นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม มอบนโยบายในโอกาสตรวจเยี่ยมสำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย (สอน.)
”รมว.อุตฯ“ เร่งอัปเกรดอ้อยไทย เพิ่มความหวาน เพิ่มรายได้ ปลื้ม ตัดอ้อยสดทะลุ 95% จ่อชงงบ 470 ล้าน ตอบแทนชาวไร่ลดเผาอ้อย
กรุงเทพฯ - วันที่ 15 พฤษภาคม 2569 นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม มอบนโยบายในโอกาสตรวจเยี่ยมสำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย (สอน.) โดยมี นายธเนศพล ธนบุณยวัฒน์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม นายณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม นายภาสกร ชัยรัตน์ รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม นายกฤศ จันทร์สุวรรณ ผู้ตรวจราชการกระทรวงอุตสาหกรรม นายใบน้อย สุวรรณชาตรี เลขาธิการคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย และคณะผู้บริหารฯ เข้าร่วมรับฟัง เพื่อขับเคลื่อนอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทรายสู่อุตสาหกรรมสีเขียว ณ ห้องประชุม ชั้น 1 อาคาร สอน.
นายวราวุธ กล่าวว่า อุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาล สร้างรายได้เข้าประเทศอย่างมหาศาล โดยไทยเป็นผู้ส่งออกรายใหญ่ อันดับ 2 ของโลก มีพื้นที่ปลูกอ้อยกว่า 10 ล้านไร่ รองจากบราซิล ต้องขอบคุณความร่วมมือของชาวไร่อ้อย และ สอน. ที่ตัดอ้อยสดสูงมากกว่าร้อยละ 95 และลดเผาอ้อยเหลือไม่ถึงร้อยละ 5 ซึ่งถือว่าน้อยมากและตั้งเป้าว่าจะลดลงอีก ดังนั้นภายใน 1-2 สัปดาห์นี้ ตนจะเร่งเสนอขออนุมัติจ่ายเงินช่วยเหลือเกษตรกรชาวไร่อ้อยที่ตัดอ้อยสดในฤดูการผลิตปี 67/68 ซึ่งยังมีวงเงินเหลืออีก 470 ล้านบาท เพื่อเป็นขวัญกำลังใจในการช่วยลดฝุ่นจากการเผาอ้อยเหลือไม่ถึง 5% พร้อมกับจะนำมาตรการฤดูการผลิตปี 2569/70 เสนอเข้าบอร์ด สอน. โดยเร็วที่สุด
นอกจากนี้ ได้มอบหมาย สอน. นำงานวิจัยมาใช้พัฒนา "พันธุ์อ้อย" ให้มีความหวานสูงขึ้น เพราะค่าความหวานคือตัวกำหนดราคา ยิ่งหวานมาก เกษตรกรยิ่งได้เงินมากในพื้นที่ปลูกเท่าเดิม ซึ่งตอนนี้บราซิลเป็นเบอร์ 1 ของโลกในการส่งออกน้ำตาล ส่วนไทยเป็นอันดับ 2 ดังนั้นต้องอัปเกรดให้พื้นที่มีอยู่เท่าเดิม แต่ใช้งานวิจัยมาเพิ่มความหวานเป็นรายได้ต่อไร่ และเปลี่ยน ใบอ้อยเป็นเงิน เช่น ภาชนะรักษ์โลก หรือทำเชื้อเพลิงชีวมวล เป็นต้น
กระทรวงอุตสาหกรรมพร้อมเดินหน้ายกระดับอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลไทยสู่ “อุตสาหกรรมชีวภาพสีเขียว” (Green Bioindustry) โดยใช้นโยบายเศรษฐกิจชีวภาพ หรือ Bio Economy เป็นกลไกสำคัญในการเพิ่มมูลค่าอ้อยและผลพลอยได้ทางการเกษตร เพราะอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลของไทย ไม่ได้เป็นเพียงอุตสาหกรรมอาหารอีกต่อไป แต่กำลังก้าวสู่การเป็นฐานการผลิตวัตถุดิบสำคัญของอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ทั้งพลังงานชีวภาพ พลาสติกชีวภาพ เชื้อเพลิงสะอาด และผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง ซึ่งจะช่วยสร้างรายได้ใหม่ให้เกษตรกร และลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมไปพร้อมกัน