1 กรมสอบสวนคดีพิเศษ จ.พระนครศรีอยุธยา คณะที่ปรึกษาของรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตรวจสอบ “โรงงานคอนกรีต” อำเภออุทัย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา หลังได้รับการประสานจากศูนย์ปฏิบัติการคดีพิเศษเขตพื้นที่ 1 กรมสอบสวนคดีพิเศษ ให้เข้าตรวจสอบข้อร้องเรียนจากการประกอบกิจการโรงงานเข้าข่ายการกระทำผิดตามพระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. 2535 และพระราชบัญญัติมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม พ.ศ. 2511 และกฎหมายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง
จากการตรวจสอบ พบว่า บริษัทฯ ประกอบกิจการเกี่ยวกับทำผลิตภัณฑ์คอนกรีต เช่น อิฐบล็อก อิฐมวลเบา แผ่นคอนกรีตสำเร็จรูป และแท่งคอนกรีตสำหรับหมอนรองรถไฟ โดยได้รับใบอนุญาตมาตรฐานอุตสาหกรรม (มอก.) สำหรับคอนกรีตบล็อกกลวงรับน้ำหนัก (มอก. 57-2560) และอิฐคอนกรีต (มอก. 59-2561) ซึ่งในเบื้องต้นไม่พบสินค้าที่ไม่เป็นไปตามมาตรฐานนั้น แต่พบการกระทำผิด โดยมีการ ขยายโรงงาน และ ติดตั้งเครื่องจักรเพิ่มเติม เข้าข่ายขยายโรงงานโดยไม่ได้รับอนุญาต นอกจากนี้ ยังพบว่ามีการ นำวัสดุไม่ใช้แล้ว เช่น เศษอิฐที่แตกหักเสียหายออกนอกบริเวณโรงงาน โดย ไม่ปรากฏการยื่นขออนุญาต ให้เป็นไปตามประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่อง การจัดการสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้ว พ.ศ. 2566 อีกทั้งยัง ไม่พบการติดตั้งระบบขจัดฝุ่นละออง และ ไม่ปฏิบัติตามมาตรการควบคุมฝุ่นละออง ตามที่กำหนดไว้ จึงเป็นความผิดในข้อหา ไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน
สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดพระนครศรีอยุธยา (สอจ.พระนครศรีอยุธยา) จึงสั่งการตามมาตรา 37 วรรคหนึ่ง ให้บริษัทฯ ระงับการกระทำที่ฝ่าฝืนทันที โดยให้เร่งปรับปรุงแก้ไขโรงงานให้เป็นไปตามเงื่อนไขใบอนุญาต แห่งพระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. 2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม พร้อมทั้งสั่งดำเนินคดีในข้อหาขยายโรงงานและนำกากอุตสาหกรรมออกนอกโรงงานโดยไม่ได้รับอนุญาต
รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า การลงพื้นที่ในครั้งนี้เป็นการย้ำถึงความมุ่งมั่นในการบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ในการปกป้องผู้บริโภคและยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมของประเทศ เพื่อให้ประชาชนเชื่อมั่นว่า อุตสาหกรรมพึ่งพาได้ โดยได้สั่งการให้อุตสาหกรรมจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด พร้อมทั้งติดตามการปรับปรุงแก้ไขโรงงานตามระยะเวลาอย่างเร่งด่วน และเมื่อโรงงานได้ปฏิบัติแก้ไขให้ถูกต้องตามกฎหมายแล้ว ก็ให้อุตสาหกรรมจังหวัดพระนครศรีอยุธยาเข้าตรวจสอบการดำเนินการตามคำสั่งต่อไป