กรุงเทพมหานคร – 9 มีนาคม 2569 นายณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ร่วมบรรยายพิเศษในหัวข้อ ”ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไทย หนุน SMEs เติบโต” ในงานสัมมนา “อุตสาหกรรมไทยโต ก้าวกระโดดสู่ Smart Industry“ ซึ่งจัดขึ้นโดยบริษัท เอสซีจี และเครือข่ายพันธมิตร
ปลัดฯ ณัฐพล โชว์วิสัยทัศน์เวที SCG เร่งขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไทยด้วยกลไก MIND หนุน SMEs ปรับตัวก้าวกระโดดสู่ Smart Industry
กรุงเทพมหานคร – 9 มีนาคม 2569 นายณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ร่วมบรรยายพิเศษในหัวข้อ "ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไทย หนุน SMEs เติบโต" ในงานสัมมนา “อุตสาหกรรมไทยโต ก้าวกระโดดสู่ Smart Industry“ ซึ่งจัดขึ้นโดยบริษัท เอสซีจี และเครือข่ายพันธมิตร โดยมี นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ร่วมกล่าวเปิดงาน และมีผู้บริหารกระทรวงอุตสาหกรรม ได้แก่ นายเอกนิติ รมยานนท์ เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม นายสุรพล ปลื้มใจ นายพลาวุธ วงศ์วิวัฒน์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม นางพงษ์ศิริ วรรณศรี นายภัทรพล ลิ้มภักดี รองเลขาธิการสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม และนางสุชาดา โพธิ์เจริญ ที่ปรึกษาปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เข้าร่วมด้วย ณ อาคารอเนกประสงค์ เอสซีจี สำนักงานใหญ่ บางซื่อ
สำหรับการจัดงานในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นเวทีแห่งความร่วมมือในการฟื้นฟูเศรษฐกิจไทยและสร้างอนาคตอุตสาหกรรมไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน โดยนายเอกนิติฯ ได้สรุปแนวทางสำคัญที่จะทำให้ภาคอุตสาหกรรมไทยเติบโตแบบก้าวกระโดดได้แก่ 1. การลงทุนด้านพลังงานสะอาด โดยเอกชนร่วมลงทุนเป็นมาตรการสำคัญ 2. การลงทุนในเรื่อง AI ดิจิทัล และ 3. การลงทุนในสิ่งที่เป็น Green และการใส่ใจเรื่องสิ่งแวดล้อม
สำหรับการบรรยายในหัวข้อ "ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไทย หนุน SMEs เติบโต" ปลัดฯ ณัฐพล ได้นำเสนอความสำคัญของภาคอุตสาหกรรมต่อเศรษฐกิจของประเทศ และหยิบยกประเด็นสำคัญที่ภาคอุตสาหกรรมไทยกำลังเผชิญ ไม่ว่าจะเป็นภาวะสงคราม ภัยพิบัติ โรคระบาด ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์และสงครามการค้าที่กระทบต่อห่วงโซ่อุปทานโลก การพัฒนาอย่างก้าวกระโดดของเทคโนโลยี AI และผลกระทบต่อเนื่องจากโควิด-19 ที่เปลี่ยนพฤติกรรมผู้บริโภคไปสู่ระบบออนไลน์มากขึ้น รวมถึงกติกาโลกที่เปลี่ยนไปสู่ความยั่งยืน การตั้งกำแพงภาษีคาร์บอน (CBAM) และหลักการ ESG ที่กลายเป็นกฎกติกาใหม่ของโลก ซึ่งเป็นทั้งความท้าทายและข้อจำกัดใหม่ในการทำธุรกิจ และถึงแม้ว่าประเทศไทยจะมีจุดแข็งด้านโครงสร้างพื้นฐาน แต่จุดอ่อนที่ฉุดรั้งการเติบโตคือเรื่องสิ่งแวดล้อมและการปฏิบัติตามกฎกติกาข้อบังคับสากล จึงเน้นย้ำว่าภาคอุตสาหกรรมไทยจำเป็นต้องปรับตัวอย่างเร่งด่วนเพื่อปิดจุดอ่อนที่มีอยู่ สอดคล้องกับนโยบาย "MIND 4 มิติ" ของกระทรวงอุตสาหกรรม ที่ได้ดำเนินเพื่อขับเคลื่อนการปฏิรูปภาคอุตสาหกรรมให้ดีขึ้นในทุกด้าน โดนมุ่งเน้นทั้งความสำเร็จทางธุรกิจ การอยู่ร่วมกับชุมชนและสังคมอย่างลงตัว การปฏิบัติตามกฎกติกาสิ่งแวดล้อมสากล และการกระจายรายได้สู่ฐานราก นอกจากนี้ยังได้หยิบยกตัวอย่างความสำเร็จที่เป็นรูปธรรมจากนโยบาย MIND 4 มิติ ในการแก้ไขปัญหาฝุ่นละออง PM 2.5 ที่เกิดจากการเผาอ้อย ซึ่งเป็นผลลัพธ์จากการนำนโยบาย MIND 4 มิติ มาประยุกต์ใช้อย่างเต็มรูปแบบ สะท้อนให้เห็นถึงความสำเร็จในการยกระดับภาคอุตสาหกรรมให้เติบโตคู่ไปกับการดูแลสิ่งแวดล้อมและสังคมอย่างยั่งยืน
ทั้งนี้ ปลัดฯ ณัฐพล ได้กล่าวย้ำในตอนท้ายว่า นอกจากการปฏิรูปที่กล่าวมา อีกหัวใจสำคัญของการก้าวข้ามวิกฤตเศรษฐกิจคือการเปลี่ยนผ่านสู่ "Smart Industry" หากผู้ประกอบการ SMEs ไทยได้รับความร่วมมือและการสนับสนุนให้สามารถเข้าถึงเทคโนโลยีสมัยใหม่ ระบบอัตโนมัติ (Automation) รวมถึงแหล่งเงินทุนที่เหมาะสมเพื่อการปรับตัว SMEs เหล่านั้นย่อมแปรเปลี่ยนจากผู้ที่ได้รับผลกระทบ กลายเป็นผู้ที่ได้รับโอกาสใหม่ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงของโลก โดยกระทรวงอุตสาหกรรมมุ่งมั่นที่จะเป็นแกนหลักในการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการดำเนินธุรกิจ เพื่อพลิกฟื้นอัตราการเติบโตและเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขัน พร้อมผลักดันให้อุตสาหกรรมไทยหลุดพ้นจากกับดักการเติบโตต่ำ และก้าวสู่โครงสร้างเศรษฐกิจใหม่ที่แข็งแกร่งและยั่งยืนอย่างแท้จริง
//= current_url() ?>
//= lang('App.copy-link') ?>