กรุงเทพฯ - 16 เม.ย. 69 เวลา 14.10 น. นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เข้าร่วมหารือกับ นางศุภจี สุธรรมพันธ์ุ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ถึงแนวทางการช่วยแบ่งเบาภาระของประชาชนเรื่องบรรจุภัณฑ์จากเม็ดพลาสติก อันสืบเนื่องมาจากสถานการณ์ตะวันออกกลางที่ไม่สามารถคาดเดาได้ว่าจะเป็นไปในทิศทางใด
ศุภจี เชิญ วราวุธ ผู้บริหารกระทรวงอุตสาหกรรม หารือแนวทางลดใช้บรรจุภัณฑ์เม็ดพลาสติก แบ่งเบาภาระประชาชนท่ามกลางสถานการณ์วิกฤตตะวันออกกลาง
กรุงเทพฯ - 16 เม.ย. 69 เวลา 14.10 น. นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เข้าร่วมหารือกับ นางศุภจี สุธรรมพันธ์ุ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ถึงแนวทางการช่วยแบ่งเบาภาระของประชาชนเรื่องบรรจุภัณฑ์จากเม็ดพลาสติก อันสืบเนื่องมาจากสถานการณ์ตะวันออกกลางที่ไม่สามารถคาดเดาได้ว่าจะเป็นไปในทิศทางใด
อย่างไรก็ตาม นางศุภจี เกิดความเป็นห่วงต่อประชาชนที่ได้รับผลกระทบ จึงได้เชิญ นายวราวุธ มาร่วมหารือเพื่อกำหนดแนวทางที่สามารถลดภาระแก่ผู้บริโภค เพราะในอนาคตข้างหน้าเม็ดพลาสติกจะมีปัญหา หายากเพิ่มมากขึ้น และมีราคาแพงขึ้น โดยการหารือในครั้งนี้มี นายณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม พร้อมผู้บริหารกระทรวงอุตสาหกรรม ได้แก่ นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม นายใบน้อย สุวรรณชาตรี เลขาธิการคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย และนายเอกนิติ รมยานนท์ เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม และผู้เชี่ยวชาญด้านบรรจุภัณฑ์เพื่อสิ่งแวดล้อม มาร่วมพูดคุยหาแนวทางการผลิตภาชนะเยื่อพืชธรรมชาติ วัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร ใช้ทดแทนการใช้พลาสติก ณ ตึกกองบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล
ทั้งนี้ ก่อนการหารือดังกล่าว นายวราวุธ ได้ให้สัมภาษณ์แก่ผู้สื่อข่าว ถึงสถานการณ์ปัจจุบันที่ต้องเฝ้าระวัง กรณีผลิตภัณฑ์เม็ดพลาสติกอาจจะมีโอกาสหมดใช่หรือไม่ ว่า ยังมีอยู่แต่ต้องปรับเปลี่ยนวิธีการเพื่อปรับตัวกับสถานการณ์ปัจจุบัน เนื่องจากเรายังตอบไม่ได้ว่าการเจรจากันจะจบลงอย่างไร ดั้งนั้นเราจึงไม่รู้ว่าซัพพลายของเม็ดพลาสติกในอนาคตจะเพิ่มขึ้นหรือลดลงด้วยเช่นกัน
ผู้สื่อข่าวถามว่า ปัจจุบันเรามีการพิจารณาหาสิ่งทดแทนจากแหล่งอื่นหรือไม่ นายวราวุธ กล่าวว่าวันนี้ต้องเข้าใจก่อนว่า ถึงแม้จะหาจากแหล่งทดแทนอื่นแล้ว ก็จะต้องแลกมาด้วยราคาที่แพงขึ้น และยังกล่าวถึงกระแสโซเชียลที่วิจารณ์ตน หลังจากออกมารณรงค์การใช้กระติกน้ำแทนขวดพลาสติก ซึ่งมีประชาชนเข้ามาคอมเมนต์ในเฟซบุ๊กของตนว่าการเสนอให้ใช้กระติกน้ำ เป็นการเพิ่มภาระให้กับประชาชน ซึ่งตนก็ไม่ได้บังคับ ท่ามกลางสถานการณ์หากพัฒนาไปถึงจุดที่บรรจุภัณฑ์มีราคาแพง จริงๆ แล้วเราก็มีทางเลือกอื่น แต่อาจจะเป็นทางเลือกไม่สะดวกสบายเหมือนเมื่อก่อนนัก แต่ก็เป็นทางเลือกที่ช่วยแบ่งเบาภาระด้านอื่นๆ ไปได้ ฉะนั้น ต้องค่อยเป็นค่อยไป แต่หากถ้าเราไม่เริ่ม ก็จะไม่ได้เริ่มกันเสียที
//= current_url() ?>
//= lang('App.copy-link') ?>