ทำเนียบรัฐบาล - 29 เม.ย. 69 นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เข้าร่วมประชุม คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ครั้งที่ 1/2569 (ครั้งที่ 175) โดยมี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมฯ พร้อมคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง อาทิ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ณ ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล
รมว.อุตสาหกรรม ร่วมประชุม กพช. ยืนยัน ภาคอุตสาหกรรม ไม่กระทบค่าไฟอัตราใหม่
ทำเนียบรัฐบาล - 29 เม.ย. 69 นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เข้าร่วมประชุม คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ครั้งที่ 1/2569 (ครั้งที่ 175) โดยมี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมฯ พร้อมคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง อาทิ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ณ ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล
โดยนายกรัฐมนตรี กล่าวเปิดการประชุม กพช. ระบุว่า จากสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางที่มีแนวโน้มยืดเยื้อและผันผวนอย่างต่อเนื่อง ส่งผลกระทบโดยตรงต่อเสถียรภาพด้านพลังงานโลกและประเทศไทย ซึ่งสถานการณ์ดังกล่าวยังส่งผลกระทบต่อเนื่องไปถึงค่าครองชีพของพี่น้องประชาชนด้วยเช่นกัน รัฐบาลจึงได้ออกข้อสั่งการนายกรัฐมนตรี เกี่ยวกับการกำหนดมาตรการเพื่อแก้ไขการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง อันเนื่องมาจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง จำนวน 5 ฉบับ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในการบริหารสถานการณ์ความมั่นคงทางพลังงานของประเทศ โดยที่ผ่านมารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายพลังงาน และคณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงได้บริหารราคาเพียงพอและให้ราคาอยู่ในระดับที่เหมาะสมไม่ให้เกิดผลกระทบต่อประชาชนและเศรษฐกิจโดยรวม ในวันนี้จึงมีการประชุมเพื่อสร้างความมั่นคงด้านพลังงาน และลดภาระค่าไฟฟ้าของประชาชนในระยะยาว ซึ่งจะมีการพิจารณาดำเนินการ ดังนี้ 1. ให้กระทรวงพลังงานเร่งรัดเสนอเรื่องแผนปฏิบัติการด้านพลังงาน พ.ศ. 2567 ถึง 2580 เป็นแผนพลังงานแห่งชาติ เพื่อใช้เป็นกรอบทิศทางในการดำเนินการด้านพลังงานของประเทศ 2. ขอให้กระทรวงพลังงานศึกษามาตรการในการให้เอกชนสามารถทำสัญญาซื้อขายพลังงานไฟฟ้าได้โดยตรง ในการเปิดให้บุคคลที่สามใช้ระบบสายส่งไฟฟ้า เพื่อช่วยขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาล
นอกจากนี้ การประชุมในวันนี้จะมีการพิจารณาอีกสองเรื่อง คือการปรับปรุงนโยบายอัตราค่าไฟฟ้าสำหรับผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทบ้านอยู่อาศัย รวมถึงส่งเสริมการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนหลังคาสำหรับภาคประชาชน ซึ่งในส่วนนี้จะต้องสร้างความชัดเจนต่อภาคประชาชน เพราะมีการพูดคุยสัมภาษณ์จากกลุ่มมวลชน และนักวิชาการออกไปว่าคนใช้ไฟฟ้ามากต้องมาอุ้มคนใช้ไฟฟ้าน้อย ดังนั้นจึงต้องชี้แจงให้ประชาชนรับทราบหลังการประชุมเพื่อให้ได้รับรู้ข้อมูลที่ถูกต้อง
ภายหลังเสร็จสิ้นการประชุม นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รมว.พลังงาน และ นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.อุตสาหกรรม ได้รับมอบหมายให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชน โดยนายวราวุธ กล่าวถึงกรณีที่เกี่ยวข้องกับภาคอุตสาหกรรม ว่า มาตรการลดค่าไฟ ตามที่ รมว.พลังงานให้รายละเอียดไปนั้น ขอย้ำว่าเป็นโครงการที่ใช้กับบ้านพักที่อยู่อาศัยเท่านั้น ซึ่งที่ผ่านมามีการแสดงความเป็นห่วงจากทางสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยถึงผลกระทบที่ภาคอุตสาหกรรมอาจได้รับ ทั้งรายเล็ก รายกลาง รายใหญ่ ที่ใช้ปริมาณไฟฟ้าเป็นจำนวนมาก โดยเกรงว่าจะไปเพิ่มการแบกภาระในส่วนของค่าไฟ ก็ต้องเรียนว่าใน 200 หน่วย หรือว่าการใช้ไฟทั้งหมดไม่เกิน 400 - 500 หน่วยนั้น เป็นโครงการที่รัฐบาลจัดขึ้นมาให้กับบ้านพักอาศัยเท่านั้น สำหรับผู้ประกอบการ โรงงาน ร้านค้าต่าง ๆ ที่ได้จดทะเบียนจึงไม่ถือว่าครอบคลุมกรณีดังกล่าว ฉะนั้นไม่ได้เป็นการผลักภาระแต่อย่างใด
ในส่วนค่าไฟที่โรงงานหรือค่าไฟที่ผู้ประกอบการใช้ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาจะยังคงเป็นเรตเดิมอยู่ ส่วนที่จะมีการเปลี่ยนแปลงจะเป็นในส่วนของโครงสร้างค่าไฟของบ้านพักอาศัย ซึ่งหากเป็นบ้านพักหรือที่อยู่อาศัยที่ได้มีการดัดแปลง ไม่ได้ใช้ในจุดประสงค์เพื่อพักอาศัยอย่างเดียวนั้น ก็อาจจะประสบปัญหาได้ เช่น กรณีเปิดร้านอาหารเล็ก ๆ ภายในบ้าน ที่มีการโหลดไฟสูงขึ้นก็จะไม่ได้รับประโยชน์จากโครงการนี้ สำหรับในส่วนของภาคอุตสาหกรรมทุกอย่างยังคงเดิม ไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลง