จังหวัดราชบุรี – จ่าเอก ยศสิงห์ เหลี่ยมเลิศ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม พร้อมคณะ ลงพื้นที่เยี่ยมชมการประกอบกิจการเหมืองหินกลุ่มเขาสามง่าม พร้อมรับฟังบรรยายภาพรวมการดำเนินงานของกลุ่มผู้ประกอบการเหมืองแร่และโรงโม่หินเขาสามง่าม ซึ่งมีการออกแบบการทำเหมืองในภาพรวม (Master Plan) ณ ห้องประชุมกลุ่มโรงโม่เขาสามง่าม อำเภอปากท่อ จังหวัดราชบุรี
รมช.อุตฯ ลุยเหมืองเขาสามง่าม เน้นกำกับฟื้นฟูพื้นที่ ย้ำผู้ประกอบการไม่ทิ้งชุมชน ลดฝุ่น–น้ำเสีย สร้างสมดุลอุตสาหกรรมกับสิ่งแวดล้อม
จังหวัดราชบุรี – จ่าเอก ยศสิงห์ เหลี่ยมเลิศ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม พร้อมคณะ ประกอบด้วย นายพีรวัส สมวงศ์ เลขานุการรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม นายอานันท์ ฟักสังข์ รองอธิบดีกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ นางจันทร์จิรา บางเสน อุตสาหกรรมจังหวัดราชบุรี นายกฤษณ์ พรหมศร ผู้อำนวยการสำนักงานอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ เขต 7 ราชบุรี และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่เยี่ยมชมการประกอบกิจการเหมืองหินกลุ่มเขาสามง่าม พร้อมรับฟังบรรยายภาพรวมการดำเนินงานของกลุ่มผู้ประกอบการเหมืองแร่และโรงโม่หินเขาสามง่าม ซึ่งมีการออกแบบการทำเหมืองในภาพรวม (Master Plan) ณ ห้องประชุมกลุ่มโรงโม่เขาสามง่าม อำเภอปากท่อ จังหวัดราชบุรี
จ่า?เอก? ยศสิงห์ กล่าวว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้เป็นการตรวจราชการเพื่อติดตามการกำกับดูแลสถานประกอบการในความรับผิดชอบของกระทรวงอุตสาหกรรม ซึ่งประกอบด้วย 4 หน่วยงานหลัก ได้แก่ กรมโรงงานอุตสาหกรรม สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ โดยเฉพาะกิจการเหมืองแร่ที่มีลักษณะการขุดเจาะและเปลี่ยนสภาพพื้นที่อย่างต่อเนื่อง อาจส่งผลกระทบต่อภูมิทัศน์และชุมชนโดยรอบ จึงจำเป็นต้องมีการพัฒนาและบริหารจัดการร่วมกันอย่างรอบด้าน เนื่องจากการประกอบกิจการย่อมมีทั้งด้านบวกและด้านลบ
ทั้งนี้ กระทรวงอุตสาหกรรม โดยกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ จะต้องทำหน้าที่กำกับดูแลให้ผู้ประกอบการปฏิบัติตามแผนผังโครงการทำเหมืองแร่อย่างเคร่งครัด และดำเนินกิจการให้มีความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม (CSR) โดยเฉพาะเหมืองแร่ที่มีการพัฒนาอย่างรวดเร็ว เมื่อสิ้นสุดการทำเหมืองแล้วต้องมีการฟื้นฟูพื้นที่ให้เหมาะสม อาทิ การสร้างแหล่งกักเก็บน้ำให้แก่ชุมชน การปลูกต้นไม้ และการคืนสภาพป่า เพื่อให้เกิดความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม พร้อมเน้นย้ำว่าผู้ประกอบการซึ่งมีผลกำไรและมีกองทุนจากการดำเนินกิจการ ไม่ควรทอดทิ้งท้องถิ่นและพี่น้องประชาชนในพื้นที่
รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวเพิ่มเติมว่า กระทรวงพร้อมสนับสนุนผู้ประกอบการที่ดำเนินการถูกต้อง อะไรที่ทำดีอยู่แล้วขอให้ทำต่อไป พร้อมขอให้ผู้ประกอบการเชื่อมั่นในการทำงานของกระทรวงอุตสาหกรรม หากมีปัญหาหรืออุปสรรคสามารถเข้ามาปรึกษาหารือได้ โดยในอนาคตจะมีการจัดตั้งอาสาสมัครในพื้นที่ เพื่อช่วยกันตรวจสอบและเฝ้าระวังการประกอบกิจการที่อาจไม่ถูกต้องตามกฎหมาย เนื่องจากกระทรวงอุตสาหกรรมได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนเป็นจำนวนมาก และทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพร้อมเข้าไปแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง? และให้ผู้ประกอบการให้ความสำคัญกับระบบบำบัดมลพิษ ลดฝุ่นละออง ไม่ปล่อยน้ำเสียสู่แหล่งน้ำสาธารณะ เพิ่มพื้นที่สีเขียว และดำเนินกิจกรรมความรับผิดชอบต่อสังคม (CSR) เพื่อช่วยเหลือชุมชนและสร้างรายได้ให้กับประชาชนในพื้นที่ อันจะช่วยลดปัญหาข้อร้องเรียนในระยะยาว
“ขอฝากผู้ประกอบการ 3 เรื่องสำคัญ คือ 1) การจ้างแรงงานในพื้นที่ เพื่อลดค่าใช้จ่ายของประชาชนและปัญหาการจราจร 2) การเพิ่มพื้นที่สีเขียว ดูแลเรื่องน้ำเสียและลดฝุ่นละอองจากการประกอบการ และ 3) การช่วยเหลือเกื้อกูลและสร้างความสามัคคีกันในกลุ่มผู้ประกอบการ เพื่อให้การดำเนินกิจการเติบโตควบคู่กับชุมชนอย่างยั่งยืน” รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวทิ้งท้าย