เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2568 นายภาสกร ชัยรัตน์ รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านเศรษฐกิจอุตสาหกรรม เป็นวิทยากรปาฐกถาพิเศษหัวข้อ “Transformation of Thailand’s Manufacturing Industry: Thailand’s Government Vision for Japanese Companies’ Contribution” ในงานสัมมนา Overseas Expansion Symposium ณ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น จัดโดย Tokyo SME Support Center เพื่อมุ่งขยายฐานผู้ประกอบการญี่ปุ่นที่สนใจการลงทุนและขยายธุรกิจในต่างประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการลงทุนในประเทศไทย โดยมีผู้ประกอบการอุตสาหกรรมญี่ปุ่นเข้าร่วมกว่า 300 ราย ทั้งในรูปแบบออนไซต์และออนไลน์
รองปลัดฯ ภาสกร ชี้ไทยพร้อมปรับโครงสร้างรับอุตสาหกรรมยุคใหม่ Beyond Automotive เปิดเวทีจับมือญี่ปุ่น ขับเคลื่อน Bioeconomy–Green Industry สู่ตลาดโลก
เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2568 นายภาสกร ชัยรัตน์ รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านเศรษฐกิจอุตสาหกรรม เป็นวิทยากรปาฐกถาพิเศษหัวข้อ “Transformation of Thailand’s Manufacturing Industry: Thailand’s Government Vision for Japanese Companies’ Contribution” ในงานสัมมนา Overseas Expansion Symposium ณ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น จัดโดย Tokyo SME Support Center เพื่อมุ่งขยายฐานผู้ประกอบการญี่ปุ่นที่สนใจการลงทุนและขยายธุรกิจในต่างประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการลงทุนในประเทศไทย โดยมีผู้ประกอบการอุตสาหกรรมญี่ปุ่นเข้าร่วมกว่า 300 ราย ทั้งในรูปแบบออนไซต์และออนไลน์
รองปลัดฯ ภาสกร ได้นำเสนอภาพรวมเศรษฐกิจและทิศทางอุตสาหกรรมไทย ท่ามกลางความท้าทายโลก อาทิ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สังคมสูงวัย การปฏิวัติดิจิทัล และการปรับโครงสร้างห่วงโซ่อุปทานโลก พร้อมชี้ว่า ไทยกำลังเร่งปรับโครงสร้างอุตสาหกรรมจากการพึ่งพายานยนต์แบบเดิม สู่ “อุตสาหกรรมยุคใหม่” (Beyond the Automotive-Dependent Era) ที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี นวัตกรรม และการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรท้องถิ่นอย่างมีประสิทธิภาพ
รองปลัดฯ ภาสกร กล่าวว่า รัฐบาลไทยพร้อมผลักดัน 5 อุตสาหกรรมยุทธศาสตร์ ได้แก่
1.อุตสาหกรรมชีวภาพและเทคโนโลยีชีวภาพ (Bioeconomy and Biotechnology) 2. อุตสาหกรรมการแพทย์และสุขภาพ (Healthcare and Medical Industry) 3.อุตสาหกรรมเกษตรและอาหาร (Agriculture and Food) 4.อุตสาหกรรมป้องกันประเทศ (Defense Industry) และ 5.อุตสาหกรรมสีเขียวและเศรษฐกิจชีวภาพ-เศรษฐกิจหมุนเวียน -เศรษฐกิจสีเขียว (Green Industry/BCG) พร้อมเปิดโอกาสให้เกิดความร่วมมือเชิงลึกกับภาคเอกชนญี่ปุ่น ทั้งด้านการลงทุน การถ่ายทอดเทคโนโลยี และการพัฒนานวัตกรรมร่วมกัน โดยเฉพาะการต่อยอดวัตถุดิบภาคเกษตร เช่น อ้อย มันสำปะหลัง ข้าว และกัญชง สู่ผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง อาทิ ไบโอพลาสติก เชื้อเพลิงชีวภาพ วัสดุคอมโพสิต และเวชภัณฑ์ขั้นสูง โดยอาศัยเทคโนโลยีขั้นสูงและความเชี่ยวชาญของญี่ปุ่นเป็นแรงเสริมสำคัญ
รองปลัดฯ ภาสกร ยังเน้นย้ำศักยภาพของไทยในฐานะ “ประตูสู่ตลาดอาเซียนและตลาดโลก” ด้วยทำเลยุทธศาสตร์ใจกลางอาเซียน เครือข่าย FTA กว่า 17 ฉบับ ครอบคลุม 24 ประเทศ/เขตเศรษฐกิจ ตลอดจนจุดแข็งด้านนโยบายส่งเสริมการลงทุน อาทิ สิทธิประโยชน์จาก BOI การอำนวยความสะดวกด้านวีซ่าและการทำงานสำหรับนักลงทุนต่างชาติ โครงสร้างพื้นฐานที่ครบถ้วน แรงงานทักษะสูง และต้นทุนการผลิตที่สามารถแข่งขันได้
ภายในงานยังมีเวทีเสวนาแลกเปลี่ยนมุมมองระหว่างภาครัฐ นักวิชาการ และภาคเอกชนญี่ปุ่น–ไทย เกี่ยวกับธุรกิจยุคใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยทรัพยากรท้องถิ่นและเทคโนโลยีญี่ปุ่น ซึ่งรองปลัดฯ ภาสกร ได้เข้าร่วมและกล่าวเน้นย้ำในแนวคิด “OTAGAI – Helping Each Other” สะท้อนความเป็นหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์ไทย–ญี่ปุ่น ที่มุ่งสร้างการเติบโตแบบ win–win ผ่านการร่วมลงทุน การจับคู่ธุรกิจ และการพัฒนาอุตสาหกรรมแห่งอนาคตร่วมกัน พร้อมแสดงความเชื่อมั่นว่าความร่วมมือดังกล่าวจะเป็นก้าวสำคัญในการสร้างมูลค่าใหม่และการเติบโตอย่างยั่งยืนให้แก่ทั้งสองประเทศในระยะยาว